wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาคชุดที่ 1 หน่วยที่ 1- 5

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.
๑. ข้อใดมีการใช้ภาษาทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา
a)

วิชาญบอกทางไปวัดพระแก้วให้แก่ชาวต่างชาติโดยใช้ภาษาอังกฤษ

b)

วิชัยตะโกนเรียกเพื่อนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน

c)

วิชิตเห็นคนใบ้ใช้ภาษามือคุยกัน

d)

วิเชียรบีบแตรและตะโกนบอกให้รถที่เสียอยู่หลบไป

e)

วิภาสยกธงให้กรรมการทราบว่าพร้อมแสดงแล้ว

2.
๒. “สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวับสลับพรรณ ช่อฟ้าตระการกลจะหยัน จะเยาะยั่วทิฆัมพร” (สามัคคีเภทคำฉันท์ : ชิต บุรทัต) จากบทประพันธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภาษาในด้านใด
a)

ภาษาเป็นสมบัติของสังคม

b)

ภาษาเป็นวัฒนธรรม

c)

ภาษาเป็นศาสตร์และศิลป์

d)

ภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร

e)

ภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด

3.
๓. องค์ประกอบของการสื่อสารข้อใดที่สามารถเปลี่ยนสถานะได้ในกรณีที่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
a)

ผู้ส่งสาร

b)

สาร

c)

สื่อ

d)

ผู้รับสาร

e)

ผู้ส่งสารและผู้รับสาร

4.
๔. ปฏิกิริยาตอบสนองมีความสำคัญอย่างไรในการสื่อสาร
a)

ทำให้ทราบว่าการสื่อสารสัมฤทธิผลหรือไม่

b)

ทำให้ผู้รับสารเข้าใจสารมากยิ่งขึ้น

c)

ทำให้การสื่อสารเป็นการสื่อสารทางเดียว

d)

ทำให้ได้ช่องทางการสื่อสารที่ดีขึ้น

e)

ทำให้สารมีความน่าสนใจมากขึ้น

5.
๕. ข้อใดไม่จัดเป็นการสื่อสาร
a)

การเข้าฟังการบรรยาย

b)

การตะโกนที่ริมหน้าผาคนเดียว

c)

การกวักมือเรียกคนข้างหลัง

d)

การอ่านหนังสือสอบ

e)

การดูนิทรรศการศิลปะ

6.
๖. ข้อใดเป็นอุปสรรคในการสื่อสารที่เกิดจากสาร
a)

การอ่านงานวิจัยที่ไม่มีการอ้างอิงเนื้อหา

b)

ข. การใช้ธงสัญญาณในสภาพอากาศหมอกลงจัด

c)

คนใบ้ต้องการสื่อสารกับคนที่ไม่เข้าใจภาษามือ

d)

การเผยแผ่ศาสนาพุทธในอินโดนีเซีย

e)

ครูต้องสอนนักเรียนโดยที่มีการจัดกิจกรรมในโรงเรียนอยู่

7.
๗. ข้อใดกล่าวผิด
a)

วรรณยุกต์ไทยมี ๔ รูป ๕ เสียง

b)

วรรณยุกต์เป็นสิ่งกำหนดระดับเสียงสูงต่ำ

c)

คำที่มีเสียงวรรณยุกต์ จะมีหรือไม่มีรูปวรรณยุกต์ก็ได้

d)

คำที่มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกันก็จะมีความหมายต่างกัน

e)

เสียงสามัญเป็นเสียงที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์กำหนด

8.
๘. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นมากที่สุด (ไม่นับเสียงซ้ำ)
a)

ใครใคร่ค้าม้าค้า

b)

ใครใคร่ค้าวัวค้าควายค้า

c)

ใครใคร่ค้าเงินค้า

d)

ใครใคร่ค้าทองคำค้า

e)

ใครใคร่ค้าไข่ไก่ค้า

9.
๙. ข้อใดมีคำที่ใช้รูปพยัญชนะต้นไม่ถูกต้อง
a)

นักมวยโดนศอกถองเข้าที่ท้อง

b)

เธอจะกินลาดหน้าหรือก๋วยเตี๋ยว

c)

เงินบริจากคราวก่อนยังไม่ได้เอามาใช้

d)

กฎหมายไม่มีความศักสิดธิ์

e)

เซียงกงเป็นที่ขายอะหลั่ยรถยนต์

10.
๑๐. ข้อใดทับศัพท์ถูกต้องทุกคำ
a)

โควตา แสกน เฟสบุ๊ก

b)

แบงค์ เครดิตการ์ด โบรชัว

c)

โน้ทบุ๊ค ไลค์ ออฟฟิซ

d)

เปอร์เซ็นท์ โปรโมชั่น คีบอด

e)

ดิลิเวอรี อีเมล อินเทอร์เน็ต

11.
๑๑. ข้อใดใช้คำถูกความหมาย
a)

เขาไต่สวนเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งเรียนไป

b)

เขาแสดงเจตคติเกี่ยวกับปัญหาสังคม

c)

ครูทุกคนย่อมมีอุดมการณ์ของความเป็นครู

d)

เลขาธิการของหัวหน้าคนนี้เก่งมาก ๆ

e)

ใครมีข้อครหาเกี่ยวกับการแสดงสามารถบอกมาได้เลย

12.
๑๒. ข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ
a)

บัลลังก์ มัคคุเทศก์ ปาติโมกข์

b)

อาสน์ เผ่าพันธุ์ ไม้จันทร์

c)

นิทรรศน์ คนธรรม์ อานิสงฆ์

d)

ไตรยางค์ วิเคราะห์ สายัณน์

e)

สัมพันธุ์ รังสรรค์ ดุริยางค์

13.
๑๓. ข้อใดไม่ใช่ชนิดของประโยคตามเจตนา
a)

ประโยคบอกให้ทราบ

b)

ประโยคเสนอแนะ

c)

ประโยคห้าม

d)

ประโยคขอร้อง

e)

ประโยครวม

14.
๑๔. ประโยคในข้อใดไม่ใช่ประโยคสามัญที่มีกริยาวลีเดียว
a)

ปลากินเหยื่อ

b)

พ่อกับแม่กำลังซื้อของที่ตลาด

c)

พี่นั่งรถไปทํางานที่ออฟฟิศ

d)

รถติดยาวมากในวันหยุด

e)

นักเรียนไปโรงเรียน

15.
๑๕. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของประโยครวม
a)

มีประโยค ๒ ประโยครวมเป็นประโยคเดียว

b)

ประโยคย่อยนั้นเป็นประโยคสามัญหรือประโยคซ้อนก็ได้

c)

ต้องมีคำเชื่อมสมภาค

d)

ต้องมีประโยคขยายและประโยคหลัก

e)

สามารถจำแนกตามโครงสร้างได้ ๔ ชนิด

16.
๑๖. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของพรรณนาโวหาร
a)

นำเสนอภาพเหตุการณ์อย่างละเอียด

b)

ใช้ในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ

c)

ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์

d)

มักใช้ในงานบันเทิงคดี

e)

ทำให้ผู้อ่านคล้อยตาม

17.
๑๗. โวหารแบบใดที่ใช้ในการสั่งสอน โน้มน้าวใจให้มีการปฏิบัติตาม
a)

บรรยายโวหาร

b)

พรรณนาโวหาร

c)

สาธกโวหาร

d)

เทศนาโวหาร

e)

อุปมาโวหาร

18.
๑๘. ภาษากึ่งทางการมักจะพบได้ในสื่อสิ่งพิมพ์ลักษณะใด
a)

บทความในหนังสือพิมพ์

b)

บทสนทนาในนวนิยาย

c)

บทสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี

d)

คำกล่าวรายงานก่อนเปิดงาน

e)

จดหมายถึงเพื่อนสนิท

19.
๑๙. ข้อใดคือความหมายของการฟังและการดู
a)

กระบวนการรับรู้สารอย่างหนึ่ง

b)

กระบวนการรับรู้สารอย่างหนึ่งจากภาพ

c)

การรับรู้สารต่าง ๆ จากเสียงผ่านโสตประสาท

d)

การรับรู้สื่อต่าง ๆ ผ่านเสียงและภาพ

e)

การรับรู้สารผ่านเสียง และนํามาเรียบเรียง ตีความ และทําความเข้าใจ

20.
๒๐. องค์ประกอบใดของการฟังและการดูที่ทําหน้าที่สื่อความหมาย
a)

ตำแหน่งที่ดี

b)

การตีความหมาย

c)

ภาพและเสียง

d)

ความพร้อม

e)

ผู้รับสาร

21.
๒๑. หลักการฟังในข้อใดที่ต้องมีการประเมินค่าว่าน่าเชื่อถือและนํามาปฏิบัติตามได้
a)

การจดบันทึก

b)

การจดจ่อต่อสิ่งที่ฟัง

c)

การจับประเด็นในการฟัง

d)

การสรุปเป็นภาษาของตนเอง

e)

การพิจารณาไตร่ตรองเรื่องที่ฟัง

22.
๒๒. การประเมินค่าจากการฟังและการดู สื่อใดที่ควรฟังและดูจากหลาย ๆ แหล่งเพื่อเปรียบเทียบกัน
a)

ข่าวสาร

b)

สารคดี

c)

โฆษณา

d)

ละคร

e)

ภาพยนตร์

23.
๒๓. ขั้นตอนแรกในการจับประเด็นสําคัญจากเรื่องที่ฟังและดูคืออะไร
a)

มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการฟังและการดู

b)

เชื่อมโยงเข้ากับความรู้และประสบการณ์ของตน

c)

แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น

d)

คำกล่าวรายงานก่อนเปิดงาน

e)

ทําความเข้าใจกับจุดมุุ่งหมายของการรับสาร

24.
๒๔. ข้อใดคือการประเมินค่าการฟังและการดูจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
a)

ข้อความใดแสดงความรู้สึก

b)

บอกได้ว่าเรื่องราวนั้นดีหรือไม่

c)

บอกได้ว่าข้อความใดเป็นข้อเท็จจริง

d)

บอกได้ว่าข้อความใดเป็นเหตุหรือเป็นผล

e)

บอกได้ว่าข้อความใดเป็นผลจากเหตุนั้น

25.
๒๕. “ผู้เรียนสามารถตอบคําถามในการสัมภาษณ์งานได้ทุกข้อ เนื่องจากผู้เรียนอ่านหนังสือมามาก” ข้อความนี้แสดงถึง ความสําคัญของการอ่านข้อใด
a)

การอ่านทําให้เกิดการรอบรู้และรู้รอบ

b)

การอ่านทำให้เพลิดเพลิน

c)

การอ่านทำให้สร้างสรรค์

d)

การอ่านทำให้จรรโลงใจ

e)

การอ่านทำให้เข้าใจสิ่งต่างๆ

26.
๒๖. การอ่านนิทานให้ลูกฟัง เป็นการอ่านแบบใด
a)

การอ่านวิเคราะห์

b)

การอ่านออกเสียง

c)

การอ่านประเมินค่า

d)

การอ่านในใจ

e)

การอ่านจับใจความ

27.
๒๗. ข้อใดไม่ใช่สาระสําคัญที่จะต้องนํามาพิจารณาในการอ่านประเมินค่าสารคดี
a)

การนำเสนอเรื่อง

b)

การใช้ภาษาในการเขียน

c)

ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น

d)

ชื่อผู้แต่ง

e)

ชื่อเรื่อง

28.
๒๘. “ไม่มีอาหารที่ดีที่สุดสําหรับทุกคน คนที่แพ้ถั่วบางชนิดหรือแพ้โปรตีนในนมวัว ก็ไม่ควรกินอาหารพวกนี้ เพราะถึงแม้มันจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่ถ้ากินแล้วมันทําร้ายร่างกาย เราก็ไม่ควรกิน ลองหันไปมองทางเลือกอื่น ๆ เช่น ถั่ว ที่เรากินได้โดยที่ไม่แพ้หรือแพ้ไม่มาก ลองหันไปดื่มนมควายหรือนมแพะ” ข้อความนี้มีใจความสําคัญอยู่ที่ส่วนใดของข้อความ
a)

ส่วนต้นของข้อความ

b)

ส่วนกลางของข้อความ

c)

ส่วนท้ายของข้อความ

d)

ไม่ปรากฏในข้อความ

e)

กระจัดกระจายอยู่ทั่วข้อความ

29.
๒๙. ขั้นตอนแรกในการอ่านวิเคราะห์และประเมินค่าบทความคืออะไร
a)

พิจารณาส่วนประกอบของบทความ

b)

พิจารณาสาระสังเขปของบทความ

c)

ตั้งคำถามเพื่อหาสาระสำคัญของบทความ

d)

พิจารณาเนื้อหาของบทความ

e)

พิจารณาแหล่งข้อมูลในการเขียนบทความ

30.
๓๐. ข้อใดคือความหมายของแก่นเรื่อง
a)
ก. การผูกเรื่องให้ดำเนินไปตามที่วางไว้
b)
ข. รายละเอียดของเนื้อเรื่อง
c)
ค. ลักษณะบรรยากาศที่ใช้ในการดำเนินเรื่อง
d)
ง. แนวคิดสําคัญของเรื่อง
e)
จ. ผู้ดำเนินเรื่อง