wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สฎ.2213.121/3-2565

Total questions: 45

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของคำว่า "คุณภาพ" ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ?

a)

การตรวจสอบคุณภาพทุกชิ้นงาน

b)

การประกันคุณภาพสินค้า

c)

การสุ่มตรวจสินค้า

d)

การปฏิบัติตามความต้องการของลูกค้า

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

2.

คำว่า "คุณภาพ" ในปัจจุบันคืออะไร ?

a)

การผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ

b)

การตอบสนองความต้องการของลูกค้า

c)

การตรวจสอบและปรับปรุง

d)

การตรวจสอบวัตถุดิบก่อนผลิต

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

3.

ข้อใดเป็นการประกันคุณภาพ ?

a)

การสร้างคุณภาพตามมตรฐานที่ลูกค้ายอมรับ

b)

การตรวจสอบการทำงาน

c)

การปฏิบัติตามความต้องการของลูกค้า

d)

การควบคุมคุณภาพ

e)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

4.

จุดประสงค์ของการทำ QC คือข้อใด ?

a)

วิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลวของผลิตภัณฑ์ในเชิงคุณภาพ

b)

เพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด

c)

ขจัดข้อโต้แย้งระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้

d)

ควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้

e)

การดำเนินการเพื่อให้ผลติภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งาน

5.

เป้าหมายของการตรวจสอบคุณภาพ คืออะไร ?

a)

ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดี

b)

แก้ไขข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์

c)

พัฒนาผลิตภณฑ์ให้ดีกว่าเดิม

d)

แก้ไขระบบที่บกพร่อง

e)

เพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการ

6.

เทคนิคใดใช้ในการควบคุมคุณภาพในระหว่างการผลิต ?

a)

การออกแบบการทดลอง (Design of Experiment)

b)

แผนภูมิควบคุม (Control Chart)

c)

การชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับ (Acceptance Sampling)

d)

5 ส.

e)

การเทียบเคียงสมรรถนะ (Benchmarking)

7.

ข้อใดคือแนวคิดของการลดต้นทุนที่ถูกต้องตามหลักการของการบริหารคุณภาพแบบ TQM ?

a)

การลดต้นทุน คือ การตัดค่าใช้จ่ายลง

b)

การลดต้นทุน คือ การลดคุณภาพของสินค้าลง

c)

การลดต้นทุน คือ การต่อรองราคาวัตถุดิบให้ต่ำลง

d)

การลดต้นทุน คือ การลดความสูญเปล่าในระบบงาน

e)

การลดต้นทุน คือ การลดระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าหรือบริการลง

8.

QCC หมายถึงข้อใด ?

a)

Quality Control Cooperation

b)

Quality Control Circle

c)

Quality Control Concept

d)

Quality Control Cost

e)

Quality Control Conventional

9.

ข้อใดหมายถึง การกำหนดหาองค์กรที่มีความเป็นเลิศและนำวิธีการที่เขาปฏิบัติมาปรับใช้ ?

a)

Continuous Improvement

b)

Total Quality Management

c)

Benchmarking

d)

Employee Empowerment

e)

PDCA Cycle

10.

หน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุนมาตรฐานคุณภาพ ที่เรียกว่า ISO ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีชื่อเต็มว่าอย่างไร ?

a)

International Organization for Standardization

b)

International Organization for Systems

c)

International Standards for Operations

d)

International Standards for Organization

e)

International Systems for Organization

11.

ข้อใดไม่ได้เป็นหนึ่งใน "The Seven Quality Control Tools" ?

a)

Scatter Diagram

b)

Check Sheet

c)

Design of Experiment

d)

Histograms

e)

Pareto Diagrams

12.

เทคนิคข้อใดเหมาะสมที่สุดในการช่วยขี้ถึงต้นเหตุของความบกพร่อมของผลิตภัณฑ์ ?

a)

แผนภูมิควบคุม (Control Chart)

b)

แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram)

c)

ใบรายงานตรวจสอบ (Check Sheet)

d)

แผนผังก้างปลา (Fish Bone Diagram)

e)

ฮิสโตรแกรม (Histograms)

13.

แผนพังก้างปลาเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์หาสาเหตุที่คาดว่ามีผลกับปัญหาที่สนใจศึกษา ส่วนประกอบของแผนผังก้างปลาในข้อใดต่อไปนี้ ที่ใช้แสดงอาการของปัญหา ?

a)

หัวปลา

b)

ก้างปลาหลัก

c)

ก้างปลาย่อย

d)

หางปลา

14.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นเครื่องมือในการควบคุมคุณภาพ ?

a)

Check Sheet

b)

Defect Concentration Diagram

c)

Control Chart

d)

Histograms

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

15.

เครื่องมือที่ใช้เพื่อให้เข้าใจลำดับของเหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์เคลื่อนย้ายคืออะไร ?

a)

แผนภาพพาเรโต

b)

แผนผังกระบวนการ

c)

ใบตรวจสอบ

d)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

e)

แผนภูมิควบคุม

16.

ผังก้างปลาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร ?

a)

แผนภาพพาเรโต

b)

แผนผังกระบวนการ

c)

ใบตรวจสอบ

d)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

e)

แผนภูมิควบคุม

17.

เครื่องมือใดช่วยในการหาสาเหตุที่เป็นรากเหง้าของปัญหา ?

a)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

b)

กราฟ

c)

ใบตรวจสอบ

d)

แผนภาพพาเรโต

e)

แผนภูมิควบคุม

18.

เมื่อรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจเรียบร้อยแล้ว เครื่องมือที่ใช้ในการเรียงลำดับความถี่ของข้อมูลของข้อมูลได้แก่ ?

a)

แผนภาพแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram)

b)

แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram)

c)

ใบรายการตรวจสอบ (Check Sheet)

d)

แผนภูมิควบคุม (Control Chart)

e)

แผนผังการกระจาย (Scatter Diagrams)

19.

ผู้พัฒนา “เครื่องมือทางสถิติแห่งคุณภาพ” หรือ “เครื่องมือ 7 อย่างในการควบคุมคุณภาพ” (7 QC Tools) ?

a)

อิชิกาวา (Ishikawa)

b)

Benchmarking

c)

จูรัน (Juran)

d)

เอ็ดเวิร์ด เดมมิง (Edward Demming) 

e)

ผังแสดงเหตุและผล

20.

เป็นระบบในการค้นหาวิธีการ แนวปฏิบัติและกระบวนการที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่องและนำส่วนที่ดีมาใช้หรือปรับใช้ส่วนที่ดีและดำเนินการตามเพื่อให้เป็นสิ่งที่ “ดีที่สุด” ?

a)

อิชิกาวา (Ishikawa)

b)

Benchmarking

c)

จูรัน (Juran)

d)

เอ็ดเวิร์ด เดมมิง (Edward Demming) 

e)

ผังแสดงเหตุและผล

21.

คุณภาพ หมายถึง สิ่งที่ตรงและเหมาะสมกับการใช้งาน (fitness to use) และเป็น ที่พึงพอใจต่อลูกค้า เป็นแนวคิดของใคร ?

a)

อิชิกาวา (Ishikawa)

b)

Benchmarking

c)

จูรัน (Juran)

d)

เอ็ดเวิร์ด เดมมิง (Edward Demming) 

e)

ผังแสดงเหตุและผล

22.

ผู้ที่คิดค้น วงจร PDCA คือใคร ?

a)

อิชิกาวา (Ishikawa)

b)

Benchmarking

c)

จูรัน (Juran)

d)

เอ็ดเวิร์ด เดมมิง (Edward Demming) 

e)

ผังแสดงเหตุและผล

23.

แผนภาพที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์  (Effect) กับสาเหตุ (Causes) ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้นๆ ?

a)

อิชิกาวา (Ishikawa)

b)

Benchmarking

c)

จูรัน (Juran)

d)

เอ็ดเวิร์ด เดมมิง (Edward Demming) 

e)

ผังแสดงเหตุและผล

24.

ข้อใด คือ ความหมายของการเพิ่มผลผลิต (Productivity) ?

a)

อัตราส่วนระหว่างผลิตกับปัจจัยการผลิต

b)

การลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตได้มากขึ้น

c)

อัตราส่วนระหว่างผลผลิตกับแรงงาน

d)

การเพิ่มจำนวนแรงงานเพื่อผลิตได้มากขึ้น

e)

การเพิ่มปริมาณการผลิต

25.

ข้อใดเป็นการวัดการเพิ่มผลผลิตด้านมูลค่า (Value Productivity) ?

a)

เวลา

b)

น้ำหนัก

c)

จำนวนชิ้นงาน

d)

จำนวนเงิน

e)

ขนาดของชิ้นงาน

26.

ข้อใดนิยามคำว่า “Just in Time” ได้ถูกต้องที่สุด ?

a)

การผลิตหรือส่งมอบ สิ่งของที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการ ด้วยจำนวนที่ต้องการ

b)

การที่ชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตในจำนวนมาก ๆ

c)

เป็นการพยากรณ์ความต้องการสินค้าสำเร็จรูปของลูกค้า

d)

การลดสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับศูนย์

e)

ทุกข้อที่กล่าวมาถูกต้อง

27.

ข้อใด กล่าวถึง การลดเวลานำหรือระยะเวลารอคอยในกระบวนการผลิต ? 

a)

Zero inventory

b)

Zero lead time

c)

Zero failures

d)

Overproduction

e)

Waiting

28.

ข้อใด กล่าวถึง การที่วัสดุหรือข้อมูลสารสนเทศหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวหรือติดขัดเคลื่อนไหวไม่สะดวก ?

a)

Zero inventory

b)

Zero lead time

c)

Zero failures

d)

Overproduction

e)

Waiting

29.

ข้อใด กล่าวถึง การขจัดปัญหาของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต ?

a)

Zero inventory

b)

Zero lead time

c)

Zero failures

d)

Overproduction

e)

Waiting

30.

ข้อใด กล่าวถึง การควบคุมวัสดุคงคลังให้อยู่ระดับที่น้อยที่สุดหรือให้เท่ากับศูนย์ ? 

a)

Zero inventory

b)

Zero lead time

c)

Zero failures

d)

Overproduction

e)

Waiting

31.

ข้อใด กล่าวถึง ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ถูกผลิตมากเกินความต้องการ ?

a)

Zero inventory

b)

Zero lead time

c)

Zero failures

d)

Overproduction

e)

Waiting

32.

  ลักษณะการทำงานของระบบ JIT เป็นแบบใด ?

a)

Push Systems

b)

Pull Systems

c)

Small lot size

d)

Reduce WIP Inventory

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

33.

ข้อใดกล่าวถึง “สิ่งที่ไม่เพิ่มคุณค่า” (Muda) ได้อย่างถูกต้องที่สุด ?

a)

การรอคอย เวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงาน

b)

การเคลื่อนย้ายหรือการขนย้ายที่ไม่จำเป็น

c)

การเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น

d)

ข้อบกพร่องของรถขนส่งสินค้า

e)

ทุกข้อที่กล่าวมาถูกต้อง

34.

Balanced Scorecard ไม่มีการวัดผลมุมมองด้านใด ?

a)

มุมมองด้านการเงิน

b)

มุมมองด้านลูกค้า

c)

มุมมองด้านการผลิต

d)

มุมมองด้านกระบวนการภายใน

e)

มุมมองด้านการเรียนรู้และพัฒนา

35.

  ระบบการบริหารการผลิตมีองค์ประกอบหลักตามข้อใด ?

a)

ปัจจัยนำเข้า กระบวนการแปลงสภาพ ผลผลิต

b)

ปัจจัยนำเข้า  กระบวนการแปลงสภาพ  การควบคุมคุณภาพ

c)

กระบวนการแปลงสภาพ  ผลผลิต  การจัดการผลผลิต

d)

กระบวนการแปลงสภาพ  ปัจจัยนำเข้า  แหล่งเงินทุน 

e)

ปัจจัยนำเข้า ผลผลิต กระบวนการแปลงสภาพ

36.

ผลผลิตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หลัก ๆ ตามข้อใด ?

a)

สินค้า (Goods) และ แรงงาน (Labor)

b)

บริการ (Service) และ อาหาร (Food)

c)

สินค้า (Goods) และ บริการ (Service)

d)

บริการ (Service) และ แรงงาน (Labor)

e)

บริการ (Service) และ อุปกรณ์ (Equipment)

37.

การบริการมีคุณสมบัติตรงตามข้อใด ?

a)

สามารถวัดคุณภาพได้ง่าย

b)

การตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างเร็ว

c)

ใช้เงินลงทุนสูง

d)

ครอบคลุมตลาดกว้าง

e)

ออกแบบบริการค่อนข้างยาก

38.

Productivity ในการบริหารการผลิตและการดำเนินงาน คำนวณได้จากข้อใด ?

a)

Input - Output

b)

Output - Input

c)

Input / Output

d)

Output / Input

e)

ถูกทุกข้อ

39.

ข้อใดคือรูปแบบของสินค้าคงคลัง ?

a)

วัตถุดิบ

b)

สินค้าสำเร็จรูป

c)

งานระหว่างทำ

d)

สินค้ารอการนำส่ง

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

40.

ในการวางแผนความต้องการวัสดุแบบไม่อิสระ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลใด ?

a)

Master Production Schedule

b)

Bill of Material

c)

Inventory Status Record

d)

Lead Time

e)

ทุกข้อที่กล่าวมา

41.

การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ (Material Requirement Process : MRP) เป็นระบบการผลิตแบบใด ?

a)

Push Systems

b)

Pull Systems

c)

Just in Time Production Systems

d)

Lean Production

e)

Automation Systems

42.

ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนความต้องการวัสดุแบบไม่อิสระ ?

a)

ระยะเวลารอคอย (Lead Time)

b)

ใบแสดงเส้นทางเดินของผลิตภัณฑ์ (Route sheet)

c)

ใบแสดงรายการวัสดุ (Bill of Material)

d)

รายการบันทึกยอดคงเหลือ (Inventory Status Record)

e)

ตารางการผลิตหลัก (Master Production Schedule)

43.

จากภาพ แสดงตามผังโครงสร้างผลิตภัณฑ์ ของบริษัท นำชัย จำกัด ต้องการผลิตสินค้า X ให้เสร็จสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 8 จำนวน 1,000 หน่วย ซึ่งสินค้า X มีส่วนประกอบ  A จำนวน 3 ชิ้น B จำนวน 2 ชิ้น C จำนวน 4 ชิ้น โดยชิ้นส่วน A มี D จำนวน 4 ชิ้น E จำนวน 2 ชิ้น  ชิ้นส่วน B มี E จำนวน 3 ชิ้น  F จำนวน 4 ชิ้น  ชิ้นส่วน C มี D จำนวน 5 ชิ้น  G จำนวน 2 ชิ้น โดยชิ้นส่วน D มี G จำนวน 3 ชิ้น H จำนวน 2 ชิ้น จงคำนวณ สินค้า X จำนวน 1 หน่วย มีส่วนประกอบทั้งหมดกี่ชิ้น ?

a)

72 ชิ้น

b)

76 ชิ้น

c)

114 ชิ้น

d)

69 ชิ้น

e)

39 ชิ้น

44.

จากภาพแสดงตามผังโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของบริษัท นำชัย จำกัด ต้องการผลิตสินค้า X ให้เสร็จสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 8 จำนวน 1,000 หน่วย ซึ่งสินค้า X มีส่วนประกอบ  A จำนวน 3 ชิ้น B จำนวน 2 ชิ้น C จำนวน 4 ชิ้น โดยชิ้นส่วน A มี D จำนวน 4 ชิ้น E จำนวน 2 ชิ้น  ชิ้นส่วน B มี E จำนวน 3 ชิ้น  F จำนวน 4 ชิ้น  ชิ้นส่วน C มี D จำนวน 5 ชิ้น  G จำนวน 2 ชิ้น โดยชิ้นส่วน D มี G จำนวน 3 ชิ้น H จำนวน 2 ชิ้น จงคำนวณ สินค้า X จำนวน 1,000 หน่วย มีชิ้นส่วนประกอบทั้งหมดกี่ชิ้น ?

a)

720,000 ชิ้น

b)

760,000 ชิ้น

c)

1,140,000 ชิ้น

d)

690,000 ชิ้น

e)

390,000 ชิ้น

45.

จากภาพแสดงตามผังโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของบริษัท นำชัย จำกัด ต้องการผลิตสินค้า X ให้เสร็จสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 8 จำนวน 1,000 หน่วย ซึ่งสินค้า X มีส่วนประกอบ  A จำนวน 3 ชิ้น B จำนวน 2 ชิ้น C จำนวน 4 ชิ้น โดยชิ้นส่วน A มี D จำนวน 4 ชิ้น E จำนวน 2 ชิ้น  ชิ้นส่วน B มี E จำนวน 3 ชิ้น  F จำนวน 4 ชิ้น  ชิ้นส่วน C มี D จำนวน 5 ชิ้น  G จำนวน 2 ชิ้น โดยชิ้นส่วน D มี G จำนวน 3 ชิ้น H จำนวน 2 ชิ้น จงคำนวณหาส่วนประกอบของชิ้นส่วน D ของสินค้าสำเร็จรูป X จำนวน 1 หน่วย มีจำนวนเท่าใด ?

a)

23 ชิ้น

b)

32 ชิ้น

c)

24 ชิ้น

d)

26 ชิ้น

e)

28 ชิ้น