wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

เป็นความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างรวมกันผ่านอวัยวะรับสัมผัส เช่น ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง

a)

การสังเกต (observing)

b)

การจำแนกประเภท (classification)

c)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

d)

การทดลอง (experimenting)

2.

เป็นความสมามรถในการสร้างข้อสรุปจากคความรู้ ประสบการณ์เดิม หรือข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้

a)

การพยากรณ์ (prediction)

b)

การจำแนกประเภท (classification)

c)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

d)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

3.

เป็นความสามารถในการแบ่งพวก หรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งของ โดยใช้ความเหมือนหรือแตกต่างกันของลักษณะ เป็นเกณฑ์

a)

การจำแนกประเภท (classification)

b)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

c)

การคำนวณ

(using numbers)

d)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

4.

เป็นความสามารถในการนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด การทดลอง มาจัดกระทำให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลนั้นมากขึ้น

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

c)

การตีความหมายข้อมูลและการลง

ข้อสรุป (interpreting data conclusion)

d)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

5.

เป็นความสามารถในการสร้าง พัฒนา หรือใช้สิ่งที่ทำขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งของต่างๆ เช่น วัตถุ กระบวนการ ปรากฏการณ์ เพื่อสื่อสาร บรรยาย อธิบาย เช่น กราฟ สมการ รูปภาพ แผนภูมิ สิ่งประดิษฐ์

a)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

b)

การทดลอง (experimenting)

c)

การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

6.

เป็นความสามารถในการแปลความหมายข้อมูล เช่น การบรรยาย ลักษณะของข้อมูล การบอกความหมายของข้อมูล หรือการเลือกข้อมูลนำมาใช้เป็นหลักฐาน และสามารถสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

c)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

d)

การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป (interpreting data conclusion)

7.

เป็นความสามารถในการคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นของปรากฎการณ์ สถานการณ์ การทดลอง จากการสังเกตแบบรูปของหลักฐาน

a)

การคำนวณ

(using numbers)

b)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

c)

การทดลอง (experimenting)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

8.

เป็นความสามารถในการคาดการณ์เหตุผลหรืออธิบายของสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนการทดลอง โดยอาศัยการสังเกตความรุ้หรือประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน บอกความสัมพันธ์ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม

a)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

b)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

c)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

9.

เป็นความสามารถในการกำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องควบคุมให้คงที่ ให้สอดคล้องกับสมมติฐานของการทดลอง

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

c)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

d)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

10.

เป็นความสามารถในการกำหนดความหมาย หรือขอบเขตของตัวแปรตาม ที่อยู่ในสมมติฐานหรือที่เกี่ยวข้องกับการทดลองให้เข้าใจตรงกัน เพื่อให้สังเกตและวัดได้

a)

การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction)

b)

 การวัด (measurement)

c)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

d)

การทดลอง (experimenting)

11.

เป็นความสามารถในการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซ

หรือขอบเขตที่วัตถุต่าง ๆ ครอบครอง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับเวลา (space/time relationships)

d)

การหาความสัมพันธ์

ระหว่างสเปชกับสเปช

(space/space relationships)

12.

เป็นความสามารถในการหาความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างสเปซหรือขอบเขตที่วัตถุครอบครองเมื่อเวลาผ่านไป

a)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับสเปช (space/space relationships )

b)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับเวลา

(space/time relationships)

c)

การคำนวณ

(using numbers)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

13.

เป็นความสามารถในการใช้ความรู้สึกเชิงจำนวน และการคำนวณ เพื่อบรรยายหรือระบุรายละเอียดเชิงปริมาณที่สังเกต วัด หรือทดลอง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การสังเกต (observation)

d)

การทดลอง (experimenting)

14.

เป็นควาสามารถในการใช้เครื่องมือ ที่มีหน่วยวัดเป็นมาตรฐานหรือไม่เป็นมาตรฐานในการวัดในการวัดปริมาณต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการหาปริมาณของสิ่งต่าง ๆ จากเครื่องมือที่เลือกใช้ ออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ พร้อมรุบุหน่วยวัดได้อย่างถูกต้อง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การลงความเห็นจากข้อมูล (inferring)

d)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ

(defining operationally)

15.

การออกแบบการทดลอง, การปฏิบัติการทดลองและการบันทึกผลการทดลอง ใช้ในทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใด

a)

ทักษะการตั้งสมมุติฐาน

b)

ทักษะการทดลอง

c)

ทักษะการตีความและลงข้อสรุป

d)

ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ

16.

ข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่า “วิทยาศาสตร์” มากที่สุด

a)

การศึกษาเกี่ยวกับชีวิตพืชและสัตว์

b)

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา

c)

การศึกษาหาความรู้จากการทดลองเพื่อตั้งเป็นกฎเกณฑ์

d)

การแสวงหาความรู้อย่างมีระเบียบแบบแผนและมีขั้นตอน

17.

เพราะเหตุใดเราจึงต้องทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ซ้ำหลายๆ ครั้งก่อนจึงสรุปผล

a)

เพื่อให้เกิดความชำนาญ

b)

เพื่อให้ได้ผลงานมากๆ

c)

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้

d)

เพื่อหาข้อบกพร่องในการทดลอง

18.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ระบุปัญหา/ตั้งสมมติฐาน/ตรวจสอบสมมติฐานและทดลองและสรุปผล

b)

ตั้งสมมติฐาน/ระบุปัญหา/ตรวจสอบสมมติฐานและทดลองและสรุปผล

c)

ตั้งสมมติฐาน/รวบรวมข้อมูล/ทดลองและสรุปผล

d)

ระบุปัญหา/ทดลองและตั้งสมมติฐาน/ตรวจสอบสมมติฐานและสรุปผล

19.

จากภาพ รั้วมีความยาวเท่ากับ 10 เซนติเมตร จากการสังเกตภาพ ข้อใดประมาณได้ถูกต้อง

a)

แผ่นไม้ยาว 20 เซนติเมตร

b)

รถบรรทุกยาว 5 เซนติเมตร

c)

รั้วยาวกว่าแผ่นไม้ 1 เซนติเมตร

d)

แผ่นไม้ยาวกว่ารถบรรทุก 10 เซนติเมตร

20.

จากภาพ ข้อใดเป็นสิ่งที่สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

a)

หนูตายเพราะถูกแมวกัด

b)

ถ้าเอาหนูออกแล้วไฟจะติด

c)

ที่ครอบแก้วมีรูรั่วทำให้ไปที่เทียนดับ

d)

เมื่อเวลาผ่านไปหนูตายและไฟที่เทียบดับ

21.

ข้อใดบอกเหตุผลในการเลือกใช้เครื่องมือวัดความยาวรอบต้นเสาได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

a)

ใช้ตลับเมตรวัด เพราะสะดวกในการวัด

b)

ใช้ไม้เมตร เพราะไม้เมตรยาววัดรอบเสาได้

c)

ใช้ไม้บรรทัดพลาสติกวัด เพราะอ่อนสามารถวัดได้รอบต้นเสา

d)

ใช้เชือกและไม้เมตรวัด เพราะวัดได้สะดวกและรวดเร็วกว่า

22.

ข้อใดสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกใบไม้ต่อไปนี้

a)

ลักษณะปลายใบ

b)

ลักษณะขอบใบ

c)

รูปร่าง

d)

การจัดเรียงของเส้นใบ

23.

หากทำการแบ่งผลไม้ออกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังแผนผัง นักเรียนคิดว่าผลไม้ในข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มที่ 3

a)

ฝรั่ง

b)

ลำไย

c)

ขนุน

d)

มะม่วง

24.

เกณฑ์ในข้อใดใช้จัดกลุ่มอุปกรณ์ต่างๆ ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังภาพ

a)

ราคา

b)

ประโยชน์ที่ใช้

c)

ขนาด

d)

อันตรายที่จะเกิดขึ้น

25.

นักเรียนควรใช้ข้อความใด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นสิ่งของหมายเลข 2

a)

มีฝา

b)

มีพลาสติกหุ้ม

c)

ขวดใส

d)

มีรูปสิงห์

26.

ถ้านักเรียนต้องการบอกลักษณะของรถที่ตนชื่นชอบให้เพื่อนเข้าใจ นักเรียนจะนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใด

a)

กราฟ

b)

การบรรยาย

c)

ตาราง

d)

แผนที่

27.

นักเรียนเห็นภาพนี้แล้วจะลงความเห็นได้ว่าอย่างไร

a)

บ้านเมืองน่าอยู่

b)

ใจดีเลี้ยงปลาไว้ให้คนงานกิน

c)

รักธรรมชาติชอบปลูกต้นไม้

d)

ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

28.

จากข้อความ นักเรียนจะตั้งสมมติฐานได้อย่างไร จึงจะเหมาะสมที่สุด

a)

ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีคุณภาพแตกต่างกัน

b)

ปุ๋ยเคมีช่วยให้ต้นมะยงชิดแข็งแรง

c)

ปุ๋ยชีวภาพทำให้ต้นมะยงชิดออกลูกดกกว่าปุ๋ยเคมี

d)

ปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ มะยงชิดจึงออกลูกดก

29.

ในการทดลองนี้ นักเรียนคิดว่าสิ่งที่ต้องติดตามดู คือข้อใด

a)

ชนิดของปุ๋ย

b)

สีของลูกมะยงชิด

c)

ชนิดของต้นมะยงชิด

d)

จำนวนลูกมะยงชิด

30.

จากข้อมูล หากต้องการออกแรงมากที่สุด พื้นห้องน้ำควรจะเป็นพื้นผิวชนิดใด

a)

ผิวลื่น

b)

ผิวที่เป็นผ้า

c)

ผิวที่เป็นกระดาษทราย

d)

ผิวที่เป็นแก้ว