wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เอกภพ ม.6

Total questions: 50

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

ปัจจุบันเอกภพมีอุณหภูมิเท่าใด

a)

1.57 เคลวิน

b)

2.15 เคลวิน

c)

2.73 เคลวิน

d)

3.75 เคลวิน

2.

ธาตุตั้งต้นที่ก่อกำเนิดขึ้นในเอกภพคือข้อใด

a)

H

b)

He

c)

H,He

d)

H,O

3.

"กฎฮับเบิล" คือข้อใด

a)

การเคลื่อนที่ของกาแล็กซี

b)

อุณหภูมิของเอกภพ ณ ปัจจุบัน

c)

พลังงานที่เกิดขึ้นภายในเอกภพ

d)

พลังงานของการแผ่รังสีของวัตถุดำ

4.

ทฤษฎีใดที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน เรื่องการกำเนิดของเอกภพ

a)

การระเบิดซุปเปอร์โนวา

b)

บิกแบง

c)

ทฤษฎีการออสซิลของเอกภพ

d)

ทฤษฎีสภาวะคงที่

5.

เอกภพส่วนใหญ่ประกอบด้วยแก๊สใด

a)

ไฮโดรเจนและฮีเลียม

b)

ไฮโดรเจนและออกซิเจน

c)

ออกซิเจนและฮีเลียม

d)

ไนโตรเจนและลิเทียม

6.

ข้อใดหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

การหดตัวของเอกภพ

b)

การค้นพบคลื่นไมโครเวฟพื้นหลังอวกาศ

c)

การระเบิดของดาวฤกษ์

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

7.

กาแลกซีที่นักเรียนเห็นเป็นกาแลกซีแบบใด

a)

ทรงรี

b)

กังหัน

c)

ลูกสะบ้า

d)

ไร้รูปร่าง

8.

กาแลกซีทางช้างเผือกเป็นกาแลกซีแบบใด

a)

ทรงรี

b)

กังหันแบบธรรมดา

c)

กังกันแบบมีคาน

d)

ลูกสะบ้า

9.

ใครเป็นคนค้นพบทฤษฎีบิ๊กแบง

a)

เลอเมท

b)

เฟรดออย

c)

ฮับเบิล

d)

อาร์โนเพนเซียส

10.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงบิกแบงได้ไม่ถูกต้อง

a)

บิกแบงเป็นทฤษฎีที่อธิบายการเกิดของเอกภพ

b)

บิกแบงเป็นการระเบิดที่พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร

c)

อุณหภูมิขณะเกิดบิกแบงสูงมาก ส่วนอุณหภูมิปัจจุบันต่ำมาก

d)

ภายหลังเกิดบิกแบงเอกภพมีการขยายตัวอย่างช้าๆ

11.

5. เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในข้อใดที่ทำให้พบว่าเอกภพมีการขยายตัว

a)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปคตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างจากโลก

b)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

c)

การสร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

d)

การสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์โดยใช้การวัดสเปคตรัม

12.

. สิ่งที่ทำให้รูปร่างกาแล็กซีมีรูปแบบแตกต่างกันในลักษณะแบบกังหัน แบบบาร์ และแบบวงรี คืออะไร

a)

อายุกาแล็กซี

b)

ขนาดกาแล็กซี

c)

มวลรวมของกาแล็กซี

d)

ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของกาแล็กซี

13.

แรงในข้อใดที่ทำให้กลุ่มของดาวฤกษ์อยู่รวมกันจนเป็นกาแล็กซีได้

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

แรงนิวเคลียร์

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงสู่ศูนย์กลาง

14.

ขณะเกิดบิกแบงมีเนื้อสารเกิดขึ้นในรูปของอนุภาคพื้นฐาน อนุภาคพื้นฐาน ได้แก่ ข้อใด

a)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน

b)

ควอซาร์ อิเล็กตรอน นิวทริโน และโปรตอน

c)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวตรอน และโปรตอน

d)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวเคลียส และโปรตอน

15.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เอกภพแผ่ออกมาตั้งแต่ในอดีตจะมีความถี่ลดลงเรื่อยๆ โดยในปัจจุบันความถี่อยุาในช่วงของคลื่นชนิดใด

a)

คลื่นโทรทัศน์

b)

คลื่นไมโครเวฟ

c)

รังสีอินฟราเรด

d)

รังสีอัตราไวโอเลต

16.

ปัจจุบันอุณหภูมิของเอกภพและขนาดของเอกภพเป็นอย่างไร

a)

อุณหภูมิลดลง ขนาดเพิ่มขึ้น

b)

อุณหภูมิลดลง ขนาดลดลง

c)

อุณหภูมิเพิ่มขึ้น ขนาดเพิ่มขึ้น

d)

อุณหภูมิเพิ่มขึ้น ขนาดลดลง

17.

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ใดที่เอ็ดวิน ฮับเบิลสังเกตได้ และเป็นหลักฐานแสดงว่าเอกภพ

กำลังขยายตัว

a)

การเกิดซูเปอร์โนวา

b)

จำนวนเนบิวลาภายในเอกภพ

c)

ปริมาณสสารมืดภายในเอกภพ

d)

รังสีไมโครเวฟพื้นหลัง

e)

การเลื่อนทางแดงของกาแล็กซี

18.

นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลใดจากกาแล็กซีเป็นหลักฐานสนับสนุน

การขยายตัวของเอกภพ

a)

อายุของกาแล็กซี

b)

รูปร่างของกาแล็กซี

c)

อุณหภูมิของกาแล็กซี

d)

การแผ่รังสีของกาแล็กซี

e)

ระยะห่างของกาแล็กซีกับโลก

19.

จากข้อมูลกฎฮับเบิล อัตราเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซีแปรผันตามข้อมูลใด

a)

ระยะห่างระหว่างผู้สังเกตกับกาแล็กซี

b)

ระยะห่างระหว่างดาวฤกษ์กับกาแล็กซี

c)

แรงโน้มถ่วงระหว่างกาแล็กซีกับกาแล็กซี

d)

อุณหภูมิของเอกภพ

e)

จำนวนของกาแล็กซี

20.

กาแลกซีรูปทรงใดต่อไปนี้เป็นแบบกาแล็กซีเลนส์

a)
b)
c)
d)
21.

ภาพที่กำนดให้เป็นกาแล็กซีประเภทใด

a)

S

b)

Sb

c)

Irr

d)

O

22.

ภาพใดคือกาแล็กซีรูปทรง กังหันมีคาน

a)

b)

c)

d)

23.

บริเวณที่อยู่รอบนอกสุดของกาแล็กซีทางช้างเผือก เรียกว่าอะไร

a)

ดุมกาแล็กซี

b)

นิวเคลียส

c)

ฮาโล

d)

จาน

24.

แถบฝ้าสีขาวของทางช้างเผือกที่คนบนโลกสังเกตเห็นคือสิ่งใด

a)

ฮาโล

b)

ดาวฤกษ์

c)

เนบิวลา

d)

ดาวเคราะห์

25.

ตามทฤษฎีบิกแบง ปริมาณของอนุภาคและปฏิอนุภาคควรมีความสัมพันธ์กันอย่างไร หลังเกิดบิกแบงจึงมีสสารเกิดขึ้นได้

a)

ปริมาณอนุภาค เท่ากับ ปฏิอนุภาค

b)

ปริมาณอนุภาค น้อยกว่า ปฏิอนุภาค

c)

ปริมาณอนุภาค มากกว่า ปฏิอนุภาค

d)

ยังสรุปไม่ได้

26.

ใครเป็นผู้ศึกษา ปรากฏการณ์การเลื่อนทางแดง หรือ เรดชิฟท์ (Red Shift)

a)

เอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble)

b)

โรเบิร์ต วิลสัน (Robert Wilson)

c)

อาร์โน เพนเซียส (Arno Penzius)

d)

เอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble) และ โรเบิร์ต วิลสัน (Robert Wilson)

27.

สิ่งใดเป็นองค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุดในเอกภพ

a)

โฟตอน

b)

หลุมดำ

c)

พลังงานมืด

d)

สสารมืด

28.

องค์ประกอบใดในเอกภพที่ไม่มีผลต่อความหนาแน่นสัมพัทธ์ของเอกภพ

a)

โฟตอน

b)

หลุมดำ

c)

กาแล็กซี

d)

สสารมืด

29.

การศึกษาแรงใดภายในเอกภพ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสสารมืด

a)

แรงโน้มถ่วง

b)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

c)

แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม

d)

แรงตึงเชือก

30.

บริเวณใดของกาแล็กซีที่เรามองเห็นเป็นเกลียวคล้ายกังหัน

a)

ดุมกาแล็กซี

b)

จาน

c)

นิวเคลียส

d)

ฮาโล

31.

นักวิทยาศาสตร์ใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของกาแล็กซี

a)

มวล

b)

รูปร่าง

c)

ความหนาแน่น

d)

องค์ประกอบของสสาร

32.

ทางช้างเผือกเป็นดาราจักร (Galaxy) ที่มีรูปร่างแบบใด

a)

วงรี

b)

ก้นหอยหรือกังหัน

c)

ก้นหอยหรือกังหันแบบมีแกน

d)

รูปร่างไม่แน่นอน

33.

ดาวฤกษ์ในการแล็กซีทางช้างเผือกมีมากที่สุดในบริเวณใด

a)

นิวเคลียส

b)

จาน

c)

ดุมกาแล็กซี

d)

ฮาโล

34.

กาแล็กซีประกอบด้วยโครงสร้างอะไรบ้าง

a)

ฝุ่นผง ดาวฤกษ์ และแก๊สร้อน

b)

นิวเคลียส จาน และฮาโล

c)

นิวเคลียส หาง และกลุ่มแก๊ส

d)

หลุมดำ โคโรนา และสสารมืด

35.

มีดุมโป่งนูนบริเวณศูนย์กลาง มีแขนเป็นกังหันทอดออกไปด้านนอก หมายถึงกาแล็กซีรูปแบบใด

a)

กาแล็กซีไร้รูปแบบ

b)

กาแล็กซีรี

c)

กาแล็กซีก้นหอย

d)

กาแล็กซีลูกสะบ้า

36.

การที่ศูนย์กลางของกาแล็กซีมีหลุมดำมีผลอย่างไร

a)

ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดดาวฤกษ์และสสารต่าง ๆ ให้มาอยู่รวมกัน

b)

ทำให้ดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์เป็นวงรี

c)

ทำให้เกิดดาวเคราะห์ สสารมืด และพลังงานต่าง ๆ

d)

ทำให้เกิดแรงสู่ศูนย์กลางกาแล็กซีแล้ววัตถุท้องฟ้าทั้งหมดจะเข้าสู่ศูนย์กลาง

37.

ถ้านักเรียนต้องการศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ควรจะศึกษาจากกาแล็กซีใด

a)

กาแล็กซีไร้รูปร่าง

b)

กาแล็กซีกลมรีรูปไข่

c)

กาแล็กซีรูปกังหันมีแกน

d)

กาแล็กซีรูปกังหันธรรมดา

38.

ในช่องว่างคือส่วนใดของกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

ดุมกาแล็กซี

b)

จาน

c)

ฮาโล

d)

ระบบสุริยะ

39.

ในช่องว่างคือส่วนใดของกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

ดุมกาแล็กซี

b)

จาน

c)

ฮาโล

d)

นิวเคลียส

40.

เมื่อเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าโปร่ง

เห็นทางช้างเผือก บริเวณที่เป็นแถบฟ้าชัดเจน คือส่วนใดของกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

นิวเคลียส

b)

จาน

c)

ฮาโล

d)

กลดดาราจักร

41.

เมื่อเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าโปร่ง

เห็นทางช้างเผือก บริเวณที่เป็นแถบฟ้าจาง คือส่วนใดของกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

นิวเคลียส

b)

จาน

c)

ฮาโล

d)

กลดดาราจักร

42.

SO เป็นสัญลักษณ์แทนกาแล็กซีแบบใด

a)

กาแล็กซีเลนส์แบบมีคาน

b)

กาแล็กซีไม่มีรูปแบบ

c)

กาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคาน

d)

กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน

43.

จากรูปคือกาแล็กซีชนิดใด

a)

กาแล็กซีรี

b)

กาแล็กซีกกังหัน

c)

กาแล็กซีไร้รูปร่าง

d)

กาแล็กซีทางช้างเผือก

44.

จากรูปคือกาแล็กซีชนิดใด

a)

กาแล็กซีไร้รูปร่าง

b)

กาแล็กซีรี

c)

กาแล็กซีกังหัน

d)

กาแล็กซีทางช้างเผือก

45.

จากรูปคือกาแล็กซีชนิดใด

a)

กาแล็กซีรูปรี

b)

กาแล็กซีเลนส์

c)

กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน

d)

กาแล็กซีกังหัน

46.

จากรูปคือกาแล็กซีชนิดใด

a)

กาแล็กซีเลนส์

b)

กาแล็กซีรี

c)

กาแล็กซีไร้รูปร่าง

d)

กาแล็กซีกังหัน

47.

ส่วนใดของกาแล็กซีที่ถือกำเนิดขึ้นเป็นอันดับแรก

a)

ใจกลาง/นิวเคลียส

b)

รอบนอก

c)

กังหัน

d)

ถือกำเนิดพร้อมกันหมด

48.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกาแล็กซี

a)

กาเล็กซีรี มีอัตราการเกิดดาวฤกษ์ต่ำ

b)

กาเล็กซีกังหัน คือ S จะมีจานทรงกลมรอบกาแล็กซี เรียกว่า ฮาโล

c)

กาแล็กซีเลนส์จะก้ำกึ่งระหว่างการแล็กซีรีกับกังหัน

d)

ถูกทุกข้อ

49.

เมื่ออนุภาครวมกับปฏิอนุภาคกลายเป็น

พลังงานในรูปของสิ่งใด

a)

อิเล็กตรอน

b)

นิวทริโน

c)

นิวตรอน

d)

โฟตอน

50.

การขยายตัวของเอกภพขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

จำนวนหลุมดำในเอกภพ

b)

จำนวนกาแล็กซีในเอกภพ

c)

อายุของกาแล็กซีและดวงดาว

d)

แก๊สที่อยู่ระหว่างกาแล็กซีต่าง ๆ

e)

ความหนาแน่นของสสารที่อยู่ในเอกภพ