wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่8 ภาษา

Total questions: 20

Worksheet time: 7mins

Name
Class
Date
1.

1. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ในการแบ่งภาษากับถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้พูด

a)

          ชั้นกำเนิด

b)

เขตแนวกั้นแหล่งน้ำ

c)

ถิ่นที่อยู่ทางภูมิศาสตร์

d)

สถานที่ที่บุคคลหนึ่งตั้งรกรากหรือตั้งถิ่นฐาน

2.

2. วิทยาภาษาศาสตร์เกิดจากการศึกษาใด

a)

ภาษาประวัติศาสตร์

b)

ภาษาถิ่นไทย

c)

ภาษาศาสตร์เชิงประวัติ

d)

ภาษาทางสังคม

3.

3. การศึกษาภาษาถิ่นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ลึกซึ้งจะเกิดประโยชน์ข้อใดเป็นสำคัญ

a)

ก.      เป็นสื่อชักนำให้เกิดความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่พูดภาษาถิ่น

b)

ข.      มีความเข้าใจเรื่องภาษา เป็นสื่อชักนำให้เกิดความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและเกิดสันติสุขขึ้นในสังคม

c)

ค.      มีความคิดและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลสามารถใช้ความรู้แก้ไขปัญหาการเรียนภาษาและเกิดสันติสุขขึ้นในสังคม

d)

ง.      ใช้ความรู้แก้ไขปัญหาการเรียนภาษาและเกิดสันติสุขขึ้นในสังคม

4.

4. การศึกษาภาษาถิ่นถือเป็นการศึกษาตามข้อใด

a)

ก.      การศึกษาวัฒนธรรมของชาติ

b)

ข.      การศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติ

c)

ค.      การศึกษาตนเอง

d)

ง.      การประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษ

5.

5. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการศึกษาภาษาถิ่น

a)

ก.      ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีอื่นๆ จากเจ้าของภาษาถิ่น

b)

ข.      มีทัศนคติที่ดีต่อเจ้าของภาษาถิ่น

c)

ค.      มีความทันสมัยเป็นสากล

d)

ง.      เกิดความกลมเกลียวสมานฉันท์ในสังคม

6.

6. ข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดภาษาไทยถิ่นที่สำคัญที่สุด

a)

ก. การย้ายถิ่นฐานเพื่อทำมาหากิน

b)

ข. แหล่งน้ำ

c)

ค .การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก

d)

ง. การมีแหล่งกำเนิดจากที่เดียวกันของชนชาติไทย

7.

7. ภาษาถิ่นตามแนวภาษาศาสตร์สังคม หมายถึง

a)

          ก.ภาษาถิ่น

b)

ข.ภาษาย่อยสังคม

c)

          ค.ภาษาตามถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้พูด         

d)

ง.ถูกทุกข้อ

8.

8. นักวิทยาภาษาถิ่นมักศึกษาภาษาในชนบท เพื่อให้ได้ภาษาที่บริสุทธิ์จึงเลือกผู้บอกภาษาในกลุ่ม ใดบ้าง

a)

ก.เป็นผู้สูงอายุ     

b)

ข. การศึกษาน้อย

c)

ค.ไม่เคยย้ายถิ่น           

d)

          ง. ถูกทุกข้อ

9.

9. การใช้ภาษาที่ต่างกันเป็นเครื่องบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงและสามารถทำนายรูปแบบภาษาของถิ่นนั้นได้ในอนาคต คือตัวแปรอะไร

a)

          ก.การศึกษา

b)

ข.ด้านอายุเท่ากัน

c)

          ค.อายุต่างกัน

d)

          ง.ทางเพศ

10.

10. ภาษาไทยถิ่นต่างๆมีความแตกต่างกันด้านใดบ้าง

a)

          ก.ด้านเสียง

b)

ข.ด้านคำศัพท์

c)

          ค.ด้านไวยากรณ์

d)

ง.ถูกทุกข้อ

11.

11. ปัจจัยใดที่มีผลต่อการใช้สรรพนามที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดและผู้ฟังมีกี่ปัจจัย

a)

7

b)

8

c)

9

d)

10

12.

12. “เก้าอี้”  “งูเห่า”  “สลิ่ม”  “แมลงสาบ” คำศัพท์เหล่านี้สะท้องให้เห็นว่าผู้พูดกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

a)

การปฏิรูป

b)

กฎหมาย

c)

ความรุนแรง

d)

การเมือง

13.

13. ความแตกต่างของภาษาทำให้เกิด ภาษาถิ่น ของภาษาไทยขึ้น ซึ่งเรียกว่า ภาษาไทยถิ่น. ถ้าแบ่งตามภาค  

            ก็จะมีภาษาไทยถิ่นใหญ่ ๆ 4 ภาษา ข้อใดไม่ใช่

a)

ก.      ภาษาไทยถิ่นกลาง

b)

ข.       ภาษาไทยถิ่นเหนือ

c)

ค.ภาษาไทยถิ่นอีสาน

d)

ง.      ภาษาไทยถิ่นตะวันออก

14.

14. ภาษาไทยถิ่นอีสาน เป็นการพัฒนาของภาษาลาวในประเทศไทย สำเนียงในการพูดภาษานี้แบ่งออกเป็น  6 สำเนียงใหญ่ๆ ข้อใด ไม่ใช่ สำเนียงการพูด

a)

ก.      สำเนียงภาษาลาวเวียงจันทน์

b)

ข.      สำเนียงภาษาลาวเหนือ

c)

ค.      สำเนียงภาษาลาวตะวันออกเฉียงเหนือ

d)

ง.      สำเนียงภาษาลาวกลาง

15.

15. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาษาในการพูด

a)

          ก.ความแตกต่างของภาษาที่มีอยู่ในสังคม

b)

ข. สภาพทางจิตวิทยาของผู้พูดภาษา

c)

ค. ลักษณะการออกเสียงของผู้พูดภาษา

d)

ง.. การปฏิรูปตัวสะกด

 

16.

16. นอกจากตัวแปรถิ่นที่อยู่อาศัย ที่มีอิทธิพลต่อการใช้ภาษาของผู้พูดแล้วยังคำนึงถึงปัจจัยอะไรอีกบ้าง

a)

ก.อายุ  

b)

          ข.ชั้นสังคม

c)

ค.การคมนาคม

d)

          ง.ถูกถูกข้อ

17.

17. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยทางสังคมที่มีอิทธิพลต่อภาษา

a)

ก.อายุ  

b)

ข.เพศ

c)

ค.ชาติพันธุ์

d)

          ง.การคมนาคม

18.

18. วิธภาษาไทยถิ่น มีลักษณะอย่างไร

a)

ก.จำแนกตามภาคต่างๆ  

b)

ข.มีความแตกต่างด้านเสียง คำศัพท์

c)

ค.มีความแตกต่างด้านไวยกรณ์

d)

ง.ถูกทุกข้อ

19.

19. อิทธิพลของถิ่นที่อยู่อาศัยมีปัจจัยต่อภาษาของผู้พูดด้านใดบ้าง

a)

          ก.ด้านสำเนียง

b)

          ข.ด้านคำศัพท์

c)

ค.ด้านไวยกรณ์

d)

ง.ถูกทุกข้อ

20.

20. บุญมา : “อย่าลืมที่คุยกันไว้นะเพื่อน

ถาวร :  ได้ ๆไม่มีปัญหา

บทสนทนาข้างต้นจัดเป็นวัจนลีลาแบบใดตามทฤษฎีของ Martin Joos

a)

วัจนลีลาแบบสนิทสนม

b)

    วัจนลีลาแบบทางการ

c)

วัจนลีลาแบบเป็นกันเอง

d)

          วัจนลีลาแบบตายตัว