wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

๊์UN06

Total questions: 45

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงระบบป้องกันแบบ Pilot Rclaying ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

1 : Pilot Relaying มักจะใช้ในการป้องกันสายส่งและบัสร่วมกัน

b)

2 : Pilot Relaying อาศัยหลักการทำงานของรีเลย์ระยะทาง ( Distance Relay ) เพียงอย่างเดียว

c)

3 : Pilot Relaying มักจะใช้ในการป้องกันสายส่งที่มีความยากมากกว่า 240 กิโลเมตร)

d)

4 : Pilot Relaying มักจะกำหนดให้เป็นเขตป้องกันชั้นต้น (Primary) โดยไม่มีการป้องกันสำรอง (Backup

2.

การสื่อสารแบบใด ไม่นิยมใช้งานเป็น Communication Channels ในระบบการป้องกันแบบ Pilot Relaying

a)

1 : ระบบดาวเทียม

b)

2 : ระบบไมโครเวฟ

c)

3 : ระบบคลื่นวิทยุ

d)

4 : ระบบโทรศัพท์

3.

Pilot Communication Channels ที่ใช้งานในระบบป้องกันสายส่งปัจจุบันมีทั้งหมดกี่ชนิด

a)

1 : 2 ชนิด

b)

2 : 3 ชนิด

c)

3 : 4 ชนิด

d)

4 : 5 ชนิค

4.

การติดตั้งใช้งานระบบ Power Line Carrier ( PLC ) ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้กี่วิธี

a)

1 : 2วิธี

b)

2 : 3 วิธี

c)

3 : 4วิธี

d)

4 : 5 วิธี

5.

Channel Operating Mode ที่มีใช้งานในระบบป้องกันแบบ Pilo Relaying มีทั้งหมดกี่แบบ

a)

1 : 2 แบบ

b)

2 : 3 แบบ

c)

3 : 4 แบบ

d)

4 : 5 แบบ

6.

ระบบการป้องกันแบบใดต่อไปนี้ จัดเป็น Unit Protection

a)

1 : Pilot Differential Protection

b)

2 : Overcurrent and Earth Fault Protection

c)

3 : Transformer Protection

d)

4 : Busbar Protection

7.

ข้อใดกล่าวถึงระบบ Pilot Protection ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

1 : สามารถใช้ร่วมกับการป้องกันแบบ Differential Protection ได้

b)

2: สามารถใช้ในการป้องกันสายส่งได้

c)

: ใช้หลักการสื่อสารข้อมูลทางไกลระหว่างต้นทางและปลายทางของสายส่งที่ต้องการป้องกันร่วมกับรีเลข์

d)

4 : ถูกทุกข้อ

8.

ช่องทางการสื่อสารข้อมูลระยะไกล (Communication Channel) ของการป้องกันแบบ Pilot Prolection ในข้อใด ไม่ต้องใช้สายนำสัญญาณ

a)

1 : การสื่อสารโดยใช้สายส่งกำลัง (Power Line Carrier)

b)

2 : การสื่อสารโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)

c)

3 : การสื่อสารโดยใช้ใยแก้วนำแสง (Fiber Optics)

d)

4 : การสื่อสาร โดยใช้สายโทรศัพท์ (Communication Cable)

9.

คุณสมบัติของ Pilot- Wire Relay คือข้อใด

a)

1 : ความเร็วของรีเลข์จะแปรผันตรงกับระยะจากจุดที่เกิด Fauls ถึงตำแหน่งติดตั้งรีเลย์

b)

2 : รีเลย์จะส่งสัญญาณเพื่อทริปเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่อยู่ปลายสายทั้ง 2 ด้านทันที ไม่ว่า Faults จะเกิดที่ตำแหน่งใด บนสายส่งในช่วงที่

ต้องการป้องกัน

c)

3 : รีเลย์ชนิดนี้เหมาะสำหรับการป้องกันเฉพาะสายส่งที่มีความยาวสายส่งมากๆ (Long Line)

d)

4 : รีเลย์ชนิดนี้ไม่สามารถใช้ป้องกันระบบสายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ได้

10.

ประโยชน์ของระบบการป้องกันแบบ Pilot Relaying คือ

a)

1 : เพิ่มความน่าเชื่อถือ ( Reliability ) ของระบบป้องกัน

b)

2 : เพิ่มความสามารถแยกแยะ ( Selectivity ) ของระบบป้องกัน

c)

3 : เพิ่มความร วดเร็วในการทำงาน ( Speed ) ของระบบป้องกัน

d)

4: ถูกทุกข้อ

11.

การเลือกใช้วิธีการสื่อสารในระบบป้องกันแบบ Pilot Relaying System ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

a)

1 : พิจารณาจากราคาและความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ

b)

2 : พิจารณาจากจำนวน Terminals และระยะทางของสายส่งเป็นสำคัญ

c)

3 : พิจารณาจากจำนวนช่องสัญญาณที่ต้องการใช้งานและความถี่ของสัญญาณเป็นสำคัญ

d)

4: ถูกทุกข้อ

12.

ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของระบบ Fiber Optic Link ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

1 : เป็นระบบที่มีจำนวนช่องสัญญาณในการสื่อสารมาก จึงเหมาะที่จะใช้งานร่วมกับระบบสื่อสารอื่นในสถานีไฟฟ้า

b)

2 : เป็นระบบที่ไม่มีผลกระทบจากสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กรบกวน จึงมีความเชื่อถือได้สูง

c)

3 : เป็นระบบที่ต้องมีตัวแปลงรหัสสื่อสาร มีประสิทธิภาพสูง แต่มีราคาถูกว่าการสื่อสารแบบอื้น

d)

4 : ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

13.

ข้อดีของระบบสื่อสาร โดยใช้คลื่นไมโครเวฟ ( Microwave ) ในการป้องกันแบบ Pilot Protection คือ

a)

1 : มีความคล่องตัวในการใช้งาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบการป้องกันแบบอื่นได้

b)

2 : มีความไวต่อสัญญาณรบกวนจากภายนอก เช่น จากฟ้ผ่า ทำให้การตรวจจับ Faults เป็นไปอย่างรวดเร็ว

c)

3 : สามารถส่งสัญญาณควบคุมการทำงานของรีเลย์ระยะทางได้ในช่วงระยะทางที่ไกลๆ

d)

4 : ไม่มีผลกระทบจากกระแส Faults ในระบบ จึงทำให้โอกาสที่รีเลย์ระยะทางทำงานผิดพลาดมีน้อย

14.

ข้อดีของระบบสื่อสารด้วย Fiber Optic Link ในระบบป้องกันแบบ Pilot Protection คือ

a)

1 : มีช่องสัญญาณสื่อสารจำนวนมาก

b)

2 : ไม่มีผลกระทบจากการร รบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อเกิด Fauls

c)

3 : มีความหลากหลายในการประยุกต์ใช้งาน

d)

4 : ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใดกล่าวถึง Current Differential Protection ผิดไปจากความเป็นจริง

a)

1 : สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็น Faults ชนิดใด

b)

2 : สามารถตรวจจับ High Resistance Fauls ได้

c)

3 : จัดเป็น Unit Protection จึงไม่มีปัญหาเรื่อง Co-ordination

d)

4 : ไม่ต้องใช้ Vollage Transformer

16.

รูปแบบใดต่อไปนี้คือรูปแบบของระบบ Pilot Relaying

a)

1 : Permissive Overreaching Transfer Tripping

b)

2 : Current Differential Scheme

c)

3 : Zone Acceleration Scheme

d)

4 : ถูกทุกข้อ

17.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใดต่อไปนี้ ใช้ Tripping Function เป็นแบบ Under-reach (RU)

a)

1 : Directional Comparison Blocking Scheme

b)

2 : Permissive Overreaching Transferred Trip ( POTT ) Scheme

c)

3 : Zone Acceleration Scheme

d)

4 : Current Difference Scheme

18.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใคต่อไปนี้ ใช้ Tripping Function เป็นแบบ Over-reach (RO)

a)

1 : Direct Underreaching Transferred Trip ( DUTT ) Scheme

b)

2 : Permissive Overreaching Transferred Trip ( POTT ) Scheme

c)

3 : Zone Acceleration Scheme

d)

4 : Current Difference Scheme

19.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใดต่อไปนี้ ใช้ Tripping Function ทั้งแบบ Under-reach (RU) และ Over-reach (RO) ในระบบเดียวกัน

a)

1 : Direct Underreaching Transferred Trip ( DUTT ) Scheme

b)

2 : Directional Comparison Blocking Scheme

c)

3 : Permissive Overreaching Transferred Trip ( POTT ) Scheme

d)

4 : Permissive Underreaching Transferred Trip ( PUTT ) Scheme

20.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใดต่อไปนี้ มี Blocking Function ในตัวเอง

a)

1 : Direct Underreaching Transferred Trip ( DUTT ) Scheme

b)

2 : Directional Comparison Blocking Scheme

c)

3 : Permissive Overreaching Transferred Trip ( POTT ) Scheme

d)

4 : Permissive Underreaching Transferred Trip ( PUTT ) Scheme

21.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใคต่อไปนี้ ไม่ต้องใช้ Com munication Channels

a)

1 : Zone Acceleration Scheme

b)

2 : Zone 1 Extension Scheme

c)

3 : Permissive Overrea aching Transferred Trip (POTT ) Scheme

d)

4 : Permissive Underreaching Transferred Trip ( PUTT ) Scheme

22.

Pilot Relaying Scheme รูปบบใคต่อไปนี้ เป็น Scheme ที่ Insecure เพราะจะมีการ Trip Faults ที่เกิดขึ้นบนสายส่งที่อยู่ภายนอก Protective

Zone นั้นๆ

a)

1 : Zone Acceleration Scheme

b)

2 : Zone 1 Extension Scheme

c)

3 : Permissive Overreaching Transferred Trip ( POTT ) Scheme

d)

4 : Permissive Underreaching Transferred Trip (PUTT ) Scheme

23.

Communication Chanels แบบใดต่อไปนี้ ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นช่องทางส่งสัญญาณ Trip ในระบบ Pilot Relaying

a)

1 : Power Line Carrier

b)

2 : Microwave System

c)

3 : Fiber Optic Link

d)

4 : Communication Cable

24.

Communication Channels แบบใดต่อไปนี้ เหมาะที่จะใช้ป็นช่องทางส่งสัญญาณ Blocking ในระบบ Pilot Relaying

a)

1 : Microwave System

b)

2 : Fiber Optic Link

c)

3 : Power Line Carrier

d)

4 : Communication Cable

25.

คุณสมบัติของ Channel Operating Modes แบบ Keyed Carrier คือ

a)

1 : สถานะเป็นแบบปกติปิด (N/C)

b)

2 : ปกติจะใช้กับฟังก์ชันการสั่ง Block รีเลย์

c)

3 : ใช้สัญญาณ RF กำลังงาน 10 W หรือ 100 W แล้วแต่กรณี

d)

4 : ถูกทุกข้อ

26.

คุณสมบัติของ Channel Operating Modes แบบ Frequency Shift Keying คือ

a)

1 : ใช้การทำงานด้วยการเปลี่ยนความถี่จากสถานะปกติไปเป็นสถานะคำสั่ง

b)

2 : สัญญาณปกติสามารถป็นได้ทั้ง Guard Signal หรือ Trip Permission Signal

c)

3 : ช่องสัญญาณแบบ PSK นี้ สามารถใช้ได้ทั้งการป้องกันสายส่ง และการป้องกันอุปกรณ์

d)

4 : ถูกทุกข้อ

27.

Pilot Relaying Scheme รูปแบบใดต่อไปนี้ ต้องอาศัยสัญญาณควบคุมจาก Autoreclose ในการทำงาน

a)

1 : Zone Acceleration Scheme

b)

2 : Zone 1 Extension Scheme

c)

3 : Permissive Overreaching Transferred Trip (POTT ) Scheme

d)

4 : Directional Comparison Blocking Scheme

28.

หากต้องการส่งสัญญาณ Guard ตลอดเวลา ต้องเลือกใช้ Channel Operating Modes แบบใดจึงเหมาะสม

a)

1 : Keyed Carrier

b)

2 : Frequency Shilt Keying

c)

3 : Single Sideband Suppressed Carrier

d)

4 : ถูกทุกข้อ

29.

Pilot Relaying System ใช้ในการป้องกันอะไรเป็นสำคัญ

a)

1 : ใช้ป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้า

b)

2 : ใช้ป้องกันสายส่งและสายจำหน่ายกำลังไฟฟ้า

c)

3 : ใช้ป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้า

d)

4 : ใช้ป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

30.

Pilot Relaying System แบบ Current Difference Scheme หมาะสำหรับใช้ป้องกันสายจำหน่าย เพราะเหตุใด

a)

1 : สามารถใช้กับระบบ Multi-Terminal Lines ได้

b)

2 : สามารถตรวจจับ High Resistance Fault ได้

c)

3 : ไม่มีปัญหาเรื่อง Series Compensation

d)

4 : ถูกทุกข์อ

31.

ข้อดีของ Permissive Underreach Transfer Tripping (PUTT)

a)

1 : ระบบมีความน่าเชื่อถือเนื่องจากหากเกิดฟอลต์ที่ปลายข้างใดข้างหนึ่งจะไม่สั่งตัดวงจร ( Trip ) อย่างทันทีทันใด

b)

2 : ระบบจะสั่งตัดวงจรอย่างรวดเร็วถ้ได้รับสัญญาณจากฝั่งที่เห็นตำแหน่งของฟอลต์

c)

3 : ระบบจะมีความมั่นคง (sccuriy) เพราะจะทริพฟอล์ตที่เกิดขึ้นภายนอกเขตการป้องกันด้วย

d)

4 : ไม่มีข้อใดถูก

32.

ข้อเสียของระบบการสื่อสาร โดยใช้สายส่งกำลัง ( Power Line Carrier : PLC) คือ

a)

1 : ไม่มีความคล่องตัวในการนำไปประยุกต์ใช้งานกับระบบการป้องกันแบบอื่น

b)

2 : มีความไวต่อสัญญาณรบกวนจากภายนอก เช่น สัญญาณรบกวนจากช้ำผ่า อาจทำให้ระบบทำงานผิดพลาดได้

c)

3 : มีความกว้างของช่วงสัญญาณในการส่งแคบเกินไป

d)

4 : ต้องใช้ Coupling Capacitor ต่อขนานกับระบบ อาจทำให้เกิดการสูญเสียขึ้นในระบบ

33.

Blocking Mode หมายถึง

a)

1 : การส่งสัญญาณจากรีเลข์ด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของสายส่ง เพื่อกันการทริปของ Circuit Breaker ที่ฝั่งตรงข้าม

b)

2 : การส่งสัญญาณจากรีลย์ค้านหนึ่งไปยังอีกค้านหนึ่งของสายส่ง เพื่อทำการทริป Circuit Breaker ฝั่งตรงข้าม

c)

3 : การส่งสัญญาณจากรีเลย์ค้านหนึ่งไปยังอีกค้านหนึ่งของสายส่ง เพื่อสั่งทริป Circuit Breaker แบบ Trip ซ้ำ เพื่อความแน่นอน

d)

4 : การส่งสัญญาณ Guarding จากรีเลข์ด้านหนึ่งไปขังอีกด้านหนึ่งของสายส่ง เพื่อป้องกันการทริปโดยไม่จำเป็น

34.

ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของระบบ Fiber Opic Links ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

1 : เป็นระบบที่มีจำนวนช่องสัญญาณในการสื่อสารมาก จึงเหมาะที่จะใช้งานร่วมกับระบบสื่อสารอื่นในสถานีไฟฟ้า

b)

2 : เป็นระบบที่ไม่มีผลกระทบจากสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กรบกวน จึงมีความเชื่อถือได้สูง

c)

3 : เป็นระบบที่ต้องมีตัวแปลงรหัสสื่อสาร มีประสิทธิภาพสูง แต่มีราคาแพงมาก

d)

4 : ถูกทุกข้อ

35.

คุณสมบัติของ Carrier Current Pilot คือข้อใด

a)

1 : รีเลย์เพียงตัวเดียวสามารถควบคุมูการเกิดฟอลด์ได้ทั้ง 3 เฟส

b)

2 : ในระบบสายส่งจะต้องมีการติดตั้งตัวรับสัญญาณ และตัวส่งสัญญาณแยกคนละสถานี โดยใช้สัญญาณ โทรศัพท์ติดต่อระหว่างกัน

c)

3 : การปรับความถี่ของสถานีรับ - ส่งสัญญาณที่ปลายสาขแต่ละด้านต้องเท่ากัน

d)

4 : รีเลย์ชนิดนี้มีความน่าเชื่อถือ (Reliable) ดีกว่า Pilot - Wire Relay เหมาะสำหรับป้องกันระบบสายส่งแบบ Short Line

36.

การปรับตั้ง Tripping Function ให้เป็นแบบ Under-reach (RU) ในระบบ Pilot Relaying จะต้องทำอย่างไร

a)

1 : ปรับตั้งคำการมองเห็นของรีเลย์ทั้งสองค้านของช่วงสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นไม่เกินความยาวสายส่งในช่วงนั้น แต่ต้องมีช่วงที่

Overlap กัน

b)

2 : ปรับตั้งคำการมองเห็นของรีเลย์ทั้งสองด้านของช่างสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นเลยความยาวสายส่งในช่วงนั้นไป

c)

3 : ปรับตั้ค่าการมองเห็นของรีเลย์ด้านหนึ่งให้เห็นไม่เกินความยาวสายส่งในช่วงนั้น แต่การมองเห็นของรีเลย์ฝั่งตรงข้ามให้เลยความยาว

สายส่งในช่วงนั้นไป

d)

4 : ปรับตั้งค่าการมองเห็นของรีเลข์ทั้งสองด้านของช่วงสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นไม่เกิน 48% ของความยาวสายส่งในช่วงนั้น

37.

การปรับตั้ง Tripping Function ให้เป็นแบบ Over-reach (RO) ในระบบ Pilot Relaying จะต้องทำอย่างไร

a)

1 : ปรับตั้งค่าการมองเห็นของรีเลข์ทั้งสองค้านของช่วงสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นไม่เกินความยาวสายส่งในช่วงนั้น แต่ต้องมีช่วงที่ Overlap กัน

b)

2 : ปรับตั้งค่าการมองเห็นของรีเลย์ทั้งสองด้านของช่วงสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นเลขความยาวสายส่งในช่วงนั้นไป

c)

3 : ปรับตั้งค่าการมองเห็นของรีเลย์ด้านหนึ่งให้เห็นไม่เกินความยาวสายส่งในช่วงนั้น แต่การมองเห็นของรีเลย์ฝั่งตรงข้ามให้เลยความยาว

สายส่งในช่วงนั้นไป

d)

4 : ปรับตั้งคำาการมองเห็นของรีเลย์ทั้งสองด้านของช่วงสายส่งที่ต้องการป้องกันให้เห็นไม่เกิน 48% ของความยาวสายส่งในช่วงนั้น

38.

ในระบบ Pilot Relaying รูปแบบ Communication Channels ใดต่อไปนี้ ช้วิธีการสื่อสารผ่านทางสายส่งกำลังไฟฟ้

a)

1 : Microwave

b)

2 : Fiber Optics

c)

3 : Power Line Carrier

d)

4 : Communication Cable or Pilot Wire

39.

สายส่งกำลังไฟฟ้าแรงด้นสูงแห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่างสถานีไฟฟ้า A และ B ใช้การป้องกันด้วย Pilot Relaying แบบ Mho

Relays มีคุณลักษณะสมบัติแสดงบน R-X Diagram ดังรูป การตั้งค่รีเลย์ในลักษณะนี้ มีชื่อเรียกว่าอย่างไร

a)

1 : Permissive Under-reaching Transferred Trip Scheme

b)

2 : Permissive Over-reaching Transferred Trip Scheme

c)

3 : Directional Comparison Blocking Scheme

d)

4 : Direct Under-reaching Transterred Trip Scheme

40.

รูปแบบของระบบ Pilot Relaying แบบใด ที่มี Time Delay Backup สามารถใช้ทำ Co-ordination กับรีเลซ์ Zone อื่นได้

a)

1 : DUTT Scheme

b)

2 : Zonel Extension Scheme

c)

3 : PUTT Scheme

d)

4 : Current Differential Scheme

41.

สายส่งไฟฟ้แรงสูง 230 kV เชื่อมต่อระหว่างสถานีไฟฟ้เส้นหนึ่ง ถูกป้องกันด้วยระบบ Pilot Relaying แบบ DUTT Scheme มี Tripping

Function เป็นแบบ Under-reach ปรับตั้งไ ว้ที่ 85% โดยใช้รีเลย์แบบ Admittance ทั้งสองด้านของสายส่ง ถ้ระบบสื่อสารมีความสมบูรณ์ กรณีใด

ต่อไปนี้ระบบป้องกันจะไม่ทำงาน

a)

1 : เมื่อเกิดถัดวงจรบนสายส่งในช่วงที่ถูกป้องกัน แล้วมีรีเลย์เพียงฝั่งเดียวที่สามารถตรวจจับ Faul ที่เกิดขึ้นได้

b)

2 : เมื่อเกิดลัดวงจรบนสายส่งในช่วงที่ถูกป้องกัน แล้วรีเลย์ทั้งสองฝั่งสามารถตรวจจับ Fault ที่เกิดขึ้นได้

c)

:เมื่อเกิดลัดางจรบนสายส่งในช่วงที่ถูกป้องกันพร้อมกัน 2 จุด ณ ตำแหน่งใกล้กับสถานีไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง แล้วรีเลย์แต่ละฝั่งสามารถตรว

จับ Fault ที่เกิดขึ้นได้

d)

4 : เมื่อเกิดถัดวงจรบนสายส่ง แตรีเลย์ทั้งสองฝั่งไม่สามารถมองเห็น Fault ที่เกิดขึ้นได้

42.

ระบบ Pilot Relaying ดังรูป เป็นการใช้ Pilot Communication Channels สำหรับสื่อสารด้วยวิธีใด

a)

1 : การสื่อสารโดยใช้ไมโครเวฟ ( Microwave)

b)

2 : การสื่อสารโดยใช้สายส่งกำลัง ( Power Line Carrier)

c)

3 : การสื่อสารโดยใช้ใขแก้วนำแสง ( Fiber Optics )

d)

4 : การสื่อสาร โดยใช้สายโทรศัพท์ ( Communication Cable or Pilot Wire)

43.

รูปที่แสดงด้านล่าง จัดเป็นรูปแบบของระบบ Pilot Relaying Scheme แบบใด

a)

1 : Directional Comparison Blocking Scheme

b)

2 : Direct Under-reaching Transfer Tripping Scheme

c)

3 : Permissive Over-reaching Transfer Tripping Scheme

d)

4 : Permissive Under-reaching Transfer Tripping Scheme

44.

ระบบป้องกันสายส่งแบบ Pilot Protection มีแผนภาพแสดงดังรูป การป้องกันรูปแบบนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

1 : Directional Comparison Blocking

b)

2 : Permissive Underreach Transfer Tripping

c)

3 : Permissive Overreach Transfer Tripping

d)

4 : Direct Transfer Tripping

45.

แผนภาพดังรูปด้านล่าง จัดเป็นรูปแบบของระบบ Pilot Relaying Scheme แบบใด

a)

1 : Directional Comparison Blocking Scheme

b)

2 : Direct Underreach Transfer Tripping Scheme

c)

3 : Permissive Overreach Transfer Tripping Scheme

d)

4 : Permissive Underreaching Transfer Tripping Scheme