wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เอนไซม์

Total questions: 25

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

การกระทำในข้อใดที่ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

b)

การนำเนื้อหมูไปแช่ในช่องแช่แข็ง

c)

การใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์จะช่วยป้องกันฟันผุ

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

2.

การเติมตัวเร่งปฏิกิริยาจะมีผลต่อข้อใดดังต่อไปนี้

a)

พลังงานก่อกัมมันต์

b)

พลังงานของปฏิกิริยา

c)

ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น

d)

ระดับพลังงานของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์

3.

จากกราฟเกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

ปฏิกิริยาดูดพลังงาน

b)

ปฏิกิริยาคายพลังงาน

c)

พลังงานก่อกัมมันต์

d)

การเกิดสารผลิตภัณฑ์

4.

จากรูป รูปใดที่เกิดปฏิกิริยาได้เร็วกว่ากัน เพราะเหตุใด

a)

รูปซ้ายมือ เพราะค่าพลังงงานก่อมันต์มีค่าสูง

b)

รูปขวามือ เพราะค่าพลังงงานก่อมันต์มีค่าสูง

c)

รูปซ้ายมือ เพราะค่าพลังงงานก่อมันต์มีค่าต่ำ

d)

รูปขวามือ เพราะค่าพลังงงานก่อมันต์มีค่าต่ำ

5.

จากรูป ค่าพลังงานของสารเชิงซ้อนก่อกัมมันต์มีค่าเท่ากับข้อใด

a)

E3

b)

E2

c)

E1

d)

Ea

6.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อุณหภูมิ

b)

พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

d)

ขนาดของภาชนะ

7.

การกระทำใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

8.

ข้อใดเป็นวิธีที่ไม่ช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้น

a)

การเพิ่มอุณหภูมิ

b)

การเติมตัวหน่วงปฏิกิริยา

c)

การใส่สารตั้งต้นปริมาณมาก

d)

การบดโลหะเป็นชิ้นเล็กๆ

9.

ถ้าเติมสาร ค ลงไปในสาร ก และทำให้สาร ข เร็วขึ้น ข้อใดถูกต้อง

a)

สาร ค เป็นสารที่ใช้เร่งในการเกิดปฏิกิริยาของสาร ก

b)

สาร ค เป็นสารยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาของสาร ก

c)

สาร ค เป็นสารที่ยับยั้งการเกิดสาร ข

d)

สาร ค ไม่เกี่ยวข้องในการเกิดสาร ข

10.

หน้าที่ของตัวเร่งปฏิกิริยา คือข้อใด

a)

ลดความแตกต่างระหว่างพลังงานของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

b)

ลดพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา

c)

เพิ่มพลังงานให้แก่โมเลกุลของระบบ

d)

ช่วยเพิ่มจำนวนครั้งของการชนกันของโมเลกุลของสารตั้งต้น

11.

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี หาได้จากความสัมพันธ์ใด

a)

1. ปริมาณสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

2. ปริมารสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งหน่วยต่อเวลา

c)

3. ปริมาณสารตั้งต้นที่เหลืออยู่ต่อเวลาในการดำเนินปฏิกิริยา

d)

ถูกทั้ง 1. และ 2

12.

จงบอกหน้าที่ของเอนไซม์

a)

เสริมสร้างความเจริญของร่างกาย

b)

ช่วยเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกาย

c)

เป็นโครงสร้างของโปรตีน

d)

เป็นโครงสร้างของซับเตรตเปปไทด์

13.

ความจำเพาะเจาะจงในการทำงานของเอนไซม์ทำให้เกิดผลในข้อใด

a)

เอนไซม์สามารถทำปฏิกิริยาได้หลายปฏิกิริยา

b)

เอนไซม์สามารถทำปฏิกิริยากับซับสเตรตได้หลายซับสเตรต

c)

เอนไซม์สามารถทำปฏิกิริยาได้ในอุณหภูมิใดอุณหภูมิหนึ่งเท่านั้น

d)

เอนไซม์ชนิดเดียวสามารถเร่งปฏิกิริยาได้เพียงปฏิกิริยาเดียว หรือได้ในวงจำกัด

14.

ข้อใดอธิบายเรื่องเอนไซม์ไม่ถูกต้อง

a)

เป็นสารประเภทโปรตีน

b)

ทำให้สารอาหารเฉพาะอย่างเปลี่ยนแปลง

c)

เมื่ออุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

d)

ทำให้สารอาหารเปลี่ยนแปลงโดยเอนไซม์ไม่เปลี่ยนแปลง

15.

เอนไซม์ในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดในภาวะใด

a)

ภาวะที่เป็นกรด อุณหภูมิ 100 ๐C

b)

ภาวะที่เป็นกรด อุณหภูมิ 37 ๐C

c)

ภาวะที่เป็นเบส อุณหภูมิ 100 ๐C

d)

ภาวะที่เป็นเบส อุณหภูมิ 37 ๐C

16.

เป็นปฏิกิริยาเคมีแบบใดและเกิดขึ้นในกระบวนการใด

a)

ปฎิกิริยาดูดพลังงาน การสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

ปฏิกิริยาคายพลังงาน กระบวนการหายใจ

c)

ปฏิกิริยาดูดพลังงาน กระบวนการแมทาบอลิซึม

d)

ปฏิกิริยาคายพลังงาน ปฏิกิริยาสลายกลูโคส

17.

ข้อใดกล่าวถึงเอนไซม์ไม่ถูกต้อง

a)

เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน

b)

เอนไซม์ช่วยลดพลังงานกระตุ้น

c)

หลังจากทำปฏิกิริยาแล้วเอนไซม์จะยังคงสภาพเดิม

d)

เอนไซม์ไม่มีความจำเพาะต่อสารที่เกิดปฏิกิริยา

18.

ปัจจัยใดที่ไม่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์

a)

ความเป็นกรด-เบส

b)

ความเข้มข้นของเอนไซม์

c)

ตัวยับยั้ง

d)

ไม่มีข้อถูก

19.

ตัวยับยั้งเอนไซม์แบบแข่งขันมีลักษณะคล้ายข้อใดมากที่สุด

a)

เอนไซม์

b)

ผลิตภัณฑ์

c)

สารตั้งต้น

d)

โคแฟกเตอร์

20.

ขณะที่เกิดปฏิกิริยาเคมี สิ่งใดมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

a)

เอนไซม์

b)

ผลิตภัณฑ์

c)

สารตั้งต้น

d)

โคเอนไซม์

21.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมจะทำให้เอนไซม์ทำงานได้ดี

b)

เอนไซม์ที่มีความเข้มข้นมากจะทำงานได้ดีกว่าเอนไซม์ที่มีความเข้มข้นน้อย

c)

ถ้าเพิ่มความเข้มข้นของเอนไซม์ อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเร็วขึ้น

d)

เอนไซม์ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

22.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับทฤษฎีการทำงานของเอนไซม์

a)

ทฤษฎีกุญแจ-ลูกกุญแจซับสเตรทจะสวมเข้ากับบริเวณเร่งของเอนไซม์พอดี

b)

ทฤษฎีเหนี่ยวนำให้พอดีเป็นที่ยอมรับมากที่สุด

c)

บริเวณเร่งของเอนไซม์จะเปลี่ยนแปลงมาสวมเข้ากับซับสเตรทได้พอดี เป็นคำกว่าของทฤษฎีเหนี่ยวนำ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

23.

โคเฟกเตอร์ของเอนไซม์ คืออะไร

a)

ตัวยับยั้งการทำงานของเอนไซม์

b)

เอนไซม์บางชนิดที่ต้องการให้โมเลกุลของสารอื่นมาเป็นตัวร่วม

c)

ตัวยับยั้งที่เข้าจับกับตำแหน่งอื่นของเอนไซม์

d)

อนุพันธ์ลิพิดชนิดหนึ่งที่ทำงานร่วมกับเอนไซม์

24.

โคเฟกเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ไอออนของโลหะและโคเอนไซม์

b)

ไอออนของโลหะและโปรตีน

c)

โคเอนไซม์และโปรตีน

d)

โคเอนไซม์และสารจำพวกวิตามิน

25.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ตัวยับยั้งของเอนไซม์ คือสารที่ทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น

b)

ตัวยับยั้งแบบเเข่งขันมีลักษณะคล้ายโครงสร้างของผลิตภัณฑ์

c)

ตัวยับยั้งแบบไม่แข่งขันจะเข้าจับกับบริเวณอื่นที่ไม่ใช่บริเวณเร่ง

d)

ตัวยับยั้งแบบไม่แข่งขั้นจะมีลักษณะคล้ายสารตั้งต้น