Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Page 1

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

1.คุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครเรียนพยาบาลศาสตร์ที่สำคัญที่สุดคือข้อใด

a)

มีรูปร่างหน้าตาดี

b)

มีความเสียสละและจิตใจเมตตา

c)

มีความสามารถในการพูดภาษาต่างประเทศ

d)

มีผลการเรียนเฉลี่ยสูงกว่า 3.75

2.
  1. 2. คุณลักษณะใดต่อไปนี้ "ไม่เหมาะสม" กับผู้ที่จะเรียนพยาบาล

a)

มีความอดทนสูง

b)

ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

c)

ชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยสื่อสารกับใคร

d)

มีความรับผิดชอบ

3.
  1. 3.การเตรียมความพร้อมด้านวิชาการก่อนเข้าพยาบาลควรเน้นวิชาใดมากที่สุด

a)

วิชาภาษาอังกฤษ

b)

วิชาเคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์

c)

ประวัติศาสตร์

d)

วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์

4.

4.การพัฒนาทักษะการสื่อสารสำคัญต่อการเป็นพยาบาลเพราะเหตุใด

a)

ช่วยให้สื่อสารกับผู้ป่วยและทีมแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

b)

เพื่อสามารถขายประกันสุขภาพได้

c)

เพื่อใช้สอบสัมภาษณ์ได้เท่านั้น

d)

เพื่อให้พูดได้หลายภาษา

5.

5.พฤติกรรมใดต่อไปนี้ “สอดคล้อง” กับจิตวิญญาณของความเป็นพยาบาล

a)

การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

b)

การแข่งขันกับเพื่อนเพื่อได้คะแนนสูง

c)

การทำงานเฉพาะที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น

d)

การมองว่าผู้ป่วยเป็นภาระ

6.

6.หากนักเรียนมีความเครียดจากการเรียนพยาบาล ควรจัดการอย่างไรดีที่สุด

a)

เก็บไว้คนเดียว

b)

ระบายโดยการโวยวาย

c)

ขอคำปรึกษาจากอาจารย์หรือเพื่อน

d)

ลาออกจากการเรียนทันที

7.

7.การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล ควรมีเป้าหมายอย่างไร

a)

เพื่อหางานที่มั่นคงเท่านั้น

b)

เพื่อเป็นที่ยอมรับในสังคม

c)

เพื่อดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจแห่งความเมตตา

d)

เพื่อให้รวยอย่างรวดเร็ว

8.

8.พยาบาลที่ดีควรแสดงอารมณ์อย่างไรเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เครียด

a)

ควบคุมอารมณ์และแสดงความสงบ

b)

แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก

c)

แสดงความปกรธเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ

d)

แสดงความเศร้าเพื่อให้ผู้อื่นเห็นใจ

9.

9.การมีจิตบริการหมายถึงอะไร

a)

ยินดีช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

b)

ทำงานเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

c)

ช่วยเหลือเฉพาะคนรู้จัก

d)

ทำเฉพาะเวลางานเท่านั้น

10.

10.หากผู้สมัครพยาบาลมีความกลัวเลือด ควรทำอย่างไร

a)

ล้มเลิกความฝันทันที

b)

เลือกเรียนสาขาอื่นแทน

c)

หาทางฝึกและปรับตัวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเลือด

d)

ปกปิดอาการไว้ไม่ให้ใครรู้

11.

11.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานใด

a)

สภากาชาด

b)

กรมการแพทย์

c)

สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

d)

มหาวิทยาลัยมหิดล

12.

12. มหาวิทยาลัยใดเปิดสอนพยาบาลศาสตร์ในสังกัด "กองทัพ"

a)

วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก

b)

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

c)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนก พะเยา

d)

มหาวิทยาลัยนเรศวร

13.

13.การเรียนพยาบาลในระบบของสถาบันพระบรมราชชนกจะได้รับวุฒิการศึกษาระดับใด

a)

ประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.)

b)

ปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์บัณฑิต

c)

ปริญญาโทพยาบาลศาสตร์

d)

ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล

14.

14.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ สังกัดหน่วยงานใด

a)

กองทัพไทย

b)

กระทรวงกลาโหม

c)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

d)

กระทรวงมหาดไทย

15.

15.ข้อใด "ไม่ใช่" สถาบันที่เปิดสอนพยาบาลในประเทศไทย

a)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี

b)

วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ

c)

วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย

d)

วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก

16.

16.ถ้านักเรียนต้องการเรียนพยาบาลที่มีทุนให้เรียนฟรีแลกกับการทำงานภาครัฐหลังเรียนจบ ควรเลือกสถาบันใด

a)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี

b)

มหาวิทยาลัยเอกชนทั่วไป

c)

สถาบันอาชีวศึกษา

d)

มหาวิทยาลัยราชภัฏ

17.

17.วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรืออยู่ที่จังหวัดใด

a)

กรุงเทพมหานคร

b)

ชลบุรี

c)

สมุทรปราการ

d)

ระยอง

18.

18.ข้อใดคือสถาบันที่รับเฉพาะนักเรียนหญิงเท่านั้นในบางปีการศึกษา

a)

มหาวิทยาลัยเนชั่น

b)

วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก

c)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี

d)

มหาวิทยาลัยมหิดล

19.

19.การสอบเข้าพยาบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่ใช้ระบบใด

a)

สมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย

b)

ระบบ TCAS ของ ทปอ.

c)

สมัครโดยตรงกับโรงพยาบาล

d)

ระบบสอบกลางของกระทรวงสาธารณสุข

20.

20.วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกมีจุดเด่นด้านใด

a)

การเรียนร่วมกับแพทย์ทหาร

b)

การเรียนในโรงพยาบาลเอกชน

c)

การฝึกงานในต่างประเทศ

d)

การเรียนเฉพาะด้านเด็กและผู้สูงอายุ

21.

21. การเรียนพยาบาลเบื้องต้นมีจุดประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพื่อเรียนรู้วิชาการแพทย์ทั้งหมด

b)

เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลผู้ป่วย

c)

เพื่อทำงานแทนแพทย์ได้

d)

เพื่อเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์ในโรงพยาบาล

22.

22.วิชาพยาบาลพื้นฐานที่นักเรียนต้องเรียน ได้แก่ข้อใด

a)

การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

b)

การดูแลผู้ป่วยเฉพาะทาง

c)

การดูแลผู้ป่วยทั่วไปและขั้นตอนปฐมพยาบาล

d)

การบริหารโรงพยาบาลขนาดใหญ่

23.

23. การวัดชีพจรควรวัดตำแหน่งใดเป็นหลัก

a)

ข้อมือและคอ

b)

ขา

c)

ศีรษะ

d)

หลังมือ

24.

24.การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่หมดสติและไม่มีการหายใจต้องทำขั้นตอนใดก่อน

a)

เรียกแพทย์ทันที

b)

ตรวจสอบการหายใจและการไหลเวียนเลือด

c)

ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ

d)

วัดความดันโลหิต

25.

25.การทำ CPR (การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน) สำหรับผู้ใหญ่ประกอบด้วยอะไร

a)

กดหน้าอกและช่วยหายใจ

b)

ให้ยาลดไข้

c)

วัดอุณหภูมิร่างกาย

d)

ให้ดื่มน้ำและพัก

26.

26.ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การประเมินผู้ป่วยด้วย ABC หมายถึงอะไร

a)

Airway, Breathing, Circulation

b)

Activity, Balance, Coordination

c)

Antibody, Blood, Cell

d)

Assessment, Behavior, Care

27.

27.การประเมินระดับสติของผู้ป่วยใช้เครื่องมือหรือวิธีใดบ่อยที่สุด

a)

ตรวจการรู้สึกตัวแบบ GCS

b)

ตรวจเลือด

c)

เอกซเรย์

d)

การวัดความดัน

28.

28.การปฐมพยาบาลผู้ที่เลือดออกจากจมูกควรทำอย่างไร

a)

นั่งตัวตรงและหนีบปลายจมูกประมาณ 10 นาที

b)

นอนราบและยกขา

c)

ยกศีรษะสูงและดื่มน้ำเยอะ ๆ

d)

นอนคว่ำแล้วกดหลัง

29.

29.การสังเกตอาการของผู้ป่วยก่อนให้ความช่วยเหลือเรียกว่าอะไร

a)

การประเมินเบื้องต้น

b)

การปฐมพยาบาลเฉพาะทาง

c)

การทำ CPR

d)

การรักษาเฉพาะโรค

30.

30.การดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น หมายถึงอะไร

a)

การดูแลสุขภาพทั่วไปและปฏิบัติการง่าย ๆ ที่ช่วยผู้ป่วยให้ทันเวลา

b)

การผ่าตัดผู้ป่วย

c)

การสั่งยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

d)

การบริหารโรงพยาบาล

31.

31.“จรรยาบรรณของพยาบาล” หมายถึงอะไร

a)

กฎระเบียบของโรงพยาบาล

b)

ข้อปฏิบัติด้านศีลธรรมและจริยธรรมของวิชาชีพพยาบาล

c)

คำสั่งจากแพทย์ที่ต้องปฏิบัติตาม

d)

กฎหมายเกี่ยวกับพยาบาล

32.

32.พยาบาลควรปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างไร

a)

อย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะ

b)

ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยที่มีญาติเท่านั้น

c)

ช่วยเฉพาะผู้ป่วยที่รู้จัก

d)

ดูแลเฉพาะหน้าที่ของตนเอง

33.

33.หากพยาบาลทราบว่าผู้ป่วยติดเชื้อร้ายแรง ควรทำอย่างไร

a)

รักษาความลับและรายงานต่อแพทย์ตามขั้นตอน

b)

บอกเพื่อนร่วมงานทุกคน

c)

แจ้งสื่อมวลชนเพื่อเตือนสังคม

d)

ปิดบังข้อมูลไม่ให้ใครรู้

34.

34.พยาบาลควรมีความซื่อสัตย์ต่อผู้ป่วยอย่างไร

a)

บอกข้อมูลตามความจริงและไม่ปกปิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

b)

พูดในสิ่งที่ผู้ป่วยอยากได้ยิน

c)

ไม่พูดกับผู้ป่วยเลย

d)

ให้ข้อมูลเกินจริงเพื่อสร้างความหวัง

35.

35.ข้อใด “ไม่สอดคล้อง” กับจรรยาบรรณของพยาบาล

a)

รักษาความลับของผู้ป่วย

b)

ให้การดูแลอย่างเท่าเทียม

c)

วิจารณ์ผู้ป่วยต่อหน้าผู้อื่น

d)

มีความรับผิดชอบในหน้าที่

36.

36.หากพยาบาลทำผิดพลาดในการให้ยา ควรทำอย่างไร

a)

รายงานความผิดพลาดให้หัวหน้าทราบทันที

b)

ปกปิดไม่ให้ใครรู้

c)

โทษเพื่อนร่วมงาน

d)

แก้ไขเองโดยไม่บอกใคร

37.

37.“ความเมตตา” ของพยาบาลควรแสดงออกอย่างไร

a)

ดูแลผู้ป่วยด้วยใจ ไม่รังเกียจ ไม่เบื่อหน่าย

b)

ให้ของขวัญผู้ป่วยทุกคน

c)

รู้สึกสงสารแต่ไม่ช่วย

d)

ทำงานเพาะหน้าที่เท่านั้น

38.

38.การดูแลผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิต พยาบาลควรทำอย่างไร

a)

ดูแลด้วยความสงบ เคารพศักดิ์ศรีและความเชื่อของผู้ป่วย

b)

ไม่พูดคุยกับญาติ

c)

ทำเฉพาะตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

d)

หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วย

39.

39.“การเคารพสิทธิผู้ป่วย” หมายถึงอะไร

a)

ให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา

b)

ให้พยาบาลตัดสินใจแทนทั้งหมด

c)

ให้ญาติเป็นผู้เลือกแทนผู้ป่วยเสมอ

d)

ไม่ต้องบอกข้อมูลให้ผู้ป่วยทราบ

40.

40.หากพยาบาลถูกผู้ป่วยต่อว่า ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

ควบคุมอารมณ์ รับฟัง และชี้แจงด้วยเหตุผล

b)

ให้ตอบกลับทันที

c)

เดินหนีผู้ป่วย

d)

ไม่สนใจคำพูดของผู้ป่วย

41.

41.ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้วางรากฐานการพยาบาลของประเทศไทย” คือใคร

a)

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า)

b)

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม

c)

แฟลเรนซ์ ไนติงเกล

d)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

42.

42.วิทยาลัยพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยคือสถาบันใด

a)

โรงเรียนพยาบาลศิริราช

b)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี

c)

วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก

d)

วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ

43.

43.สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงสำเร็จการศึกษาพยาบาลจากประเทศใด

a)

อังกฤษ

b)

สหรัฐอเมริกา

c)

แคนาดา

d)

ฝรั่งเศส

44.

44.วันพยาบาลแห่งชาติของไทยตรงกับวันที่เท่าใดของทุกปี

a)

12 สิงหาคม

b)

21 ตุลาคม

c)

5 ธันวาคม

d)

1 มกราคม

45.

45.หน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลคือหน่วยงานใด

a)

กระทรวงสาธารณสุข

b)

สภาการพยาบาล

c)

แพทยสภา

d)

มหาวิทยาลัยพยาบาล

46.

46.พยาบาลทุกคนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่ออะไร

a)

เพื่อให้ทำงานในโรงพยาบาลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

b)

เพื่อให้สวมหมวกพยาบาลได้

c)

เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ

d)

เพื่อใช้ทำเรื่องกู้เงินกับธนาคาร

47.

47.หน้าที่สำคัญของสภาการพยาบาลคือข้อใด

a)

กำหนดมาตราฐานวิชาชีพ ออกใบอนุญาต และส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพ

b)

ควบคุมโรงพยาบาลทุกแห่งในประเทศ

c)

จัดหางานให้พยาบาล

d)

ควบคุมสุขภาพของพยาบาลทั้งประเทศ

48.

48.สาขาวิชาชีพที่อยู่ภายใต้การกำกับของสภาการพยาบาล ได้แก่ข้อใด

a)

ผู้ช่วยแพทย์

b)

ผู้ช่วยพยาบาล

c)

แพทย์

d)

เภสัชกร

49.

49.ข้อใดคือคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่จะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล

a)

สำเร็จการศึกษาพยาบาลศาสตร์จากสถาบันที่สภาการพยาบาลรับรอง

b)

มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี

c)

มีประสบการณ์การทำงาน 5 ปีขึ้นไป

d)

เป็นข้าราชการเท่านั้น

50.

50.พยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและยังคงทำงาน ถือว่าอย่างไร

a)

ผิดกฎหมายและมีโทษตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาล

b)

สามารถทำงานได้หากมีประสบการณ์

c)

ทำงานได้เฉพาะในคลินิกเอกชน

d)

ไม่มีผลใด ๆ