Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค 1/2566 ภาษาไทย(พื้นฐาน) ท 23101 ม. 3

Total questions: 30

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

1.  คำประพันธ์ในข้อใดใช้รสวรรณคดีแบบเสาวรจนี

a)

ก.พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง                      

b)

ข.รูปก็กากปากไม่เปราะดูเหมาะเหม็ง

c)

ค.ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม                         

d)

ง.นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตง

2.
  1. 2.คำประพันธ์ในข้อใดใช้รสวรรณคดีแบบสัลลาปังคพิสัย

a)

ก.“นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง โตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล”

b)

ข.“ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง”

c)

ค.“พระฟังคำน้ำเนตรลงพรากพราก คิดถึงยากยามวิโยคยิ่งโศกศัลย์”

d)

ง.“พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ เพลินประพาสพิศดูหมู่มัจฉา”

3.

3.  คำประพันธ์ในข้อใดใช้คำที่แสดงความเคลื่อนไหวได้เด่นชัดที่สุด

a)

ก.“เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชล คิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา”

b)

ข.“ฝ่ายเงือกน้ำคำนับอภิวาท ข้าพระบาททราบสิ้นทุกถิ่นฐาน”

c)

ค.“พระแจ้งความตามคำเงือกน้ำเล่า ค่อยบรรเทาทุกข์สมอารมณ์หมาย”

d)

ง.“พระโอรสรู้แจ้งไม่แคลงจิต รำคาญคิดเสียใจมิใคร่หาย”

4.

4.   คำประพันธ์ในข้อใดที่ใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

ก.“แล้วร้องถามตามประสาเป็นทารก นี่สัตว์บกหรือสัตว์น้ำดำหนักหนา โจนกระโจมโครมครามตาม

เรามา   จะเล่นข้าท่าไรจะใคร่รู้”

b)

ข.“นางเงือกสร้อยเศร้าเข้ามาผลัด แบกกษัตริย์ว่ายเสือกเสลือกสลน กำลังสาวคราวด่วนด้วยจวนจน        ออกกลางชลโบกหางผางผางไป”

c)

ค.“ฝ่ายผีเสื้อสมุทรไม่หยุดหย่อน ครั้นลุยอ่อนอุตส่าห์ว่ายสายกระสินธุ์ กำลังน้อยถอยถดด้วยอดกิน

จวนจะสิ้นชีวาในสาคร”

d)

ง.“ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉม ปลอบประโลมลูกชายจะผายผัน จึงหยิบปี่ที่เป่าเมื่อคราวนั้น เอาผ้าพัน   ผูกดีแล้วลีลา”

5.

5.  ข้อใดให้ความหมายของคำศัพท์ไม่ถูกต้อง

a)

ก.อนุกูล แปลว่า ดีใจ

b)

ข.ตรีชา แปลว่า ติเตียน

c)

 ค.อารักษ์ แปลว่า เทวดา

d)

ง.ปรารมภ์ แปลว่า ห่วงใย

6.

6.  ข้อใดเป็นคำมูลหลายพยางค์ทุกคำ

a)

ก.สะพาน นาฬิกา กะลาสี

b)

ข.กระจก มะไฟ แปรงสีฟัน

c)

ค.มะละกอ มะนาว ดาวเทียม

d)

ง.กระดาษ กล้วยไม้ บ้านเรือน

7.

7.  ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ

a)

ก.ห่อหมก ตู้เย็น รถไฟ

b)

ข.ข้าวต้ม กล้วยไข่ ปิดบัง

c)

ค.ลูกเสือ ซักไซ้ เท็จจริง

d)

ง.รองเท้า เล็กน้อย คัดเลือก

8.

8.  ข้อใดเป็นคำซ้อนทุกคำ

a)

ก.เพิ่มเติม สดชื่น หัวใจ

b)

ข.ผูกพัน เดือดร้อน บาปบุญ

c)

ค.เข็มทิศ น้ำซุป ยากง่าย 

d)

ง.เปรี้ยวหวาน ถูกผิด ตาปลา

9.

9.  ข้อใดมีคำซ้อนเพื่อความหมาย

a)

ก.เขาเชิญไปกินเลี้ยง

b)

ข.ท่านจะดูแลเอาใจใส่เขาหรือเปล่า

c)

ค.เขาเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อความพอใจ   

d)

ง.กินเลี้ยงกับกินโต๊ะเหมือนกันไหม

10.

10. คำประสมในข้อใดทำหน้าที่อย่างคำนามทุกคำ

a)

ก.หน้าม้า ติดตลก ผ้าป่า

b)

ข.วางมือ ช่างปูน ปืนลม

c)

ค.เข็มกลัด น้ำหวาน หน้าผา

d)

ง.บ้านพัก คันชั่ง ขวัญหาย

11.

11. ข้อใดมีคำซ้ำ

a)

ก.หน้าต่างต่างจากประตูมาก

b)

ข.สิ่งของของเขามีหลายอย่าง

c)

ค.น้ำหวานหวานจนแสบคอ        

d)

ง.หลานหลานชอบมาเล่นที่นี่

12.

12.คำประสมในข้อใดเกิดจากคำนามประสมกับคำกริยา

a)

ก.นางรำ คนใช้ ยาดม    

b)

ข.หัวใจ น้ำชา หางเสือ

c)

ค.ห่อหมก ไม้ขีด กันสาด 

d)

ง.หัวหมุน ใจอ่อน น้อยใจ

13.

13.  คำซ้ำในข้อใดมีความหมายเป็นพหูพจน์

a)

ก.พวกแม่ ๆ ยืนดูลูก ๆ             

b)

ข.งานที่เธอทำมันกล้วย ๆ

c)

ค.สงสารเด็กตาดำ ๆ ที่ด้อยโอกาส

d)

ง.อิฐเก่า ๆ หนึ่งก้อนเป็นมรดกของชาติ

14.

14. คำซ้ำในข้อใดต่างจากคำอื่น

a)

ก.ลูก ๆ พาเพื่อน ๆ มาที่บ้าน

b)

ข.พูดบ้า ๆ ระวังเถอะ

c)

ค.หนุ่ม ๆ ไม่ชอบเล่นน้ำ  

d)

ง.ของกล้วย ๆ อย่างนี้ไม่มีปัญหา

15.

15. ข้อใดมีคำมูลหลายพยางค์ คำประสม และคำซ้อนเพื่อความหมาย เรียงตามลำดับ

a)

ก.มะเฟือง โง่เง่า อ้อนแอ้น

b)

ข.ระเหระหน วุ้ยว้าย ท้อแท้

c)

 ค.กระโดด กรอบรูป กราบไหว้   

d)

ง.อะร้าอร่าม ล่อลวง หวาน

16.

16.  คำประสมในข้อใดมีความหมายเป็นสำนวน

a)

ก.ยกเมฆ         

b)

ข.ย้อนรอย

c)

ค.ยืนกราน      

d)

ง.โยนกลอง

17.

17.การฟังอย่างมีมารยาท ข้อใดสำคัญที่สุด

a)

 ก.แสดงความสนใจต่อผู้ฟัง

b)

ข.ให้เกียรติผู้พูดด้วยการปรบมือ

c)

ค.ไม่ขัดจังหวะในขณะที่ผู้พูดยังพูดไม่จบ            

d)

ง.ไม่แสดงอาการให้ผู้พูดขวยเขินหรือเยาะเย้ยผู้พูด

18.

18. หลักสำคัญของการฟังและดูเพื่อความบันเทิงคืออะไร

a)

ก.ตั้งใจฟัง        

b)

ข.จดบันทึก

c)

ค.มีมารยาท     

d)

ง.ใช้จินตนาการ

19.

19.  หลักสำคัญของการจดบันทึกความรู้จากการฟังและดูคืออะไร

a)

ก.ต้องมีจุดสำคัญของเรื่อง                                      

b)

ข.ต้องใช้สำนวนโวหารกะทัดรัด

c)

  ค.ต้องเลือกเฟ้นเฉพาะส่วนที่สำคัญ

d)

ง.ต้องแทรกข้อคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง

20.

20. การฟังพระธรรมเทศนามีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร

a)

ก.เพื่อความรู้

b)

ข.เพื่อความเพลิดเพลิน

c)

ค.เพื่อสื่อความเข้าใจระหว่างกัน

d)

ง.เพื่อคติชีวิตและความจรรโลงใจ

21.

21.  ข้อใดสรุปความสำคัญของการฟังได้ดีที่สุด

a)

ก.ฟังหูไว้หู       

b)

ข.อย่าฟังความข้างเดียว

c)

ค.ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา

d)

ง.ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด

22.

22. อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม แล้วตอบคำถามข้อ 22-23 “.........เราทุกคนปล่อยปละละเลยให้โลกตกลงสู่ที่ต่ำ ไม่ประคับประคองค้ำจุนไว้ด้วยพลังที่เข้มแข็งพลังที่จะประคับประคองโลกได้ต้องเป็นพลังของความดีเท่านั้น ไม่ใช่พลังอื่นใดทั้งสิ้น ความดีมีมากมายหลายประการ แต่อาจรวมลงได้ในจุดสำคัญที่สุดคือ พลังของเมตตาที่จะค้ำจุนโลกได้ โลกจะลอยเด่นเป็นสง่าสว่างไสวไกลทุกข์ไกลร้อนนานาประการด้วยพลัง    ค้ำจุนของเมตตา” ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของผู้เขียน

a)

ก. ติเตียน

b)

ข. แนะนำ

c)

ค. ตักเตือน

d)

ง. บอกกล่าว

23.

23. ข้อความข้างต้นเป็นสารประเภทใด

a)

ก.จรรโลงใจและให้ความรู้

b)

ข.จรรโลงใจและโน้มน้าวใจ

c)

 ค.แสดงทรรศนะและให้ความรู้                                   

d)

ง.แสดงทรรศนะและโน้มน้าวใจ

24.

24.  อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม แล้วตอบคำถามข้อ 24-25 “.... ถึงแม้ชีวิตมนุษย์จะหนีความทุกข์  ไม่พ้น เราก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวัง การดิ้นรนต่อสู้และเอาชนะความล้มเหลวทำให้ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าขึ้น...ผู้ที่ไม่ต่อสู้ดิ้นรนเพราะมองไม่เห็นความสำเร็จอยู่ข้างหน้า และทำตัวเหมือนกรวดทรายที่ไหลไปตามกระแสน้ำนั้นเป็นผู้ที่ทำตัวไม่สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์” ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น

a)

ก.การต่อสู้ดิ้นรนเป็นธรรมชาติของมนุษย์

b)

ชีวิตมนุษย์ย่อมมีทั้งสุข สมหวัง และสิ้นหวัง

c)

ค.ความล้มเหลวช่วยให้มนุษย์ประสบความสำเร็จในชีวิต

d)

ง.คุณค่าของชีวิตมนุษย์อยู่ที่การต่อสู้เพื่อเอาชนะอุปสรรค

25.

25   ข้อความข้างต้นใช้วิธีการโน้มน้าวใจตามข้อใด

a)

ก.ใช้โวหารเปรียบเทียบเพื่อเร้าอารมณ์

b)

ข.ใช้โวหารอธิบายและอ้างเหตุผลอย่างเหมาะสม

c)

ค.ใช้การอ้างหลักความจริงเพื่อชักชวนให้คล้อยตาม

d)

ง.ใช้การกล่าวซ้ำและความขัดแย้งกันมาอ้างเป็นเหตุผล

26.

26.  ประโยคในข้อใดมีโครงสร้างภายในแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ก.ปรีชากินอาหารซึ่งแม่ของเขาเป็นคนปรุง

b)

ข.ที่เขาทำมาทั้งหมดไม่มีความหมายกับใครเลย

c)

     ค.เสื้อที่พีระสวมอยู่ตัดเย็บโดยช่างประจำตัวของเขา   

d)

ง.ลำดวนซื้อพวงมาลัยซึ่งขายอยู่ที่สี่แยกพ่อขุนฯ

27.

27.  ข้อใดประกอบคำราชาศัพท์เพื่อใช้สื่อสารได้ถูกต้อง

a)

 ก.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดการถ่ายรูปด้วยพระองค์เอง

b)

ข.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ

c)

ค.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2498

d)

ง.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

28.

28. ข้อใดเรียงลำดับหมายเลขของคำที่ต้องเติมลงในช่องว่างได้ถูกต้อง

     1. ร้อง                          2. สักวา                              3. แสงดาว                 4. หมอง

…….ดาวจระเข้ก็เหหก                  ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว

เป็นคืนแรมแจ่มแจ้งด้วย…….         น้ำค้างพราวปรายโปรยโรยละออง

ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ     ความหนาวเหลือทานทนกมล…….

สกุณาดุเหว่าก็เร่า…….                  ดูแสงทองจับฟ้าขอลาเอย

a)

ก.  2  4  1  3  

b)

ข.  2  3  1  4

c)

 ค.  2  3  4  1 

d)

ง.  2  4  3  1

29.

29.  ข้อใดมีความเกี่ยวข้องกับการแต่งบทร้อยกรองน้อยที่สุด

a)

ก.ฉันทลักษณ์

b)

ข.บรรยากาศ

c)

 ค.การเลือกสรรคำ       

d)

ง.แนวคิดและจินตนาการ

30.

30.  ตำแหน่งคำเอกในการแต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ สามารถใช้คำชนิดใดแทนได้

a)

 ก. ครุ 

b)

ข.ลหุ

c)

ค.คำเป็น

d)

          ง.คำตาย