wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

UN05

Total questions: 52

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

การป้องกันสายส่งกำลังฟฟ้าแรงด้นสูง โดยทั่วไปจะใชเลย์ประเภทใดในการป้องกัน

a)

1 : Voltage Relay

b)

2 : Overcurrent Relay

c)

3 : Differential Relay

d)

4 : Distance Relay

2.

สัญญาณ Input ที่ป้อนให้กับรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) มาจากอุปกรณ์ใดต่อไปนี้

a)

1 : CT

b)

2:VT

c)

3 : Instrument

d)

4 : CT และ VT

3.

การวิเคราะห์การทำงานของรีเลย์ระยะทางโดยทั่วไปนิยมใช้การวิเคราะห์บนแผนภาพ ( Diagram ) รูปแบบใด

a)

1 : R-X Diagram

b)

2 : V-I Diagram

c)

3 : P.F.Diagram

d)

4 : I-T Diagram

4.

การปรับตั้งสำหรับ Ground Fault Distance Relay ที่ใช่ในการป้องกันเมื่อเกิด Single Line to Ground Fault (SLG) เราจะต้อง

นำค่าพารามิเตอร์ใดมาพิจารณาประกอบด้วย

a)

1 : Power Factor

b)

2 : Compensation Factor

c)

3 : Full Load Current

d)

4 : Frequency Factor

5.

ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Impedance Relay

a)

1: เป็นรีเลย์ระยะทางแบบไม่มีทิศทาง

b)

2 : ใช้ค่าขนาดของอิมพีแดนซ์อย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์

c)

3 : ถ้าค่าอิมแดนซ์ที่วัดได้มากกว่าค่าอิมพีแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน

d)

4 : เป็นรีเลย์ระยะทางแบบไม่มีทิศทางและใช้ค่าขนาดของอิมแดนซ์อย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์

6.

ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Mho Relay

a)

1 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagram

b)

2: เป็นรีเลย์แบบมีทิศทางในตัวเอง

c)

3 : ลักษณะเส้นรอบวงบน R-X diagram เลยจุด Origin

d)

4 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagranและเป็นเลย์แบบมีทิศทางในตัวเอง

7.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 จะต้องปรับตั้งเวลาการทำงานเป็นแบบใด

a)

1: หน่วงเวลาไว้ 0.3 วินาที

b)

2 : หน่วงเวลาไว้ 0.5 วินาที

c)

3 : หน่วงเวลาไว้ 1.0 วินาที

d)

4 : ปรับให้ทำงานแบบทันที (Instantaneous)

8.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด

a)

1 : 40 - 50 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

b)

2:50 - 60 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

c)

3 :80 - 90 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

d)

4 : 120 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

9.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด

a)

1 :90 - 100 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

b)

2 : 120 -150 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

c)

3 : 180 - 200 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

d)

4 :250 - 300 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

10.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา

ประมาณเท่าใด

a)

1: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 วินาที

b)

2: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.8 วินาที

c)

3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 วินาที

d)

4 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.5 วินาที

11.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 3 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา

ประมาณเท่าใด

a)

1 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 - 0.5 วินาที

b)

2 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.5 - 1.0 วินาที

c)

3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 - 3.0 วินาที

d)

4 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 3.0 - 5.0 วินาที

12.

รีเลย์ใดต่อไปนี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Distance Relays

a)

1 : Offset-Mho Relay

b)

2 : Reactance Relay

c)

3 : Mho Relay

d)

4 : ถูกทุกข้อ

13.

Impedance Relay เหมาะส่ำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวสายแบบใด

a)

1: สายส่งที่มีความยาวสายแบบช่วงสั้น

b)

2: สายส่งที่มีความยาวสายแบบปานกลาง

c)

3 : สายส่งที่มีความยาวสายแบบช่วงยาว

d)

4 : สายส่งที่มีความยาวสายแบบยาวมาก

14.

การใช้งานรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) เพื่อป้องก้นสายส่งกำลังไฟฟ้า เหตุใดจึงต้องมีการแบ่งโซนการป้องกัน (Zone of

Protections) ออกเป็นส่วนๆ

a)

1 : เพื่อให้สามารถป้องกันสายส่งได้ตลอดทั้งช่วงความยาวสายที่ต้องการป้องกัน

b)

2 : เพื่อให้เป็น Back Up Protection ให้สายส่งเส้นถัดไป

c)

3 : เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพ กำจัด Faults ได้รวดเร็ว มีความเชื่อถือได้สูง แยกแยะได้ถูกต้อง

d)

4 : ถูกทุกข้อ

15.

รีเลย์ระยะทางที่หมาะสำหรับใช้ป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าที่มีความยาวสายแบบยาวมากๆ คือ รีเลย์แบบใด

a)

1 : แบบ Impedance Relay

b)

2 : แบบ Lenticular Relay

c)

3 : แบบ Quadrilateral Relay

d)

4 : แบบ Mho Relay

16.

รีเลย์ชนิดใดเหมาะสำหรับใช้ตรวจจับการเกิด Faults ในระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงดันสูง

a)

1 : Distance Relays

b)

2 : Over Voltage Relays

c)

3 : Directional Power Relays

d)

4 : Under Voltage Relays

17.

รีเลย์ระยะทาง ( Distance Relays มีเงื่อนไขการทำงานเป็นอย่างไร

a)

1 : ถ้าอิมพีแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีคำสูงกว่า ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้ รีเลย์จะทำงาน

b)

2 : ถ้าอิมพีแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีคำต่ำกว่า ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้ เลย์จะทำงาน

c)

3 : ถ้าอิมพีแคนซ์ปรากฏที่รีเลย์ มีค่าเท่ากับ ค่าอิมพีแดนซ์ที่ตั้งไว้พอดี รีเลย์อาจจะทำงานหรือไม่กี่ได้

d)

4 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูกด้อง

18.

รีเลย์ระยะทาง (Distance Relays แบบใดต่อไปนี้ ที่มีคุณลักษณะสมบัติไม่มีทิศทางในตัวเอง

a)

1 : Mho Relay

b)

2 : Impedance Relay

c)

3 : Lenticular Relay

d)

4 : Offset Mho Relay

19.

รีเลย์ระยะทาง (Distance Relays) แบบใดต่อไปนี้ ที่มีคุณลักษณะสมบัติมีทิศทางในตัวเอง

a)

1 : Mho Relay

b)

2 : Impedance Relay

c)

3: Reactance Relay

d)

4 : ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง

20.

Reach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด

a)

1 : การทำางานผิดพลาดของรีเลย์

b)

2 : การทำงานถูกต้องของรีเลย์

c)

3 : ระยะทางยาวบนสายส่ง ซึ่งเมื่อเกิด Faults แล้ว รีเลย์ทำงาน

d)

4 : ระยะทางยาวบนสายส่ง ซึ่งเมื่อเกิด Faults แล้ว รีเลย์ไม่ทำงาน

21.

Overreach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด

a)

1 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ไกลกว่าความเป็นจริง

b)

2 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ใกล้เข้ามามากกว่าความเป็นจริง

c)

3 : การที่รีเลย์ระยะทางไม่เห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults

d)

4 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults แต่ไม่ยอมทำงาน

22.

Underreach ของ Distance Relays หมายถึงข้อใด

a)

1 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ไกลกว่าความเป็นจริง

b)

2 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งจุดที่เกิด Faults อยู่ใกล้เข้ามามากกว่าความเป็นจริง

c)

3 : การที่รีเลย์ระยะทางไม่เห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults

d)

4 : การที่รีเลย์ระยะทางเห็นตำแหน่งของจุดที่เกิด Faults แต่ไม่ยอมทำงาน

23.

รีแอกแตนซรีเลย์ ( Reactance Relay เป็นรีเลย์ระยะทางที่จะทำงาน เมื่อ

a)

1: รีเลย์มองเห็นค่าอิมพีแดนซ์ต่ำกว่าค่าที่ดั้งไว้

b)

2 :เลย์มองเห็นค่าอิมพีแดนซ์สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้

c)

3: เลย์มองเห็นค่ารีแอคแตนซ์ต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้

d)

4 : เลย์มองเห็นค่ารีแอคแดนซ์สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้

24.

เหตุใดเราจึงใช้รีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) ในการป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงดันสูง

a)

1: เพรารีเลย์ระยะทางมีราคาถูกกว่ารีเลย์แบบอื่นๆ และใช้งานสะดวก

b)

2 : เพราะค่กระแสล้ดวงจรในระบบไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของระบบ (System Configuration ) เราจึงใช้การวัดค่าอิมพี

แดนซ์ต่อระยะทางแทนรีเลย์แบบอื่น

c)

3 : เพราะรีเลย์ระยะทางเป็นรีเลย์ที่ใช้ทั้งปริมาณกระแสและแรงดันในกรทำงานจึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใชรีเลย์แบบ

อื่น

d)

4 : เพราะรีเลย์ระยะทางเป็นเลย์แบบรู้ทิศทางจึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใชรีเลย์แบบอื่น

25.

ค่าอิมพีแดนซ์ที่รีเลย์ระยะทางมองเห็น เมื่อรู้ค่า CT Ratio และ VT Ratio จะต้องคูณด้วยด้วคุณใด

a)

1 : (CT Ratio/VT Ratio) ยกกำลังสอง

b)

2 : VT Ratio / CT Ratio

c)

3 : CT Ratio / VT Ratio

d)

4 : CT Ratio x VT Ratio

26.

การปรับตั้งค่าสำหรับ Phase Fault Distance Relay จะต้องใช้ Sequence Impedance ใด เพื่อปรับตั้งค่ใหรีเลย์ทำงาน

a)

1 : Positive Sequence Impedance

b)

2 : Negative Sequence Impedance

c)

3 : Zero Sequence Impedance

d)

4 : Positive และ Negative Sequence Impedance

27.

เมื่อเกิด Arc Fault ในสายส่งกำลังไฟฟ้ การทำงานของรีเลย์ใดต่อไปนี้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา Underreach น้อยที่สุด

a)

1 : Mho Relay

b)

2 : Impedance Relay

c)

3 : Reactance Relay

d)

4 : Admittance Relay

28.

ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของอิมพีแดนซรีเลย์ ( Impedance Relay ) ผิดจากความเป็นจริง

a)

1 : อิมพีแดนซรีเลย์เหมาะสำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวระยะปานกลาง

b)

2 : เมื่อเกิด Power Swing ขึ้นในระบบไฟฟ้า อิมแดนซเลย์ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีผลกระทบ

c)

: ถ้าเกิดการลัดวงจรแบบมีอาร์คจะส่งผลให้อิมแดนซรีเลย์ทำงานผิดพลาด

d)

4 : ถ้าต้องการให้อิมแดนซเลย์ทำงานแบบรู้ทิศทาง จะต้องใช้งานร่วมกับรีเลย์แบบรู้ทิศทาง

29.

"Quadrilateral Relay" เป็นรีเลย์ที่เหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อการป้องกันในลักษณะใด

a)

1 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟส

b)

2 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟสกับดิน

c)

3 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อสายตัวนำเฟสของสายป้อนขาดตกลงบนพื้นดิน

d)

4 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างสายตัวนำเฟสของสายป้อน

30.

รีเลย์ในข้อใดต่อไปนี้ เป็นเลย์หลักที่ใช่ในการป้องกันสายส่งกำลังฟฟ้แรงดันสูงแบบสามช่วงระยะทาง (Step Three Zone

Protection)

a)

1 : Pilot wire หรือ Differential relay

b)

2 : Mho relay และ Reactance relay

c)

3 : Quadrilateral relay และ Impedance relay

d)

4 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูกต้อง

31.

แอกแนซรีเลย์ตัวหนึ่งมีลักษณะการทำงานตามเงื่อนไขสมการ Y = 4.5 ถ้าสายส่งเส้นหนึ่งมีค่อิมพีแดนซ์รวมเป็น 4 + j4

โอห์ม สมมติว่าเกิดฟอลต์ที่ปลายสายส่งพอดีและความต้านทานอาร์กมีขนาด 0.5 โอห์ม การตอบสนองของรีเลย์ดังกล่าวจะ

เป็นอย่างไร

a)

1 : รีเลย์ไม่ทำงาน

b)

2: รีเลย์ทำงานได้ถูกต้องเพราเลย์สามารถมองเห็นฟอลต์ได้

c)

3:เลย์ทำงานช้าเพราะค่ความต้านทานอาร์กมีค่าสูงกว่ารีเลย์จะมองเห็นได้

d)

4: รีเลย์ทำงานผิดพลาดเพราะฟอลต์อยู่นอกโซนการมองเห็นของรีเลย์

32.

การป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงด้นสูงโดยใช้รีเลย์ระยะทางปรับตั้งแบบ Three-Zone Protection ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงความ

ผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจะต้องปรับตั้งคำระยะทางไกลสุด (Zone 3) ไม่เกินค่าใดต่อไปนี้

a)

1 : Emergency Loading Impedance

b)

2 : ค่าอิมพีแดนซ์ของสายส่งช่วงถัดไปเส้นที่ยาวที่สุด

c)

3 : ค่าความต้านทานอาร์ค (Arc Resistance)

d)

4 : ค่า Underreach

33.

"Lenticular Relay" มีคุณลักษณะสมบัติ ดังนี้

a)

1 : มีพื้นที่การทำงานแคบเมื่อเทียบกับ Mho Relay

b)

2 : ใช้ป้องกันสายส่งกรณีที่เกิด Faults แบบมีอาร์กไม่ได้

c)

3 : ใช้ป้องกันสายส่งกรณีที่มีโหลดสูงๆ ได้ไม่ดี

d)

4 : มีพื้นที่การทำงานบน R-X Diagram เป็นแบบสามเหลี่ยม

34.

ข้อใดกล่าวถึงการป้องกันสายส่งโดยใรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) ได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

1 : ความต้านทานอาร์กมีผลต่อ Mho Relay มากกว่า Impedance Relay

b)

2 : Power Swing จะไม่มีผลต่อการทำงานของรีเลย์ระยะทาง เพราะระบบไฟฟ้าจะคืนสู่สภาวะปกติได้เอง ถ้าระบบมีขนาด

ใหญ่เพียงพอ

c)

3 : เมื่อเกิดฟอลด์ที่มีอาร์ก ค่าความต้านทานอาร์กจะมีผลต่อการทำงานของ Reactance Relay

d)

4 : รีเลย์ระยะทางหมาะสำหรับใช้ป้องกันสายส่งเพราะทำงานได้เร็วมาก ไม่ว่าจะเกิดฟอลต์แบบใดหรือ ณ ตำแหน่งใดๆ บน

สายส่ง

35.

การป้องกันสายส่งด้วยรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) โดยใช้หลักการปรับตั้งแบบ Three-Zone Protection ข้อใดต่อไปนี้

กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

1 : ปรับตั้งเวลาการทำงานของ Zone 1 ให้ทำงานแบบทันทีทันใด

b)

2 : เมื่อเกิดฟอลด์ภายในโซนป้องกัน รีเลย์ Zone 2 จะทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันสำรองให้แกรีเลย์ Zone 1

c)

3 : เมื่อเกิดฟอลด์ภายในโซนป้องกัน รีเลย์ Zone 3 จะทำงาน หลังจากที่รีเลย์ Zone 2 ได้ทำงานไปแล้ว

d)

4 : ในกรณีที่มีสายส่งอยระยะสั้นๆ ต่อแยกอยู่กับสายส่งหลักที่ต้องการป้องกันเราอาจตัดการตั้งค่รีเลย์ Zone 2 ออกได้

36.

Power System Swing มีผลต่อการทำงานของ Distance Relays อย่างไร

a)

1 : ทำให้ Distance Relays ทำงานผิดพลาด โดยสั่งดวงจรหากค่าอิมแดนซ์ที่เลย์มองเห็นขณะนั้นสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้

b)

2 : ทำให้ Distance Relays ทำงานผิดพลาด โดยสั่งตัดวงจหากค่าอิมพีแดนซ์เลย์มองเห็นขณะนั้นต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้

c)

3 : ทำให้ Distance Relays ทำงานสั่งต้ดวงจรช้าลงกว่าปกติ

d)

4 : ไม่มีผลต่อการทำงานของ Distance Relays

37.

Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์ค มีผลต่อ Distance Relay อย่างไร

a)

1 : ทำให้รีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก รีเลย์จะมองไม่เห็นอิมแดนซ์ รีเลย์จะไม่

b)

2 : ทำใหรีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก อิ่มแดนซ์ปรากฏที่รีเลย์มองเห็นจะออก

นอก Zone ป้องกันของรีเลย์ที่ได้ตั้งค่าไว้ รึเลย์จะไม่ทำงาน

c)

3 : ทำให้รีเลย์ทำงานผิดพลาด หาก Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์คมีค่ามาก รีเลย์จะทำงานช้าลง

d)

4 : Fault Resistance ที่เกิดจากอาร์ค ไม่มีผลต่อการทำงานของรีเลย์ระยะทางทุกประเภท

38.

ข้อใดคือลักษณะสมบัติการทำงานของรีเลย์ระยะทางแบบ Mho Relay บน R-X diagram

a)

1: พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นวงกลมมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกำเนิด

b)

2: พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสครอบจุดกำเนิด

c)

3 : พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นรอบวงตัดผ่านจุดกำเนิด โดยค่า Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน

Quadrant ที่ 1

d)

4 : พื้นที่การทำงานของรีเลย์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูครอบจุดกำเนิด

39.

Power System Swing มีผลต่อรีเลยระยะทางอย่างไร

a)

1 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำใรีเลย์เกิด Overreach

b)

2 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำให้รีเลย์เกิด Underreach

c)

3 : เมื่อเกิด Power System Swing อาจทำให้รีเลย์เกิดความเสียหายเนื่องจากแรงดันเกิน

d)

4 : ไม่มีผลใดๆ ต่อรีเลย์

40.

การลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา Underreach ของรีเลย์ระยะทาง สามารถแก่ไขได้ด้วยวิธีการปรับดั้งค่ามุมลักษณะการ

ทำงานของรีเลย์ใหม่ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

1 : ปรับตั้งค่ามุมของ Impedance Relay ให้มากขึ้น

b)

2 : ปรับตั้งค่ามุมของ Impedance Relay ให้น้อยลง

c)

3 : ปรับตั้งค่ามุมของ Mho Relay ให้มากขึ้น

d)

4 : ปรับตั้งค่ามุมของ Mho Relay ให้น้อยลง

41.

การป้องกันสายส่งกำลังไฟฟ้าแรงด้นสูง โดยทั่วไปจะใชรีเลย์ประเภทใดในการป้องกัน

a)

1 : Voltage Relay

b)

2 : Overcurrent Relay

c)

3 : Differential Relay

d)

4 : Distance Relay

42.

สัญญาณ Input ที่ป้อนให้กับรีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) มาจากอุปกรณ์ใดต่อไปนี้

a)

1 : CT และ VT

b)

2 : CT เพียงอย่างเดียว

c)

3 : VT เพียงอย่างเดียว

d)

4: Meter

43.

การวิเคราะห์การทำงานของรีเลย์ระยะทางโดยทั่วไปนิยมใช้การวิเคราะห์บนแผนภาพ ( Diagram ) รูปแบบใด

a)

1 : R-X Diagram

b)

2 : V-I Diagram

c)

3 : P.F. Diagram

d)

4 : I-T Diagram

44.

การปรับตั้งสำหรับ Ground Fault Distance Relay ที่ใช่ในการป้องกันเมื่อเกิด Single Line to Ground Fault (SLG) เราจะต้อง

นำค่าพารามิเตอร์ใดมาพิจารณาประกอบด้วย

a)

1 : Power Factor

b)

2 : Compensation Factor

c)

3 : Full Load Current

d)

4 : Frequency Factor

45.

ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Impedance Relay

a)

1 : เป็นรีเลย์ระยะทางแบบมีทิศทาง

b)

2 : ใช้ค่าความด้านทานของสายส่งอย่างเดียวในการปรับตั้งรีเลย์

c)

3 : ถ้าค่าอิมแดนซ์วัดได้มากกว่าค่าอิมแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน

d)

4 : ใช้ค่าอิมพีแดนซ์ในการปรับตั้งรีเลย์

46.

ข้อใดคือคุณลักษณะสมบัติของ Mho Relay

a)

1 : Impedance ส่วนมากตกอยู่ใน Quadrant ที่ 1 บน R-X diagram

b)

2 : เป็นรีเลย์แบบไม่มีทิศทาง

c)

3 : ลักษณะเส้นรอบวงบน R-X diagram เลยจุด Origin

d)

4 : ถ้าค่าอิมพีแดนซ์ที่วัดได้มากกว่าคอิมพีแดนซ์ปรับตั้งรีเลย์จะทำงาน

47.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 จะต้องปรับตั้งเวลาการทำงานเป็นแบบใด

a)

1: หน่วงเวลาไว้ 0.3 วินาที

b)

2: หน่วงเวลาไว้ 0.5 วินาที

c)

3 : หน่วงเวลาไว้ 1.0 วินาที

d)

4 : ปรับให้ทำงานแบบทันที (Instantaneous)

48.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 1 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด

a)

1 : 40 - 50 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

b)

2 :50 - 60 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

c)

3 : 80 - 90 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

d)

4 : 120 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

49.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 ควรปรับตั้งให้ป้องกันสายส่งในระยะประมาณเท่าใด

a)

1 :90 - 100 % ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

b)

2 : 120 - 150 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

c)

3 : 180 - 200 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

d)

4 :250 - 300 ของความยาวสายส่งในช่วงที่ต้องการป้องกัน

50.

การตั้งค่ารีเลย์ระยะทางแบบ Step Distance Protection รีเลย์ Zone 2 จะต้องปรับตั้งแบบหน่วงเวลาการทำงานไว้ที่ช่วงเวลา

ประมาณเท่าใด

a)

1: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.3 วินาที

b)

2 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 0.8 วินาที

c)

3 : หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.0 วินาที

d)

4: หน่วงเวลาไว้ประมาณ 1.5 วินาที

51.

ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของอิมพีแดนซรีเลย์ ( Impedance Relay ) ผิดจากความเป็นจริง

a)

1 : อิมพีแดนรีเลย์หมาะสำหรับใช้ป้องกันการล้ดวงจรระหว่างเฟสของสายส่งที่มีความยาวระยะปานกลาง

b)

2 : เมื่อเกิด Power Swing ขึ้นในระบบไฟฟ้า อิมแดนซ่รีเลย์ยังคงทำหน้ที่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีผลกระทบ

c)

3 : ถ้าเกิดกรลัดวงจรแบบมีอาร์คจะส่งผลให้อิมแดนซรีเลย์ทำงานผิดพลาด

d)

4 : ถ้าต้องการให้อิมแดนรีเลย์ท่างานแบบรู้ทิศทาง จะต้องใช้งานร่วมกับรีเลย์แบบรู้ทิศทาง

52.

"Quadrilateral Relay" เป็นเลย์ที่เหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อการป้องกันในลักษณะใด

a)

1 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟส

b)

2 : ใช้สำหรับการป้องกันสายส่งเมื่อเกิด Faults ระหว่างสายตัวนำเฟสกับดิน

c)

3 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อสายตัวนำเฟสของสายป้อนขาดตกลงบนพื้นดิน

d)

4 : ใช้สำหรับการป้องกัน เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างสายตัวนำเฟสของสายป้อน