wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสื่อสารและให้คำปรึกษา ชุด 2

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบครอบครัวได้รับอิทธิพลความเชื่อจากทฤษฎีใด

a)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบเกสตัลท์ (Gestalt therapy)

b)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบตัลท์เกส (therapy Gestalt)

c)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาของเจอร์โร (gerianro thert)

d)

ทฤษฎีของโบเวน (Bowenian thert)

2.

การช่วยให้ผู้รับบริการ ได้เข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เป็นการให้คำปรึกษาแบบใด

a)

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน

b)

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

c)

การให้คำปรึกษาแบบครอบครัว

d)

การให้คำปรึกษารายบุคคล

3.

ข้อใดคือลักษณะเฉพาะของการให้คำปรึกษา

a)

การพูดคุยเจรจากันในเรื่องของปัญหา

b)

การให้ความช่วยเหลือปัญหาทางด้านต่างๆ

c)

การตำหนิปัญหาของผู้อื่น

d)

การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น

4.

การปรึกษาแบบเทคนิคการนำเข้าสู่การสนทนาคือแบบใด

a)

เป็นการสร้างบรรยากาศของการเริ่มต้นการให้คำปรึกษาให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

b)

เป็นการป้อนคำถามตรงๆหลายๆคำถามติดต่อกันเพื่อดึงเอาคำตอบจากผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

c)

เป็นการนำเอาข้อความและคำพูดของผู้ประกอบการตีความหมายและพูดออกมาในเชิงของความรู้สึก

d)

เป็นการรวบรวมสิ่งที่พูดกันไปแล้วนั้นให้เป็นประโยคเดียว โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องต่างๆให้ออกมาได้อย่างดี

5.

การปรึกษาแบบเทคนิคการซักถามคือแบบใด

a)

เป็นการรวบรวมสิ่งที่พูดกันไปแล้วนั้นให้เป็นประโยคเดียว โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องต่างๆให้ออกมาได้อย่างดี

b)

เป็นการนำเอาข้อความและคำพูดของผู้ประกอบการตีความหมายและพูดออกมาในเชิงของความรู้สึก

c)

เป็นการป้อนคำถามตรงๆหลายๆคำถามติดต่อกันเพื่อดึงเอาคำตอบจากผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

d)

เป็นการสร้างบรรยากาศของการเริ่มต้นการให้คำปรึกษาให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

6.

การปรึกษาแบบเทคนิคการสะท้อนความรู้สึกคือแบบใด

a)

เป็นการป้อนคำถามตรงๆหลายๆคำถามติดต่อกันเพื่อดึงเอาคำตอบจากผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

b)

เป็นการนำเอาข้อความและคำพูดของผู้ประกอบการตีความหมายและพูดออกมาในเชิงของความรู้สึก

c)

เป็นการสร้างบรรยากาศของการเริ่มต้นการให้คำปรึกษาให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

d)

เป็นการรวบรวมสิ่งที่พูดกันไปแล้วนั้นให้เป็นประโยคเดียว โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องต่างๆให้ออกมาได้อย่างดี

7.

การปรึกษาแบบเทคนิคการสรุปคือแบบใด

a)

เป็นการรวบรวมสิ่งที่พูดกันไปแล้วนั้นให้เป็นประโยคเดียว โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องต่างๆให้ออกมาได้อย่างดี

b)

เป็นการป้อนคำถามตรงๆหลายๆคำถามติดต่อกันเพื่อดึงเอาคำตอบจากผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

c)

เป็นการนำเอาข้อความและคำพูดของผู้ประกอบการตีความหมายและพูดออกมาในเชิงของความรู้สึก

d)

เป็นการสร้างบรรยากาศของการเริ่มต้นการให้คำปรึกษาให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

8.

การปรึกษาแบบเทคนิคการตั้งคำถามคือแบบใด

a)

เป็นการป้อนคำถามตรงๆหลายๆคำถามติดต่อกันเพื่อดึงเอาคำตอบจากผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

b)

เป็นการนำเอาข้อความและคำพูดของผู้ประกอบการตีความหมายและพูดออกมาในเชิงของความรู้สึก

c)

เป็นการสร้างบรรยากาศของการเริ่มต้นการให้คำปรึกษาให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

d)

ที่ปรึกษาสามารถใช้คำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลในด้านต่างๆ เพิ่มเติม คำถามที่ดีจะเป็นคำถามปลายเปิดที่เป็นกลาง

9.

"ลองเล่าถึงสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังหน่อยซิ" จากประโยคข้างต้น เป็นเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบใด

a)

เทคนิคการตั้งคําถาม

b)

เทคนิคการใช้ความเงียบ

c)

เทคนิคการทบทวนประโยค

d)

เทคนิคการนําเข้าสู่การสนทนา

10.

"คุณรู้สึกอย่างไรบ้างวันนี้มีอะไรอึดอัดใจบ้างไหม" จากประโยคข้างต้น เป็นเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบใด

a)

เทคนิคการตีความ

b)

เทคนิคการสรุป

c)

เทคนิคการสร้างความกระจ่าง

d)

เทคนิคการนําเข้าสู่การสนทนา

11.

"เป็นความคิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ในขณะนี้" จากประโยคข้างต้น เป็นเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบใด

a)

การให้ความมั่นใจ

b)

การแสดงความเห็นชอบ

c)

เทคนิคการการซักถาม

d)

เทคนิคการตั้งคําถาม

12.

"คุณรู้สึกขาดความมั่นใจในการทดสอบตลอดแม้ว่าจะวางแผนไว้ดีแล้ว"

จากประโยคข้างต้น เป็นเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบใด

a)

เทคนิคการสร้างความกระจ่าง

b)

เทคนิคการทบทวนประโยค

c)

เทคนิคการสะท้อนความรู้สึก

d)

เทคนิคการสรุป

13.

ข้อใด ไม่ใช่ ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ให้คำปรึกษา

a)

ผู้ให้คำปรึกษาควรได้วิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอว่า ตนเองเป็นคนอย่างไร

b)

ผู้ให้คำปรึกษาให้คำปรึกษาตามทัศนคติของตนเองเป็นที่ตั้ง

c)

ผู้ให้คำปรึกษาควรได้มีการพบปะพูดคุยระหว่างวิชาชีพเดียวกันและต่างวิชาชีพ

d)

ผู้ให้คำปรึกษาควรรู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

14.

เมื่อมีผู้มาขอรับคำปรึกษา เกิดปัญหาที่ลึกซึ้งเปิดเผยได้ยาก แล้วมักจะอาย ผู้ให้คำปรึกษาควรทำเช่นใด

a)

ต้องมีความเป็นกันเอง น่านับถือไว้ใจได้

b)

ถามปัญหาเดิมซ้ำๆบ่อยๆ จนกว่าผู้รับคำปรึกษาเปิดเผย

c)

ต้องมีความเป็นกันเอง น่านับถือไว้ใจได้ แต่รักษาความลับไม่ค่อยอยู่

d)

ไม่รับปรึกษา

15.

ที่จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีลักษณะส่วนตัวอย่างไร

a)

เป็นคนอยากรู้เรื่องคนอื่น

b)

เป็นคนเอาใจเก่ง

c)

เป็นผู้รับฟังที่ดี

d)

เป็นคนพูดที่เก่ง

16.

ข้อใดกล่าวถึงการยุติการปรึกษาที่ถูกต้อง

a)

ผู้ให้บริการเห็นว่าใช้เวลาที่เหมาะสมแล้วจึงยุติ

  

  

   

b)

ผู้ให้บริการพบแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้แล้ว

c)

ผู้รับการปรึกษามีความเข้าใจตนเองและต่อปัญหา

d)

ผู้รับการปรึกษาเกิดความมั่นใจที่จะแก้ปัญหาเอง

17.

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เป็นทฤษฎีของใคร

a)

เกสตัสท์

b)

มาสโลว์

c)

โรเจอร์

d)

ซิกมันด์ ฟรอยด์

18.

ข้อใดไม่ใช่หลักการในการให้การปรึกษา

a)

ยึดเอาผู้มีปัญหาเป็นหลัก

b)

ไม่ด่วนสรุปหรือตัดสินผู้มีปัญหา

c)

เน้นตอบปัญหาเอาใจผู้รับการปรึกษา

d)

มีการโต้ตอบเป็นจริงตามเหตุการณ์และสถานการณ์

19.

การที่ผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับคำปรึกษาตกลงกันว่าจะเก็บรักษาความลับนี้เอาไว้ อยู่ในขั้นใด้ของกระบวนการให้คำปรึกษา

a)

การสร้างสัมพันธภาพ

b)

การสำรวจปัญหา

c)

การเข้าใจปัญหา

d)

การวางแผนแก้ปัญหา

20.

ในกระบวนการให้คำปรึกษา กระบวนการใดจะทำให้ผู้รับคำปรึกษารู้สึกอุ่นใจและกล้าที่จะพูดคุยกับผู้ให้คำปรึกษา

a)

การสร้างสัมพันธภาพ

b)

การสำรวจปัญหา

c)

การเข้าใจปัญหา

d)

การยุติการปรึกษา