wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

Total questions: 75

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ มีความสำคัญอย่างไร?

a)

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณสามารถช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้งและมองเห็นมุมมองที่แตกต่าง

b)

การอ่านไม่สามารถช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหา

c)

การอ่านไม่มีผลต่อการเรียนรู้

d)

การอ่านไม่สำคัญเลย

2.

การอ่านอย่างละเอียด คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างละเอียดคือการอ่านโดยไม่สนใจเนื้อหา

b)

การอ่านอย่างละเอียดคือการอ่านโดยไม่สนใจรายละเอียด

c)

การอ่านอย่างละเอียดคือการอ่านโดยให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียด

d)

การอ่านอย่างละเอียดคือการอ่านโดยให้ความสำคัญกับเพียงบางรายละเอียด

3.

การอ่านอย่างละเอียด มีประโยชน์อย่างไร?

a)

ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

b)

ทำให้เราลืมข้อมูลได้ง่ายขึ้น

c)

ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ไม่ดี

d)

ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น และสามารถจดจำข้อมูลได้ดีมากขึ้น

4.

การอ่านอย่างเข้าใจ คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างเข้าใจคือการอ่านและสับสนเนื้อหาที่อ่าน

b)

การอ่านอย่างเข้าใจคือการอ่านและละเลยเนื้อหาที่อ่าน

c)

การอ่านอย่างเข้าใจคือการอ่านและไม่เข้าใจข้อความ

d)

การอ่านอย่างเข้าใจคือการอ่านและเข้าใจข้อความหรือเนื้อหาที่อ่าน

5.

การอ่านอย่างเข้าใจ มีความสำคัญอย่างไร?

a)

การอ่านไม่มีความสำคัญเลย

b)

การอ่านไม่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหา

c)

การอ่านไม่มีประโยชน์

d)

การอ่านอย่างเข้าใจช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาและความหมายของข้อความได้อย่างถูกต้อง

6.

การอ่านอย่างวิเคราะห์ คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างไม่รอบคอบ

b)

การอ่านอย่างวิเคราะห์

c)

การอ่านอย่างไม่สนใจ

d)

การอ่านอย่างผิดพลาด

7.

การอ่านอย่างวิจารณ์ คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างรีวิว

b)

การอ่านอย่างไม่มีความสำคัญ

c)

การอ่านอย่างวิจารณ์

d)

การอ่านอย่างไม่มีวิจารณญาณ

8.

การอ่านอย่างวิเคราะห์ความหมาย คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างรีบเร่งความหมาย

b)

การอ่านอย่างไม่เข้าใจความหมาย

c)

การอ่านอย่างวิเคราะห์ความหมาย

d)

การอ่านอย่างไม่สนใจความหมาย

9.

การอ่านจับใจความสำคัญ มีความสำคัญอย่างไร?

a)

การอ่านไม่มีความสำคัญ

b)

การอ่านเพื่อลดความรู้

c)

การอ่านไม่มีผลต่อการเรียนรู้

d)

การอ่านจับใจความสำคัญเพื่อเพิ่มความรู้และข้อมูล

10.

การอ่านอย่างรีวิว คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างรีวิวคือการอ่านและวิจารณ์เนื้อหา

b)

การอ่านอย่างรีวิวคือการอ่านและไม่สนใจเนื้อหา

c)

การอ่านอย่างรีวิวคือการอ่านและไม่เข้าใจเนื้อหา

d)

การอ่านอย่างรีวิวคือการอ่านและเข้าใจเนื้อหา

11.

การอ่านอย่างเข้าใจความหมาย มีประโยชน์อย่างไร?

a)

ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

b)

ทำให้เราลืมข้อมูลได้ง่ายขึ้น

c)

ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ไม่ดี

d)

ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น และสามารถจดจำข้อมูลได้ดีมากขึ้น

12.

การอ่านอย่างวิเคราะห์ความหมาย มีความสำคัญอย่างไร?

a)

การอ่านไม่มีความสำคัญเลย

b)

การอ่านไม่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหา

c)

การอ่านไม่มีประโยชน์

d)

การอ่านอย่างวิเคราะห์ความหมายช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาและความหมายของข้อความได้อย่างถูกต้อง

13.

การอ่านอย่างลึกซึ้ง คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างไม่สนใจเนื้อหา

b)

การอ่านอย่างลึกซึ้งคือการอ่านและไม่เข้าใจเนื้อหา

c)

การอ่านอย่างลึกซึ้งคือการอ่านและเข้าใจเนื้อหา

d)

การอ่านอย่างลึกซึ้งคือการอ่านและวิเคราะห์เนื้อหา

14.

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณตรงกับทักษะศตวรรษที่ 21 ในข้อใด

a)

Creativity

b)

Computing

c)

Critical thinking

d)

Cross-cultural Understanding

15.

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึงข้อใด

a)

เป็นการรับรู้เรื่องราวโดยใช้สายตามองดูตัวอักษร

b)

เป็นการอ่านที่ต้องใช้ความคิด วิเคราะห์ ใคร่ครวญและตัดสินใจว่า ข้อความที่ได้อ่านนั้น สิ่งใดเป็นความสำคัญ สิ่งใดเป็นใจความประกอบหรือพลความ

c)

เป็นกระบวนการที่ผู้อ่านรับรู้สาร ซึ่งเป็นความรู้ ความคิด ความรู้สึก และความคิดเห็นที่ผู้เขียนสื่อ

d)

เป็นการสื่อความหมายที่จะถ่ายโยงความคิดความรู้จากผู้เขียนถึงผู้อ่าน

16.

ข้อใดคือความสำคัญของการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

ช่วยให้ผู้อ่านรู้จักพินิจพิเคราะห์สาร สามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้

b)

ช่วยให้รู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก

c)

ช่วยให้ผู้อ่านมีความสุข มีความหวัง และอยากรู้อยากเห็น

d)

ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ให้เพิ่มพูนขึ้น 

17.

ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

จรรโลงใจ

b)

เผยแพร่ความรู้

c)

เข้าใจมุมมองใหม่

d)

เพื่อสุขภาพ

18.

ข้อใดเป็นระดับของการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

การจดบันทึก

b)

การอ่านอย่างคร่าวๆ

c)

การสรุปใจความสำคัญ

d)

การเรียบเรียงถ้อยคำใหม่

19.

นักศึกษาพิจารณาเนื้อหาแล้วพบว่ามีข้อความที่ขัดแย้งกันในเรื่องที่อ่าน แสดงว่านักศึกษาใช้แนวทางใดในการอ่าน

a)

หาจุดสำคัญ

b)

ใช้คำถาม

c)

สังเกตข้อความ

d)

อ่านอย่างคร่าวๆ

20.

การอ่านอย่างรีบเร่งความหมาย คืออะไร?

a)

การอ่านอย่างรีบเร่งความหมาย

b)

การอ่านอย่างไม่เข้าใจความหมาย

c)

การอ่านอย่างรีบเร่งความหมายและไม่สนใจความหมาย

d)

การอ่านอย่างรีบเร่งความหมายและเข้าใจความหมาย

21.

การอ่านอย่างเข้าใจ มีความสำคัญอย่างไร?

a)

การอ่านไม่มีความสำคัญเลย

b)

การอ่านไม่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหา

c)

การอ่านไม่มีประโยชน์

d)

การอ่านอย่างเข้าใจช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ดีและเข้าใจความหมายของข้อความได้อย่างถูกต้อง

22.

ข้อใดคือความสำคัญของการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

ช่วยให้ผู้อ่านรู้จักพินิจพิเคราะห์สาร สามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้

b)

ช่วยให้รู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก

c)

ช่วยให้ผู้อ่านมีความสุข มีความหวัง และอยากรู้อยากเห็น

d)

ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ให้เพิ่มพูนขึ้น 

23.

มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร

ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี

(สุนทรภู่)

ข้อความนี้เน้นความสำคัญเรื่องใด

a)

ชีวิต

b)

ความรู้

c)

ความดี

d)

การดำเนินชีวิต

24.

มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร

ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี

(สุนทรภู่)

ข้อความนี้มีความหมายเหมือนกับข้อใด

a)

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

b)

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

c)

รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา

d)

บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

25.

เมื่อมีโอกาสก็ควรรีบฉกฉวยเอาไว้ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้อความนี้จัดอยู่ในประเภทใด

a)

กลอนสี่

b)

กลอนแปด

c)

ร้อยแก้ว

d)

กาพย์ยานี ๑๑

26.

เมื่อมีโอกาสก็ควรรีบฉกฉวยเอาไว้ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้อความนี้กล่าวในลักษณะใด

a)

สั่งสอน

b)

ชี้แจง

c)

อบรม

d)

ตักเตือน

27.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น

a)

กล่าวถึงบริบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่าน

b)

บอกประเภทและจุดมุ่งหมายของเรื่อง

c)

วิเคราะห์เนื้อเรื่องในด้านต่างๆ

d)

บอกพิมพลักษณ์ของหนังสือ (พิมพลักษณ์ เป็นรายการเกี่ยวกับการพิมพ์)

28.

ข้อใดกล่าวถึงการอ่านวิจารณ์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

พิจารณาลักษณะความคิด และประเมินค่าของเรื่อง

b)

หาความรู้และแนวคิดของเรื่อง

c)

จับผิดหาข้อบกพร่อง

d)

จับใจความสำคัญ

29.

บุคคลในข้อใดที่อ่านหนังสือแล้ววิเคราะห์สารของเรื่อง

a)

พราว อ่านแล้วแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านทุกด้าน

b)

แพร อ่านเพื่อจับผิด และหาข้อบกพร่องของเรื่องที่อ่าน

c)

พริ้ง อ่านแล้วสรุปใจความสำคัญของเรื่อง

d)

แพรว อ่านแล้วแยกส่วนต่างๆ ของเรื่อง

30.

ข้อใดปฏิบัติถูกต้องตามหลักการประเมินค่าของเรื่องที่อ่าน

a)

มาดา อ่านตีความ สรุปความ วิเคราะห์แนวคิด และเนื้อหา พิจารณาคุณค่าของงานเขียน

b)

มาลัย อ่านทำความเข้าใจ ตอบคำถาม ตีความ พิจารณาคุณค่าของงานเขียน

c)

มาลี อ่านทำความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์เนื้อหา พิจารณาคุณค่างานเขียน

d)

มาลา อ่านทำความเข้าใจ สรุปความ พิจารณาคุณค่า

31.

“การอ่านเพื่ออธิบายว่า สารที่อ่านดีหรือไม่ อย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไร” เป็นลักษณะของการอ่านประเภทใด

a)

ทำความเข้าใจ

b)

ประเมินค่า

c)

วิจารณ์

d)

วิเคราะห์

32.

คำถามที่ 1 เกี่ยวกับตัวเราเอง ถามว่า ปู่ย่าตายายเรา

พ่อแม่เรา หรือหลักสูตรที่โรงเรียนเรา เคยสอนเราเกี่ยวกับการรับมือภัยธรรมชาติ อาทิ อุทกภัย วาตภัย หรือไม่ คำตอบคือ

ไม่มี ไม่เคย ไม่ค่อยสอน วิชาสังคมศึกษาสอนเราว่า “เมืองไทยของเรานี้แสนดีหนักหนา โชคดีกว่าภัยธรรมชาติแบบประเทศอื่น ไม่มีแผ่นดินไหวแบบหมู่เกาะญี่ปุ่น ไม่มีน้ำท่วมใหญ่แบบแม่น้ำหวางเหอ ไม่มีเฮอริเคน แบบอ่าวเม็กซิโก”

ใครจะเป็นผู้ที่นำแนวคิดนี้ไปใช้ประโยชน์มากที่สุด

a)

นักวิชาการจากทุกหน่วยงาน

b)

รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

c)

ผู้จัดทำหลักสูตรการศึกษา

d)

ครู

33.
  1. 1. ข้อใด คือ การอ่านเพื่อจำ

a)

นาย ก อายุ 15 ปี สอบได้ที่หนึ่งของห้อง

b)

นาย ก อาจได้เป็นหัวหน้าห้องเพราะเป็นคนที่เพื่อนรักและคุณครูไว้ใจ

c)

อัตชีวะประวัตินาย ก ช่วยเตือนใจผู้อ่านให้เห็นถึงการปฎิบัติตนเป็นคนดีในสังคม

d)

นาย ข นำเคล็ดลับการเรียนของนาย ก ไปใช้ปรับปรุงวิธีการเรียนของตนเอง

34.
  1. 2. ข้อใดเป็นการอ่านเพื่อวิจารณ์

a)

บทความเรื่องอย่าท้อแท้เป็นบทความที่ให้แง่คิดเป็นประโยชน์กับคนรุ่นใหม่ที่หลงทางได้

b)

บทความเรื่องอย่าท้อแท้ส่งผลให้นาย ก สามารถหาวิธีแก้ไขอุปสรรคในชีวิตได้

c)

บทความเรื่องอย่าท้อแท้ทำให้นาย ก ออกแบบ application สร้างสุข

d)

บทความอย่าท้อแท้กำหนดวิธีการขจัดอุปสรรค 10 วิธีการ

35.

ข้อใด ไม่ใช่ แนวทางการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

พิจารณาแหล่งที่มา

b)

พิจาณาเนื้อความ

c)

พิจารณาภาษา

d)

พิจาณาสื่อที่ใช้

36.
  1. 4. ข้อใดเป็นแหล่งตีพิมพ์ที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุด

a)

www.com

b)

www.gov.th

c)

www.ac.th

d)

www.co.th

37.
  1. 5. ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบสำคัญของบทอ่าน

a)

ความคิดสำคัญ

b)

ใจความสำคัญ

c)

แนวคิดสำคัญ

d)

แหล่งที่มา

38.
  1. 7. ข้อใด เป็นข้อคิดเห็นเชิงแนะนำ

a)

งานดนตรีที่เขาใหญ่น่าจะมีคนไปร่วมงานจำนวนมาก

b)

งานดนตรีที่เขาใหญ่ควรจะจัดในฤดูหนาว

c)

งานดนตรีที่เขาใหญ่ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่

d)

งานดนตรีที่เขาใหญ่น่าพิจารณาเพิ่มอัตราค่าเข้าชม

39.
  1. 8. ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของภาษาต่อบทอ่าน

a)

สร้างความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่สื่อสาร

b)

สร้างความสวยงามในการสื่อสาร

c)

สร้างความเข้าใจในการสื่อสาร

d)

สร้างความสำเร็จในการสื่อสาร

40.
  1. 9. ข้อใด ไม่ใช่ แนวทางการสรุปสารในบทอ่านที่ดี

a)

สรุปเนื้อหาด้วยภาษาของตนเอง

b)

แสดงความคิดเห็นต่อบทอ่านว่าเห็นด้วยหรือไม่

c)

แสดงประโยชน์ที่ได้รับจากบทอ่าน

d)

ชื่นชมผู้เขียนในการนำเสนอบทอ่าน

41.
  1. 10. ข้อใด ไม่ใช่ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

นาย ก แยกแยกข้อเท็จจริง และ ข้อคิดเห็นในบทอ่าน

b)

นาย ก วิเคราะห์ที่มาของบทอ่าน

c)

นาย ก นำส่วนที่ดีในบทอ่านไปใช้งาน

d)

นาย ก แนะนำผู้เขียนในประเด็นที่ไม่เห็นด้วย

42.

ข้อใดให้ความหมายของวิจารณญาณได้อย่างถูกต้อง

a)

รู้จักคิดใคร่ครวญและไตร่ตรองเมื่อรับข่าว

b)

พิจารณาสารที่รับว่ามีความเป็นไปได้ทุกกรณี

c)

แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของผู้เขียน

d)

พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของเรื่อง

43.

ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลสำคัญที่ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

a)

เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเรื่องที่อ่านมีความน่าเชื่อถือ

b)

เพราะต้องมีการถ่ายถอดความรู้จากเรื่องที่อ่านไปยังผู้อื่นที่ถูกต้อง

c)

เพราะเป็นการเชื่อมโยงความคิดไปยังเรื่องอื่น ๆ และได้มุมมองจากเรื่องที่อ่าน

d)

เพราะต้องการความบันเทิงและความเพลิดเพลินทางอารมณ์จากการอ่านเป็นสำคัญ

44.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการอ่านสารให้ความรู้อย่างมีวิจารณญาณ

a)

การอ่านอย่างตั้งใจ

b)

การวิเคราะห์ชื่อเสียงของผู้แต่ง

c)

ค. การประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่าน

d)

ง. การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น รวมถึงหลักฐานอ้างอิง

45.

ข้อใดมีวิธีการอ่านอย่างมีวิจารณญาณต่างจากข้ออื่น

a)

น้ำท่วมและอากาศหนาวส่งผลให้ผักมีราคาแพงกว่าปกติ รวมถึงราคาน้ำมันด้วย

b)

อุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนทางภาคใต้ว่าจะมีพายุเข้าและมีฝนตกชุกหนาแน่น

c)

ระดับน้ำแม่น้ำมูลยังคงทรงตัว มวลน้ำก้อนใหญ่ยังไม่ใหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี

d)

พระภิกษุสามเณรในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวลงอย่างรวดเร็ว

46.

"เด็กไทยสมัยนี้มีสิ่งยั่วยุทำให้เสียเวลาเรียน เสียเวลาอ่านหนังสือมากมาย

ทั้งเกมคอมพิวเตอร์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟชบุ๊ก อินตราแกรม หรือเว็บไซตไร้สาระต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้

ทำให้เด็กใช้งานจนติดเป็นนิสัย เล่นพอดีก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเล่นนาน ๆ ก็มีผลเสีย หากเล่น

เกมหรืออินเทอร์เน็ตนาน ๆ จะก่อให้เกิดผลกระทบหรือโทษได้หลายประการเช่นกัน ได้แก่

โทษต่อสุขภาพกาย เช่น แสบตา ปวดข้อมือ ไม่รับประทานอาหารจนแสบกระเพาะ อดนอน

จนตื่นสาย ทำให้เพลีย ง่วงเวลาเรียนหรือเวลางาน เป็นต้น "

ที่มา : สิริมงคล ศรีบุญ. ผลเสียของการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตนาน ๆ . ๒๕๕๖.

บทความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไรเป็นประเด็นหลัก

a)

โทษของการไม่สนใจเรียน

b)

การปฏิบัติตนของเด็กไทย

c)

สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ทำให้เด็กไทยเสียเวลาเรียน

d)

ผลกระทบและโทษของเกมคอมพิวเตอร์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค

47.

ความอ้วน คือ หนทางสู่โรคร้ายนานาชนิด เพราะความอ้วนทำให้ระบบเมตาโบลิก

(ระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อการทำงานของร่งกาย) และระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานเรรวน

ทั้งยังเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ประเภท ๒) โรคหัวใจ

และหลอดเลือด (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง) โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด เช่น

มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคกระดูกและข้อเสื่อม โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โรคถุงน้ำดี

โรคตับ และในผู้หญิงทำให้รอบเดือนผิดปกติ

ที่มา : ศัลยา คงสมบรูณ์เวช. กินอย่างไร ไม่อ้วน ไม่มีโรค. ๒๕๕๑.

ข้อใดเป็นการตั้งคำถามที่ไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา

a)

ทำอย่างไรจึงจะไม่อ้วน

b)

ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องใด

c)

ความอ้วนทำให้เกิดโรคใดได้บ้าง

d)

ความอ้วนทำให้เกิดโรคเบาหวานได้อย่างไร

48.

ความอ้วน คือ หนทางสู่โรคร้ายนานาชนิด เพราะความอ้วนทำให้ระบบเมตาโบลิก

(ระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อการทำงานของร่งกาย) และระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานเรรวน

ทั้งยังเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ประเภท ๒) โรคหัวใจ

และหลอดเลือด (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง) โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด เช่น

มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคกระดูกและข้อเสื่อม โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โรคถุงน้ำดี

โรคตับ และในผู้หญิงทำให้รอบเดือนผิดปกติ

ที่มา : ศัลยา คงสมบรูณ์เวช. กินอย่างไร ไม่อ้วน ไม่มีโรค. ๒๕๕๑.

จากข้อความข้างต้น ผู้เขียนมีความมุ่งหมายอย่างไร

a)

กล่าวถึงสาเหตุของความอ้วน

b)

กล่าวถึงอันตรายที่เกิดจากความอ้วน

c)

กล่าวถึงการดูแลสุขภาพของคนอ้วน

d)

กล่าวถึงแนวโน้มของโรคที่เกิดจากความอ้วน

49.

สิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นอันดับแรกของขั้นตอนการอ่านที่ดีคืออะไร

a)

อ่านให้ได้จังหวะ

b)

อ่านให้ดังพอเหมาะกับผู้ฟัง

c)

ทำความเข้าใจเรื่องที่จะอ่าน

d)

แบ่งอ่านข้อความเป็นช่วงๆ

50.

ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความนี้

ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล

จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนมี

ที่มา : แก้ที่จนใจ จาก http://www.chaoprayanews.com

a)

ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน

b)

จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ

c)

ไม่มีใครปรารถนาความจน

d)

จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด

51.

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ๑๐-๑๑

เห็นเสือหมอบ...อย่าเชื่อ...ว่าเสือไหว้

เผลอเมื่อไหร่...เสือกิน...สิ้นทั้งขน

เป็นคนต้อง...เกรงเยงยำ...น้ำใจคน

เขาถ่อมตน...อย่าเหมา...ว่าเขากลัว

ที่มา : เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ธมมวิตกโกภิกขุ) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ

ข้อความนี้ให้ข้อคิดอะไรเป็นสำคัญ

a)

อย่าไว้ใจคน

b)

ให้รู้จักเจียมตัว

c)

ควรมีน้ำใจต่อผู้อื่น

d)

ควรเกรงกลัวต่อบาป

52.

"เกรงเยงยำ" ในที่นี้มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ความตื่นเต้น

b)

ความยำเกรง

c)

ความหวาดกลัว

d)

ความระมัดระวังตัว

53.

การสร้างสรรค์

มวลมนุษย์ยิ่งพยายามสร้างสรรค์ดูเหมือนโลกยิ่งวุ่นวายไม่รู้จบ การสร้างสรรค์

ที่แท้คือ การนำความปกติสุขมาสู่สรรพชีวิต ถ้าไม่เข้าใจความจริงของชีวิตก็อย่าคิดสร้างสรรค์

อะไรเลย เรื่องราวภายในของชีวิตไม่ต้องสร้างสรรค์ เพียงแต่รู้เท่าทันการสรรค์สร้างปล่อยให้

ธรรมชาติเดิมแท้ในตนกระทำกิจทั้งหลายไปตามกระแสแห่งธรรมชาติ แต่โบราณกาลมาแล้ว

พระอริยบุคคลทั้งหลายก็กระทำโดยมิได้กระทำดังนี้ ความดีย่อมปิดฉากลงด้วยการบังคับให้

กระทำ

ที่มา : การคิดสร้งสรรค์ จากhttp:/happyhappiness.monkiezgrove.com

บทความเรื่อง "การสร้างสรรค์" ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรกับผู้อ่าน

a)

ชีวิตเราไม่ต้องการปรุงแต่ง

b)

การดำเนินชีวิตแบบสายกลาง

c)

ปล่อยให้โลกเป็นไปตามธรรมชาติ

d)

การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เป็นการทำร้ายธรรมชาติ

54.

ข้อคิดที่ได้จากบทความ การสร้างสรรค์ นี้คืออะไร

a)

ชีวิตต้องการความสงบ

b)

การสร้างสรรค์ทำให้โลกสงบสุข

c)

การรู้เท่าทันธรรมชาติทำให้เรามีความสุข

d)

การสร้างสรรค์ที่แท้ต้องนำความสุขมาสู่สรรพชีวิต

55.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ขั้น Read (R๑) เป็นการอ่านการอ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง

b)

ขั้น Record (R๒) เป็นการอ่านข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ำอย่างละเอียด

c)

ขั้น Recite (R๓) เป็นการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการอ่านข้อมูลอย่างละเอียด

d)

ขั้น Reflect (R๔) เป็นการอ่านที่ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อ่านแล้ว

แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่

สอดคล้อง

56.

"อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง" จากข้อความข้างต้นเป็นขั้นตอนในการอ่าน

a)

ขั้นที่๑

b)

ขั้นที่๓

c)

ขั้นที่ ๕

d)

ขั้นที่ ๖

57.

การทำอะไรแต่พอดีนั้นออกจะยากอยู่หน่อยเหมือนการตักน้ำมาหนึ่งขันใหญ่แล้วนำมากรอกใส่ขวดให้พอดี นั้นยาก เพราะต้องมีหกมีบ่ามีขาดมีเกินอยู่บ้างเป็นธรรมดา น้ำก็เหมือนผู้ให้ ขวดก็เหมือนผู้รับ น้ำมากไป ขวดเล็กไปก็ใส่ได้ไม่พอดี น้ำนิดเดียวขวดใหญ่ไปก็ใส่ไม่พอดีอีกเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้น้ำกับขวดจึงต้องพอดีกัน

ข้อใดไม่ใช่คำสำคัญในย่อหน้านี้

a)

น้ำ

b)

ผู้ให้

c)

ผู้รับ

d)

ความพอดี

58.

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในบรรดาสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย จากสัดส่วน ของพลังงานที่ได้จากอาหารทั้งหมดใน 1 วัน จะมีคาร์โบไฮเดรตประมาณร้อยละ 40 - 80 ซึ่งจะสูงกว่าที่ได้จาก ไขมันและโปรตีน สำหรับการกินข้าวของคนไทย สัดส่วนของข้าว ก็จะมากกว่ากับข้าว กรณีเช่นนี้สอดคล้อง กับหลักวิชาการที่ว่าพลังงานที่ได้จากอาหารนั้น ควรมาจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก รองลงมาคือไขมัน และโปรตีน

ข้อใดไม่ใช่คำสำคัญในย่อหน้านี้

a)

อาหาร

b)

พลังงาน

c)

สารอาหาร

d)

คาร์โบไฮเดรต

59.

ข้าวแช่เป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่ไทยรับมาจากคนมอญ สมัยรัชกาลที่ 1 มอญเข้ามาอยู่ในดินแดนสยาม ในฐานะผู้ร่วมกู้ชาติ ซึ่งเป็นที่มาของต้นตระกูลคชเสนีในปัจจุบัน ชาวมอญ มีประเพณีส่งข้าวแช่ในช่วง สงกรานต์ ช่วงกอบกู้เมืองในสมัยรัชกาลที่ 1 ก็มีพิธีส่งข้าวแช่กัน วัฒนธรรมนี้จึงเริ่มแพร่หลายตั้งแต่นั้นมา

ข้อใดไม่ใช่คำสำคัญในย่อหน้านี้

a)

ข้าวแช่

b)

คนมอญ

c)

สงกรานต์

d)

วัฒนธรรม

60.

การหัวเราะจะกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย ทำให้การหายใจเข้าออกดีขึ้น ช่วยนวดอวัยวะภายใน อย่างหัวใจและปอด ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้อดทนต่อความเครียดได้มากขึ้น ลดอาการเจ็บปวด ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสงบ ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยกระตุ้นอารมณ์ผ่อนคลาย และบรรเทาอาการเจ็บปวดภายในร่างกาย นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยเร่งความเร็วกระบวนการเยียวยา ในร่างกาย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความเครียด ความโกรธ และความหดหู่ เพิ่มออกซิเจนในเลือดอีกด้วย

ข้อใดคือคำสำคัญในย่อหน้านี้

a)

สรรพคุณ ช่วย

b)

อวัยวะ อารมณ์ขัน

c)

ร่างกาย การหัวเราะ

d)

การหัวเราะ ประโยชน์

61.

พริกเป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อการบำรุงผิวพรรณ เอ็นและกระดูก พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าดิบหั่น 1 ถ้วยตวง (ประมาณ 10 ช้อนโต๊ะ) ให้วิตามินซีเท่ากับปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ถ้าเป็น พริกแดงจะมีวิตามินซีมากกว่านี้ถึง 2 เท่า

คำสำคัญในย่อหน้านี้ตรงกับข้อใด

a)

พืช วิตามิน

b)

วิตามิน พริก

c)

พริก วิตามินซี

d)

วิตามินซี พริกขี้หนู

62.

คนแคระทั้งเจ็ด มีสโนว์ไวท์กี่คน

a)

1

b)

3

c)

5

d)

7

63.

การอ่านหนังสือเรียนมีประโยชน์อย่างไรต่อนักเรียน?

a)

การอ่านหนังสือเรียนไม่มีประโยชน์อะไรต่อนักเรียน

b)

การอ่านหนังสือเรียนทำให้นักเรียนเสียเวลา

c)

การอ่านหนังสือเรียนทำให้นักเรียนเข้าใจสิ่งที่ผิด

d)

การอ่านหนังสือเรียนช่วยให้นักเรียนพัฒนาความรู้ คำศัพท์ และทักษะในการคิดเชิงวิจัย

64.

การอ่านหนังสือข่าวช่วยในการเข้าใจเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างไร?

a)

ช่วยในการเข้าใจประวัติศาสตร์

b)

ช่วยในการเข้าใจเหตุการณ์ปัจจบัน

c)

ไม่มีประโยชน์ในการเข้าใจเหตุการณ์ปัจจบัน

d)

ทำให้เข้าใจเหตุการณ์ปัจจบันได้ช้า

65.

การอ่านหนังสือเรียนช่วยในการเพิ่มความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนอย่างไร?

a)

การเล่นกีฬา

b)

การศึกษาข้อมูลและข้อความที่อยู่ในหนังสือ

c)

การเล่นเกมออนไลน์

d)

การดูภาพยนตร์

66.

การอ่านหนังสือการ์ตูนสามารถสร้างความสนใจในการอ่านได้อย่างไร?

a)

การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ การใช้ภาพประกอบที่สวยงาม และการสร้างตัวละครที่น่ารักหรือน่าสนใจ

b)

การใช้ภาพที่ไม่น่าสนใจ

c)

การใช้ภาพที่มั่วคั่ว

d)

การเล่าเรื่องที่น่าเบื่อ

67.

การอ่านหนังสือข่าวช่วยในการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างไร?

a)

เพิ่มความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

b)

ทำให้ลืมความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

c)

ลดความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

d)

ไม่มีผลต่อความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

68.

การอ่านหนังสือเรียนช่วยในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนอย่างไร?

a)

การศึกษาเนื้อหาอย่างละเอียด

b)

การดูภาพยนตร์

c)

การทำงานอดิเรก

d)

การเล่นเกมออนไลน์

69.

การอ่านหนังสือการ์ตูนสามารถสร้างความสนใจในการอ่านได้อย่างไร?

a)

การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และมีภาพการ์ตูนที่สวยงาม

b)

การเล่าเรื่องที่น่าเบื่อ

c)

การใช้ภาพการ์ตูนที่ไม่สวยงาม

d)

การใช้ภาพการ์ตูนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง

70.

มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร

ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี

(สุนทรภู่)

ข้อความนี้มีความหมายเหมือนกับข้อใด

a)

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

b)

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

c)

รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา

d)

บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

71.

เมื่อมีโอกาสก็ควรรีบฉกฉวยเอาไว้ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้อความนี้จัดอยู่ในประเภทใด

a)

กลอนสี่

b)

กลอนแปด

c)

ร้อยแก้ว

d)

กาพย์ยานี ๑๑

72.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น

a)

กล่าวถึงบริบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่าน

b)

บอกประเภทและจุดมุ่งหมายของเรื่อง

c)

วิเคราะห์เนื้อเรื่องในด้านต่างๆ

d)

บอกพิมพลักษณ์ของหนังสือ (พิมพลักษณ์ เป็นรายการเกี่ยวกับการพิมพ์)

73.

ข้อใดกล่าวถึงการอ่านวิจารณ์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

พิจารณาลักษณะความคิด และประเมินค่าของเรื่อง

b)

หาความรู้และแนวคิดของเรื่อง

c)

จับผิดหาข้อบกพร่อง

d)

จับใจความสำคัญ

74.

บุคคลในข้อใดที่อ่านหนังสือแล้ววิเคราะห์สารของเรื่อง

a)

พราว อ่านแล้วแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านทุกด้าน

b)

แพร อ่านเพื่อจับผิด และหาข้อบกพร่องของเรื่องที่อ่าน

c)

พริ้ง อ่านแล้วสรุปใจความสำคัญของเรื่อง

d)

แพรว อ่านแล้วแยกส่วนต่างๆ ของเรื่อง

75.

“การอ่านเพื่ออธิบายว่า สารที่อ่านดีหรือไม่ อย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไร” เป็นลักษณะของการอ่านประเภทใด

a)

ทำความเข้าใจ

b)

ประเมินค่า

c)

วิจารณ์

d)

วิเคราะห์