Font size
Worksheetsหนี้
Total questions: 16
Worksheet time: 4hrs 0mins
หนี้
หมายถึง หน้าที่ที่บุคคลต้องกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อประโยชน์ของอีกฝ่ายหนึ่ง
โดยบุคคลที่มีหน้าที่ต้องกระทำการเราเรียกว่า “.................” ส่วนบุคคลที่รับการกระทำ หรือมีสิทธิให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำเรียกว่า “.................”
(a)
บ่อเกิดแห่งหนี้
หนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีบ่อเกิดแห่งหนี้ หมายถึง ที่มาอันทำ ให้บุคคลมีหนี้ที่ต้องกระทำต่อกัน
ดังนั้น ถ้าไม่มีบ่อเกิดแห่งหนี้ก็ไม่มีหนี้ เมื่อไม่มีหนี้ก็ไม่มีเจ้าหนี้และลูกหนี้อันจะมาบังคับอะไรกันได้ โดยบ่อเกิดแห่งหนี้มีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
1. ............................. คือการที่บุคคลกระทำลงด้วยใจสมัครและโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อก่อความสัมพันธ์ทางกฎหมายขึ้น
2. ............................. คือเหตุที่ทำ ให้บุคคลมีหนี้ที่กฎหมายกำหนดขึ้น โดยบุคคลอาจจะไม่สมัครใจเป็นหนี้ แต่กฎหมายกำหนดว่าเหตุดังกล่าวจัดว่าบุคคลเป็นหนี้และต้องชำระหนี้
(a)
บ่อเกิดแห่งหนี้
“ละเมิด”
หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งกระทำโดยจงใจหรือ (a) เลินเล่อต่ออีกบุคคลหนึ่ง โดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เขาเสียหายต่อชีวิตร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน เสรีภาพ หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง
ผู้ละเมิดจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อผู้เสียหายคือเป็นลูกหนี้ของผู้ถูกละเมิดนั่นเอง เช่น
เขียวขับรถชนขาวขาหักเขียวจึงมีหน้าที่ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน เขียวจึงเป็นลูกหนี้ขาว และขาวก็เป็นเจ้าหนี้เขียว
“ (a) ”
( (a) )
บ่อเกิดแห่งหนี้
“จัดการงานนอกสั่ง”
คือ การที่บุคคลคนหนึ่งเข้าทำบางสิ่งบางอย่างแทนอีกบุคคลหนึ่ง โดยที่เขามิได้มอบหมายแต่หากสมประโยชน์แล้วก็อาจเกิด (a) ขึ้นมาได้ เช่น วันหนึ่งเกิดพายุลมแรง หลังคาบ้านของนายขาวเปิดออก นายเขียวเห็นว่าหากปล่อยไว้ ทรัพย์สินในบ้านของนายขาวคงเปียกฝนหมดแน่ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อนายขาวได้จึงจ้างช่างมาซ่อมหลังคาให้ เช่นนี้จัดว่าสมประโยชน์แก่นายขาว นายขาวต้องจ่ายค่าซ่อมหลังคาที่นายเขียวออกเงินให้ไปก่อน จึงเท่ากับว่านายขาวเป็นลูกหนี้นายเขียว
วัตถุแห่งหนี้
วัตถุแห่งหนี้ คือ สิ่งที่เจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชำระ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. ให้กระทำการ คือการให้.................ปฏิบัติหรือกระทำการแก่เจ้าหนี้ตามที่ตกลงกัน
2. ให้งดเว้นกระทำการ คือการให้ลูกหนี้งดเว้นการปฏิบัติหรือกระทำการแก่.....................ตามที่ตกลงกัน
3. ให้โอนทรัพย์สินส่งมอบกรรมสิทธิ์ คือการโอนทรัพย์สินเป็นการชำ ระหนี้เช่น โอนที่ดิน เป็นต้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดไว้ดังนี้
(a)
กรณีทรัพย์สิน
หากวัตถุแห่งหนี้ได้ระบุทรัพย์ไว้เป็นประเภทหรือตามเจตนาของคู่กรณี ไม่อาจจะกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นจะพึงเป็นชนิดอย่างไร ลูกหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ชนิด (a) เช่น นายแดงซื้อข้าวสารจากนายดำ 10 กระสอบ โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องการข้าวสารชนิดใด เช่นนี้ให้นายดำส่งมอบชนิดปานกลาง
วัตถุแห่งหนี้
หากหนี้เงินได้แสดงไว้เป็นเงินตราต่างประเทศจะส่งใช้เป็นเงิน (a) ก็ได้ การเปลี่ยนเงิน โดยคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน เช่น นายแดงกู้เงินนายดำ ไป 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นายแดงจะใช้เป็นเงินตราไทยก็ได้โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงินกัน หากเงินตราระบุให้ใช้เงินตราชนิดที่ยกเลิกไม่ใช้กันแล้วก็ให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้กันอยู่ได้
“การชำระหนี้”
หมายถึง การกระทำ เพื่อเป็นการปลดเปลื้องภาระหรือหน้าที่ที่เกิดจากหนี้นั้น ซึ่งโดยปกติลูกหนี้ก็ต้องเป็นผู้ชำระหนี้ แต่กฎหมายยังกำหนดว่า (a) ก็สามารถชำระหนี้ให้ได้
การผิดนัดการชำระหนี้ สามารถพิจารณาได้ 4 กรณีคือ
1. เมื่อไม่มีการกำหนดเวลา แต่เจ้าหนี้ได้.......................แล้วแต่ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ จัดว่าลูกหนี้ผิดนัดการชำระหนี้
2. เมื่อหนี้มีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันเวลาปฏิทินแล้ว และลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้จัดว่าลูกหนี้.................เมื่อถึงกำหนด โดยเจ้าหนี้ไม่จำเป็นต้องเตือน เช่น
กำหนดว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ที่กู้ยืมไปในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 เมื่อถึงวันที่กำหนดแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้จัดว่าเป็นการผิดนัดการชำระหนี้ได้ทันที
(a)
3. เมื่อไม่มีการกำหนดเวลาแต่มีข้อตกลงให้เจ้าหนี้ยื่นบอกกล่าวลูกหนี้ตามวันเวลาปฏิทิน เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าววันที่ให้ชำระหนี้ก่อน หากถึงวันนั้นแล้วลูกหนี้ไม่ชำ ระหนี้ค่อยจัดว่าเป็นลูกหนี้ผิดนัดการชำระหนี้ เช่น
นายแดงให้นายดำกู้ยืมเงินไป 200,000 บาท โดยไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ แต่มีข้อตกลงให้นายแดงบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วันหากต้องการให้นายดำชำระหนี้เช่นนี้ เมื่อครบกำหนด 30 วันแล้วนายดำยังไม่ชำระหนี้นายดำจึงตกเป็นผู้ผิดนัด
4. หนี้ที่เกิดจากมูลละเมิดเกิดเมื่อมีการทำละเมิด และให้ลูกหนี้ผิดนัดตั้งแต่เวลาทำ (a)
ความระงับแห่งหนี้
ความระงับแห่งหนี้ หมายถึง ความหมดไปแห่งหนี้
โดยหนี้จะหมดไปด้วยเหตุ 5 ประการ คือ
1. การชำระหนี้แก่ (a) หรือผู้มีอำนาจรับชำระหนี้หรืออาจชำระหนี้โดยบุคคลภายนอกก็ได้ หากสภาพแห่งหนี้เปิดช่องให้กระทำได้และจะชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
2. การปลดหนี้ คือการที่.....................ยอมยกหนี้ให้ลูกหนี้ไม่ต้องชำระหนี้ต่อไป การปลดหนี้โดยปกติ ทำได้โดยการแสดงเจตนาโดยเจ้าหนี้ก็เพียงพอแต่หากหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย
3. การหักกลบลบหนี้ คือการหักกลบหนี้ที่มีวัตถุแห่งหนี้เป็น............................. เช่น นายแดงเป็นหนี้เงินกู้นายดำ 700,000 บาท ต่อมานายดำซื้อสินค้าของนายแดงมูลค่า 200,000 บาท ก็สามารถนำเงิน 200,000 บาทมาหักกลบลบหนี้700,000 บาท คงเหลือหนี้ที่นายแดงต้องชำระแก่นายดำ 500,000 บาท
(a)
4. การแปลงหนี้ใหม่ โดยคู่กรณีเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของหนี้ ทำให้หนี้เดิม................. แล้วให้เป็นไปตาม....................... เช่น นายแดงตกลงให้นายดำ ต่อเติมห้องครัว หลังจากต่อเติมได้ส่วนหนึ่ง นายแดงต้องการให้นายเขียวมาต่อเติมแทน แล้วให้นายดำมาสร้างโรงจอดรถแทน
5. หนี้เกลื่อนกลืนกัน คือ สิทธิและหน้าที่ในหนี้ตกอยู่ใน............................ เช่น ลูกยืมเงินพ่อ 100,000 บาท เท่ากับว่าพ่อเป็นเจ้าหนี้ลูกต่อมาพ่อถึงแก่ความตายสิทธิในการเป็นเจ้าหนี้ตกมาอยู่ที่ลูกด้วย เช่นนี้หนี้เงินกู้ 100,000 บาทก็ระงับ
(a)
สรุป
หนี้ คือ หน้าที่ที่ลูกหนี้ต้องปฏิบัติเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ โดยอาจเกิดได้จากนิติกรรมและนิติเหตุ โดยเมื่อชำระหนี้แล้ว หนี้ก็จะระงับ หรือหนี้อาจระงับด้วยวิธีอื่น ๆ ได้อีก เช่น การปลดหนี้ การหักกลบลบหนี้การแปลงหนี้ใหม่ และหนี้เกลื่อนกลืนกัน ซึ่งหากหนี้ยังไม่ระงับแล้วลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เจ้าหนี้ก็มีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้หรือ (a) ได้
