wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทยเพิ่มเติม ม.2

Total questions: 30

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

คำประพันธ์ประเภทกลอน ปรากฏครั้งแรกคือเรื่องใด 

a)

สุภาษิตพระร่วง

b)

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา 

c)

ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ

d)

นันโทปนันทสูตรคำหลวง

2.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะกลอนสุภาพได้ถูกต้อง

a)

กลอนเป็นร้อยกรองประเภทบังคับคณะ สัมผัส และเสียงวรรณยุกต์

b)

กลอนเป็นร้อยกรองที่แต่งไม่ยากแต่คนไทยไม่ค่อยนิยม 

c)

กลอนมีหลายประเภทแต่ชื่อเรียกมีเพียงชื่อเดียว

d)

กลอนมีคำในแต่ละวรรคมีจำนวนตั้งแต่ 5-8 คำ

3.

ลักษณะบังคับของกลอนสุภาพข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

คณะบทหนึ่ง มี 2 คำกลอน หรือ 4 วรรค

b)

กลอนเรื่องหนึ่งมีความยาว ประมาณ 5-6 บท 

c)

กลอนสุภาพมีความยาวเท่าใดก็ได้แต่ต้องจบลงด้วยวรรครองเท่านั้น

d)

กลอนแต่ละวรรคมีชื่อเรียกต่างกันวรรคสดับ วรรครับ วรรครอง และวรรคส่ง

4.

ข้อใด ไม่ใช่ข้อบังคับฉันทลักษณ์ของกลอน

a)

สัมผัสนอกเป็นสัมผัสระหว่างวรรค 

b)

สัมผัสในเป็นสัมผัสอยู่ภายในวรรค 

c)

สัมผัสเชื่อมระหว่างบทกำหนด 1 แห่ง

d)

คำท้ายวรรคหน้าสัมผัสกับคำที่ 3 หรือ 4 ของวรรคหลัง

5.

กลอนสุภาพหรือกลอนแปด แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท คือ กลอนตลาด และกลอนเสภา

b)

2 ประเภท คือ กลอนขับร้อง และกลอนเพลง

c)

2 ประเภท คือ กลอนสักวา และกลอนดอกสร้อย

d)

2 ประเภท คือ กลอนนิทาน และกลอนเพลงยาว

6.

วรรณคดีเรื่องใด ไม่ใช้คำประพันธ์ประเภทกลอน

a)

รามเกียรติ์  อิเหนา                                            

b)

ขุนช้างขุนแผน   พระอภัยมณี 

c)

นิราศสุพรรณ  สุภาษิตพระร่วง                              

d)

โคบุตร  นิราศภูเขาทอง

7.

เสียงวรรณยุกต์ที่บังคับในคำสุดท้ายในแต่ละวรรคข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

คำสุดท้ายวรรคที่ 1 ไม่นิยมเสียงสามัญ   

b)

คำสุดท้ายวรรคที่ 2 ไม่นิยมเสียงจัตวา 

c)

คำสุดท้ายวรรคที่ 3 ไม่นิยมเสียงจัตวา 

d)

คำสุดท้ายวรรคที่ 4 นิยมเสียงสามัญ

8.

คำใดเป็นคำขึ้นต้นของกลอนบทละคร 

a)

มาจะกล่าวบทไป

b)

ครานั้น 

c)

สักวา 

d)

ครั้นนั้น

9.

กลอนใดที่ไม่ลงท้ายด้วย “เอย”

a)

กลอนสักวา

b)

กลอนสด

c)

กลอนเพลงยาว

d)

กลอนบทละคร 

10.

ข้อใด ไม่มี คำที่สัมผัสกัน

a)

ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก      

b)

เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

c)

เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์ 

d)

เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม

11.

กลอนสุภาพ 1 บท มีกี่บาท

a)

1 บาท

b)

2 บาท

c)

3 บาท

d)

4 บาท

12.

วรรคที่ 2 ของกลอนสุภาพ มีชื่อว่าอะไร

a)

วรรคส่ง

b)

วรรคสดับ

c)

วรรครับ

d)

วรรครอง

13.

คำในข้อใดเป็นสัมผัสสระทั้งหมด

a)

รัก – นัก – น้อง

b)

คน – ขาย – คลอง

c)

รัก – ร้อง – เรา

d)

ของ – คลอง – มอง

14.

การเขียนบทร้อยกรอง สัมผัส มีไว้เพื่อสิ่งใด

a)

เพื่อให้ทราบว่าเป็นบทประพันธ์

b)

เพื่อให้ทราบว่ามีลักษณะอย่างไร

c)

เพื่อให้ทราบวิธีการเขียน

d)

เพื่อความไพเราะ

15.

ข้อใดมีสัมผัสอักษรมากที่สุด

a)

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดอก

b)

ยุรยาตรย่างยามงามสง่า

c)

หมั่นฝักใฝ่ไตรตรองมองมรรคผล

d)

องค์อ่อนช้อยลอยเลื่อนเคลื่อนกายา

16.

ข้อใดมีสัมผัสในที่เป็นสัมผัสอักษรอย่างเดียว

a)

วันที่หกเดือนห้าที่ลาห่าง

b)

จิตอ้างว้างอาวรณ์จนอ่อนไหว

c)

จำจากเจ้าจำจรจากจอมใจ

d)

ถึงตัวไกลใจยังอยู่เป็นคู่ครอง

17.

คำในข้อใดถือเป็นสัมผัสสระของคำว่า “จ่าย” ทุกคำ

a)

แจก   จัด    เจียด        

b)

ขาย  หมาย  ว่าย

c)

ได้   ให้   หาย

d)

ใจ   ทาย   ลาย

18.

ข้อใดเป็นสัมผัสอักษรของวรรคต่อไปนี้  “ใช่ร้อยแก้วแพรวเพริศบรรเจิดลักษณ์”

a)

แก้ว – แพรว

b)

แพรว –  เพริศ

c)

เพริศ – เจิด

d)

ร้อย –  เพริศ

19.

สัมผัสอักษร ในบทประพันธ์หมายถึงอะไร

a)

คำที่มีอักษรหมู่เดียวกันมารับสัมผัสกัน

b)

คำที่มีพยัญชนะเดียวกันมารับสัมผัสกัน

c)

คำที่มีเสียงวรรณยุกต์เดียวกันมารับสัมผัสกัน

d)

คำที่ประสมสระเสียงเดียวกันและตัวสะกดมาตราเดียวกันมารับสัมผัสกัน

20.

สัมผัสสระ  ในบทประพันธ์หมายถึงอะไร

a)

คำที่มีอักษรหมู่เดียวกันมารับสัมผัสกัน

b)

คำที่มีเสียงพยัญชนะเดียวกันมารับสัมผัสกัน

c)

คำที่มีเสียงวรรณยุกต์เดียวกันมารับสัมผัสกัน

d)

คำที่ประสมสระเสียงเดียวกันและตัวสะกดมาตราเดียวกันมารับสัมผัสกัน

21.

กลอนชนิดใด มักร้องในหมู่ขุนนาง เล่นกันบนเรือในคืนเดือนหงาย

a)

กลอนสักวา

b)

กลอนดอกสร้อย

c)

กลอนหก

d)

กลอนแปด

22.

กลอนชนิดใด สมัยก่อนนิยมร้องโต้ตอบกัน แต่ปัจจุบันนิยมใช้เป็นกลอนเพื่อสอนใจ

a)

กลอนสักวา      

b)

กลอนดอกสร้อย

c)

กลอนหก

d)

กลอนแปด

23.

กลอนสุภาพ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร

a)

กลอนสักวา      

b)

กลอนดอกสร้อย

c)

กลอนหก

d)

กลอนแปด

24.

“แม่วันทองของลูกจง.............                 เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว”

       ข้อความใดต่อไปนี้ ควรเติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความชัดเจน

a)

ไปตลาด

b)

อาสัญ

c)

ทุกวัน

d)

กลับบ้าน

25.

“ เมื่อทำการสิ่งใดใจจดจ่อ                   คอย...........ตั้งจิตไม่คิดขาม”

       ข้อความใดต่อไปนี้ ควรเติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความชัดเจน

a)

ท้อแท้

b)

สดใส   

c)

ต่อเติม

d)

เติมต่อ

26.

“แม้มิได้เป็นหงส์ทะนงศักดิ์                  ............................................”

      ควรเติมวรรคใดลงในช่องว่างต่อไปนี้

a)

ก็จงยอมเป็นเพียงลดาขาว

b)

ก็จงรักเป็นโนรีที่หรรษา

c)

ก็จงเป็นวันแรมที่แจ่มจาง

d)

จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความ

27.

“ใดใดในโลกล้วน                    อนิจจัง

        คงแต่บาปบุญยัง             เที่ยงแท้

        คือเงาติดตัวตรัง               ตรึงแน่น อยู่นา

        ตามแต่บาปบุญแล            ก่อเกื้อรักษา”

ข้อใดเป็นคุณค่าด้านเนื้อหาของบทประพันธ์ข้างต้น

a)

ได้รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์

b)

ได้พัฒนาความคิดจินตนาการ

c)

ได้รู้แง่คิดคตินิยมของสังคม

d)

ได้รับประสบการณ์

28.

“เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ           ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ

        อย่างดีเลิศตามมีและตามเกิด              ให้เพลิดเพลินกายากว่าจะกลับ”

บทประพันธ์ข้างต้นสะท้อนคุณค่าด้านสังคมสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

วิถีชีวิต

b)

ค่านิยม

c)

คุณธรรม

d)

พิธีกรรม

29.

คำประพันธ์ในข้อใดไม่ได้กล่าวถึงเวลา

a)

ยุงออกฉู่ชิงพลบตบไม่ไหว

b)

พอฟ้าคล้ำพลบลงหรุบรู่

c)

หยุดประทับดับดวงพระสุริย์

d)

ได้รับรองป้องกันเพียงควันไฟ

30.

“ครู่หนึ่งถึงชะวากชากลูกหว้า     ล้วนพฤกษายางยูงสูงไสว”

       คำประพันธ์ในข้อใดมีความหมายเหมือนคำที่ขีดเส้นใต้

a)

ดูโล่งลิ่วทิวรุกขะเรียงรัน

b)

ลงอวนอ้อมโอบสกัดเอามัจฉา

c)

ค่อยเรียบเดินเนินโขดสิงขรคัน

d)

สมประกอบได้แต่กอดสอดเขนย