wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

นทล.2

Total questions: 50

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

ชุดวิทยุ PRC-624 สามารถตั้งความถี่ล่วงหน้าได้กี่ช่อง ?

a)

๒ ช่อง

b)

๕ ช่อง

c)

๑๐ ช่อง

d)

๑๒ ช่อง

2.

ชุดวิทยุ AN/PRC-77 มีย่านความถี่ใช้งานตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร ?

a)

30.00 – 75.95 MHz

b)

53.95 – 70.95 MHz

c)

30.00 – 52.95 MHz

d)

53.95 – 75.95 MHz

3.

อุปกรณ์ชนิดใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบชุดของ CE-11 ?

a)

RL-39 (โครงล้อ)

b)

ST-34 , 35 (สายผ้าใบ)

c)

TA-1/PT

d)

DR-8 (ล้อม้วนสาย)

4.

ศูนย์ “ L ” ใช้ยิงระยะเท่าใด ?

a)

เกินกว่า 300 เมตร

b)

ต่ำกว่า 300 เมตร

c)

0 – 200 เมตร

d)

0 – 100 เมตร

5.

การหมุนศูนย์หน้าทวนเข็มนาฬิกา จะทำให้รอยกระสุนถูกเปลี่ยนไปอย่างไร

a)

สูงขึ้น

b)

ไม่มีผล

c)

ออกขวา

d)

ต่ำลง

6.

วิธีแก้อาการส่ายของปืนขณะที่ทำท่ายิงและเล็งอยู่นั้น จะต้องแก้อย่างใด ?

a)

การเล็ง

b)

การกะระยะ

c)

การมอง

d)

ท่ายิงและการควบคุมไก

7.

หนึ่งคลิกของควงมุมสูงและควงมุมทิศของปืนเล็กยาว เอ็ม.16 ในระยะ 25 เมตร จะเลื่อนรอยกระสุนถูกกี่ ซม.

a)

0.7 ซม.

b)

2.4 ซม.

c)

2.8 ซม.

d)

3 ซม.

8.

ในเรื่องของหลักพื้นฐานการยิงปืน 4 ประการ “ท่ายิงที่มั่นคง” ในการวางศอกข้างที่ไม่ถนัด ต้องวางในตำแหน่งใด ข้อใดกล่าว ถูกต้องที่สุด?

a)

วางไว้ใต้ตัวปืน

b)

วางไว้ข้างตัวปืน

c)

วางไว้ในตำแหน่งที่ถนัด

d)

ไม่มีข้อถูก

9.

ข้อใดกล่าวถึงหลักพื้นฐานการยิงปืน 4 ประการ ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ท่ายิงที่มั่นคง, การเล็ง, การควบคุมลมหายใจ, การลั่นไก

b)

ท่ายิงที่มั่นคง, การจัดภาพศูนย์พอดี, การจัดศูนย์นั่งแท่น, การลั่นไก

c)

ท่ายิงที่มั่นคง, การเล็ง, การลั่นไก, การเล็งตาม

d)

ท่ายิงที่มั่นคง, การเล็ง, การผ่อนคลาย, การลั่นไก

10.

ในการปรับศูนย์ ปลย. เอ็ม 16 A 1 เมื่อต้องการให้ตำบลกระสุนถูกสูงขึ้นต้องทำอย่างไร?

a)

ก. หมุนศูนย์หน้าตามเข็มนาฬิกา

b)

ข. หมุนศูนย์หน้าตามลูกศร UP

c)

ค. หมุนศูนย์หน้าตามลูกศร R

d)

ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก

11.

ในเรื่องของหลักพื้นฐานการยิงปืน 4 ประการ “การเล็ง”ประกอบด้วย ศูนย์หลัง ศูนย์หน้า และเป้า ตาผู้ยิงจะต้องจ้องที่ จุดใด?

a)

เป้า

b)

ศูนย์หลัง

c)

ศูนย์หน้า

d)

ถูกทุกข้อ

12.

ในการปรับ ปลย. เอ็ม 16 A 1 เมื่อต้องการปรับให้ตำบลกระสุนถูกไปทางซ้าย ต้องปรับศูนย์หลังอย่างไร?

a)

ตามลูกศร L

b)

ตามลูกศร R

c)

ทวนลูกศร L

d)

ทวนลูกศร R

13.

เครื่องมือเครื่องใช้ของผู้ตรวจการณ์ ที่ใช้วัดมุมทางระดับ เพื่อนำมาคำนวณการย้ายยิง เรียกว่าอะไร ?

a)

ก. แผ่นเรขายิง

b)

ข. เข็มทิศ แบบ เอ็ม.2

c)

ค. กล้องส่องสองตา

d)

ข้อ ข.และ ค. ถูกต้อง

14.

เป้าหมายที่เหมาะสมจะทำการยิงด้วย ค.หรือ ป. มากกว่าการใช้อาวุธ ชนิดอื่น ๆ ทำการยิงคือ ?

a)

ปืนกล

b)

คลัง

c)

ทหารขุดดิน

d)

เป้าหมายที่อยู่หลังเนิน

15.

การกำหนดที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิธีพิกัดตารางที่ถูกต้องคือการบอกอะไร ?

a)

ไม่มีข้อถูก

b)

พิกัด,มุมภาค

c)

พิกัด,ระยะ

d)

พิกัด,มุมภาค,ระยะ

16.

ความถูกต้องในการบอกทิศทาง ผู้ตรวจการณ์จะต้องบอกเป็นจำนวนเต็มกี่มิลเลียม ?

a)

5 มิลเลียม

b)

10 มิลเลียม

c)

20 มิลเลียม

d)

50 มิลเลียม

17.

“หัวหิน จาก สวนสน” เป็นนามเรียกขานระหว่าง ผตน.กับ ศอย. เป็นองค์ประกอบคำขอยิงว่าด้วยเรื่องอะไร ?

a)

คำสั่งเตือน

b)

นามข่ายสื่อสาร

c)

การแสดงตนของ ผตน.

d)

คำสั่งเตรียม

18.

ท่านเป็น ผต.ตรวจพบที่ตั้ง ปก.2 กระบอก วัดมุมภาคได้ 6000 มิลเลียม กะระยะได้ 2300 เมตร วัดมุมดิ่ง -13 มิลเลียม ที่อยู่ของท่านได้กรุยไว้ในแผ่นเรขายิงแล้ว ท่านตัดสินใจบอกที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิธีใด ?

a)

วิธีพิกัดตาราง

b)

วิธีย้ายจากจุดที่ทราบ

c)

วิธีโปล่าร์

d)

วิธีใช้สูตรมิลเลียม

19.

มาตรามุมทิศของ เข็มทิศ เอ็ม.2 หนึ่งขีด มีค่ากี่มิลเลียม ?

a)

50 มิลเลียม

b)

10 มิลเลียม

c)

20 มิลเลียม

d)

5 มิลเลียม

20.

มาตราทางระดับหนึ่งช่อง มีค่าเท่ากับกี่มิลเลียม ?

a)

10 มิลเลียม

b)

20 มิลเลียม

c)

50 มิลเลียม

d)

5 มิลเลียม

21.

เข็มทิศ เอ็ม.2 สามารถวัดมุมภาคได้สูงสุดกี่มิลเลียม ?

a)

1600 มิลเลียม

b)

3200 มิลเลียม

c)

4800 มิลเลียม

d)

6400 มิลเลียม

22.

การวัดมุมด้วยมือนั้น อยากทราบว่าถ้าวัดมุมเป้าหมายได้ นิ้วชี้ถึงนิ้วนาง มีค่าเท่าใด ?

a)

30 มิลเลียม

b)

70 มิลเลียม

c)

100 มิลเลียม

d)

125 มิลเลียม

23.

การกำหนดที่ตั้งเป้าหมายของผู้ตรวจการณ์หน้า ที่นิยมใช้มีกี่วิธี ?

a)

5 วิธี

b)

2 วิธี

c)

3 วิธี

d)

4 วิธี

24.

ระยะยิงหวังผลของ ปลก.เนเกฟ ข้อใดถูก

a)

๗๐๐ เมตร

b)

๘๐๐เมตร

c)

๙๐๐เมตร

d)

๑,๐๐๐ เมตร

25.

ในการปรับศูนย์ของ ปลก.เนเกฟ ในระยะ ๒๕ เมตร ในทางทิศและทางระยะที่ศูนย์หน้ามีค่าเท่ากันอยากทราบว่าหมุน ๒ คลิ๊ก จะเปลี่ยนตำบลกระสุนถูกเท่าไร

a)

๐.๗ ซม.

b)

๑ ซม.

c)

๑.๔ ซม.

d)

๒ ซม.

26.

ในการยิงปรับศูนย์รบ ปลก. เนเกฟ ระยะ ๒๕ เมตร กลุ่มกระสุนจะต้องอยู่บริเวณใด

a)

สูงจากตำบลเล็ง ๑ ซม.

b)

สูงจากตำบลเล็ง ๐.๘ ซม.

c)

ต่ำจากตำบลเล็ง ๐.๘ ซม.

d)

ต่ำจากตำบลเล็ง ๑ ซม.

27.

วิทยุ PRC - 77 มีกำลังออกอากาศสูงสุด กี่วัตต์ ?

a)

๒ วัตต์

b)

๓ วัตต์

c)

๔ วัตต์

d)

๕ วัตต์

28.

กระดาษเขียนข่าว แบบ สส.๗ หนึ่งชุด จะมีอยู่ ๓ แผ่น (๓ สี) ประกอบด้วยสีอะไรบ้าง ?

a)

สีขาว สีเขียว สีชมพู

b)

สีขาว สีเหลือง สีเขียว

c)

สีเหลือง สีเขียว สีชมพู

d)

สีขาว สีเหลือง สีชมพู

29.

หมู่วัน เวลาของข่าว เพื่อแสดงเวลาที่ทำการเตรียมข่าว ประกอบด้วยตัวเลขกี่ตำแหน่ง ?

a)

๔ ตำแหน่ง

b)

๕ ตำแหน่ง

c)

๖ ตำแหน่ง

d)

๘ ตำแหน่ง

30.

วิธีการสื่อสารมี ๕ วิธี อยากทราบว่าวิธีที่ ๓ ในการเรียงลำดับจากวิธีที่ปลอดภัยมากไปหาน้อย คือ ?

a)

พลนำสาร

b)

ทัศนะสัญญาณ

c)

เสียงสัญญาณ

d)

ทางสาย

31.

ผู้ตรวจการณ์จะต้องเข้าใจการดำเนินภารกิจว่าแบ่งออกเป็นกี่ขั้นอะไรบ้าง?

a)

๒ ขั้น คือ ขั้นเตรียมการณ์และขั้นการร้องขอการยิง

b)

๒ ขั้น คือ ขั้นปรับการยิงและขั้นยิงหาผล

c)

๓ ขั้น คือ ขั้นกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย ส่งคำขอยิง และ ยิงหาผล

d)

๓ ขั้น คือ ขั้นค้นหาเป้าหมาย ขั้นกำหนดภารกิจ และขั้นการควบคุมการยิง

32.

ในการวัดมุมด้วยมือ ถ้าผู้ตรวจการณ์วัดมุมเป้าหมายได้ ๔ นิ้ว มือ (ชี้ กลาง นาง ก้อย)จะได้ค่าของมุมโดยประมาณเท่าไร?

a)

๓๐ มิลเลียม

b)

๗๐ มิลเลียม

c)

๑๐๐ มิลเลียม

d)

๑๒๕ มิลเลียม

33.

สูตร มิลเลียม W = RM ผู้ตรวจการณ์สามารถนำสูตรนี้ไปใช้คำนวณหาอะไรได้บ้าง ?

a)

ระยะ ต.-ม.,มุม ต.-ม.

b)

ระยะ , มุมทางข้างและทางดิ่ง

c)

ระยะควบ และระยะ ต.-ม.

d)

ระยะ ค.-ม. และระยะทางข้าง

34.

ถ้าผู้ตรวจการณ์ ต้องการจะกำหนดที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิธีพิกัดตาราง โดยปกติผู้ตรวจการณ์จะบอกพิกัดเป็นตัวเลขกี่ตัว?

a)

๔ หรือ ๖ ตัว

b)

๖ หรือ ๘ ตัว

c)

๘ หรือ ๑๐ ตัว

d)

ถูกทุกข้อ

35.

"หัวหิน จาก สวนสน ปรับการยิง เปลี่ยน" ศอย.จะทราบทันทีว่า ผู้ตรวจการณ์ต้องการอย่างไร?

a)

ผู้ตรวจการณ์ต้องการกำหนดที่ตั้งเป้าหมายแบบพิกัดตาราง

b)

ผู้ตรวจการณ์ต้องการกำหนดที่ตั้งเป้าหมายแบบโปล่าร์

c)

ผู้ตรวจการณ์ต้องการกำหนดที่ตั้งเป้าหมายแบบย้ายจากจุดที่ทราบ

d)

ผู้ตรวจการณ์ต้องการกำหนดที่ตั้งเป้าหมายแบบปรับการยิง

36.

การตรวจทางทิศที่ผู้ตรวจการณ์ตรวจพบเป็นการตรวจว่าตำบลระเบิดตกห่างจากแนวตรวจการณ์ไปยังเป้าหมายเป็นมุม เท่าใด การตรวจทางทิศนี้จะให้ผลการตรวจเป็นกี่อย่างอะไรบ้าง?

a)

๓ อย่าง ๑. ขวา ๒. ซ้าย ๓. เป้าหมาย

b)

๓ อย่าง ๑. ขวา ๒. ซ้าย ๓. ตรงทิศ

c)

๗ อย่าง ๑. หน้า ๒. หลัง ๓. ขวา ๔. ซ้าย ๕. ตรงทิศ ๖. เป้าหมาย ๗. สงสัย

d)

๗ อย่าง ๑. หน้า ๒. หลัง ๓. ระยะเป้าหมาย ๔. สงสัย ๕. หาย ๖. เป้าหมาย ๗. หายหน้า/หายหลัง

37.

การกำหนดที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิธีโปล่าร์ ผู้ตรวจการณ์จะต้องส่งที่อยู่ของตนเองให้ ศอย.ทราบก่อนเสมอ อยากทราบว่า ผู้ตรวจการณ์จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะส่งคำขอยิงด้วยวิธีโปล่าร์ได้เมื่อไร?

a)

ศูนย์อำนวยการยิงรู้ที่อยู่ของผู้ตรวจการณ์แล้ว

b)

ผู้ตรวจการณ์ได้ส่งที่อยู่ของตนเองไปให้ศูนย์อำนวยการยิงแล้ว

c)

ศอย.ได้กรุยที่อยู่ของผู้ตรวจการณ์ลงบนแผ่นเรขายิงแล้ว

d)

ผู้ตรวจการณ์คิดว่า ศอย.รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดตลอดเวลา

38.

หลักการจัดประเภทผู้ป่วยเจ็บ ข้อใดถูกต้อง

a)

รักษาตามตำแหน่งสำคัญของผู้บาดเจ็บ

b)

รักษาตามสิ่งอุปกรณ์ที่มีจำกัด

c)

รักษาผู้ที่มีโอกาสเสียชีวิตก่อน

d)

รักษาผู้ที่เจ็บมากแล้วส่งกลับไปทำหน้าที่ต่อ

39.

ปัจจัยที่ใช้พิจารณาในการตัดสินใจส่งกลับ ข้อใดถูกต้อง

a)

ทรัพยากรที่มีอยู่

b)

สภาพอากาศ

c)

สถานการณ์ทางยุทธวิธี            

d)

ถูกทุกข้อ

40.

สาเหตุการเสียชีวิตที่สามารถรอดชีวิตได้หากเราสามารถช่วยเหลือได้ทันเวลาที่พบบ่อยคืออะไร

a)

แผลทะลุที่ศีรษะ  เลือดออกจากแผลที่แขนขา  แรงดันในช่องเยื่อหุ้มปอด

b)

        แรงดันในช่องเยื่อหุ้มปอด  ปัญหาทางเดินหายใจ  การติดเชื้อ

c)

เลือดออกจากแผลที่แขนขา  การติดเชื้อ  ปัญหาทางเดินหายใจ

d)

เลือดออกจากแผลที่เเขนขา แรงดันในช่องเยื่อหุ้มปอด ปัญหาทางเดินหายใจ

41.

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อต้องทำการช่วยเหลือภายใต้การยิง

a)

เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที

b)

ช่วยห้ามเลือดให้ผู้บาดเจ็บก่อน

c)

ลากผู้บาดเจ็บเข้าที่กำบัง

d)

ยิงตอบโตข้าศึกด้วยอำนาจการยิงที่เหนือกว่า

42.

หากผู้บาดเจ็บมีอาการปวดจากการใช้ Tourniquet หลังเลือดหยุดควรทำอย่างไรข้อใดถูก

a)

เกิดจากการทำผิดวิธี

b)

แสดงว่ารัดแน่นเกินไปต้องเอาออก

c)

แสดงว่ารัดแน่นเกินไปสามารถคลายออกจนหายปวดได้

d)

อธิบายว่าการใช้ Tourniquet อย่างมีประสิธิภาพจะทำให้เกิดการปวดได้

43.

อาการแสดงของบาดแผลเปิดทรวงอก ข้อใดผิด

a)

ชีพจรเร็วและเเรง

b)

หายใจเหนื่อย/หายใจลำบาก สั้นลง

c)

เจ็บที่หน้าอก อาจร้าวไปไหล่

d)

ริมฝีปากคล้ำ เยื่อบุเปลี่ยนสี เล็บเริ่มคล้ำ

44.

การจัดท่าผู้บาดเจ็บให้อยู่ในท่า Recovery position มีใช้ในกรณีใดบ้าง ยกเว้นข้อใด

a)

กระดูกแขนขาหักเลือดออกไม่มาก

b)

ช่วยให้เลือดและเมือกไหลออกจากปากและจมูกไม่ย้อนกลับเข้าไปปิดกั้นทางเดินหายใจ

c)

หมดสติแต่ยังสามารถหายใจเองได้ดี

d)

ผู้บาดเจ็บบริเวณใบหน้า

45.

ถ้าพบว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดและบวมบริเวณที่แทงเข็ม ท่านควรปฏิบัติอย่างไร

a)

หยุดให้สารน้ำทันที แล้วเปลี่ยนตำแหน่งบริเวณที่แทงเข็มใหม่

b)

หยุดให้สารน้ำทันทีขยับปลายเข็มออกมาเล็กน้อยแล้วให้สารน้ำต่อ

c)

ให้สารน้ำต่อไป และประคบร้อนบริเวณที่แทงเข็ม

d)

ให้สารน้ำต่อไป โดยนวด คลึง บริเวณที่แทงเข็ม

46.

สัญญาณชีพ (Vital  signs)  เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิต สามารถสังเกตและตรวจพบได้
     จากสิ่งต่อไปนี้

a)

อุณหภูมิ , ชีพจร , หายใจ , ความดันโลหิต

b)

อุณหภูมิ , ชีพจร , หายใจ , การทนต่อความเจ็บปวด

c)

อุณหภูมิ , ชีพจร , หายใจ ,ผลตรวจเลือด

d)

อุณหภูมิ , ชีพจร , หายใจ , ความรู้สึกตัว

47.

ข้อดีของการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเข้าที่กำบัง แบบคนเดียว (One-person drag)

a)

ใช้คนช่วยเหลือคนเดียวลดความเสี่ยงต่อทีม

b)

ถูกทุกข้อ

c)

ลดการเจ็บปวดเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ

d)

เคลื่อนที่เข้าสู่ที่กำบังได้เร็วกว่าแบบอื่น ๆ

48.

สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องทำการดูแลผู้บาดเจ็บภายใต้การยิง

a)

CPR

b)

เปิดทางเดินหายใจ

c)

เจาะระบายลมในช่องเยื่อหุ้มปอด

d)

ห้ามเลือด

49.

ปัจจัยในการเลือกพื้นที่สนาม ฮ. ในเรื่องความลาดเอียงของสนาม  ฮ. เมื่อเลือกสนาม ฮ. จะต้องไม่มีความลาดเอียงพอสมควร เพราะถ้ามากเกินไปจะไม่ปลอดภัยในการจอด ดังนั้นสนาม ฮ. จะต้องมีความลาดเอียงอย่างไร ?

a)

จะต้องไม่มีความลาดเอียงมากกว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ 

b)

จะต้องไม่มีความลาดเอียงมากกว่า  ๑๐ เปอร์เซ็นต์ 

c)

จะต้องไม่มีความลาดเอียงมากกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ 

d)

จะต้องไม่มีความลาดเอียงมากกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ 

50.

ในกรณีที่ท่านส่งข่าวผิด (พูดผิด) ท่านจะใช้คำพูดตามระเบียบการวิทยุโทรศัพท์ ว่าอย่างไร ?

a)

ผิด – จุด                

b)

ผิด – หยุด

c)

ผิด - ขอแก้ไข

d)

ผิด - ขอแก้