wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก

Total questions: 40

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

เนื้อเยื่อเจริญหมายถึงข้อใด

a)

ผนังเซลล์บาง มีนิวเคลียสขนาดใหญ่

b)

เซลล์มีชีวิต และแบ่งตัวเองตลอดเวลา

c)

มีนิวเคลียสขนาดใหญ่ แวคิวโอลขนาดเล็ก

d)

มีช่องว่างระหว่างเซลล์ เซลล์มีขนาดใหญ่

2.

เนื้อเยื่อเจริญชนิดใดของพืชที่แบ่งเซลล์แล้วมีผลทำให้ลำต้นยืดยาวสามารถสร้างกิ่งและใบได้

a)

เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

b)

เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

c)

เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

d)

เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

3.

ข้อใดไม่ใช่เนื้อเยื่อเจริญของพืช

a)

ปลายอดต้นดาวเรือง

b)

หมวกรากของต้นข้าวโพด

c)

บริเวณข้อล่างของต้นไผ่

d)

บริเวณถัดขึ้นมาจากหมวกราก

4.

เนื้อเยื่อเจริญด้านข้างส่งผลให้พืชเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

เกิดวงปี

b)

มีเปลือกไม้

c)

ยืดยาวออก

d)

สร้างเนื้อไม้เพิ่มขึ้น

5.

ข้อใดหมายถึงเนื้อเยื่อเจริญทั้งหมด

a)

คอลเลนคิมา, คอร์ก

b)

พาเรงคิมา, แคมเบียม

c)

เอพิเดอร์มิส, เอนโดเดอร์มิส

d)

แคมเบียม, โพรโทเดิร์ม

6.

การแบ่งประเภทเนื้อเยื่อเจริญและเนื้อเยื่อถาวร ใช้เกณฑ์ใดในการจำแนก

a)

หน้าที่การทำงานของเนื้อเยื่อ

b)

การเกิดของเนื้อเยื่อ

c)

การแบ่งตัวของเซลล์ที่มาประกอบกันเป็นเนื้อเยื่อ

d)

รูปร่างลักษณะของเซลล์ที่มาประกอบกันเป็นเนื้อเยื่อ

7.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเนื้อเยื่อถาวร

a)

เซลล์ขนราก เซลล์คุม เป็นเนื้อเยื่อถาวร

b)

เนื้อเยื่อถาวรเปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญ

c)

เนื้อเยื่อถาวรประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่เจริญเต็มที่แล้ว

d)

เอพิเดอร์มิสเป็นเนื้อเยื่อถาวร ส่วนเนื้อเยื่อท่อลำเลียงไม่เป็นเนื้อเยื่อถาวร

8.

เซลล์เอพิเดอร์มิสจัดอยู่ในระบบเนื้อเยื่อพืชใด

a)

ระบบเนื้อเยื่อผิว

b)

ระบบเนื้อเยื่อพื้น

c)

ระบบเนื้อเยื่อราก

d)

ระบบเนื้อเยื่อท่อลำเลียง

9.

ข้อใดเป็นเซลล์ที่มีการแบ่งตัวตลอดเวลา

a)

เทรคีด

b)

ไฟเบอร์

c)

พาเรงคิมา

d)

วาสคิวลาร์ แคมเบียม

10.

เนื้อเยื่อที่อยู่ชั้นนอกสุดมีการเรียงตัวของเซลล์เพียงชั้นเดียว แต่เรียงชิดกัน เซลล์มีผนังบางไม่มีคลอโรพลาสต์คืออะไร

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

คอลเลงคิมา

c)

เพอริไซเคิล

d)

เอนโดเดอร์มิส

11.

ข้อใดไม่ได้เจริญมาจากเซลล์เอพิเดอร์มิสของพืช

a)

ขนราก

b)

เซลล์คุม

c)

ขนปกคุมลำต้น

d)

มือเกาะ

12.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่ทำหน้าที่ในการสะสมอาหารให้กับหัวเผือก หัวมัน แห้ว คือส่วนใด

a)

พาเรงคิมา

b)

คอลเลงคิมา

c)

สเกลอเรงคิมา

d)

เอพิเดอร์มิส

13.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยวที่พบมากตามกะลามะพร้าวเปลือกหุ้มเมล็ดมะขาม คือข้อใด

a)

พาเรงคิมา

b)

คอลเลงคิมา

c)

สเกลอเรงคิมา   

d)

เอพิเดอร์มิส

14.

ไม่ใช่สมบัติของเนื้อเยื่อคอลเลงคิมา

a)

เป็นเซลล์ที่มีชีวิต

b)

มักพบในบริเวณลำต้น ก้านใบ และแผ่นใบ

c)

มีผนังเซลล์ปฐมภูมิบาง และพบช่องว่างระหว่างเซลล์

d)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของพืช

15.

ส่วนประกอบของเนื้อเยื่อไซเล็ม ได้แก่อะไรบ้าง

a)

เทรคีด คอมพาเนียลเซลล์ ไซเล็มพาเรงคิมา เวสเซลล์

b)

ไซเล็มไฟเบอร์ เทรคีด ไซเล็มพาเรงคิมา เวสเซลล์

c)

ซีพทิวป์ เวสเซลล์ เทรคีด ไซเล็มพาเรงคิมา

d)

ไซเล็มพาเรงคิมา ไซเล็มไฟเบอร์ เทรคีด ไฟเบอร์

16.

โฟลเอ็มและไซเล็ม มีความแตกต่างกันอย่างไร

a)

โฟลเอ็มมีเนื้อเยื่อไฟเบอร์ แต่ไซเล็มไม่มี

b)

โฟลเอ็มจัดเรียงตัวอยู่ด้านนอกของมัดท่อลำเลียงส่วนไซเล็มจัดเรียงตัวด้านในของมัดท่อ         ลำเลียง

c)

โฟลเอ็มทำหน้าที่ลำเลียงน้ำ ไซเล็มลำเลียงอาหาร

d)

โฟลเอ็มทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร  ไซเล็มลำเลียงน้ำ

17.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อและประเภทของเนื้อเยื่อที่ถูกต้อง

a)

คอร์ก - เนื้อเยื่อถาวร

b)

ไซเล็ม - เนื้อเยื่อเจริญ

c)

พาเรงคิมา - เนื้อเยื่อเจริญ

d)

คอร์ก แคมเบียม - เนื้อเยื่อถาวร

18.

ข้อใดคือหน้าที่ของหมวกราก

a)

ทำหน้าที่ยึดเกาะช่วยพยุงลำต้นให้พืชตั้งตรง

b)

ทำหน้าที่แบ่งเซลล์ ส่งผลให้รากพืชมีความยาวมากขึ้น

c)

ทำหน้าที่ชอนไช และป้องกันไม่ให้เซลล์บริเวณปลายรากถูกทำลาย

d)

ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง เนื่องจากภายในหมวกรากมีคลอโรพลาสต์

19.

บริเวณใดของปลายรากพบกระบวนการไมโทซิส

a)

หมวกราก

b)

บริเวณเซลล์ยืดตามยาว

c)

บริเวณการแบ่งเซลล์

d)

บริเวณการเปลี่ยนแปลงสภาพและการเจริญเต็มที่ของเซลล์

20.

เนื้อเยื่อที่พบในรากแต่ไม่พบในลำต้นคือข้อใด

a)

เอนโดเดอร์มิส เพอริไซเคิล

b)

เอนโดเดอร์มิส คอร์เทกซ์

c)

เอนโดเดอร์มิส แคมเบียม

d)

เอนโดเดอร์มิส พิธ

21.

การที่จะดูว่าเป็นรากหรือเป็นลำต้นตามขวางดูได้จากข้อใด

a)

ชั้นของคอร์เทกซ์ในรากแคบ ลำต้นกว้าง

b)

ชั้นของคอร์เทกซ์ในลำต้นแคบ รากกว้าง

c)

ชั้นของมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจายในรากและเป็นระเบียบในลำต้น

d)

ชั้นมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจายในลำต้นและเป็นระเบียบในราก

22.

เมื่อดูชิ้นส่วนที่ตัดตามขวางของพืชด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่าใจกลางชิ้นส่วนนั้นเป็นเนื้อเยื่อไซเล็มแสดงว่าชิ้นส่วนนั้นเป็นส่วนของ

a)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

รากของพืชไปเลี้ยงคู่

d)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

23.

การเกิดรากใหม่จากรากเดิมและการเกิดขนรากของพืช เกิดจากเนื้อเยื่อใดตามลำดับ

1. เพริไซเคิล

2. เอนโดเดอร์มิส

3. เอพิเดอร์มิส

4. คอร์เทกซ์

a)

ข้อ 1 และ 2

b)

ข้อ 2 และ 3

c)

ข้อ 3 และ 4

d)

ข้อ 1 และ 3

24.

ภาพตัดขวางของรากในรูปนี้ ไม่สามารถพบได้ในพืชข้อใดต่อไปนี้

a)

ถั่วเหลือง          

b)

มะขาม

c)

อ้อย                 

d)

ชบา

25.

หมายเลข 3 หมายถึงอะไร

a)

เอพิเดอร์มิส                  

b)

คอร์เทกซ์

c)

ไซเล็ม  

d)

โฟลเอ็ม

26.

เอนโดเดอร์มิสอยู่ระหว่างหมายเลขใด

a)

1 และ 2           

b)

2 และ 3

c)

3 และ 4           

d)

ไม่พบเอนโดเดอร์มิส

27.

รากพืชที่แก่ มักพบว่าเนื้อเยื่อชั้นใดของพืชจะปรากฏแถบแคสพาเรียนคาดไว้ แถบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

a)

เอพิเดอร์มิส, ให้ความแข็งแรงแก่พืช

b)

คอร์เทกซ์, ให้ความแข็งแรงแก่พืช

c)

เอนโดเดอร์มิส, กั้นไม่ให้น้ำไหลผ่าน

d)

เพอริไซเคิล, กั้นไม่ให้น้ำไหลผ่าน

28.

ข้อใดเรียงลำดับการเติบโตขั้นทุติยภูมิของรากพืชจากชั้นนอกไปยังชั้นในได้ถูกต้อง

a)

โฟลเอ็มปฐมภูมิ โฟลเอ็มทุติยภูมิ

            วาสคิวลาร์ แคมเบียม

b)

ไซเล็มปฐมภูมิ ไซเล็มทุติยภูมิ

            วาสคิวลาร์ แคมเบียม

c)

โฟลเอ็มทุติยภูมิ โฟลเอ็มปฐมภูมิ

            วาสคิวลาร์ แคมเบียม

d)

ไซเล็มทุติยภูมิ ไซเล็มปฐมภูมิ

            วาสคิวลาร์ แคมเบียม

29.

บริเวณใดของเซลล์พืชที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นมากที่สุด

a)

เซลล์คุม

b)

เซลล์ในชั้นแพลิเสดมีโซฟิลล์

c)

เซลล์ในชั้นสปันจีมีโซฟิลล์

d)

เซลล์บันเดิลชีท

30.

พิจารณาภาพแล้วตอบคำถาม ถ้าพิจารราเนื้อไม้ดังภาพ ควรมีอายุประมาณกี่ปี

a)

1-2 ปี

b)

3-4 ปี

c)

5-6 ปี

d)

7-8 ปี

31.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. แก่นไม้ (heartwood) อยู่ด้านในสุดของไม้ยืนต้นทำหน้าที่ในการให้ความแข็งแรงกับพืช

b. กระพี้ไม้ (sapwood) เป็นส่วนของไซเล็มที่ยังมีชีวิตอยู่และทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ

c. เนื้อไม้ (wood) ของพืชเป็นส่วนของไซเล็มระยะที่สอง (secondary xylem) ทั้งหมด

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

32.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้ภาพที่เห็นนี้มาจากส่วนใดและของพืชชนิดใด

a)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

33.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้บริเวณใดในภาพที่สามารถเจริญต่อไปเป็นตาข้าง (axillary bud)

a)

บริเวณ A

b)

บริเวณ B

c)

บริเวณ C

d)


บริเวณ D

34.

ผลจากการเกิดการเจริญขั้นที่ 2 (secondary growth) ของพืชใบเลี้ยงคู่ ทำให้อวัยวะของพืชเช่นรากและลำต้นเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากขึ้น

b)

มีความยาวและส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามลำดับ

c)

เพิ่มทั้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาว

d)

ทำให้รากและลำต้นมีอายุยืนยาว

35.

โครงสร้างใดของพืชใบเลี้ยงคู่ที่ไม่มีเยื่อแคมเบียม

a)

ใบและขนราก

b)

รากแขนงและกิ่งก้าน

c)

ใบและกิ่งก้าน

d)

ใบและราก

36.

ถ้าตัดต้นไม้ยืนต้นตามขวางซึ่งมีอายุ 1 ปี พบว่ามีเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ เรียงลำดับจากชั้นในสุดออกมาด้านนอกดังนี้

a)

ไซเลม  โฟลเอ็ม  แคมเบียม

b)

ไซเลม  แคมเบียม  โฟลเอ็ม

c)

โฟลเอ็ม  แคมเบียม  ไซเลม

d)

ไซเลม  โฟลเอ็ม  ไซเลม

37.

เซลล์คุมเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ใด

a)

ปากใบ

b)

พาเรงคิมา

c)

คิวทิน

d)

เอพิเดอร์มิส

38.

จากรูปแสดงโครงสร้างภายในของพืช เนื้อเยื่อ D คืออะไร

a)

ไซเล็ม ของราก

b)

ไซเล็ม ของลำต้น

c)

โฟลเอ็ม ของราก

d)

โฟลเอ็ม ของลำต้น

39.

จากภาพเป็นโครงสร้างภายในชองพืช เนื้อเยื่อ D คืออะไรและพบในพืชใด ตามลำดับ

a)

ไซเล็ม ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

โฟลเอ็ม ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ไซเล็ม ของพืชใบเลี้ยงคู่

d)

โฟลเอ็ม ของพืชใบเลี้ยงคู่

40.

เมื่อนำใบพืชมาฟอกจนเห็นเส้นใบดังภาพ ส่วนของเส้นใบนี้ประกอบด้วยเนื้อเยื่อชนิดใด

a)

เอพิเดอมิส, พาเรงคิมา และไฟเบอร์

b)

เวสเซล, พาเรงคิมา และไฟเบอร์

c)

เวสเซล, ไซเลมไฟเบอร์ และโฟเอมไบเบอร์

d)

พาเรงคิมา, เวสเซล และซีฟทิวบ์