wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 ชุดที่ 9

Total questions: 42

Worksheet time: 42mins

Name
Class
Date
1.

การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใด ระหว่างสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้เท่าใด

a)

ไม่เกินสิบห้าวัน

b)

ไม่เกินเจ็ดวันทำการ

c)

ไม่เกินสิบห้าวันทำการ

d)

ไม่เกินเจ็ดวัน

2.

“การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่าอย่างไร

a)

 การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในกฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

b)

การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

c)

การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานพื้นฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

d)

การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

3.

พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ วันที่เท่าใด

a)

2 พฤษภาคม พ.ศ. 2546

b)

2 ตุลาคม พ.ศ. 2546

c)

30 มีนาคม พ.ศ. 2547

d)

24 กันยายน พ.ศ. 2546

4.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของคำว่า “ทารุณกรรม” ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

a)

การใช้เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

b)

การกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด ๆ จนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพ

c)

การกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก

d)

การใช้เด็กให้กระทำขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี โดยเด็กไม่ยินยอม

5.

สืบเสาะและพินิจ” หมายความว่าอย่างไร

a)

การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคม แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น

b)

การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ ทางการแพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น

c)

การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น

d)

การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคม ทางการแพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น

6.

การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินกี่วัน

a)

 ไม่เกิน 7 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน

b)

 ไม่เกิน 3 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน

c)

ไม่เกิน 3 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 7 วัน

d)

 ไม่เกิน 7 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน

7.

ผู้ใดจัดตั้งหรือดําเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือหมดอายุต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8.

“สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่าอย่างไร

a)

สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การบำบัดรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษาแนะแนวและการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นกรณีพิเศษ

b)

สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การบำบัดรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษาแนะแนวและการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ

c)

สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การบำบัดรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษาแนะแนวและการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามความจำเป็น

d)

สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การบำบัดรักษาการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษาแนะแนวและการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นพิเศษ

9.

“เด็ก” หมายความว่าอย่างไร

a)

บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

b)

บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

c)

บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

d)

 บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

10.

ข้อใดไม่จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

a)

 เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก

b)

 เด็กที่อยู่ในสภาพที่จําต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

c)

เด็กที่ถูกทารุณกรรม

d)

เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด

11.

“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก” หมายความว่าอย่างไร

a)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคล ที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในนสภาพแวดลอ้มหรือสถานที่อันอาจชักนำไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

b)

เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาอย่าร้าง ทิ้งร้างถูกคุมขัง หรือ แยกกันอยู่ และได้รับความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและสติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

c)

เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

d)

เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของตน

12.

ข้อใดไม่จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์

a)

เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกําพร้า

b)

เด็กที่อยู่ในสภาพที่จําต้องได้รับการอุปถัมภ์ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

c)

 เด็กพิการ

d)

เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง

13.

“ผู้ฝ่าฝืนข้อกําหนดของศาล” ในการคุมความประพฤติห้ามเข้าเขตกําหนด หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา 43 ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

14.

“คณะกรรมการ” หมายความว่าอย่างไร

a)

คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

b)

คณะกรรมการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กแห่งชาติ

c)

คณะกรรมการคุ้มครองสวัสดิการและสวัสดิภาพเด็กแห่งชาติ

d)

คณะกรรมการคุ้มครอง พัฒนา และฟิ้นฟูเด็กแห่งชาติ

15.

“ครอบครัวอุปถัมภ์” หมายความว่าอย่างไร

a)

ครอบครัวที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร

b)

ผู้ที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร

c)

ผู้รับบุตรบุญธรรมที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร

d)

 บุคคลที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร

16.

บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ยังอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งให้ได้รับการสงเคราะห์ต่อไป “จนอายุเท่าใด” และถ้ามีเหตุจําเป็นต้องให้การสงเคราะห์ต่อไปอีก “ไม่เกินอายุเท่าใด”

a)

 ยี่สิบสองปีบริบูรณ์ / ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

b)

 ยี่สิบสองปีบริบูรณ์ / ยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์

c)

ยี่สิบปีบริบูรณ์ / ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

d)

ยี่สิบปีบริบูรณ์ / ยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์

17.

“สถานสงเคราะห์” หมายความว่าอย่างไร

a)

สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

b)

สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย

c)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ

d)

สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

18.

ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

19.

“สถานแรกรับ” หมายความว่าอย่างไร

a)

สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุม้ครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย

b)

สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

c)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ

d)

สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

20.

“นักศึกษา” หมายความว่าอย่างไร

a)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือระดับอนุปริญญาในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

b)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

c)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

d)

 เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับปริญญาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

21.

“ผู้แสวงหาประโยชน์” โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศ ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครองโดยมิชอบ ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

22.

พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่เท่าใด

a)

2 พฤษภาคม พ.ศ. 2546

b)

 24 กันยายน พ.ศ. 2546

c)

2 ตุลาคม พ.ศ. 2546

d)

30 มีนาคม พ.ศ. 2547

23.

“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่าอย่างไร

a)

สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุม้ครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย

b)

 สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ

c)

สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

d)

สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

24.

ผู้ใดโฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก มีโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

25.

ข้อใดจัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

a)

เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก

b)

 เด็กที่ถูกทารุณกรรม

c)

เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง

d)

 เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกําพร้า

26.

พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้ไว้ ณ วันที่เท่าใด

a)

30 มีนาคม พ.ศ. 2547

b)

2 ตุลาคม พ.ศ. 2546

c)

24 กันยายน พ.ศ. 2546

d)

 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2546

27.

“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่าอย่างไร

a)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ

b)

สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย

c)

สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

d)

สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

28.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี

a)

4 ปี

b)

3 ปี

c)

2 ปี

d)

5 ปี

29.

“นักเรียน” หมายความว่าอย่างไร

a)

เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

b)

 เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

c)

เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

d)

เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

30.

“ผู้ขัดขวาง” ไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้น ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําทารุณกรรมเด็ก มีการกักขังหรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

31.

เด็กชายกอล์ฟอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์มีร่างกายพิการขาลีบ จะได้รับการสงเคราะห์อีกกี่ปี

a)

ไม่ได้รับการสงเคราะห์

b)

 กี่ปีก็ได้ แต่ไม่เกินอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์

c)

 ไม่เกินอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

d)

 ไม่เกินอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์

32.

ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งกองทุนขึ้นอีกกองทุนหนึ่ง “ในหน่วยงานใด” เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กที่อยู่ในสังกัด

a)

สำนักนายกรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

c)

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

d)

กระทรวงการคลัง

33.

พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีกี่หมวดกี่มาตรา

a)

9 หมวด 84 มาตรา 1 บทเฉพาะการ

b)

9 หมวด 87 มาตรา 1 บทเฉพาะการ

c)

9 หมวด 88 มาตรา 1 บทเฉพาะการ

d)

 9 หมวด 86 มาตรา 1 บทเฉพาะการ

34.

ข้อใด ไม่ใช่ ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

d)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

35.

ผู้ใดกระทําการอันเป็นการยุยง หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียน ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

36.

ข้อใดจัดเป็น “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด”

a)

เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

b)

 เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร

c)

ด็กที่บิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลําบาก

d)

เด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตราย

37.

การบังคับ ขู่เข็ญ หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร มีโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

38.

“ผู้บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม” หรือกระทําด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

39.

“เด็กกำพร้า” หมายความว่าอย่างไร

a)

เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของตน

b)

ด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาอย่าร้าง ทิ้งร้างถูกคุมขัง หรือ แยกกันอยู่ และได้รับความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและสติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตวัเองได้

c)

เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

d)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคล ที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในนสภาพแวดลอ้มหรือสถานที่อันอาจชักนำไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

40.

“บิดามารดา” หมายความว่าอย่างไร

a)

บิดามารดาของเด็กไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่

b)

บิดามารดาของเด็ก รวมถึงผู้รับบุตรบุญธรรม

c)

บิดามารดาของเด็ก รวมถึงผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

d)

บิดามารดาของเด็กโดยการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย

41.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “สถานพินิจ”

a)

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด

b)

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา

c)

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร

d)

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

42.

เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเลี้ยงเด็ก ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)
  • จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)
  • จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)
  • จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)
  • จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ