Worksheetsเศรษฐศาสตร์ ม. 5
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
1. แนวคิดเกี่ยวกับสหกรณ์เริ่มขึ้นในประเทศใดเป็นประเทศแรก
ก. อังกฤษ
ข. เยอรมนี
ค. สวีเดน
ง. รัสเซีย
2. คุณค่าของสหกรณ์ (Cooperative value) ตรงกับข้อใดมากที่สุด
ก. ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสถาบันที่มีคุณค่าด้านการออมและการลงทุน
ข. ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งคุณค่าของการช่วยตนเอง รับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม
ค. เชื่อมั่นว่าสหกรณ์จะส่งเสริมให้สมาชิกมีคุณค่าทางจริยธรรมและมีความเสมอภาค
ง. ปลูกฝังให้สมาชิกเข้าใจว่าสหกรณ์เป็นวิธีการที่มีคุณค่าในการนำไปสู่การกินดีอยู่ดี
3. หลักการสหกรณ์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสอดคล้องกันในเรื่องใด
ก. การยึดแนวทางการพึ่งตนเอง
ข. การร่วมมือร่วมใจกันในสังคมระดับท้องถิ่น
ค. การบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ง. การบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. ข้อใดเป็นหลักการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยของสหกรณ์
ก. ช่วยเหลือสมาชิกในด้านการกู้ยืม
ข. เปิดรับสมาชิกที่มีเงินลงทุน
ค. สมาชิกที่มีหุ้นทุกคนมีสิทธิออกเสียงเพียง 1 เสียง
ง. สมาชิกสหกรณ์สมารถแสวงหาผลกำไรจากการเล่นหุ้นได้อย่างเสรี
5. คุณธรรมสำคัญของสมาชิกสหกรณ์คือข้อใด
ก. ความขยัน - ความอดทน
ข. ความซื่อสัตย์ - ความรู้รักสามัคคีในกลุ่ม
ค. ความมีน้ำใจ - เสียสละทุนทรัพย์เพื่อส่วนรวม
ง. ความหวงแหนในภูมิปัญญาท้องถิ่น – ความสำนึกรักบ้านเกิด
6. “คนจนก็จนแทบไม่มีกิน คนรวยก็รวยล้นฟ้า” สะท้อนให้เห็นสภาพเศรษฐกิจของไทยอย่างไร
ก. ปัญหาการว่างงาน
ข. ปัญหาความยากจน
ค. ปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกัน
ง. ปัญหาการขาดคุณธรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภค
7. เพราะเหตุใดเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจึงเกิดปัญหาความยากจนและการเหลื่อมล้ำทางรายได้
ก. มีค่านิยมเลียนแบบตะวันตกมากขึ้น
ข. ประชาชนไม่สนใจรับรู้ความรู้ใหม่ๆ
ค. การประกอบอาชีพมีการแข่งขันมากขึ้น
ง. การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันในชุมชนน้อยลง
8. ผู้ใดนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้
ก. นายเจียมลดรายจ่ายได้มาก เพราะงดการดื่มสุราตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว
ข. นายจิตทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับบุตร โดยหาเงินมาซื้อรถยนต์ให้เป็นรางวัลที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
ค. นายสุขใช้เวลาว่างวันอาทิตย์ ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารเพื่อหารายได้พิเศษมาเลี้ยงครอบครัว
ง. นายแสงลดการปลุกพืชหลายชนิด หันมาปลูกพืชหลักเพียงชนิดเดียวเพื่อจะได้เกิดความชำนาญในการปลูกพืชชนิดนั้น
9. ข้อใดแสดงว่าเงินทำหน้าที่ในการวัดมูลค่า
ก. ส้มมีเงินแค่ 20 บาท ซื้อข้าวสารได้ไม่ถึง 1 กิโลกรัม
ข. อ้อยเขียนเช็คส่วนตัวซื้อนาฬิกาข้อมือ 1 เรือน ราคาเรือนละ 30,000 บาท
ค. โอนำธนบัตรไทยชนิดราคา 100 บาท ไปแลกธนบัตรราคา 50 บาท ได้ 2 ใบ
ง. น้อยซื้อโทรศัพท์ 1 เครื่องโดยการผ่อนชำระ 6 งวด งวดละ 10,000 บาท
10. เมื่อเปรียบเทียบระหว่างธนบัตรใบละ 1,000 บาทกับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สินทรัพย์ใดมรสภาพคล่องสูงกว่า เพราะเหตุใด
ก. ธนบัตร เพราะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ
ข. ธนบัตร เพราะนำไปแลกกับสิ่งอื่นๆได้ทันที
ค. สร้อยคอทองคำ เพราะสามารถนำไปขายต่อได้รวดเร็ว
ง. สร้อยคอทองคำ เพราะมีมูลค่าสูงกว่าธนบัตร 1,000 บาท
11. ถ้าปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร
ก. การลงทุนลดลง
ข. อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
ค. มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น
ง. เอกชนสามารถลงทุนได้อย่างเสรี
12. ตลาดประเภทใดก่อให้เกิดการจัดสรรทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ก. ตลาดทุน
ข. ตลาดเงิน
ค. ตลาดผูกขาด
ง. ตลาดแข่งขัน
13. สภาพการณ์ใดบ่งบอกว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในระบบเศรษฐกิจ
ก. ประชาชนมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น
ข. สินค้าและบริการต่างๆมีราคาสูงขึ้น
ค. อำนาจซื้อของเงินที่มีอยู่ในมือของประชาชนลดลง
ง. เงินจำนวนเท่าเดิมไม่สามารถซื้อสินค้าและบริการตามที่ต้องการได้
14. ถ้าเกิดปัญหาเงินเฟ้อมากๆ จะเกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างไร
ก. ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าราคาถูกลง
ข. ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น
ค. ผู้บริโภคจะรีบเก็บออมเงินไว้ฝากธนาคาร
ง. ผู้บริโภคจะเลือกบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ
15. ถ้าเกิดสภาวะเงินฝืดจะส่งผลต่อประชาชนอย่างไร
ก. ประชาชนใช้จ่ายเงินมากขึ้น
ข. ประชาชนเสียภาษีให้รัฐมากขึ้น
ค. ประชาชนมีอัตราการว่างงานสูง
ง. ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในมือสูง
16. ถ้าเงินคงคลังมีมากเกินไป รัฐบาลควรบริหารเงินอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
ก. นำไปลงทุนผลิตสินค้ามากขึ้น
ข. นำไปลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร
ค. นำไปซื้อเงินตราต่างประเทศเก็บไว้
ง. นำส่วนเกินมาใช้จ่ายเพื่อลดการกู้ยืม
17. สินค้าหรือบริการใดจัดว่าเป็นสินค้าสาธารณะ
ก. รถโดยสารระหว่างจังหวัด
ข. สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุ
ค. มหาวิทยาลัยของรัฐ
ง. การป้องกันประเทศ
18. ข้อใดแสดงว่าประเทศมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ก. สัดส่วนของคนยากจนต่อประชากรลดลง
ข. รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรสูงขึ้น
ค. ประชากรมีสินค้าที่ผลิตจากเทคโนโลยีสมัยใหม่บริโภคมากขึ้น
ง. ประเทศประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหามลพิษและสิ่งงแวดล้อม
19. ข้อใดเป็นเครื่องวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ก. การกระจายรายได้เป็นธรรมมากขึ้น
ข. การผลิตภาคอุตสาหกรรมมุ่งสู่สากล
ค. รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ง. คุณภาพชีวิตของประชากรสูงขึ้นตลอดเวลา
20. การค้าระหว่างประเทศมีประโยชน์อย่างไร
ก. ทำให้ประหยัดทรัพยากรในการผลิต
ข. ทำให้มีสมาชิกจากทั่วโลกเข้ามาแก้ไขปัญหาการค้า
ค. ช่วยลดปัญหาในการขาดแคลนสินค้าในบางประเทศได้
ง. ช่วยให้สินค้าส่งออกมีราคาสูงขึ้นและส่งออกได้มากขึ้น
21. ปัจจุบันประเทศต่างๆนิยมใช้มาตรการใดในการจำกัดการค้าเสรีระหว่างประเทศ
ก. ตั้งกำแพงภาษีขาเข้า
ข. ให้เงินอุดหนุนผู้นำเข้า
ค. กำหนดโควตาการส่งออก
ง. กำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้า
22.ถ้าค่าเงินบาทแข็งค่า มีผลต่อผู้ส่งออกอย่างไร
ก. ส่งผลให้ขาดทุนจากการลงทุน
ข. ส่งผลให้ได้กำไรจากการลงทุน
ค. ส่งผลให้มีการแข่งขันกับนักลงทุนอื่นๆ
ง. ส่งผลให้เกิดปัญหาในด้านอัตราแลกเปลี่ยน
23. รายการที่แสดงการเคลื่อนไหวของทุนสำรองระหว่างประเทศจะปรากฏอยู่ในข้อใด
ก. ดุลการค้า
ข. ดุลบัญชีทุน
ค. ดุลการชำระเงิน
ง. ดุลบัญชีเดินสะพัด
24. ข้อใดถือว่าเป็นมาตรการนโยบายการค้าเสรี
ก. เก็บภาษีขาเข้าในอัตราต่ำ
ข. ให้เงินอุดหนุนผู้ผลิตในประเทศ
ค. ไม่เก็บภาษีสินค้าที่ส่งไปขายประเทศยากจน
ง. ให้นำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆได้ทุกชนิด
25. ข้อใดเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เศรษฐกิจไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกจนกระทั่งปัจจุบัน
ก. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ข. การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ
ค. การทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ
ง. การทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์กับอังกฤษ
26. การที่ไทยต้องนำเข้าสินค้าจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น จีน ทำให้มีผลอย่างไรกับประเทศ
ก. ได้ดุลการค้า
ข. เสียดุลการค้า
ค. ดุลการค้าเกินดุล
ง. ดุลการค้าสมดุล
27. การดำเนินนโยบายการค้าเสรี มีผลดีอย่างไร
ก. ทำให้ตุ้นทุนการผลิตสินค้าต่ำ สินค้ามีราคาถูก
ข. ทำให้ประชากรมีมาตรการครองชีพเหมือนกัน
ค. ทำให้มีการนำมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีมาใช้
ง. ทำให้ทุกประเทศมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเท่ากัน
28. เหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายประเทศใช้นโยบายการค้าแบบคุ้มกันคือข้อใด
ก. การส่งออกขยายตัวในอัตราต่ำ
ข. สินค้าเข้ามีมูลค่าสูงกว่าสินค้าออกมาก
ค. รัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีสินค้าเข้า
ง. ผู้ผลิตต่างประเทศค้าขายเอาเปรียบผู้ผลิตในประเทศ
29. การที่กระเทียมจากประเทศจีนทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมากจะทำให้ตลาดกระเทียมในประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างไร
ก. ราคาดุลยภาพเพิ่มขึ้น ปริมาณดุลยภาพเพิ่มขึ้น
ข. ราคาดุลยภาพคงเดิม ปริมาณดุลยภาพลดลง
ค. ราคาดุลยภาพลดลง ปริมาณดุลยภาพเพิ่มขึ้น
ง. ราคาดุลยภาพเพิ่มขึ้น ปริมาณดุลยภาพลดลง
30. วิธีการใดส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ก. เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก
ข. ร่วมกันจัดตั้งเขตการค้าเสรี
ค. ยกเลิกโควตาสินค้าออกและสินค้าเข้า
ง. ลดมาตรฐานคุณภาพสินค้าเข้าและสินค้าออก
31. องค์การการค้าโลก (WTO) จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องใด
ก. การกีดกันทางการค้า
ข. ความเหลื่อมล้ำทางการค้า
ค. การรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน
ง. ความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิก
32. สหภาพยุโรปมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างไร
ก. รายได้จากการท่องเที่ยว
ข. เป็นตลาดแรงงานของคนไทย
ค. เป็นตลาดส่งออกของสินค้าไทย
ง. เป็นแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี
33. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ
ก. ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
ข. เจรจาเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ
ค. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ง. ยกระดับการรวมกลุ่มจากสหภาพศุลกากรเป็นตลาดร่วม
34. การจัดตั้งเอเปก (APEC) ทำให้ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศใดมากขึ้น
ก. อินเดีย
ข. กัมพูชา
ค. เกาหลีใต้
ง. ลาว
35. ประเทศใดเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศอาเซียน
ก. ญี่ปุ่น
ข. อเมริกา
ค. บรูไน
ง. อินเดีย
36. การก่อตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนมีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร
ก. ประชากรในประเทศต่างๆไม่ให้ความร่วมมือ
ข. ประเทศต่างๆมีการใช้นโยบายคุ้มกันทางการค้า
ค. ประเทศต่างๆมีผลผลิตในการส่งออกเหมือนกัน
ง. ระดับความเจริญทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน
37. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งธนาคารโลก
ก. การให้สิทธิพิเศษทางการค้า
ข. การพิจารณาฐานะเศรษฐกิจของโลก
ค. การให้สมาชิกกู้เงินเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ
ง. การกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนอย่างเป็นธรรม
38. สถานที่ใดได้รับความช่วยเหลือทางด้านเงินทุนในการก่อสร้างจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย
ก. สะพานสารสิน
ข. ถนนสายเอเชีย
ค. สนามบินสุวรรณภูมิ
ง. สถานีรถไฟหัวลำโพง
39. องค์กรใดมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
ก. IMF
ข. WTO
ค. ASEM
ง. UNCTAD
40. “หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขยายตัวในข้อใด
ก. การค้า การลงทุน การเกษตร
ข. การบริการ การศึกษา เศรษฐกิจ
ค. การเมือง การปกครอง การท่องเที่ยว
ง. การเกษตร การคมนาคม อุตสาหกรรม
