NEW
Font size
WorksheetsBusiness Ethics
Total questions: 40
Worksheet time: 30mins
ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง “คุณธรรม” และ “จริยธรรม” ได้ถูกต้องที่สุด
คุณธรรมเป็นกฎของสังคม ส่วนจริยธรรมเป็นเรื่องภายในจิตใจ
คุณธรรมเน้นสภาพความดีงามภายในจิตใจ ส่วนจริยธรรมเน้นการแสดงออกและการประพฤติปฏิบัติ
คุณธรรมและจริยธรรมมีความหมายเหมือนกันทุกประการ
คุณธรรมเกี่ยวข้องเฉพาะศาสนา ส่วนจริยธรรมเกี่ยวข้องเฉพาะกฎหมาย
ตามเนื้อหาในบทเรียน “คุณธรรม” มีลักษณะสำคัญอย่างไร
เป็นความรู้ทางทฤษฎีที่ไม่จำเป็นต้องนำไปปฏิบัติ
เป็นกฎระเบียบที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมประชาชน
เป็นสภาพแห่งความดีงามในจิตใจที่ทำให้บุคคลเคยชินกับการประพฤติดี
เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการบังคับของสังคมเท่านั้น
จริยธรรมมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ข้อใด
ความรู้ เหตุผล และกฎหมาย
ความรู้เหตุผล อารมณ์ความรู้สึก และพฤติกรรมการแสดงออก
ความคิด ความจำ และสติปัญญา
ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี
ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนใดเปรียบเสมือน “ราก” ของต้นไม้
พฤติกรรมที่แสดงออกของบุคคล
จิตลักษณะชั่วคราวและคุณธรรม
จิตลักษณะพื้นฐาน เช่น สุขภาพจิต สติปัญญา และประสบการณ์ทางสังคม/ครอบครัว
ผลสำเร็จในการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่น
พนักงานคนหนึ่งปฏิบัติตามกฎของบริษัทอย่างเคร่งครัด เพราะเกรงว่าจะถูกลงโทษหากฝ่าฝืน พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับพัฒนาการทางศีลธรรมของ Kohlberg ในขั้นใด
ขั้นที่ 1 การเชื่อฟังและการลงโทษ
ขั้นที่ 2 การได้รับผลตอบแทนรายคน
ขั้นที่ 3 การพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล
ขั้นที่ 5 สัญญาทางสังคมและสิทธิส่วนบุคคล
พนักงานทำงานเฉพาะเมื่อได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสม พฤติกรรมนี้ตรงกับ Kohlberg ขั้นใดมากที่สุด
ขั้นที่ 1 การเชื่อฟังและการลงโทษ
ขั้นที่ 2 การได้รับผลตอบแทนรายคน
ขั้นที่ 4 รักษากฎระเบียบในสังคม
ขั้นที่ 6 ยึดเป็นหลักปฏิบัติสากล
ข้อใดสอดคล้องกับแนวคิด “ทางสายกลาง” (The Mean) ของทฤษฎีคุณธรรมนิยมมากที่สุด
การหลีกเลี่ยงการตัดสินใจทุกกรณี
การเลือกการกระทำที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
การทำตามกฎโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์
การเลือกการกระทำที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง
ข้อใดอธิบายความหมายของ “จริยธรรมทางธุรกิจ” ได้ถูกต้องที่สุด
การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นกำไรสูงสุด
การนำหลักจริยธรรมและคุณค่ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
การปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
เหตุใดองค์กรธุรกิจในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่จึงไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะผลกำไร
เพราะกำไรไม่มีความสำคัญต่อธุรกิจ
เพราะธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการตัดสินใจขององค์กร
เพราะกฎหมายห้ามธุรกิจแสวงหากำไร
เพราะผู้บริโภคไม่สนใจผลประกอบการของธุรกิจ
จริยธรรมมีคุณค่าต่อชีวิตมนุษย์ ตรงตามข้อใด
การไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงานและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า สอดคล้องกับทฤษฎีใดมากที่สุด
ทฤษฎีประโยชน์นิยม
ทฤษฎีหน้าที่นิยม
ทฤษฎีว่าด้วยสิทธิ
ทฤษฎีคุณธรรมนิยม
ข้อใดสะท้อนหลัก “จรรยาบรรณของผู้ประกอบธุรกิจ” ได้เหมาะสมที่สุด
ใช้ข้อมูลลับของคู่แข่งเพื่อสร้างความได้เปรียบ
ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างโปร่งใสและไม่หลอกลวง
เลือกปฏิบัติต่อลูกค้าตามฐานะทางเศรษฐกิจ
แสวงหากำไรโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม
หากผู้บริหารนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อหลักจรรยาบรรณข้อใดมากที่สุด
การรักษาผลประโยชน์ขององค์กร
การส่งเสริมการแข่งขัน
การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
การประชาสัมพันธ์องค์กร
ข้อใดกล่าวถึง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อจริยธรรมในองค์กร” ได้เหมาะสมที่สุด
เกิดจากลักษณะส่วนบุคคลของพนักงานเท่านั้น
เกิดจากกฎหมายของรัฐเพียงอย่างเดียว
เกิดจากทั้งปัจจัยภายในองค์กรและปัจจัยภายนอกองค์กร
เกิดจากผลกำไรขององค์กรเพียงอย่างเดียว
ผู้นำองค์กรมีบทบาทสำคัญต่อจริยธรรมขององค์กรอย่างไร
เป็นผู้กำหนดเป้าหมายด้านยอดขายเท่านั้น
เป็นแบบอย่างด้านพฤติกรรมและมีส่วนสร้างวัฒนธรรมองค์กร
มีหน้าที่เฉพาะการลงโทษพนักงาน
ไม่มีผลต่อพฤติกรรมของพนักงาน
หากผู้บริหารกล่าวว่า “ขอเพียงบริษัทได้กำไร จะใช้วิธีใดก็ได้” ผลกระทบที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นคือข้อใด
พนักงานให้ความสำคัญกับจริยธรรมมากขึ้น
เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความโปร่งใส
พนักงานอาจรับรู้ว่าการบรรลุผลลัพธ์สำคัญกว่าการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม
พนักงานจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด
“วัฒนธรรมองค์กร” ส่งผลต่อจริยธรรมของบุคลากรในลักษณะใด
กำหนดรูปแบบความเชื่อ ค่านิยม และพฤติกรรมที่สมาชิกองค์กรยอมรับ
มีผลเฉพาะต่อผลประกอบการเท่านั้น
มีผลเฉพาะต่อผู้บริหารระดับสูง
ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของพนักงาน
ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ องค์กรมีแรงกดดันด้านรายได้สูงจนผู้บริหารพิจารณาปล่อยข้อมูลเท็จเพื่อรักษาผลประกอบการ สถานการณ์นี้สะท้อนปัจจัยใด
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
ปัจจัยด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยด้านโครงสร้างองค์กรเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยด้านบุคลิกภาพของลูกค้า
ข้อใดเป็นตัวอย่างของผลกระทบจาก “กฎหมายและกฎระเบียบ” ที่มีต่อจริยธรรมองค์กร
องค์กรต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
พนักงานเลือกแต่งกายตามความชอบส่วนตัว
ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าตามความนิยม
ผู้บริหารเลือกวิธีการประชุมตามความสะดวก
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอาจก่อให้เกิดประเด็นทางจริยธรรมใดมากที่สุด
การจัดโต๊ะทำงาน
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม
การกำหนดเวลาพักกลางวัน
การเลือกสีของสำนักงาน
บริษัทแห่งหนึ่งมีนโยบายส่งเสริมให้พนักงานแจ้งเบาะแสการทุจริตโดยไม่ต้องกลัวถูกกลั่นแกล้ง นโยบายนี้สะท้อนการสร้างสภาพแวดล้อมแบบใด
วัฒนธรรมที่ยอมรับการทุจริต
วัฒนธรรมที่ส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
วัฒนธรรมที่เน้นการแข่งขันภายใน
วัฒนธรรมที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
หากองค์กรต้องการยกระดับจริยธรรมอย่างยั่งยืน แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
ลงโทษพนักงานเมื่อเกิดปัญหาเท่านั้น
มุ่งเน้นกำไรและลดค่าใช้จ่ายด้านจริยธรรม
พัฒนาผู้นำ วัฒนธรรมองค์กร ระบบกำกับดูแล และสร้างความตระหนักด้านจริยธรรมควบคู่กัน
มอบหมายเรื่องจริยธรรมให้ฝ่ายบุคคลเพียงฝ่ายเดียว
ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง จริยธรรมทางธุรกิจ กับ ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ได้เหมาะสมที่สุด
CSR เป็นเรื่องการบริจาคเงินเท่านั้น
จริยธรรมทางธุรกิจมุ่งเฉพาะการทำกำไร ส่วน CSR มุ่งเฉพาะสิ่งแวดล้อม
ทั้งสองแนวคิดมุ่งให้องค์กรดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคม
CSR สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงจริยธรรม
ข้อใดเป็น สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค
สิทธิที่จะกำหนดราคาสินค้าเอง
สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยและข้อมูลที่ถูกต้อง
สิทธิที่จะได้รับกำไรจากผู้ประกอบธุรกิจ
สิทธิที่จะผูกขาดสินค้าในตลาด
หากบริษัทโฆษณาสินค้าว่าสามารถรักษาโรคได้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน การกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักใดมากที่สุด
ความโปร่งใสและสิทธิในการได้รับข้อมูลของผู้บริโภค
การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร
การพัฒนาบุคลากร
การส่งเสริมการแข่งขันที่เสรี
ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลัก การแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
พัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อแข่งขัน
ลดต้นทุนเพื่อให้สามารถเสนอราคาที่เหมาะสม
ผู้ประกอบการหลายรายตกลงร่วมกันกำหนดราคาสินค้า
ประชาสัมพันธ์จุดเด่นของสินค้าโดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง
ข้อใดสะท้อนหลัก ความเท่าเทียมในการดำเนินธุรกิจ ได้ดีที่สุด
เลื่อนตำแหน่งพนักงานโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ส่วนตัว
ให้โอกาสพนักงานอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
ให้ค่าตอบแทนแตกต่างกันโดยไม่มีเหตุผล
จำกัดโอกาสการทำงานของบุคคลตามเพศ
บริษัทแห่งหนึ่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดมลพิษ แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้ต้องลดมลพิษในระดับดังกล่าว การกระทำนี้สะท้อนความรับผิดชอบระดับใด
ระดับเศรษฐกิจ
ระดับกฎหมาย
ระดับจรรยาบรรณทางธุรกิจ
ระดับการตลาด
ข้อใดเป็นตัวอย่างของ CSR-After-Process
ออกแบบสินค้าให้ลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่เริ่มต้น
บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังจากบริษัทดำเนินธุรกิจ
ผลิตสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมเป็นธุรกิจหลัก
ปรับกระบวนการผลิตให้ลดมลพิษเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน
ข้อใดอธิบาย CSR-as-Process หรือกิจการเพื่อสังคม ได้ถูกต้องที่สุด
การบริจาคเงินหลังจากมีกำไรเท่านั้น
การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างรายได้
การทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพียงครั้งเดียว
การปฏิบัติตามกฎหมายขั้นต่ำโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
ข้อใดแสดงถึงความแตกต่างระหว่าง CSR กับ CSV ได้ถูกต้องที่สุด
CSR และ CSV มีความหมายเหมือนกันทุกประการ
CSR เน้นการทำประโยชน์ต่อสังคม ส่วน CSV มุ่งสร้างคุณค่าร่วมทั้งต่อสังคมและธุรกิจ
CSR มุ่งกำไร ส่วน CSV ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
CSR เป็นเรื่องของภาครัฐ ส่วน CSV เป็นเรื่องของชุมชน
หากองค์กรต้องการให้ CSR เกิดความยั่งยืน แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
จัดกิจกรรม CSR เฉพาะเมื่อมีข่าวเสียหาย
มอบหมายให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
บูรณาการ CSR เข้ากับวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และกระบวนการดำเนินธุรกิจ
เน้นการบริจาคเงินเป็นหลักโดยไม่ต้องปรับกระบวนการธุรกิจ
ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาจริยธรรมในสังคมปัจจุบัน
การพัฒนาทางการศึกษาเพียงอย่างเดียว
กระแสบริโภคนิยม การทุจริต การใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด และค่านิยมที่เน้นเงินและอำนาจ
การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางสังคม
การขยายตัวของธุรกิจขนาดเล็ก
ข้อใดอธิบาย “การทุจริต (Corruption)” ได้เหมาะสมที่สุด
การกระทำทุกอย่างที่ก่อให้เกิดกำไรแก่ธุรกิจ
การใช้อำนาจหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
การแข่งขันระหว่างธุรกิจเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
การดำเนินงานที่ผิดพลาดโดยไม่มีเจตนา
ข้อใดสอดคล้องกับแนวคิด “ไม่ยอม ไม่ทน และไม่เฉย” ต่อการทุจริตมากที่สุด
พบการทุจริตแต่ไม่ดำเนินการเพราะไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง
พบพฤติกรรมทุจริตและเลือกเพิกเฉยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
ไม่สนับสนุนการทุจริต ไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว และมีส่วนร่วมในการป้องกันหรือแจ้งปัญหา
ยอมรับการทุจริตหากองค์กรได้รับประโยชน์
