NEW
Font size
Worksheetsปลายภาคข้อสอบสังคมฯ(พระพุทธฯ) ม.๔ ปี ๒๕๖๖
Total questions: 41
Worksheet time: 21mins
1.ก่อนที่จะกำเนิดศาสนาพุทธมีความเชื่อในเรื่องใด
มากที่สุด
ก. เชื่อในบรรพบุรุษ
ข. เชื่อในตนเอง
ค. เชื่อในธรรมชาติ
ง. เชื่อในสิ่งลี้ลับ
2. เรามาช่วยกันสร้างกุศลด้วยการบริจาคให้กับสภากาชาดไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่น้องพุ่มและผู้ประสบภัย สึนามิทุกคน และขอให้ผลบุญนี้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแด่ท่านทุกคน จากข้อความนี้นักเรียนคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับบุญกิริยาวัตถุข้อใดมากที่สุด
ก. สีลมัยกับภาวนามัย
ข. ทานมัยกับปัตติทานมัย
ค. อปจายนมัยกับเวยยาวัจจมัย
ง. ปัตติทานมัยกับปัตตานุโมทนามัย
3. การกำเนิดของศาสนาเป็นการตอบปัญหาในเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. ปัญหาในการกำเนิดชีวิต
ข. ชีวิตหลังการตาย
ค. ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
ง. ที่มาของบรรพบุรุษ
4. การฟังธรรมจะเกิดผลดี ถ้ามีองค์ประกอบต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก. ผู้ฟังธรรมมีความเลื่อมใสอยากฟังธรรม
ข. ผู้ฟังธรรมมีปัญญาพอที่จะพิจารณาสาระของธรรมได้
ค. ผู้แสดงธรรมมีความสามารถแสดงธรรมให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย
ง. ผู้แสดงธรรมมีปัญญาสามารถศึกษาธรรมจนเข้าใจอย่างถ่องแท้
5. การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาต่างๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสิ่งใดเป็นสำคัญ
ก. เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง
ข. เพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ
ค. เพื่อแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของตน
ง. เพื่อแสดงบารมีที่ยิ่งใหญ่
6. ใครชื่อว่า ได้พบเห็นมรณธรรม
ก. การุณได้ฟังธรรมจากพระภิกษุสมชาย
ข. ทวีพงษ์นำเครื่องไทยธรรมไปถวายพระครูสมจิตร
ค. อนุสรณ์เห็นพระภิกษุสามเณรเดินบิณฑบาตมาเป็นแถว
ง.กรณรงค์ได้ถวายตนเป็นโยมอุปัฏฐากท่านเจ้าคุณประยุทธ์
7.หลักศรัทธาในพระพุทธศาสนาสอนให้พุทธศาสนิกชนมีความเชื่อในสิ่งใด
ก. เชื่อในการสร้างโลกของพระเจ้า
ข. เชื่อในกฎแห่งกรรม
ค. เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ง. เชื่อในความดีของมนุษย์
8. หลักการของพระพุทธศาสนาคล้ายคลึงกับหลักการของวิทยาศาสตร์ในด้านใด
ก. วิธีการในการพิสูจน์ความจริง
ข. กระบวนการในการคิด
ค. เป้าหมายในการพิสูจน์ความจริง
ง. หน่วยงานในการพิสูจน์ความจริง
9. หลักการที่มีความแตกต่างกันมากที่สุดของวิธีการทางวิทยาศาสตร์กับวิธีการทางพระพุทธศาสนา
คือเรื่องใด
ก. การยอมรับความจริงที่เป็นนามธรรม
ข. เป้าหมายในการดำเนินงาน
ค. ผลจากการพิสูจน์ความจริง
ง. ความเชื่อถือจากการพิสูจน์ความจริง
10. เป้าหมายสูงสุดของหลักการทางวิทยาศาสตร์ต่อวิถีชีวิตของประชาชนในสิ่งใด
ก. การมุ่งเน้นประโยชน์ทางด้านจิตใจ
ข. การมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม
ค. การมุ่งเน้นประโยชน์เพื่อความสุขทางด้านร่างกาย
ง. การมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนตน
11. ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการคณะสงฆ์ในปัจจุบันคือหน่วยงานใด
ก. มหาเถรสมาคมแห่งประเทศไทย
ข. พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
ค. สมาคมทางพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
ง. ชมรมชาวพุทธแห่งประเทศไทย
12. .การเป็นประชาธิปไตยในทางพระพุทธศาสนา
ในการลงมติในเรื่องต่างๆ จะมีลักษณะอย่างไร
ก. ใช้เสียงข้างน้อยในการตัดสิน
ข. ถ้ามีเสียงเท่ากันประธานในที่ประชุมจะเป็นผู้ตัดสิน
ค. ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ตัดสินใจ
ง. ใช้เสียงข้างมากในการตัดสิน
13. มงคลหรือผลดีที่เกิดจากการสนทนาธรรมคือข้อใด
ก. ทำให้จิตผ่องใส
ข. ขจัดความหลงผิด
ค. เข้าใจสาระของธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
14. หลักการประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาที่สำคัญคือหลักการใด
ก. การรวมอำนาจ
ข. การมอบอำนาจ
ค. การกระจายอำนาจ
ง. การแบ่งอำนาจ
15. หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาได้สอนให้ศาสนิก
ชนพึ่งพาใครเมื่อเกิดปัญหา
ก. ญาติผู้ใหญ่
ข. พึ่งพ่อแม่
ค. พึ่งญาติพี่น้อง
ง. พึ่งพาตนเอง
16. พระพุทธศาสนาที่มีคำสอนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกจัดเป็นการฝึกฝนอบรมในด้านใด
ก. การศึกษาในเรื่องปัญญา
ข. การศึกษาในเรื่องศีล
ค. การศึกษาในเรื่องทั่วไป
ง. การศึกษาในเรื่องจิต
16. พระพุทธศาสนาที่มีคำสอนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกจัดเป็นการฝึกฝนอบรมในด้านใด
ก. การศึกษาในเรื่องปัญญา
ข. การศึกษาในเรื่องศีล
ค. การศึกษาในเรื่องทั่วไป
ง. การศึกษาในเรื่องจิต
17. การฝึกจิตใจของชาวพุทธให้มีความเข้มแข็งสามารถปฏิบัติได้โดยวิธีใด
ก. การนั่งวิปัสสนากรรมฐาน
ข. การมองโลกในแง่ดี
ค. การบริจาคทานอยู่เป็นประจำ
ง. การเข้าร่วมพิธีศพอยู่เสมอ
18. พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนที่เป็นทฤษฎีสากลหมายความว่าอย่างไร
ก. เป็นคำสอนที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
ข. เป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้
ค. เป็นคำสอนที่ตรงกับศาสนาอื่น
ง. เป็นคำสอนที่มุ่งประโยชน์สุขแก่คนทั่วไป
19. คุณธรรมของพระพุทธศาสนาที่ช่วยสนับสนุนให้การแก้ปัญหาต่างๆ สำเร็จด้วยดี คือข้อใด
ก. ไตรลักษณ์,ไตรสิกขา
ข. กรรมและวิริยะ
ค. ขันธ์ 5,พรหมวิหาร 4
ง. อิทธิบาท 4, อกุศลมูล
20. อริยมรรคนั้นควรยึดถือปฏิบัติตามแนวทางใดจึงจะดีที่สุด
ก. แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดปัญหา
ข. แนวทางปฏิบัติในการยึดฝึกอบรมจิตเพื่อบรรลุหลักธรรม
ค. แนวทางปฏิบัติสายกลางไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป
ง. หลักการดำเนินชีวิตยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
21.ลักษณะที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนสุภาษิตคือข้อใด
ก. เป็นข้อความสั้นๆ
ข. ให้ข้อคิดหรือคติสอนใจ
ค. มีลักษณะคล้ายสำนวนไทย
ง. เป็นพระดำรัสของพระพุทธเจ้า
22. ความสันโดษทางพระพุทธศาสนามีความหมายอย่างไร
ก. ความรักในอิสระเสรี
ข. ความไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
ค. การอยู่อย่างปลีกวิเวก
ง. พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
23. หลักธรรมของพระพุทธศาสนา อปริหาริยธรรม ไม่มีคำสอนเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ข. ความสามัคคีของหมู่คณะ
ค. การเคารพนับถือซึ่งกันและกัน
ง. การศึกษาหลักธรรมในพระศาสนา
24. หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อศาสนิกชนอย่างไร
ก. เป็นคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา
ข. เป็นแนวปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน
ค. เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า
ง. เป็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
25. ธรรมใดจัดเป็นกรรมที่ให้ผลตามกาลเวลา
ก. กรรมที่ชักนำให้เกิด
ข. กรรมที่สนับสนุน
ค. กรรมตัดรอน
ง. กรรมที่เลิกให้ผล
26. เรานะมีสมองหรือเปล่า คิดเป็นกับเขาบ้างไหม โง่เหมือนควาย ในสถานการณ์เช่นนี้ควรนำหลักธรรมข้อใดมาใช้จึงจะได้ชื่อว่า ชนะตนเอง
ก. ขันติ
ข. จาคะ
ค. สัจจะ
ง. เมตตา
27. พุทธศาสนนุภาษิตข้อใดสอนให้เรารู้จักหักห้ามใจตนเองเมื่อถูกกิเลสฝ่ายต่ำครอบงำจิตใจ
ก. ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ข. ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
ค. สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ
ง. อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
28. อิริยาบถที่เหมาะสมที่สุดในการทำสมาธิตามหลักมรณสติ คือวิธีใด
ก. การนั่ง
ข. การนอน
ค. การยืน
ง. การเดิน
29. โครงการต่อไปนี้ต้องการรณรงค์ให้เรามีความระมัดระวัง ยกเว้น โครงการใด
ก. เมาไม่ขับ
ข. เปิดไฟ...ใส่หมวด
ค. เทเหล้า...เผาบุหรี่
ง. ตั้งสติ..ก่อนสตาร์ท
30. สำนวนไทยในข้อใดมีความหมาย ตรงข้ามกับพุทธ ศาสนสุภาษิตบทว่าสุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ
ก. ฟังออก
ข. ฟังหูไว้หู
ค. ฟังความข้างเดียว
ง. ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด
31. บทบาทของพระสงฆ์ที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันเป็นเช่นใด
ก. ผู้รู้ทันเหตุการณ์ต่างๆ ของโลก
ข. ผู้ได้รับการอุปสมตามพระวินัย
ค. ผู้นำความรู้ใหม่ๆ มายุกต์ให้กับพระพุทธศาสนา
ง. ผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา
32.การปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ทางวาจา ได้แก่ข้อใด
ก. สนทนาเฉพาะเรื่องหลักธรรม
ข. สนทนาด้วยคำพูดที่เหมาะสม
ค. สนทนาด้วยความเป็นกันเอง
ง. สนทนาด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไป
33. กราบพระสงฆ์ที่ถูกต้องควรกราบในลักษณะใด
ก. กราบ 1 ครั้งไม่แบมือ
ข. กราบ 1 ครั้ง แบมือ
ค. กราบ 3 ครั้งไม่แบมือ
ง. กราบ 3 ครั้งแบมือ
34. การประกอบศาสนพิธีในพระพุทธศาสนา มีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ข. ช่วยให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี
ค. แสดงถึงการเป็นผู้มีบุญกุศล
ง. ช่วยเพิ่มบารมีให้กับผู้ปฏิบัติ
35.เมื่อนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีกรรมที่บ้านควรจัดที่นั่งพระสงฆ์ในลักษณะใดจึงเหมาะสมที่สุด
ก. จัดให้นั่งร่วมกับแขกที่มาร่วมงาน
ข. จัดให้นั่งอยู่รูปเดียวบนโซฟา
ค. จัดให้นั่งบนอาสนะที่อยู่สูงกว่าเพศทั่วไป
ง. จัดให้นั่งบนเก้าอี้ที่สูงกว่าคนอื่นในงาน
36.การอาราธนาธรรมในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีวัตถุประสงค์อย่างไร
ก. การเชื้อเชิญให้พระสงฆ์ให้ศีล
ข. การเชื้อเชิญให้พระสงฆ์ชี้แนวทางการปฏิบัติ
ค. การเชื้อเชิญให้พระสงฆ์สวดมนต์เรื่องพุทธานุภาพ
ง.การถือรับเอาข้อวัตรไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
37. หน้าที่ชาวพุทธเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองข้อใดสำคัญที่สุด
ก. การศึกษาพระธรรมคำสอน
ข. การเผยแผ่ศาสนา
ค. การปกป้องพระศาสนา
ง. การปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
38.การปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาทำได้โดยวิธีการใดจึงเหมาะสม
ก. การรณรงค์ให้เยาวชนเข้าวัด
ข. การเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
ค. การจัดตั้งชมรมชาวพุทธในส่วนท้องถิ่น
ง. การส่งเสริมให้นำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
39.จุดมุ่งหมายในการศึกษาของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรในทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิดการพัฒนา
ในด้านใด
ก. พัฒนาทางด้านสังคม
ข. พัฒนาทางด้านร่างกาย
ค. พัฒนาทางด้านปัญญา
ง. พัฒนาทางด้านจิตใจ
40.การปกป้องพระธรรมของชาวพุทธที่เหมาะสมที่สุดควรปฏิบัติตนอย่างไร
ก. การศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เข้าใจ
ข. จัดพิมพ์หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแจกประชาชนทั่วไป
ค. ร่วมกันเป็นหูเป็นตาไม่ให้มีการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า
ง. การเผยแผ่พระธรรมคำสอนตามสื่อต่างๆ อย่างหลากหลาย
