Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 45

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดถูกตามทฤษฎีจลน์

a)

ทุกครั้งที่สารตั้งต้นชนกันในทิศทางที่เหมาะสม จะเกิดสารผลิตภัณฑ์

b)

การสลายตัวของสารเชิงซ้อนกัมมันต์อาจได้สารตั้งต้นหรือสารผลิตภัณฑ์

c)

สารเชิงซ้อนกัมมันต์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยามีพลังงานต่ำกว่าสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

d)

การเกิดสารเชิงซ้อนกัมมันต์ปฏิกิริยาจะคายพลังงานออกมาซึ่งเรียกพลังงานนี้ว่าพลังงานก่อกัมมันต์

2.

เมื่อนำชิ้นสังกะสีใส่ในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก วิธีทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นโดยไม่เพิ่มปริมาณสังกะสีและกรดต่อไปนี้

ก. ใช้แท่งแก้วคนให้ทั่ว

ข. ใช้ผงสังกะสีน้ำหนักเท่ากันแทนชิ้นสังกะสี

ค. ให้ความร้อน

ง. เติมน้ำกลั่นลงไปเท่าตัว ข้อใดถูก

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก., ข. และ ค. เท่านั้น

b)

ข., ค. และ ง. เท่านั้น

c)

ก., ค. และ ง. เท่านั้น

d)

ก., ข., ค. และ ง.

3.

ข้อใดถูกตามทฤษฎีจลน์

a)

ทุกครั้งที่สารตั้งต้นชนกันในทิศทางที่เหมาะสม จะเกิดสารผลิตภัณฑ์

b)

การสลายตัวของสารเชิงซ้อนกัมมันต์อาจได้สารตั้งต้นหรือสารผลิตภัณฑ์

c)

สารเชิงซ้อนกัมมันต์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยามีพลังงานต่ำกว่าสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

d)

การเกิดสารเชิงซ้อนกัมมันต์ปฏิกิริยาจะคายพลังงานออกมาซึ่งเรียกพลังงานนี้ว่าพลังงานก่อกัมมันต์

4.

การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

5.

เมื่อนำชิ้นสังกะสีใส่ในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก วิธีทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นโดยไม่เพิ่มปริมาณสังกะสีและกรดต่อไปนี้

ก. ใช้แท่งแก้วคนให้ทั่ว

ข. ใช้ผงสังกะสีน้ำหนักเท่ากันแทนชิ้นสังกะสี

ค. ให้ความร้อน

ง. เติมน้ำกลั่นลงไปเท่าตัว ข้อใดถูก

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก., ข. และ ค. เท่านั้น

b)

ข., ค. และ ง. เท่านั้น

c)

ก., ค. และ ง. เท่านั้น

d)

ก., ข., ค. และ ง.

6.

การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

7.

ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

คะตะไลต์(ตัวเร่งปฏิกิริยา) เมื่อใส่ลงไปในปฏิกิริยาทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วขึ้น

b)

เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

c)

เมื่อเกิดปฏิกิริยาคะตะไลต์อาจมีส่วนร่วมในการทำปฏิกิริยา

d)

เมื่อพลังงานกระตุ้นสูงจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

8.

การเพิ่มอุณหภูมิมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น เพราะเหตุใด

1. ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันบ่อยครั้งขึ้น

2.ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของสารตั้งต้นลดลง

3. ทำให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงเพิ่มขึ้น

a)

1 เท่านั้น

b)

3 เท่านั้น

c)

1 และ 2

d)

1 และ 3

9.

ข้อใดเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง

a)

ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีสารตั้งต้นต้องชนกันถูกทิศทาง

b)

โมเลกุลที่มาชนกันแล้วเกิดปฏิกิริยา คือโมเลกุลที่มีพลังงานต่ำๆ

c)

ปฏิกิริยาที่มี Ea ต่ำจะมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงกว่าปฏิกิริยาที่มี Ea สูง

d)

Ea เป็นค่าเฉพาะของปฏิกิริยาหนึ่งๆ

10.

ข้อสรุปใดต่อไปนี้ผิด

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้พลังงานก่อกัมมันต์เพิ่มขึ้น

b)

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น

c)

โมเลกุลชนกันทุกครั้งต้องเกิดปฏิกิริยา หากมีพลังงานก่อกัมมันต์เพียงพอ

d)

ถ้าพลังงานของสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

11.

X (s) + Y (aq) ------> Z (g) เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อนอัตราเร็วของ ปฏิกิริยานี้เพิ่มขึ้นเมื่อ

ก. เพิ่มอุณหภูมิเพราะจำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานจลน์สูงมีมากขึ้น

ข. เติมตัวเร่งปฏิกิริยาเพราะทำให้ปฏิกิริยาสารผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น

ค. เพิ่มอุณหภูมิเพราะทำให้สารตั้งต้นขยายตัวมีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น

ง. บด X ให้มีขนาดเล็กลงหรือเป็นผง และเพิ่มปริมาณ Y

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ค และ ง

d)

ก และ ง

12.

ในการดำเนินไปของปฏิกิริยา ขณะอนุภาคของสารเคลื่อนที่เข้าใกล้กันพลังงานศักย์ของอนุภาคจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เรียกว่า สถานะแทรนซิชัน

a)

ถูก

b)

ผิด

13.

ปฏิกิริยา A (s) + B (aq) ------> C (aq) + D (g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่อใด

a)

ลดขนาดของ A เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ

b)

ลดปริมาณของ A เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ

c)

ลดขนาดของ A เติมตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มอุณหภูมิ

d)

เพิ่มขนาดของ A ลดความดัน เพิ่มอุณหภูมิ

14.

ปฏิกิริยาดูดพลังงานคือปฏิกิริยาที่ผลิตภัณฑ์มีพลังงานน้อยกว่าสารตั้งต้น

a)

ถูก

b)

ผิด

15.

ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้ ถ้าอนุภาคของสารตั้งต้นชนกันด้วยทิศทางที่เหมาะสมและมีพลังงานอย่างน้อยเท่ากับพลังงานก่อกัมมันต์

a)

ถูก

b)

ผิด

16.

ปฏิกิริยาเคมีที่มีค่าพลังงานก่อกัมมันตกมาก จะเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นได้ง่าย

a)

ถูก

b)

ผิด

17.

จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ A + B -----> C + D พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยาเป็นไป ดังรูป ข้อใดถูก

a)

ปฏิกิริยานี้เป็นกระบวนการคายความร้อน

b)

ผลิตภัณฑ์มีความเสถียรน้อยกว่าสารตั้งต้น

c)

พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ x + y

d)

เมื่อมีการเติมตัวเร่งลงในปฏิกิริยาจะทำให้ค่า y ลดลง

18.

ในปฏิกิริยาเดียวกัน อัตราการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารแต่ละชนิดอาจไม่เท่ากัน แต่เมื่อหารด้วยสัมประสิทธิ์ของสารนั้นในสมการที่ดุลแล้ว จะได้ค่าเท่ากัน เรียกว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ถูก

b)

ผิด

19.

ในการดำเนินไปของปฏิกิริยา ขณะอนุภาคของสารเคลื่อนที่เข้าใกล้กันพลังงานศักย์ของอนุภาคจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เรียกว่า สถานะแทรนซิชัน

a)

ถูก

b)

ผิด

20.

ปฏิกิริยาดูดพลังงานคือปฏิกิริยาที่ผลิตภัณฑ์มีพลังงานน้อยกว่าสารตั้งต้น

a)

ถูก

b)

ผิด

21.

ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้ ถ้าอนุภาคของสารตั้งต้นชนกันด้วยทิศทางที่เหมาะสมและมีพลังงานอย่างน้อยเท่ากับพลังงานก่อกัมมันต์

a)

ถูก

b)

ผิด

22.

ปฏิกิริยาเคมีที่มีค่าพลังงานก่อกัมมันตกมาก จะเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นได้ง่าย

a)

ถูก

b)

ผิด

23.

ในปฏิกิริยาเดียวกัน อัตราการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารแต่ละชนิดอาจไม่เท่ากัน แต่เมื่อหารด้วยสัมประสิทธิ์ของสารนั้นในสมการที่ดุลแล้ว จะได้ค่าเท่ากัน เรียกว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ถูก

b)

ผิด

24.

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่ง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุดในช่วงเวลาที่กำหนด เรียกว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ณ ขณะหนึ่ง

a)

ถูก

b)

ผิด

25.

การวัดปริมาณของสารที่เป็นของแข็งสามารถวัดได้โดยการชั่งน้ำหนัก

a)

ถูก

b)

ผิด

26.

อัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารสามารถหาได้จากปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อเวลา

a)

ถูก

b)

ผิด

27.

การสุกของผลไม้ไม่ใช่การเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ถูก

b)

ผิด

28.

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างโลหะแมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอริกได้ผลิตภัณฑ์เป็นแมกนีเซียมคลอไรด์และแก๊สไฮโดรเจน ปริมาณการเกิดแก๊สไฮโดรเจนจะเกิดไม่เท่ากัน ในแต่ละช่วงเวลา

a)

ถูก

b)

ผิด

29.

ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับธรรมชาติของสารตั้งต้น

a)

พันธะอโลหะมีความแข็งแรงของพันธะมากสุด

b)

สารใดที่มีพันธะแข็งแรงจะเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ช้า

c)

สารใดที่มีพันธะแข็งแรงจะเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็ว

d)

สารใดที่มีโครงสร้างซับซ้อนจะเกิดปฏิกิริยาได้เร็วกว่าโครงสร้างอย่างง่าย

30.

ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับธรรมชาติของสารตั้งต้น

a)

พันธะอโลหะมีความแข็งแรงของพันธะมากสุด

b)

สารใดที่มีพันธะแข็งแรงจะเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ช้า

c)

สารใดที่มีพันธะแข็งแรงจะเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็ว

d)

สารใดที่มีโครงสร้างซับซ้อนจะเกิดปฏิกิริยาได้เร็วกว่าโครงสร้างอย่างง่าย

31.

สารที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิดปฏิกิริยาเคมี เรียกว่าอะไร

a)

สารตั้งต้น

b)

สารมัธยันต์

c)

สารผลิตภัณฑ์

d)

เอนไซม์

32.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา

a)

หลังจากปฏิกิริยาสิ้นสุด ตัวเร่งจะเปลี่ยนสภาพไป

b)

ตัวเร่งทำหน้าที่ช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์

c)

หลังจากปฏิกิริยาสิ้นสุด ตัวเร่งจะไม่เปลี่ยนสภาพ

d)

ตัวเร่งมีความจำเพาะกับสารตั้งต้น

33.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของพื้นที่ผิวต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะแปรผันตามพื้นที่ผิวของสาร

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะแปรผกผันกับพื้นที่ผิวของสาร

c)

พื้นที่ผิวไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

d)

พื้นที่ผิวสามารถช่วยลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาได้

34.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผลของอุณหภูมิที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การลดอุณหภูมิจะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง

b)

การเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มมากขึ้น

c)

การลดหรือเพิ่มอุณหภูมิไม่มีผลต่อพลังงาน

ก่อกัมมันต์

d)

การลดหรือเพิ่มอุณหภูมิมีผลต่อพลังงาน

ก่อกัมมันต์

35.

พลังงานก่อกัมมันต์คือข้อใด

a)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่ทำให้อนุภาคเคลื่อนที่

b)

พลังงานที่ทำให้อนุภาคมีโอกาสชนกันมากขึ้น

c)

พลังงานที่ทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดอย่างรวดเร็ว

d)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้

36.

การเพิ่มอุณหภูมิมีผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

อนุภาคมีพลังงานศักย์เพิ่มมากขึ้น

b)

อนุภาคมีพลังงานศักย์น้อยลง

c)

อนุภาคมีพลังงานจลน์เพิ่มมากขึ้น

d)

มีอนุภาคมีพลังงานจลน์น้อยลง

37.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของความเข้มข้นของสารกับอัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น จะทำให้โอกาสที่อนุภาคชนกันมากขึ้น

b)

ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคน้อยลง

c)

ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น

d)

ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคเพิ่มมากขึ้น

38.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เมื่อเกิดการชนกันของอนุภาคสามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เลย

b)

การเกิดปฏิกิริยาเคมีจะต้องใช้พลังงานเพื่อสลาย

พันธะเดิมก่อนแล้วสร้างพันธะขึ้นมาใหม่

c)

การชนกันของอนุภาคถ้าชนในทิศทางที่เหมาะสม

จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น

d)

การเกิดปฏิกิริยาเคมี สามารถสังเกตได้จาก

สถานะของสารที่เปลี่ยนไป

39.

พลังงานก่อกัมมันต์คือข้อใด

a)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่ทำให้อนุภาคเคลื่อนที่

b)

พลังงานที่ทำให้อนุภาคมีโอกาสชนกันมากขึ้น

c)

พลังงานที่ทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดอย่างรวดเร็ว

d)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้

40.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไปต่อหนึ่งหน่วยเวลา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ถูกทุกข้อ

41.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไปต่อหนึ่งหน่วยเวลา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ถูกทุกข้อ

42.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เมื่อเกิดการชนกันของอนุภาคสามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เลย

b)

การเกิดปฏิกิริยาเคมีจะต้องใช้พลังงานเพื่อสลาย

พันธะเดิมก่อนแล้วสร้างพันธะขึ้นมาใหม่

c)

การชนกันของอนุภาคถ้าชนในทิศทางที่เหมาะสม

จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น

d)

การเกิดปฏิกิริยาเคมี สามารถสังเกตได้จาก

สถานะของสารที่เปลี่ยนไป

43.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไปต่อหนึ่งหน่วยเวลา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ถูกทุกข้อ

44.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไปต่อหนึ่งหน่วยเวลา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ถูกทุกข้อ

45.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไปต่อหนึ่งหน่วยเวลา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคือปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ถูกทุกข้อ