Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การเจริญเติบโตและการลำเลียงของพืช

Total questions: 30

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

เนื้อเยื่อเจริญชนิดใด เมื่อแบ่งเซลล์แล้ว มีผลทำให้ลำต้นพืชมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้น

a)

เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

  

b)

เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

c)

เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

d)

เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

2.

primary growth เกิดจากการแบ่งเซลล์ของเนื้อเยื่อบริเวณใด

A = เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

B = เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

C = เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

D = เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

a)

A และ B

b)

C และ D

c)

B C และ D      

d)

A B C และ D

3.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อและประเภทของเนื้อเยื่อได้ถูกต้อง

a)

 พาเรงคิมา -

เนื้อเยื่อถาวร

   

b)

ไซเล็ม -

เนื้อเยื่อเจริญ

c)

เอพิเดอร์มิส -

เนื้อเยื่อเจริญ

d)

วาสคิวลาร์แคมเบียม - เนื้อเยื่อถาวร

4.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติของเนื้อเยื่อคอลเลงคิมา

   

a)

พบในบริเวณลำต้น ก้านใบ และแผ่นใบ

b)

มักพบในบริเวณอวัยวะของพืชที่ไม่เจริญ

c)

มีผนังเซลล์ปฐมภูมิหนาบางไม่สม่ำเสมอกัน

d)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของพืช

5.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อกับหน้าที่ได้ถูกต้อง

   

a)

ไซเล็ม - ลำเลียงน้ำและอาหาร

b)

โฟลเอ็ม - ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร

c)

พาเรงคิมา - สังเคราะห์ด้วยแสงและสะสมอาหาร

d)

เอพิเดอร์มิส - พยุงและทำให้พืชแข็งแรง

6.

ข้อใดคือหน้าที่ของ root cap

 

a)

ทำหน้าที่ยึดเกาะ ช่วยพยุงลำต้นพืชให้ตั้งตรง

b)

ทำหน้าที่แบ่งเซลล์ ส่งผลให้รากพืชมีความยาวมากขึ้น

c)

ทำหน้าที่ชอนไช และป้องกันไม่ให้เซลล์บริเวณปลายรากถูกทำลาย

d)

ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง เนื่องจากภายใน root cap

มีคลอโรพลาสต์

7.

เพราะเหตุใดต้นมะม่วงและต้นหมากที่มีอายุเท่ากัน ปลูกอยู่บริเวณใกล้กัน ต้นมะม่วงจึงมีลำต้นใหญ่กว่าต้นหมาก

a)

ต้นมะม่วงมีแคมเบียม แต่ต้นหมากไม่มีแคมเบียม

b)

ต้นหมากมีแคมเบียม แต่ต้นมะม่วงไม่มีแคมเบียม

c)

จำนวนกลุ่มท่อลำเลียงของต้นมะม่วงมากกว่าต้นหมาก

d)

ต้นมะม่วงมีการเรียงตัวของกลุ่มท่อลำเลียงเป็นระเบียบมากกว่าต้นหมาก

8.

เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและธาตุอาหารที่อยู่ภายในลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่มีลักษณะอย่างไร

     

a)

เรียงตัวเป็นแฉก

b)

เรียงตัวกระจัดกระจาย

c)

เรียงตัวเป็นแนววงกลม

d)

เรียงตัวเป็นแนวสี่เหลี่ยม

9.

จากภาพคือส่วนใดของพืช

a)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

10.

โครงสร้างในข้อใดไม่พบภายในลำต้น

    

a)

stele 

b)

cortex

c)

epidermis   

d)

endodermis

11.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

a)

มีหูใบ

b)

มีก้านใบ

c)

มีเส้นใบแตกแขนงเป็นร่างแห

d)

มีเส้นใบเรียงขนานตลอดทั้งใบ

12.

ใบพืชชนิดหนึ่งมีคิวทิเคิลเคลือบชั้น epidermis หนามากแสดงว่าพืชชนิดนี้

สามารถเจริญได้ดีในสถานที่ใด

     

a)

ป่าสน

b)

ป่าดิบชื้น

c)

ทะเลทราย

d)

แม่น้ำลำคลอง

13.

บริเวณใดของปลายรากที่พบการแบ่งเซลล์แบบ mitosis

a)

zone of elongation

b)

zone of root hair

c)

zone of division

d)

zone of differentiation

14.

วงปีของต้นไม้จะมีสีเข้มและสีอ่อนแตกต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าอยู่ในสภาพพื้นที่แบบใด

a)

มีอุณหภูมิแตกต่างกันมากในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

b)

ได้รับธาตุอาหารแตกต่างกันมากในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

c)

ได้รับปริมาณน้ำแตกต่างกันมากในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

d)

ได้รับปริมาณแสงแดดแตกต่างกันมากในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

15.

เพราะเหตุใด เมื่อนักเรียนเดินเที่ยวในป่าหรือในสวนสาธารณะที่มีต้นไม้จำนวนมากจึงรู้สึกเย็นสบายกว่าเดินตามท้องถนนในเมือง

a)

สีเขียวของต้นไม้ทำให้สดชื่นสบายตา

b)

ต้นไม้ช่วยดูดน้ำเก็บไว้ที่ลำต้น

c)

ต้นไม้ช่วยดูดความร้อน

d)

ต้นไม้มีการคายน้ำ

16.

ข้อใดคือกระบวนการที่สำคัญที่สุดในการช่วยให้พืชสามารถลำเลียงน้ำไปยังส่วนต่างๆ

ของพืชที่อยู่สูง

a)

ปรากฏการณ์กัตเตชัน

b)

แรงดึงจากการคายน้ำ

c)

แรงดันราก

d)

แรงดันออสโมซิส

17.

การลำเลียงของพืชในข้อใดเกี่ยวข้องกับกระบวนการออสโมซิส

a)

การลำเลียงน้ำ

เข้าสู่ราก

b)

การลำเลียงธาตุอาหารเข้าสู่ราก

c)

การลำเลียงอาหารจากใบไปส่วนต่างๆ

d)

การลำเลียงธาตุอาหารจากลำต้น

ไปยังใบ

18.

การลำเลียงน้ำในรากแบบใดต้องอาศัย plasmodesmata เข้าสู่ xylem

a)

ซิมพลาสต์

b)

อซิมพลาสต์

c)

อโพพลาสต์

d)

ทรานส์เมมเบรน

19.

ความดันรากอาจทำให้น้ำเคลื่อนที่ไปตาม xylem จนออกมาทางโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่าอะไร

a)

guttation

b)

hydathode

c)

hydrolem

d)

root pressure

20.

การเปิด-ปิดของปากใบเกี่ยวข้องกับธาตุชนิดใด

a)

N

b)

P

c)

K

d)

C

21.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในพืชคือการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

การแพร่แบบ

ฟาซิลิเทต

c)

การออสโมซิส

d)

active transport

22.

ปัจจัยในข้อใดไม่มีผลต่อการคายน้ำของพืช

a)

ความชื้นสัมพัทธ์

b)

ลม

c)

อุณหภูมิ

d)

ความเข้มข้นของซูโครส

23.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงธาตุอาหารเข้าสู่รากพืช

a)

โปรตีนลำเลียง

b)

ฟาซิลิเทต

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

ออสโมซิส

24.

การลำเลียงอาหารจำเป็นต้องอาศัยเซลล์ชนิดใดในการลำเลียง

a)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

เวสเซลเมมเบอร์

b)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

เซลล์คอมพาเนียน

c)

เวสเซลเมมเบอร์

เซลล์คอมพาเนียน

d)

เทรคีต

ไฟเบอร์

25.

นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบว่าพืชมีการลำเลียงอาหารผ่านทางเนื้อเยื่อโฟลเอ็มคือใคร

a)

T.G. Mason

b)

E.J. Maskell

c)

marcello Malpighi

d)

Ernst Munch

26.

จับคู่คำศัพท์และความหมายให้ถูกต้อง

a)

เซลล์ผิว

guard cell

b)

เซลล์คุม

epidermis cell

c)

เซลล์เจริญ

meristermatic cell

d)

เซลล์ขนราก

root cap cell

27.

จับคู่คำศัพท์และความหมายให้ถูกต้อง

a)

vascular tissue

เนื้อเยื่อผิว

b)

dermal tissue

เนื้อเยื้อพื้น

c)

ground tissue

เนื้อเยื่อท่อลำเลียง

d)

permanent tissue

เนื้อเยื่อถาวร

28.

จับคู่คำศัพท์และความหมายให้ถูกต้อง

a)

การคายน้ำ

water potential

b)

แรงดึงจากการคายน้ำ

transpiration pull

c)

ความดันราก

capillary action

d)

การซึมตามรูเล็ก

transpiration

29.

ข้อใดจับคู่คำศัพท์และความหมายไม่ถูกต้อง

a)

ปากใบ

stoma

b)

รูปากใบ

stomatal pore

c)

xylem

ท่อลำเลียงน้ำ

d)

phloem

ท่อลำเลียงธาตุอาหาร

30.

ข้อใดจับคู่คำศัพท์และความหมายไม่ถูกต้อง

a)

ธาตุอาหารหลัก

macronutrient

b)

ธาตุอาหารรอง

micronutrient

c)

รากปฐมภูมิ

primary root

d)

รากแขนง

tap root