NEW
Font size
WorksheetsUN05
Total questions: 52
Worksheet time: 26mins
การป้องกันสายส่งกำลังฟฟ้าแรงด้นสูง โดยทั่วไปจะใชเลย์ประเภทใดในการป้องกัน
1 : Voltage Relay
2 : Overcurrent Relay
3 : Differential Relay
4 : Distance Relay
สัญญาณ Input ที่ป้อนให้กับรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) มาจากอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
1 : CT
2:VT
3 : Instrument
4 : CT และ VT
การวิเคราะห์การทำงานของรีเลย์ระยะทางโดยทั่วไปนิยมใช้การวิเคราะห์บนแผนภาพ ( Diagram ) รูปแบบใด
1 : R-X Diagram
2 : V-I Diagram
3 : P.F.Diagram
4 : I-T Diagram
การปรับตั้งสำหรับ Ground Fault Distance Relay ที่ใช่ในการป้องกันเมื่อเกิด Single Line to Ground Fault (SLG) เราจะต้อง
นำค่าพารามิเตอร์ใดมาพิจารณาประกอบด้วย
1 : Power Factor
2 : Compensation Factor
3 : Full Load Current
4 : Frequency Factor
ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Impedance Relay
1: เป็นรีเลย์ระยะทางแบบไม่มีทิศทาง
2 : ใช้ค่าขนาดของอิมพีแดนซ์อย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์
3 : ถ้าค่าอิมแดนซ์ที่วัดได้มากกว่าค่าอิมพีแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน
4 : เป็นรีเลย์ระยะทางแบบไม่มีทิศทางและใช้ค่าขนาดของอิมแดนซ์อย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์
ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Mho Relay
1 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagram
2: เป็นรีเลย์แบบมีทิศทางในตัวเอง
3 : ลักษณะเส้นรอบวงบน R-X diagram เลยจุด Origin
4 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagranและเป็นเลย์แบบมีทิศทางในตัวเอง
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 จะต้องปรับตั้งเวลาการทำงานเป็นแบบใด
1: หน่วงเวลาไว้ 0.3 วินาที
2 : หน่วงเวลาไว้ 0.5 วินาที
3 : หน่วงเวลาไว้ 1.0 วินาที
4 : ปรับให้ทำงานแบบทันที (Instantaneous)
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด
1 : 40 - 50 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
2:50 - 60 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
3 :80 - 90 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
4 : 120 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด
1 :90 - 100 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
2 : 120 -150 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
3 : 180 - 200 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
4 :250 - 300 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา
ประมาณเท่าใด
1: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 วินาที
2: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.8 วินาที
3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 วินาที
4 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.5 วินาที
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 3 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา
ประมาณเท่าใด
1 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 - 0.5 วินาที
2 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.5 - 1.0 วินาที
3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 - 3.0 วินาที
4 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 3.0 - 5.0 วินาที
รีเลย์ใดต่อไปนี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Distance Relays
1 : Offset-Mho Relay
2 : Reactance Relay
3 : Mho Relay
4 : ถูกทุกข้อ
Impedance Relay เหมาะส่ำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวสายแบบใด
1: สายส่งที่มีความยาวสายแบบช่วงสั้น
2: สายส่งที่มีความยาวสายแบบปานกลาง
3 : สายส่งที่มีความยาวสายแบบช่วงยาว
4 : สายส่งที่มีความยาวสายแบบยาวมาก
การใช้งานรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) เพื่อป้องก้นสายส่งกำลังไฟฟ้า เหตุใดจึงต้องมีการแบ่งโซนการป้องกัน (Zone of
Protections) ออกเป็นส่วนๆ
1 : เพื่อให้สามารถป้องกันสายส่งได้ตลอดทั้งช่วงความยาวสายที่ต้องการป้องกัน
2 : เพื่อให้เป็น Back Up Protection ให้สายส่งเส้นถัดไป
3 : เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพ กำจัด Faults ได้รวดเร็ว มีความเชื่อถือได้สูง แยกแยะได้ถูกต้อง
4 : ถูกทุกข้อ
รีเลย์ระยะทางที่หมาะสำหรับใช้ป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าที่มีความยาวสายแบบยาวมากๆ คือ รีเลย์แบบใด
1 : แบบ Impedance Relay
2 : แบบ Lenticular Relay
3 : แบบ Quadrilateral Relay
4 : แบบ Mho Relay
รีเลย์ชนิดใดเหมาะสำหรับใช้ตรวจจับการเกิด Faults ในระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงดันสูง
1 : Distance Relays
2 : Over Voltage Relays
3 : Directional Power Relays
4 : Under Voltage Relays
รีเลย์ระยะทาง ( Distance Relays มีเงื่อนไขการทำงานเป็นอย่างไร
1 : ถ้าอิมพีแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีคำสูงกว่า ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้ รีเลย์จะทำงาน
2 : ถ้าอิมพีแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีคำต่ำกว่า ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้ เลย์จะทำงาน
3 : ถ้าอิมพีแคนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีค่าเท่ากับ ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้พอดี รีเลย์อาจจะทำงานหรือไม่กี่ได้
4 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูกด้อง
รีเลย์ระยะทาง (Distance Relays แบบใดต่อไปนี้ ที่มีคุณลักษณะสมบัติไม่มีทิศทางในตัวเอง
1 : Mho Relay
2 : Impedance Relay
3 : Lenticular Relay
4 : Offset Mho Relay
รีเลย์ระยะทาง (Distance Relays) แบบใดต่อไปนี้ ที่มีคุณลักษณะสมบัติมีทิศทางในตัวเอง
1 : Mho Relay
2 : Impedance Relay
3: Reactance Relay
4 : ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง
Reach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด
1 : การทำางานผิดพลาดของรีเลย์
2 : การทำงานถูกต้องของรีเลย์
3 : ระยะทางยาวบนสายส่ง ซึ่งเมื่อเกิด Faults แล้ว รีเลย์ทำงาน
4 : ระยะทางยาวบนสายส่ง ซึ่งเมื่อเกิด Faults แล้ว รีเลย์ไม่ทำงาน
Overreach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด
1 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ไกลกว่าความเป็นจริง
2 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ใกล้เข้ามามากกว่าความเป็นจริง
3 : การที่รีเลย์ระยะทางไม่เห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults
4 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults แต่ไม่ยอมทำงาน
Underreach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด
1 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ไกลกว่าความเป็นจริง
2 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ใกล้เข้ามามากกว่าความเป็นจริง
3 : การที่รีเลย์ระยะทางไม่เห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults
4 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults แต่ไม่ยอมทำงาน
รีแอกแตนซรีเลย์ ( Reactance Relay เป็นรีเลย์ระยะทางที่จะทำงาน เมื่อ
1: รีเลย์มองเห็นค่าอิมพีแดนซ์ต่ำกว่าค่าที่ดั้งไว้
2 :เลย์มองเห็นค่าอิมพีแดนซ์สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้
3: เลย์มองเห็นค่ารีแอคแตนซ์ต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้
4 : เลย์มองเห็นค่ารีแอคแดนซ์สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้
เหตุใดเราจึงใช้รีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) ในการป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงดันสูง
1: เพรารีเลย์ระยะทางมีราคาถูกกว่ารีเลย์แบบอื่นๆ และใช้งานสะดวก
2 : เพราะค่กระแสล้ดวงจรในระบบไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของระบบ (System Configuration ) เราจึงใช้การวัดค่าอิมพี
แดนซ์ต่อระยะทางแทนรีเลย์แบบอื่น
3 : เพราะรีเลย์ระยะทางเป็นรีเลย์ที่ใช้ทั้งปริมาณกระแสและแรงดันในกรทำงานจึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใชรีเลย์แบบ
อื่น
4 : เพราะรีเลย์ระยะทางเป็นเลย์แบบรู้ทิศทางจึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใชรีเลย์แบบอื่น
ค่าอิมพีแดนซ์ที่รีเลย์ระยะทางมองเห็น เมื่อรู้ค่า CT Ratio และ VT Ratio จะต้องคูณด้วยด้วคุณใด
1 : (CT Ratio/VT Ratio) ยกกำลังสอง
2 : VT Ratio / CT Ratio
3 : CT Ratio / VT Ratio
4 : CT Ratio x VT Ratio
การปรับตั้งค่าสำหรับ Phase Fault Distance Relay จะต้องใช้ Sequence Impedance ใด เพื่อปรับตั้งค่ใหรีเลย์ทำงาน
1 : Positive Sequence Impedance
2 : Negative Sequence Impedance
3 : Zero Sequence Impedance
4 : Positive และ Negative Sequence Impedance
เมื่อเกิด Arc Fault ในสายส่งกำลังไฟฟ้ การทำงานของรีเลย์ใดต่อไปนี้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา Underreach น้อยที่สุด
1 : Mho Relay
2 : Impedance Relay
3 : Reactance Relay
4 : Admittance Relay
ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของอิมพีแดนซรีเลย์ ( Impedance Relay ) ผิดจากความเป็นจริง
1 : อิมพีแดนซรีเลย์เหมาะสำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวระยะปานกลาง
2 : เมื่อเกิด Power Swing ขึ้นในระบบไฟฟ้า อิมแดนซเลย์ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีผลกระทบ
: ถ้าเกิดการลัดวงจรแบบมีอาร์คจะส่งผลให้อิมแดนซรีเลย์ทำงานผิดพลาด
4 : ถ้าต้องการให้อิมแดนซเลย์ทำงานแบบรู้ทิศทาง จะต้องใช้งานร่วมกับรีเลย์แบบรู้ทิศทาง
"Quadrilateral Relay" เป็นรีเลย์ที่เหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อการป้องกันในลักษณะใด
1 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟส
2 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟสกับดิน
3 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อสายตัวนำเฟสของสายป้อนขาดตกลงบนพื้นดิน
4 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างสายตัวนำเฟสของสายป้อน
รีเลย์ในข้อใดต่อไปนี้ เป็นเลย์หลักที่ใช่ในการป้องกันสายส่งกำลังฟฟ้แรงดันสูงแบบสามช่วงระยะทาง (Step Three Zone
Protection)
1 : Pilot wire หรือ Differential relay
2 : Mho relay และ Reactance relay
3 : Quadrilateral relay และ Impedance relay
4 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูกต้อง
แอกแนซรีเลย์ตัวหนึ่งมีลักษณะการทำงานตามเงื่อนไขสมการ Y = 4.5 ถ้าสายส่งเส้นหนึ่งมีค่อิมพีแดนซ์รวมเป็น 4 + j4
โอห์ม สมมติว่าเกิดฟอลต์ที่ปลายสายส่งพอดีและความต้านทานอาร์กมีขนาด 0.5 โอห์ม การตอบสนองของรีเลย์ดังกล่าวจะ
เป็นอย่างไร
1 : รีเลย์ไม่ทำงาน
2: รีเลย์ทำงานได้ถูกต้องเพราเลย์สามารถมองเห็นฟอลต์ได้
3:เลย์ทำงานช้าเพราะค่ความต้านทานอาร์กมีค่าสูงกว่ารีเลย์จะมองเห็นได้
4: รีเลย์ทำงานผิดพลาดเพราะฟอลต์อยู่นอกโซนการมองเห็นของรีเลย์
การป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงด้นสูงโดยใช้รีเลย์ระยะทางปรับตั้งแบบ Three-Zone Protection ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงความ
ผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจะต้องปรับตั้งคำระยะทางไกลสุด (Zone 3) ไม่เกินค่าใดต่อไปนี้
1 : Emergency Loading Impedance
2 : ค่าอิมพีแดนซ์ของสายส่งช่วงถัดไปเส้นที่ยาวที่สุด
3 : ค่าความต้านทานอาร์ค (Arc Resistance)
4 : ค่า Underreach
"Lenticular Relay" มีคุณลักษณะสมบัติ ดังนี้
1 : มีพื้นที่การทำงานแคบเมื่อเทียบกับ Mho Relay
2 : ใช้ป้องกันสายส่งกรณีที่เกิด Faults แบบมีอาร์กไม่ได้
3 : ใช้ป้องกันสายส่งกรณีที่มีโหลดสูงๆ ได้ไม่ดี
4 : มีพื้นที่การทำงานบน R-X Diagram เป็นแบบสามเหลี่ยม
ข้อใดกล่าวถึงการป้องกันสายส่งโดยใรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) ได้อย่างถูกต้องที่สุด
1 : ความต้านทานอาร์กมีผลต่อ Mho Relay มากกว่า Impedance Relay
2 : Power Swing จะไม่มีผลต่อการทำงานของรีเลย์ระยะทาง เพราะระบบไฟฟ้าจะคืนสู่สภาวะปกติได้เอง ถ้าระบบมีขนาด
ใหญ่เพียงพอ
3 : เมื่อเกิดฟอลด์ที่มีอาร์ก ค่าความต้านทานอาร์กจะมีผลต่อการทำงานของ Reactance Relay
4 : รีเลย์ระยะทางหมาะสำหรับใช้ป้องกันสายส่งเพราะทำงานได้เร็วมาก ไม่ว่าจะเกิดฟอลต์แบบใดหรือ ณ ตำแหน่งใดๆ บน
สายส่ง
การป้องกันสายส่งด้วยรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) โดยใช้หลักการปรับตั้งแบบ Three-Zone Protection ข้อใดต่อไปนี้
กล่าวไม่ถูกต้อง
1 : ปรับตั้งเวลาการทำงานของ Zone 1 ให้ทำงานแบบทันทีทันใด
2 : เมื่อเกิดฟอลด์ภายในโซนป้องกัน รีเลย์ Zone 2 จะทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันสำรองให้แกรีเลย์ Zone 1
3 : เมื่อเกิดฟอลด์ภายในโซนป้องกัน รีเลย์ Zone 3 จะทำงาน หลังจากที่รีเลย์ Zone 2 ได้ทำงานไปแล้ว
4 : ในกรณีที่มีสายส่งอยระยะสั้นๆ ต่อแยกอยู่กับสายส่งหลักที่ต้องการป้องกันเราอาจตัดการตั้งค่รีเลย์ Zone 2 ออกได้
Power System Swing มีผลต่อการทำงานของ Distance Relays อย่างไร
1 : ทำให้ Distance Relays ทำงานผิดพลาด โดยสั่งดวงจรหากค่าอิมแดนซ์ที่เลย์มองเห็นขณะนั้นสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้
2 : ทำให้ Distance Relays ทำงานผิดพลาด โดยสั่งตัดวงจหากค่าอิมพีแดนซ์เลย์มองเห็นขณะนั้นต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้
3 : ทำให้ Distance Relays ทำงานสั่งต้ดวงจรช้าลงกว่าปกติ
4 : ไม่มีผลต่อการทำงานของ Distance Relays
Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์ค มีผลต่อ Distance Relay อย่างไร
1 : ทำให้รีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก รีเลย์จะมองไม่เห็นอิมแดนซ์ รีเลย์จะไม่
2 : ทำใหรีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก อิ่มแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์มองเห็นจะออก
นอก Zone ป้องกันของรีเลย์ที่ได้ตั้งค่าไว้ รึเลย์จะไม่ทำงาน
3 : ทำให้รีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก รีเลย์จะทำงานช้าลง
4 : Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์ค ไม่มีผลต่อการทำงานของรีเลย์ระยะทางทุกประเภท
ข้อใดคือลักษณะสมบัติการทำงานของรีเลย์ระยะทางแบบ Mho Relay บน R-X diagram
1: พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นวงกลมมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกำเนิด
2: พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสครอบจุดกำเนิด
3 : พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นรอบวงตัดผ่านจุดกำเนิด โดยค่า Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน
Quadrant ที่ 1
4 : พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูครอบจุดกำเนิด
Power System Swing มีผลต่อรีเลยระยะทางอย่างไร
1 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำใรีเลย์เกิด Overreach
2 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำให้รีเลย์เกิด Underreach
3 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำให้รีเลย์เกิดความเสียหายเนื่องจากแรงดันเกิน
4 : ไม่มีผลใดๆ ต่อรีเลย์
การลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา Underreach ของรีเลย์ระยะทาง สามารถแก่ไขได้ด้วยวิธีการปรับดั้งค่ามุมลักษณะการ
ทำงานของรีเลย์ใหม่ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
1 : ปรับตั้งค่ามุมของ Impedance Relay ให้มากขึ้น
2 : ปรับตั้งค่ามุมของ Impedance Relay ให้น้อยลง
3 : ปรับตั้งค่ามุมของ Mho Relay ให้มากขึ้น
4 : ปรับตั้งค่ามุมของ Mho Relay ให้น้อยลง
การป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงด้นสูง โดยทั่วไปจะใชรีเลย์ประเภทใดในการป้องกัน
1 : Voltage Relay
2 : Overcurrent Relay
3 : Differential Relay
4 : Distance Relay
สัญญาณ Input ที่ป้อนให้กับรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) มาจากอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
1 : CT และ VT
2 : CT เพียงอย่างเดียว
3 : VT เพียงอย่างเดียว
4: Meter
การวิเคราะห์การทำงานของรีเลย์ระยะทางโดยทั่วไปนิยมใช้การวิเคราะห์บนแผนภาพ ( Diagram ) รูปแบบใด
1 : R-X Diagram
2 : V-I Diagram
3 : P.F. Diagram
4 : I-T Diagram
การปรับตั้งสำหรับ Ground Fault Distance Relay ที่ใช่ในการป้องกันเมื่อเกิด Single Line to Ground Fault (SLG) เราจะต้อง
นำค่าพารามิเตอร์ใดมาพิจารณาประกอบด้วย
1 : Power Factor
2 : Compensation Factor
3 : Full Load Current
4 : Frequency Factor
ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Impedance Relay
1 : เป็นรีเลย์ระยะทางแบบมีทิศทาง
2 : ใช้ค่าความด้านทานของสายส่งอย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์
3 : ถ้าค่าอิมแดนซ์วัดได้มากกว่าค่าอิมแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน
4 : ใช้ค่าอิมพีแดนซ์ในการปรับตั้งรีเลย์
ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Mho Relay
1 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagram
2 : เป็นรีเลย์แบบไม่มีทิศทาง
3 : ลักษณะเส้นรอบวงบน R-X diagram เลยจุด Origin
4 : ถ้าค่าอิมพีแดนซ์ที่วัดได้มากกว่าคอิมพีแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 จะต้องปรับตั้งเวลาการทำงานเป็นแบบใด
1: หน่วงเวลาไว้ 0.3 วินาที
2: หน่วงเวลาไว้ 0.5 วินาที
3 : หน่วงเวลาไว้ 1.0 วินาที
4 : ปรับให้ทำงานแบบทันที (Instantaneous)
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด
1 : 40 - 50 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
2 :50 - 60 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
3 : 80 - 90 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
4 : 120 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด
1 :90 - 100 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
2 : 120 - 150 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
3 : 180 - 200 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
4 :250 - 300 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน
การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา
ประมาณเท่าใด
1: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 วินาที
2 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.8 วินาที
3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 วินาที
4: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.5 วินาที
ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของอิมพีแดนซรีเลย์ ( Impedance Relay ) ผิดจากความเป็นจริง
1 : อิมพีแดนรีเลย์หมาะสำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวระยะปานกลาง
2 : เมื่อเกิด Power Swing ขึ้นในระบบไฟฟ้า อิมแดนซ่รีเลย์ยังคงทำหน้ที่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีผลกระทบ
3 : ถ้าเกิดกรลัดวงจรแบบมีอาร์คจะส่งผลให้อิมแดนซรีเลย์ทำงานผิดพลาด
4 : ถ้าต้องการให้อิมแดนรีเลย์ท่างานแบบรู้ทิศทาง จะต้องใช้งานร่วมกับรีเลย์แบบรู้ทิศทาง
"Quadrilateral Relay" เป็นเลย์ที่เหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อการป้องกันในลักษณะใด
1 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟส
2 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟสกับดิน
3 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อสายตัวนำเฟสของสายป้อนขาดตกลงบนพื้นดิน
4 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างสายตัวนำเฟสของสายป้อน
