wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เอกภพ กาแลคซี่และดาวฤกษ์

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

การขยายตัวของเอกภพขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

จำนวนหลุมดำในเอกภพ

b)

จำนวนกาแล็กซีในเอกภพ

c)

อายุของกาแล็กซีและดวงดาว

d)

แก๊สที่อยู่ระหว่างกาแล็กซีต่าง ๆ

e)

ความหนาแน่นของสสารที่อยู่ในเอกภพ

2.

ทฤษฎีใดที่ใช้อธิบายการกำเนิดของเอกภพ

a)

ทฤษฎีบิกแบง

b)

ทฤษฎีรวมมวล

c)

ทฤษฎีภาวะคงที่

d)

ทฤษฎีการทรงมวล

e)

ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงสภาวะ

3.

ข้อใดมีขนาดใหญ่ที่สุด

a)

เนบิวลา

b)

กาแล็กซี

c)

ระบบสุริยะ

d)

ดวงอาทิตย์

e)

เอกภพ

4.

หากต้องการศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ควรเลือกกาแล็กซีใดมาศึกษา

a)

กาแล็กซีทรงรี

b)

กาแล็กซีรูปเลนส์

c)

กาแล็กซีแบบไร้รูปร่าง

d)

กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน

e)

กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดา

5.

อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพหมายถึงข้อใด

a)

อุณหภูมิของเอกภพในปัจจุบัน

b)

อุณหภูมิของเอกภพก่อนเกิดบิกแบง

c)

อุณหภูมิของเอกภพขณะเกิดบิกแบง

d)

อุณหภูมิเฉลี่ยของเอกภพ

e)

อุณหภูมิของเอกภพหลังการเกิดกาแล็กซีต่าง ๆ

6.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

หลังเกิดบิกแบง เอกภพจะมีพลังงานสูงขึ้นเรื่อย ๆ

b)

การเกิดบิกแบงทำให้รังสีไมโครเวฟพื้นหลังหายไป

c)

ก่อนเกิดบิกแบง เอกภพเป็นกลุ่มสสารที่มีอุณหภูมิต่ำ

d)

การเกิดบิกแบงเป็นครั้งแรกทำให้พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร

e)

การเกิดบิกแบงเป็นครั้งแรกทำให้สสารเปลี่ยนเป็นพลังงาน

7.

เหตุผลในข้อใดที่สนับสนุนว่าเอกภพกำลังขยายตัว

a)

ดาวเคราะห์โคจรอยู่ห่างกันมากขึ้น

b)

มีการค้นพบกาแล็กซีต่าง ๆ มากขึ้น

c)

การเกิดซูเปอร์โนวาของดาวฤกษ์ต่าง ๆ

d)

แสงสเปกตรัมจากกาแล็กซีที่อยู่ไกลจากกาแล็กซีทางช้างเผือกเคลื่อนที่ไปทางสีแดง

e)

แสงสเปกตรัมจากกาแล็กซีที่อยู่ไกลจากกาแล็กซีทางช้างเผือกเคลื่อนที่ไปทางสีน้ำเงิน

8.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับกาแล็กซี

a)

กาแล็กซีมีหลายรูปร่างแตกต่างกัน

b)

ในเอกภพมีกาแล็กซีอยู่เป็นจำนวนมาก

c)

กาแล็กซีที่เราอาศัยอยู่คือกาแล็กซีทางช้างเผือก

d)

กาแล็กซีเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวต่าง ๆ ที่

กระจายอยู่ทั่วเอกภพ

e)

เมื่อมองกาแล็กซีทางช้างเผือกจากด้านข้างจะเห็น

เป็นรูปร่างคล้ายจาน 2 ใบประกบกัน

9.

ธาตุในข้อใดเป็นสารเบื้องต้นในการก่อกำเนิดเป็นกาแล็กซี

a)

ไฮโดรเจน นีออน

b)

ไฮโดรเจน ฮีเลียม

c)

ไฮโดรเจน อาร์กอน

d)

ไฮโดรเจน ออกซิเจน

e)

ไฮโดรเจน ไนโตรเจน

10.

ระบบที่ประกอบด้วยกาแล็กซีจำนวนล้านกาแล็กซี เนบิวลา ฝุ่นผง แก๊ส และที่ว่าง เป็นความหมายของข้อใด

a)

เอกภพ

b)

กาแล็กซี

c)

ระบบสุริยะ

d)

ระบบดาวฤกษ์

e)

กระจุกกาแล็กซี

11.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับกาแล็กซี

a)

กาแล็กซีมีหลายรูปร่างแตกต่างกัน

b)

ในเอกภพมีกาแล็กซีอยู่เป็นจำนวนมาก

c)

กาแล็กซีที่เราอาศัยอยู่คือกาแล็กซีทางช้างเผือก

d)

กาแล็กซีเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเอกภพ

e)

เมื่อมองกาแล็กซีทางช้างเผือกจากด้านข้างจะเห็นเป็นรูปร่างคล้ายจาน 2 ใบประกบกัน

12.

ทฤษฎีใดที่ใช้อธิบายการกำเนิดของเอกภพ

a)

ทฤษฎีบิกแบง

b)

ทฤษฎีรวมมวล

c)

ทฤษฎีภาวะคงที่

d)

ทฤษฎีการทรงมวล

e)

ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงสภาวะ

13.

ธาตุในข้อใดเป็นสารเบื้องต้นในการก่อกำเนิดเป็นกาแล็กซี

a)

ไฮโดรเจน นีออน

b)

ไฮโดรเจน ฮีเลียม

c)

ไฮโดรเจน อาร์กอน

d)

ไฮโดรเจน ออกซิเจน

e)

ไฮโดรเจน ไนโตรเจน

14.

อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพหมายถึงข้อใด

a)

อุณหภูมิเฉลี่ยของเอกภพ

b)

อุณหภูมิของเอกภพในปัจจุบัน

c)

อุณหภูมิของเอกภพก่อนเกิดบิกแบง

d)

อุณหภูมิของเอกภพขณะเกิดบิกแบง

e)

อุณหภูมิของเอกภพหลังการเกิดกาแล็กซีต่าง ๆ

15.

ระบบที่ประกอบด้วยกาแล็กซีจำนวนล้านกาแล็กซี เนบิวลา ฝุ่นผง แก๊ส และที่ว่าง เป็นความหมายของข้อใด

a)

เอกภพ

b)

กาแล็กซี

c)

ระบบสุริยะ

d)

ระบบดาวฤกษ์

e)

กระจุกกาแล็กซี

16.

การขยายตัวของเอกภพขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

จำนวนหลุมดำในเอกภพ

b)

จำนวนกาแล็กซีในเอกภพ

c)

อายุของกาแล็กซีและดวงดาว

d)

แก๊สที่อยู่ระหว่างกาแล็กซีต่าง ๆ

e)

ความหนาแน่นของสสารที่อยู่ในเอกภพ

17.

เหตุผลในข้อใดที่สนับสนุนว่าเอกภพกำลังขยายตัว

a)

มีการค้นพบกาแล็กซีต่าง ๆ มากขึ้น

b)

การเกิดซูเปอร์โนวาของดาวฤกษ์ต่าง ๆ

c)

แสงสเปกตรัมจากกาแล็กซีที่อยู่ไกลจากกาแล็กซีทางช้างเผือกเคลื่อนที่ไปทางสีแดง

d)

แสงสเปกตรัมจากกาแล็กซีที่อยู่ไกลจากกาแล็กซีทางช้างเผือกเคลื่อนที่ไปทางสีน้ำเงิน

e)

ดาวเคราะห์โคจรอยู่ห่างกันมากขึ้น

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

หลังเกิดบิกแบง เอกภพจะมีพลังงานสูงขึ้นเรื่อย ๆ

b)

การเกิดบิกแบงทำให้รังสีไมโครเวฟพื้นหลังหายไป

c)

ก่อนเกิดบิกแบง เอกภพเป็นกลุ่มสสารที่มีอุณหภูมิต่ำ

d)

การเกิดบิกแบงเป็นครั้งแรกทำให้พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร

e)

การเกิดบิกแบงเป็นครั้งแรกทำให้สสารเปลี่ยนเป็นพลังงาน

19.

ข้อใดมีขนาดใหญ่ที่สุด

a)

ดวงอาทิตย์

b)

กาแล็กซี

c)

เอกภพ

d)

ระบบสุริยะ

e)

เนบิวลา

20.

หากต้องการศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ควรเลือกกาแล็กซีใดมาศึกษา

a)

กาแล็กซีทรงรี

b)

กาแล็กซีรูปเลนส์

c)

กาแล็กซีแบบไร้รูปร่าง

d)

กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน

e)

กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดา

21.

พลังงานที่เกิดขึ้นภายในดาวกษ์เกิดจากปฏิกิริยาใด

a)

ปฏิกิริยานิวเคลียร์

b)

ปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์

c)

ปฏิกิริยาการแผ่รังสี

d)

ปฏิกิริยาประลัย

22.

ดาวฤกษ์กำเนิดขึ้นมาจากอะไร

a)

เนบิวลา

b)

กาแล็กซี

c)

บิกแบง

d)

ซุปเปอร์โนวา

23.

ข้อใดคือจุดจบของดาฤกษ์มวลน้อย

a)

ดาวเเคระขาว

b)

ดาวนิวตรอน

c)

ดาวเคราะห์แคระ

d)

หลุมดำ

24.

ดาวฤกษ์มวลมากกว่า 18 เท่าของดวงอาทิตย์มีจุดจบเป็นอย่างไร

a)

ดาวแคระดำ

b)

ซุปเปอร์โนวา

c)

หลุมดำ

d)

ดาวนิวตรอน

25.

ข้อใดอธิบายปฏิกิริยาเมอร์โมนิวเคลียร์ได้ถูกต้อง

a)

การรวมอะตอมของ H 4 อะตอมให้เป็นอะตอมของ He 1 อะตอม

b)

การรวมอะตอมของ He 4 อะตอมให้เป็นอะตอมของ He อะตอม

c)

การรวมอะตอมของ C 4 อะตอมให้เป็นอะตอมของ He 1 อะตอม

d)

การรวมอะตอมของ He 4 อะตอมให้เป็นอะตอมของ C 1 อะตอม

26.

"ดาวฤกษ์ในวัยชรา" คือดาวใด

a)

ดาวยักษ์แดง

b)

ดาวแคระขาว

c)

ดาวนิวตรอน

d)

ดาวฤกษ์สีเหลือง

27.

ค่าอันดับความส่องสว่างของดาวฤกษ์ เรียกว่าอะไร

a)

โชติมาตร

b)

ความส่องสว่าง

c)

กำลังส่องสว่าง

d)

สเปกตรัมของแสง

28.

สีของดาวฤกษ์ตามสเปกตรัมของดาวฤกษ์ สีใดมีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

ขาวน้ำเงิน

b)

น้ำเงิน

c)

เหลือง

d)

แดง

29.

protostar คืออะไร

a)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด

b)

ดาวหางก่อนเกิด

c)

ดวงอาทิตย์ก่อนเกิด

d)

ดาวเคราะห์ก่อนเกิด

30.

ธาตุใด เป็นองค์ประกอบสำคัญของดาวฤกษ์

a)

ไฮโดรเจน

b)

ฮีเลียม

c)

คาร์บอน

d)

เหล็ก

31.

ทฤษฎีใดที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน เรื่องการกำเนิดของเอกภพ

a)

การระเบิดซุปเปอร์โนวา

b)

บิกแบง

c)

ทฤษฎีการออสซิลของเอกภพ

d)

ทฤษฎีสภาวะคงที่

32.

ข้อใดคือหน่วยที่เล็กที่สุด

a)

ระบบสุริยะ

b)

ดาราจักร

c)

กาแล็กซี

d)

เอกภพ

33.

หลังเกิดบิกแบง 10 -32 วินาที พลังงานเปลี่ยนเป็นสสารเกิดอนุภาค ยกเว้นข้อใด

a)

ควากซ์

b)

อิเล็กตรอน

c)

โปตรอน

d)

ปฏิอนุภาค

34.

เมื่ออนุภาครวมกับปฏิอนุภาคกลายเป็น

พลังงานในรูปของสิ่งใด

a)

อิเล็กตรอน

b)

นิวทริโน

c)

นิวตรอน

d)

โฟตอน

35.

เมื่ออุณหภูมิของเอกภพลดลงเหลือ 10 ยกกำลัง 13

ควาร์กเกิดการรวมตัว กลายเป็นข้อใด

a)

อิเล็กตรอนและนิวตรอน

b)

โฟตรอนและอิเล็กตรอน

c)

โปตรอนและนิวตรอน

d)

โปตรอนและโฟตอน

36.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโปตรอน

a)

นิวเคลียสของฮีเลียม

b)

นิวเคลียสของไฮโดรเจน

c)

นิวเคลียสของไนโตรเจน

d)

นิวเคลียสของคาร์บอน

37.

เอกภพส่วนใหญ่ประกอบด้วยแก๊สใด

a)

ไฮโดรเจนและฮีเลียม

b)

ไฮโดรเจนและออกซิเจน

c)

ออกซิเจนและฮีเลียม

d)

ไนโตรเจนและลิเทียม

38.

ข้อใดหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

การหดตัวของเอกภพ

b)

การค้นพบคลื่นไมโครเวฟพื้นหลังอวกาศ

c)

การระเบิดของดาวฤกษ์

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

39.

อะตอมของไฮโดรเจนและอะตอมฮีเลียมรวมกันด้วยแรงใด จึงเกิดเป็น เนบิวลา ดาวฤกษ์ และกาแล็กซี

a)

แรงเสียดทาน

b)

แรงดัน

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงหนีศูนย์กลาง

40.

ข้อใดคือเนบิวลา

a)
b)
c)
d)
41.

กาแลกซีใดไม่ใช่กาแลกซีเพื่อนบ้านของเรา

a)

กาแลกซีแอนโดรเมด้า

b)

กาแลกซีแมกเจลแลนใหญ่

c)

กาแลกซีแมกเจลแลนใหญ่

d)

กาแลกซีทางช้างเผือก

42.

หลุมดำที่เห็นในภาพ เป็นหลุมดำจากกาแลกซีใด

a)

M78

b)

M87

c)

M86

d)

M68

43.

กาแลกซีที่นักเรียนเห็นเป็นกาแลกซีแบบใด

a)

ทรงรี

b)

กังหัน

c)

ลูกสะบ้า

d)

ไร้รูปร่าง

44.

กาแลกซีทางช้างเผือกเป็นกาแลกซีแบบใด

a)

ทรงรี

b)

กังหันแบบธรรมดา

c)

กังกันแบบมีคาน

d)

ลูกสะบ้า

45.

ระบบสุริยะอยู่ที่ตำแหน่งใดในกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

ปลายสุดของกาแลกซี

b)

ใจกลางของกาแลกซี

c)

แขนกาแลกซี

d)

รอบๆกาแลกซี

46.

ดาวดวงใดมีความส่องสว่างมากที่สุด

a)

ดาวซีรีอัส มีค่าโชติมาตรปรากฏ -12

b)

ดาวไรเจล มีค่าโชติมาตรปรากฏ -4

c)

ดาวบีเทลจุส มีค่าโชติมาตรปรากฏ 6

d)

ดาวปาริชาต มีค่าโชติมาตรปรากฏ 9

47.

ดาวฤกษ์เกิดจากการยุบตัวของข้อใด

a)

อะตอมองธาตุต่างๆ

b)

กาแล็กซี

c)

ดาวยักษ์แดง

d)

เนบิวลา

48.

ดวงอาทิตย์อยู่ในสเปกตรัมใด มีสีใด

a)

G สีส้ม

b)

G สีเหลือง

c)

F สีเหลือง

d)

F สีขาวแกมเหลือง

49.

ข้อใดไม่ใช่จุดจบของดาวฤกษ์

a)

ดาวแคระขาว

b)

ดาวแคระแดง

c)

ดาวนิวทรอน

d)

หลุมดำ

50.

จุดจบของดวงอาทิตย์คือข้อใด

a)

ดาวแคระน้ำตาล

b)

ดาวแคระขาว

c)

ดาวนิวตรอน

d)

หลุมดำ