Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ เสริม ม.6

Total questions: 61

Worksheet time: 36mins

Name
Class
Date
1.

สมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของหินที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟคล้ายกับหินชนิดใด

a)

หินแปลกปลอม

b)

หินบนเปลือกโลก

c)

หินแกรนิต

d)

หินหลอมเหลว

2.

คลื่นไหวสะเทือนแบ่งเป็นกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง

a)

2 คลื่นปฐมภูมิ คลื่นทุติยภูมิ

b)

3 คลื่นปฐมภูมิ คลื่นทุติยภูมิ คลื่นในตัวกลาง

c)

1 คลื่นพื้นผิว

d)

2 คลื่นในตัวกลาง คลื่นพื้นผิว

3.

"เป็นคลื่นตามยาว สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะ" ข้อความนี้ เป็นสมบัติของคลื่นชนิดใด

a)

คลื่นปฐมภูมิ

b)

คลื่นในตัวกลาง

c)

คลื่นพื้นผิว

d)

คลื่นทุติยภูมิ

4.

ข้อใดไม่ได้อยู่ในโครงสร้างโลก

a)

ปลอกโลก

b)

เปลือกโลก

c)

เนื้อโลก

d)

แก่นโลก

5.

เปลือกโลกทวีปประกอบด้วยหินอะไรเป็นส่วนใหญ่

a)

หินแกรนิต

b)

หินลุงพล

c)

หินแกงนิต

d)

หินบะซอลต์

6.

ซิลิกอน แมกนีเซียมและเหล็ก เป็นองค์ประกอบของอะไร

a)

พื้นโลก

b)

ผิวโลก

c)

แก่นโลก

d)

เนื้อโลก

7.

ข้อใดเรียงลำดับถูกต้อง

a)

เปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลก

b)

เปลือกโลก เเก่นโลก เนื้อโลก

c)

เนื้อโลก เปลือกโลก แก่นโลก

d)

แก่นโลก เนื้อโลก เปลือกโลก

8.

โครงสร้างของโลกที่อยู่ชั้นภายนอกสุดของโลกมีสถานะเป็นของแข็งที่มีสภาพแข็งเกร็ง​ คือโครงสร้าง​ชั้นใดของโลก

a)

มัชฌิมภาค

b)

ฐานธรณีภาค

c)

ธรณีภาค

d)

ภาคเหนือ

9.

เปลือกโลกแบ่งออกได้เป็น 2 บริเวณ คือ

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นดิน เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

c)

เปลือกโลกชั้นนอก เปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป เปลือกโลกใต้มหาสมุทร

10.

แก่นโลกประกอบด้วยธาตุใดมากที่สุด

a)

ธาตุเหล็กและนิกเกิล

b)

ธาตุเหล็กและซิลิคอน

c)

ธาตุซิลิคอนและอลูมิเนียม

d)

ธาตุซิลิคอนและแมกนีเซียม

11.

อัลเฟรด เวเกเนอร์ได้ตั้งชื่อแผ่นดินทั้งหมดบนโลก ผืนแผ่นดินเดียวกันว่าอะไร

a)

พันเจีย

b)

ทวีป

c)

วงแหวนแห่งไฟ

d)

แผ่นดินมีพลัง

12.

รอยต่อของขอบแผ่นเปลือกโลกสามารถอธิบายได้จากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในข้อใด

a)

การลอยตัว การทรงตัว และการจมลง

b)

การมุดตัว การยกตัว และการแทรกตัว

c)

การชนกัน การมุดตัว และการทรงตัว

d)

การชนกัน แยกจากกัน และผ่านกัน

13.

จากการค้นพบซากบรรพชีวินเฟิร์นกลอสโซพเทริส สัตว์เลื้อยคลานมีโซซอรัสกระจายอยู่ในทวีปต่าง ๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานขึ้น ข้อใดที่มีสมมติฐานสอดคล้องกับหลักฐานที่พบ

a)

แผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา

b)

สัตว์และพืชมีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษใกล้เคียง

กัน

c)

แผ่นเปลือกโลกต่าง ๆ ในปัจจุบันและอดีตเป็น

แผ่นเดียวกัน

d)

การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกมีความสัมพันธ์กับ

วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

14.

บริเวณหุบเขาทรุดตัวตามแนวสันเขากลางมหาสมุทรมีการเคลื่อนตัวของขอบแผ่นธรณีภาคในลักษณะใดที่สำคัญ

a)

เคลื่อนที่เฉือนกัน

b)

เคลื่อนที่แยกออกจากกัน

c)

เคลื่อนที่เข้าหากัน

d)

เคลื่อนที่มุดตัวลงไปใต้อีกแผ่น

15.

การที่เปลือกโลกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบในรูปแบบของคลื่นเราเรียกว่าอะไร

a)

แผ่นดินไหว

b)

ภูเขาไฟ

c)

การกร่อน

d)

การกระจาย

16.

ผืนแผ่นดินแผ่นเดียวกันบนโลกต่อมาแยกเป็นทวีปใหญ่ 2 ทวีป คือข้อใด

a)

ยุโรปและอเมริกา

b)

เอเซียและยุโรป

c)

ลอเรเซียและกอนด์วานา

d)

ออสเตรเลียและอัฟริกา

17.

พืชและสัตว์เลื้อยคลานสามารถเป็นหลักฐานทางธรณีวิทยา ที่นำมาพิสูจน์การแยกตัวของทวีปได้เพราะเหตุใด

a)

เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นพร้อมกับมนุษย์

b)

เป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะคล้ายกันในแต่ละทวีป

c)

มีอยู่เป็นจำนวนมากและหาได้ง่ายในการใช้สังเกต

d)

มีลักษณะใหญ่พอที่จะสามารถนำมาวัดน้ำหนัก และวัดขนาดที่แท้จริงในปัจจุบันได้

18.

จุดเริ่มต้นของการขยายตัวเอกภพคืออะไร

a)

ควาร์ก

b)

นิวทริโน

c)

บิกแบง

d)

บิงแบง

19.

เอกภพคืออะไร

a)

บริเวณที่กว้างใหญ่ เป็นที่อยู่ของดาวฤกษ์เท่านั้น

b)

บริเวณที่กว้างใหญ่ มีขอบเขตกำหนดไว้

c)

ระบบที่ใหญ่ที่สุดและมีขอบเขต

d)

บริเวณที่กว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยกาแล็กซีนับแสนล้านกาแล็กซี

20.

ข้อใดไม่ใช่สสารที่กำเนิดขึ้นในเอกภพ

a)

โฟตอน

b)

ควาร์ก

c)

โพซิตรอน

d)

นิวทริโน

21.

โปรตอนและนิวตรอนเกิดจากข้อใด

a)

การรวมตัวกันของอิเล็กตรอน

b)

การรวมตัวกันของโฟตอน

c)

การรวมตัวกันของควาร์ก

d)

การรวมตัวกันของนิวทริโน

22.

ธาตุตั้งต้นที่ก่อกำเนิดขึ้นในเอกภพคือข้อใด

a)

H

b)

He

c)

H,He

d)

H,O

23.

ข้อใดคือแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ทุกๆดวง

a)

เอกภพ

b)

กาแล็กซี

c)

เอนโดรเมดา

d)

เนบิวลา

24.

ข้อใดไม่ใช่กาแล็กซีเพื่อนบ้าน

a)

กาแล็กซีทางช้างเผือก

b)

กาแล็กซีเอนโดรเมดา

c)

กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก

d)

กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่

25.

ทฤษฎีใดที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน เรื่องการกำเนิดของเอกภพ

a)

การระเบิดซุปเปอร์โนวา

b)

บิกแบง

c)

ทฤษฎีการออสซิลของเอกภพ

d)

ทฤษฎีสภาวะคงที่

26.

ข้อใดคือหน่วยที่เล็กที่สุด

a)

ระบบสุริยะ

b)

ดาราจักร

c)

กาแล็กซี

d)

เอกภพ

27.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโปตรอน

a)

นิวเคลียสของฮีเลียม

b)

นิวเคลียสของไฮโดรเจน

c)

นิวเคลียสของไนโตรเจน

d)

นิวเคลียสของคาร์บอน

28.

ข้อใดคือเนบิวลา

a)
b)
c)
d)
29.

ข้อใดเรียงลำดับระบบทางดาราศาสตร์จาก ใหญ่ไปเล็ก

a)

ดาวฤกษ์> กาแล็คซี > เอกภพ

b)

เอกภพ >กาแล็คซี > ดาวฤกษ์

c)

กาแล็คซี> เอกภพ > ดาวฤกษ์

30.

จากรูป คือกาแล็คซีอะไร

a)

กาแล็กซี่แอนโดรเมดา

b)

กาแล็คซีแมคเจลแลนใหญ่

c)

กาแล็คซีแมคเจลแลนใหญ่

d)

กาแล็คซีทางช้างเผือก

31.

การระเบิดครั้งใหญ่บิกแบง ก่อให้เกิดสิ่งใด

a)

ระบบสุริยะ

b)

กาแล็กซี่ทางช้างเผือก

c)

ดาวฤกษ์

d)

เอกภพ

32.

ข้อใดเป็นอนุภาคมูลฐานที่เกิดขึ้นหลังบิกแบงทั้งหมด

a)

โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน

b)

โฟตอน นิวทริโน และอิเล็กตรอน

c)

แอนติควาร์ก แอนตินิวทริโน และโพซิตรอน

d)

โฟตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอน

33.

ข้อใดสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงของการกำเนิดของเอกภพ

a)

การหดตัวของเอกภพ

b)

การหมุนรอบตัวเองของกาแล็กซี

c)

การขยายตัวของกาแล็กซี

d)

อุณหภูมิ 2.73K ของคลื่นไมโครเวฟพื้นหลัง

34.

แรงในข้อใดที่ทำให้กลุ่มของดาวฤกษ์อยู่รวมกันจนเป็นกาแล็กซีได้

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

แรงนิวเคลียร์

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงสู่ศูนย์กลาง

35.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงบิกแบงได้ไม่ถูกต้อง

a)

บิกแบงเป็นทฤษฎีที่อธิบายการเกิดของเอกภพ

b)

บิกแบงเป็นการระเบิดที่พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร

c)

อุณหภูมิขณะเกิดบิกแบงสูงมาก ส่วนอุณหภูมิปัจจุบันต่ำมาก

d)

ภายหลังเกิดบิกแบงเอกภพมีการขยายตัวอย่างช้าๆ

36.

สิ่งที่ทำให้รูปร่างกาแล็กซีมีรูปแบบแตกต่างกันในลักษณะแบบกังหัน แบบบาร์ และแบบวงรี คืออะไร

a)

อายุกาแล็กซี

b)

ขนาดกาแล็กซี

c)

มวลรวมของกาแล็กซี

d)

ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของกาแล็กซี

37.

ไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศคือหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

38.

ดวงอาทิตย์อยู่ในสเปกตรัมใด มีสีใด

a)

G สีส้ม

b)

G สีเหลือง

c)

F สีเหลือง

d)

F สีขาวแกมเหลือง

39.

ข้อใดไม่ใช่จุดจบของดาวฤกษ์

a)

ดาวแคระขาว

b)

ดาวแคระแดง

c)

ดาวนิวทรอน

d)

หลุมดำ

40.

จุดจบของดวงอาทิตย์คือข้อใด

a)

ดาวแคระน้ำตาล

b)

ดาวแคระขาว

c)

ดาวนิวตรอน

d)

หลุมดำ

41.

ดาวดวงใดมีความส่องสว่างมากที่สุด

a)

ดาวซีรีอัส มีค่าโชติมาตรปรากฏ -12

b)

ดาวไรเจล มีค่าโชติมาตรปรากฏ -4

c)

ดาวบีเทลจุส มีค่าโชติมาตรปรากฏ 6

d)

ดาวปาริชาต มีค่าโชติมาตรปรากฏ 9

42.

ดาวฤกษ์สีใดมีอุณหภูมิพื้นผิวสูงที่สุด

a)

ขาว

b)

ส้ม

c)

เหลือง

d)

น้ำเงิน

43.

แสงสว่างจากดาวฤกษ์ ข้อใดกล่าวถึงอุณหภูมิ อายุ และสีของดาวฤกษ์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ดาวฤกษ์สีฟ้ามีอุณหภูมิต่ำกว่าดาวฤกษ์สีส้ม

b)

ดาวฤกษ์สีขาวมีอุณหภูมิสูงกว่าดาวฤกษ์สีแดง

c)

ดาวฤกษ์สีน้ำเงินมีอายุมากกว่าดาวฤกษ์สีเหลือง

d)

ดาวฤกษ์สีเหลืองมีอายุน้อยกว่าดาวฤกษ์สีเหลืองขาว

44.

ดาวฤกษ์ที่มีชนิดของสเปคตรัมในข้อใดต่อไปนี้ ที่มีอุณหภูมิที่พื้นผิวน้อยกว่าดวงอาทิตย์

a)

สเปคตรัมชนิด O

b)

สเปคตรัมชนิด A

c)

สเปคตรัมชนิด F

d)

สเปคตรัมชนิด K

45.

11. ดาวฤกษ์ได้พลังงานจากปฏิกิริยาหรือปรากฏการณ์ใด

a)

การรวมตัวของนิวเคลียส H เป็น He

b)

การแตกตัวของนิวเคลียสใหญ่

c)

การเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง

d)

การระเบิดอย่างต่อเนื่อง

46.

นักวิทยาศาสตร์แบ่งดาวฤกษ์เป็น 7 ชนิด โดยเรียงตามลำดับอักษรในข้อใดจากอุณหภูมิสูงไปอุณหภูมิต่ำ

a)

O, A, B, F, G, K, M

b)

A, B, F, G, K, M, O

c)

O, B , A, F, G, K, M

d)

M, K, G, F, A, B, O

47.

ช่วงสุดท้ายวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์คือข้อใด

a)

ดาวนิวตรอน

b)

ดาวแคระขาว

c)

หลุมดำ

d)

ซูเปอร์โนวา

48.

โชติมาตรมีความสัมพันธ์กับความส่องสว่างของดาวฤกษ์อย่างไร

a)

ค่าโชติมาตรไม่มีความสัมพันธ์กับความส่องสว่าง

b)

ค่าโชติมาตรมาก ดาวฤกษ์จะมีความส่องสว่างมาก

c)

ค่าโชติมาตรน้อย ดาวฤกษ์จะมีความส่องสว่างมาก

d)

ค่าโชติมาตรน้อย ดาวฤกษ์จะมีความส่องสว่างน้อย

49.

สิ่งที่เหมือนกันของดาวฤกษ์แต่ละดวง คือ

a)

มีแสงสว่างในตัวเอง และมีวิวัฒนาการ

b)

มีองค์ประกอบทางเคมี และความส่องสว่าง

c)

การเกิด และการจบชีวิต

d)

มีการสร้างธาตุและระบบดาวฤกษ์

50.

ข้อใดผิดเกี่ยวกับแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบเซลล์เดียว

a)

โลกมีพื้นผิวเหมือนกันทั้งหมด

b)

รังสีดวงอาทิตย์ตกกระทบบริเวณเส้นศูนย์สูตร

c)

โลกไม่หมุนรอบตัวเอง

d)

โลกหมุนรอบตัวเอง

51.

แบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบทั่วไปแบบแฮดลีย์เซลล์ อยู่บริเวณใด

a)

เส้นศูนย์สูตร - 30°

b)

เส้นศูนย์สูตร - 60°

c)

60ํ° - 30°

d)

30° - 60ํ°

52.

บริเวณใดที่ฝนตกชุกกว่ากัน

a)

60°

b)

30°

c)

ขั้วโลก

53.

อากาศที่ได้รับอิทธิพลจากแรงคอริออลิส ทำให้อากาศเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นศูนย์สูตรเป็น แนวโค้งจากทางทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกเกิดเป็นลมตะวันออก เรียกว่าอะไร

a)

ลมหุบเขา

b)

ลมตะวันตก

c)

ลมกรด

d)

ลมค้า

54.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการหมุนเวียนอากาศในแต่ละเขตละติจูด

a)

การหมุนเวียนอากาศแถบเขตร้อนหรือเฟอร์เรลเซลล์  

b)

การหมุนเวียนอากาศแถบขั้วโลกหรือโพลาร์เซลล์

c)

การหมุนเวียนอากาศแถบเขตร้อนหรือแฮดลีย์เซลล์

d)

การหมุนเวียนอากาศแถบละติจูดกลางหรือ เฟอร์เรลเซลล์

55.

อากาศจากขั้วโลกเหนือเคลื่อนที่เบนลงมาบริเวณละติจูด 60 องศาเหนือ จัดเป็นลมชนิดใด

a)

ลมเหนือ

b)

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ

c)

ลมตะวันออกเฉียงใต้

d)

ลมตะวันออก 

56.

อากาศจากทะเลจะเคลื่อนที่เข้าไปแทนที่อากาศในชายฝั่งที่ลอยตัวสูงขึ้น

ในเวลากลางวัน ทำให้เกิด...

a)

ลมตะเภา

b)

ลมบก

c)

ลมทะเล

d)

ลมเรือ

57.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับแรงคอริออริส

a)

แรงคอริออริสค่าเพิ่มขึ้นเมื่ออัตราเร็วของวัตถุน้อยลง

b)

แรงคอริออริสค่าเพิ่มขึ้นตามละติจูดที่สูงขึ้น

c)

บริเวณศูนย์สูตรแรงคอริออลิสมีค่าเท่ากับศูนย์

d)

อากาศที่เคลื่อนที่จากบริเวณละติจูด 60 องศา จะมีทิศทางเบนไปจากเส้นทางเดิมมากกว่าที่่ละติจูด 30 องศา

58.

พื้นผิวโลกบริเวณที่มีเมฆและละอองลอยมากในตอนกลางวัน ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ใด

a)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีความเข้มรังสีดวงอาทิตย์มากขึ้นกว่าปกติ

b)

ในตอนกลางคืน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

c)

ในตอนกลางวัน พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

d)

พื้นผิวโลกบริเวณนั้นจะมีรังสีดวงอาทิตย์ผ่านมาได้มากขึ้นกว่าปกติ

59.

ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ในการการศึกษาโครงสร้างโลก

a)

องค์ประกอบทางเคมีของอุกกาบาต

b)

องค์ประกอบของหินจากดวงจันทร์

c)

องค์ประกอบทางเคมีของหินและแร่

d)

วัดอุณหภูมิภายในโลกจากการขุดเจาะหลุม

60.

ข้อใดไม่ได้เกิดจากการที่แผ่นธรณีสมุทรเคลื่อนที่เข้าหากัน

a)

เขตมุดตัว

b)

หมู่เกาะภูเขาไฟรูปโค้ง

c)

ร่องลึกก้นมหาสมุทร

d)

แนวเทือกเขาสูง

61.

ตัวกลางชนิดใดที่คลื่นทุติยภูมิเคลื่อนที่ผ่านไม่ได้

a)

ดิน

b)

หิน

c)

น้ำ

d)

แก๊สออกเจน