BARU
Ukuran huruf
Lembar kerjaผู้ประกอบการน้ำ ชุดที่ 2
Total soal: 20
Worksheet time: 10mins
1. ฉลากของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ และน้ำแข็ง ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
ก. ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณของอาหารเป็นระบบเมตริก
ข. ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้จำหน่าย ปริมาณของอาหารเป็นระบบเมตริก
ค. ชื่ออาหาร เลขสถานที่ผลิต ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณของอาหารเป็นระบบเมตริก
ง. ชื่ออาหาร เลขสถานที่ผลิต ชื่อและที่ตั้งของผู้จำหน่าย ปริมาณของอาหารเป็นระบบเมตริก
2. ข้อใดคือเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน
ก. มีการใช้เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป
ข. มีการใช้เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 7 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
ค. มีการใช้เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 25 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 25 คนขึ้นไป
ง. มีการใช้เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
3. ข้อใดไม่ใช่หลักการป้องกันอันตรายในการผลิตน้ำบริโภค น้ำแร่ธรรมชาติ และน้ำแข็งบริโภคเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ก. ลดการปนเปื้อนเบื้องต้น โดยการคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีคุณภาพ สามารถกำจัดอันตรายได้ด้วยระบบกรองน้ำที่ใช้งาน
ข. ลดอันตราย โดยติดตั้งระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สามารถลดอันตรายที่มีอยู่ในน้ำดิบได้บางส่วนเพื่อให้สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้
ค. ป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ หลังจากน้ำผ่านกระบวนการกรองและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์แล้ว เช่น ขั้นตอนการพักน้ำระหว่างรอการบรรจุ ขั้นตอนการบรรจุ
ง. ลดและขจัดอันตรายที่มีอยู่ในน้ำดิบโดยระบบกรองน้ำให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
4. สารกรองชนิดใด ช่วยปรับคุณภาพกลิ่นและสีของน้ำดิบ
ก. สารกรองคาร์บอน
ข. สารกรองแคทไอออนเรซิน
ค. สารกรองแมงกานีสแซนด์
ง. สารกรองแอนทราไซต์
5. ข้อใดไม่ใช่ข้อพึงปฏิบัติของการล้างย้อน (Back wash) สารกรอง
ก. ล้างทุกวันก่อนเริ่มผลิต
ข. หากมีการผลิตทุกวัน ควรมีความถี่ในการล้างย้อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ค. ควบคุมระยะเวลาการล้างย้อนตามปริมาณการผลิต โดยหากมีการผลิตมากต้องเพิ่มระยะเวลาการล้างให้นานขึ้น
ง. ควรกำหนดระยะเวลาการล้างย้อนสารกรองเรซินให้นานกว่าสารกรองชนิดอื่น ๆ เนื่องจากพื้นผิวของสารกรองเรซินเอื้อต่อการเกาะติดของจุลินทรีย์
6. ข้อใดเป็นสาเหตุทำให้อายุการใช้งานของเยื่อกรองอาร์โอลดลง
ก. ความถี่ในการล้างทำความสะอาดเยื่อกรองน้อยเกินไป
ข. ความถี่ในการล้างทำความสะอาดเยื่อกรองมากเกินไป
ค. ใช้สารป้องกันการเกิดตะกรันในปริมาณมากเกินไป
ง. ใช้สารป้องกันการเกิดตะกรันในปริมาณน้อยเกินไป
7. ข้อใดเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมในการจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีพบสัญญาณบ่งชี้ว่าเยื่อกรองฉีกขาด
ก. คัดแยกรุ่นการผลิตที่ผลิตทั้งหมดในวันที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีการตรวจสอบเฝ้าระวังความสมบูรณ์ของเยื่อกรองก่อนใช้งานทุกวัน และติดป้ายห้ามนำไปจำหน่ายหรือบริโภครอการนำไปทำลาย
ข. คัดแยกรุ่นการผลิตในช่วงเวลาก่อนตรวจพบสัญญานบ่งชี้ว่าเยื่อกรองฉีกขาด เพื่อนำไปตรวจวัดปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (TDS) หากไม่เกิน 50 พีพีเอ็ม ให้นำไปจำหน่ายได้
ค. คัดแยกผลิตภัณฑ์รุ่นการผลิตในช่วงเวลาก่อนตรวจพบสัญญานบ่งชี้ว่าเยื่อกรองฉีกขาด ไว้เป็นของแถมให้กับลูกค้ารายใหญ่
ง. คัดแยกรุ่นการผลิตที่ผลิตทั้งหมดในวันที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีการตรวจสอบเฝ้าระวังความสมบูรณ์ของเยื่อกรองก่อนใช้งานทุกวัน และนำไปกรองใหม่หลังจากเปลี่ยนเยื่อกรองที่สมบูรณ์แล้ว
8. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบการใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรค
ก. การฆ่าเชื้อโรคในน้ำด้วยความร้อน ต้องควบคุมอุณหภูมิและเวลาที่เพียงพอในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ
ข. ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ไม่เกิน 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที เพื่อป้องกันอุปกรณ์เสื่อม
ค. ใช้อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จะลดอันตรายทั้งทางกายภาพ เคมี และจุลินทรีย์
ง. เป็นระบบที่นิยมใช้ในเชิงอุตสาหกรรม เนื่องจากการใช้ความร้อนไม่ก่อให้เกิดการตกค้างของสารเคมี
9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการออกแบบกระบวนการปรับคุณภาพน้ำแร่ธรรมชาติ
ก. ต้องสามารถลดอันตรายที่มีอยู่ในน้ำดิบให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
ข. ต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดระยะเวลาที่มีการผลิต
ค. ต้องสัมพันธ์กับอัตราการผลิต ไม่ดำเนินการเกินกำลังการผลิต
ง. ต้องสามารถลดปริมาณสารประกอบในน้ำแร่ธรรมชาติได้
10. การตกตะกอนเพื่อกำจัดสารไม่คงตัวในน้ำแร่ธรรมชาติสามารถใช้สารเคมีได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ก. ได้ เพราะเป็นวิธีการที่ง่ายและรวดเร็ว
ข. ได้ เพราะมีขั้นตอนต่อไปในการกำจัดสารเคมีออกไป
ค. ไม่ได้ เนื่องจากสารเคมีมีผลต่อองค์ประกอบของน้ำแร่ธรรมชาติ
ง. ไม่ได้ เนื่องจากทำให้เกิดการกำจัดก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำให้แยกออกไป
11. เมื่อใดจึงต้องเติมคลอรีนเพิ่มในน้ำถอดซองน้ำแข็ง
ก. เมื่อตรวจพบว่ามีปริมาณคลอรีนคงเหลือ 0.1 พีพีเอ็ม
ข. เมื่อตรวจพบว่ามีปริมาณคลอรีนคงเหลือ 0.2 พีพีเอ็ม
ค. เมื่อตรวจพบว่ามีปริมาณคลอรีนคงเหลือ 0.5 พีพีเอ็ม
ง. เมื่อตรวจพบว่ามีปริมาณคลอรีนคงเหลือ 0.6 พีพีเอ็ม
12. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. น้ำที่ใช้สัมผัสน้ำแข็งต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำบริโภค
ข. น้ำฉีดน้ำแข็งเพื่อละลายออกจากซอง ต้องผ่านการปรับปรุงคุณภาพให้มีมาตรฐานเดียวกับน้ำที่ใช้ผลิตน้ำแข็ง
ค. น้ำล้างน้ำแข็งไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานตามประกาศการะทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำบริโภค
ง. น้ำที่ใช้ทำความสะอาดลานถอดซองน้ำแข็งควรเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค
13. ผู้ผลิตควรติดตั้งหลอดยูวีไว้ที่ตำแหน่งใด กรณีไม่ได้มีการบรรจุน้ำบริโภคหลังกระบวนการปรับคุณภาพน้ำทางด้านจุลินทรีย์ในทันที
ก. ก่อนถังพักน้ำรอบรรจุ
ข. หลังการกรองผ่านไส้กรองเซรามิก
ค. หลังถังพักน้ำรอบรรจุ
ง. ก่อนการกรองผ่านไส้กรองใยสังเคราะห์
14. การใช้สารละลายคลอรีนในการฆ่าเชื้อหัวบรรจุและสายยางบรรจุน้ำบริโภค ข้อใดมีประสิทธิภาพสูงสุด
ก. ความเข้มข้น 100 พีพีเอ็ม แช่ทิ้งไว้เป็นเวลา 20 นาที
ข. ความเข้มข้น 100 พีพีเอ็ม แช่ทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาที
ค. ความเข้มข้น 50 พีพีเอ็ม แช่ทิ้งไว้เป็นเวลา 10 นาที
ง. ความเข้มข้น 30 พีพีเอ็ม แช่ทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาท
15. ห้องบรรจุควรติดตั้งอ่างล้างมือในตำแหน่งใด
ก. ด้านข้างเครื่องบรรจุ
ข. ด้านหน้าห้องน้ำ
ค. ด้านในสุดของห้องบรรจุ
ง. ด้านหน้าห้องบรรจุ
16. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการผลิตภัณฑ์น้ำบริโภค น้ำแร่ธรรมชาติ และน้ำแข็งบริโภคที่พบการปนเปื้อนทางด้านจุลินทรีย์
ก. คัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
ข. มีป้ายบ่งชี้แสดงสถานะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ค. นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานไปบรรจุและติดฉลากใหม่
ง. ทำลายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสม
17. ผลการวิเคราะห์จากหน่วยงานใดไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับใช้ยืนยันคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ก. ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001
ข. ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
ค. ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ง. ห้องปฏิบัติการของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์
18. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสอบเทียบเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัด
ก. สอบเทียบเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัดที่มีการใช้งานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ข. เพิ่มความถี่ในการสอบเทียบ หากพบเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัดมีแนวโน้มที่จะเกิดการเบี่ยงเบน จนเกินค่าที่ยอมรับได้
ค. สอบเทียบให้ครอบคลุมช่วงการใช้งานของเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัด
ง. ผลการสอบเทียบใช้ในการพิจารณาสั่งซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวัด
19. ผู้ประกอบการไม่สามารถใช้วิธีการใดในตรวจประเมินตนเอง (Internal Quality Audit: IQA) ในการผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
ก. การใช้บริการหน่วยตรวจประเมินภายนอก ที่ได้รับการขึ้นบัญชีกับ อย.ในขอบข่าย GMP 420
ข. การตรวจประเมินโดยคู่ค้าที่มีความรู้ความเข้าใจระบบการผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
ค. การดำเนินการตรวจสอบด้วยตนเองโดยผู้มีความรู้ความเข้าใจในข้อกำหนดของ GMP 420
ง. การประเมินโดยหุ้นส่วนที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการผลิตน้ำบริโภค
20. ข้อใดเป็นเป้าหมายของการตรวจประเมินตนเอง (Internal Quality Audit)
ก. เพื่อจัดการวางแผนการตรวจประเมินคุณภาพการผลิต
ข. เพื่อสร้างบันทึกการตรวจประเมิน (Audit checklist)
ค. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ง. เพื่อใช้ประกอบการตัดสินระดับความรุนแรงของความไม่สอดคล้องตามข้อกำหนด
