wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบน้ำเหลือง

Total questions: 38

Worksheet time: 36mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบของน้ำเหลือง(lymph)

a)

เอนไซม์

b)

ฮอร์โมน

c)

WBCs(เซลล์เม็ดเลือดขาว) , Antibody

d)

RBCs(เซลล์เม็ดเลือดแดง)

e)

Vitamin , glucose

2.

น้ำเหลือง (lymph) มีโมเลกุลขนาดใหญ่และส่วนใหญ่เป็นสารประเภทใด

a)

โปรตีน

b)

เกลือแร่

c)

คาร์โบไฮเดรต

d)

ลิพิด

e)

วิตามิน

3.

ข้อใดกล่าว ผิด เกี่ยวกับหน้าที่ของ น้ำเหลือง(lymph)

a)

เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสารต่าง ๆ ระหว่างเซลล์กับหลอดเลือดฝอย

b)

กำจัดRBCs แบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอม โดยวิธีฟาโกไซโตซีส

c)

ไหลเวียนในระบบหลอดเลือดเวน(venous system) ของระบบเลือด

d)

ไหลไปตามท่อน้ำเหลือง ผ่านต่อมที่คั่นอยู่เป็นระยะๆ เพื่อเป็นการกรองและกำจัดสิ่งแปลกปลอม

4.

ข้อใดเป็นอวัยวะน้ำเหลือง(lymphatic nodules ที่มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในอวัยวะน้ัน) มีขนาดใหญ่ที่สุด

a)

ต่อมทอลซิน (Tonsil gland)

b)

ต่อมไทมัส (Thymus gland)

c)

ม้าม(Spleen)

d)

ตับ(Liver)

e)

ไขกระดูก(Bone marrow)

5.

หน้าที่ของต่อมน้ำเหลือง(Lymph nodes) คือข้อใด

a)

สร้างWBCsชนิด lymphocyte

b)

สร้าง antibody ทำลายเชื้อโรค

c)

กรองน้ำเหลือง กำจัดสิ่งแปลกปลอม

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

ปกติต่อมน้ำเหลืองจะมีขนาดใหญ่และมองเห็นด้วยตาเปล่า

b)

ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่และเพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อมีการอักเสบ

c)

ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่เมื่อทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

d)

ต่อมน้ำเหลืองบวมโตนานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบปรึกษาแพทย์

e)

ต่อมน้ำเหลืองเป็นก้อนรูปไข่ หรือรูปถั่ว พบแทรกอยู่ทั่วไปในร่างกาย

7.

ข้อใดคือหน้าที่ของม้าม (Spleen)ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ

a)

ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

b)

สร้างเม็ดเลือดแดง (ในวัยเด็ก)

c)

สร้าง antibody

d)

เป็นแหล่งสำรองเลือด

e)

หลั่งเอนไซม์หรือน้ำย่อย

8.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับต่อมไทมัส (Thymus gland)ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ

a)

อยู่ที่บริเวณขั้วหัวใจ

b)

ในวัยเด็กจะมีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะเริ่มฝ่อเล็กลง

c)

สร้าง B–cell lymphocytes ในระบบภูมิคุ้มกัน

d)

เมื่ออายุ 25 ปีก็จะเริ่มมีเนื้อเยื่อไขมันเข้ามาแทนที่ต่อมไทมัส

e)

อยู่บริเวณคอหอย

9.

ข้อใด ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ต่อมทอนซิล (Tonsil gland)

a)

เป็นกลุ่มของ lymphatic cells

b)

ทำหน้าที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายทางช่องจมูกและปาก

c)

เป็นต่อมน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

d)

พบอยู่หนาแน่นบริเวณคอหอย

e)

มีหลายต่อม

10.

ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ประกอบด้วยข้อใดบ้าง (เลือกตอบมากกว่า1ข้อ)

a)

หลอดน้ำเหลือง(lymph vessels)

b)

น้ำเหลือง(Lymph)

c)

ต่อมน้ำเหลือง(lymph node)

d)

อวัยวะน้ำเหลือง(Lymphatic Tissue / Organs)

e)

หลอดน้ำเหลืองฝอย (lymph capillary)

11.

ข้อใด กล่าวผิดเกี่ยวกับ หลอดน้ำเหลืองฝอย (lymph capillary)

a)

เป็นท่อปลายปิด แทรกอยู่ใน intercellular spaces

b)

เป็นท่อปลายเปิดติดต่อกับ lymph vessels ที่มีอยู่ทั่วร่างกาย

c)

ไม่พบ lymph capillary ในเนื้อเยื่อที่ไม่มีหลอดเลือดไปเลี้ยงโดยตรง

d)

ลำเลียงน้ำเหลืองให้ lymph vessels ,แขนขวาและศรีษะซีกซ้ายก่อนซีกขวา

12.

การไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ในข้อใดถูกต้อง

a)

หลอดน้ำเหลืองฝอย > หลอดน้ำเหลืองแขนขวาและศรีษะซีกขวา

b)

หลอดน้ำเหลืองฝอย > Rt. Lymphatic duct

c)

Thoracic duct > Rt. Lymphatic duct

d)

Thoracic duct > แขนซ้ายและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

13.

ข้อใดกล่าว ผิด (ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ)

a)

Lymph vessels คล้ายกับ Artery มีลิ้นแทรกเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ มีหน้าที่รับน้ำเหลืองจาก lymph capillary

b)

Cisterna chyliเป็นถุงรับระบายน้ำเหลืองจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วส่งต่อขึ้นไปยัง thoracic duct

c)

Thoracic duct เป็นท่อน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทอดยาวไปตามแนวกระดูกสันหลัง ซึ่งไหลเข้าสู่หลอดเลือดดำ

d)

Rt. Lymphatic duct เป็นท่อน้ำเหลืองบริเวณต้นคอ รับน้ำเหลืองมาจากร่างกายซีกซ้ายไหลเข้าสู่ right subclavian vein

14.

ข้อใดคืออาการของ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

a)

ต่อมน้ำเหลืองบวมโต กดแล้วเจ็บ

b)

มีหนองในต่อมน้ำเหลือง

c)

มีไข้ คัดจมูก เจ็บ คอ แขน หรือขาบวม

d)

มีเหงื่อออกขณะนอนหลับ

e)

อาจเป็นบางข้อหรือทุกข้อที่กล่าวมา

15.

วิธีป้องกันภาวะ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ควรปฏิบัติตามข้อใด (เลือกตอบมากกว่า1ข้อ)

a)

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ

b)

ดูแลรักษาความสะอาดผิวหนัง เล็บ ช่องปาก

c)

ระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดบาดแผล

d)

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนกางมุ้งกันยุงกัด

e)

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอย่างถูกวิธี

16.

ข้อใดคือหน้าที่ของน้ำเหลือง ?

a)

ต่อต้านเชื้อโรค หรือ

สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

b)

เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสาร

ต่าง ๆ ระหว่างเซลล์และหลอดเลือด

ฝอย

17.

ต่อมทอนซิลทำหน้าที่อะไร ?

a)

สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ต่อต้านเชื้อโรคหรือสั่งแปลกปลอม

ที่เข้าสู่ร่างกาย

b)

ทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทาง

ช่องทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

c)

กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย

d)

ทำลายเซลล์เม็ดเลือด

แดงที่หมดอายุ

18.

ข้อใดคือชื่ออวัยวะที่ลูกศรชี้ ? (ตามภาพ)

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

หลอดเลือดดำ

c)

หลอดน้ำเหลือง

d)

หลอดน้ำเหลืองฝอย

19.

ข้อใดคือชื่ออวัยวะที่ลูกศรชี้ตามภาพ ?

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเลือดแดง

c)

หลอดน้ำเหลืองฝอย

d)

ต่อมน้ำเหลือง

20.

ข้อใดคือหน้าที่ของม้าม ? (ตามรูปภาพ)

a)

กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย

b)

ต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

ลำเลียงน้ำเหลืองไปสู่ส่วนต่าง ๆ

ร่างกาย

d)

สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและทำลายเซลล์เม็ดเลือด

แดงที่หมดอายุ

21.

"สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดสิมโฟไซต์เพื่อต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

ที่เข้าสู่ร่างกาย" เป็นหน้าที่ของอวัยวะใด ?

a)

ต่อมทอนซิล

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

ต่อมไทมัส

d)

ม้าม

22.

ถ้าไม่มีการลำเลียงน้ำเหลืองผ่านต่อมน้ำเหลืองจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ?

a)

เชื้อโรคจะไม่ถูกดักจับที่ต่อมน้ำเหลืองจึงเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด

b)

ทำให้เกิดการบวมเฉพาะที่ของร่างกาย เช่น แขน และขา

c)

ถูกทั้ง 2 ข้อ

23.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงเม็ดเลือดขาว

b)

ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

c)

ต่อต้านทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

d)

ดูดซึมและลำเลียงสารอาหารประเภทกรดอะมิโน

e)

เป็นแหล่งเจริญของเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดที

24.

หลอดน้ำเหลืองมีลักษณะเหมือนหลอดเลือดชนิดใด เพราะเหตุใด

a)

ดำ เพราะแรงดันต่ำ

b)

ฝอย เพราะผนังบาง

c)

แดง เพราะยืดหยุ่นสูง

d)

แดง เพราะแก๊สออกซิเจนสูง

e)

ดำ เพราะมีลิ้นหัวใจอยู่ภายในเป็นระยะ

25.

องค์ประกอบใดของน้ำเหลืองแตกต่างจากที่พบในพลาสมา

a)

น้ำ

b)

กลูโคส

c)

โปรตีน

d)

ฮอร์โมน

e)

ไอออนของแร่ธาตุ

26.

ข้อใดไม่ใช่อวัยวะน้ำเหลือง

a)

ตับ

b)

ม้าม

c)

ต่อมน้ำเหลือง

d)

ต่อมไทมัส

e)

ต่อมทอนซิล

27.

อวัยวะน้ำเหลืองใดสร้างฮอร์โมนไทโมซิน

a)

ตับ

b)

ม้าม

c)

ต่อมน้ำเหลือง

d)

ต่อมไทมัส

e)

ต่อมทอนซิล

28.

อวัยวะน้ำเหลืองใดสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์และลิมโฟไซต์

a)

ตับ

b)

ม้าม

c)

ต่อมน้ำเหลือง

d)

ต่อมไทมัส

e)

ต่อมทอนซิล

29.

อวัยวะใดที่ใหญ่ที่สุดในระบบน้ำเหลือง

a)

 ม้าม

b)

 ต่อมทอมซิล

c)

ต่อมไธมัส

d)

ถูกทุกข้อ

30.

หน้าที่ของม้าม คือ

a)
  1. ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว

b)
  1. สร้างเม็ดเลือดขาว พวกลิมโฟไซต์ และโมโนไซต์ ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรคที่เข้าไปในกระแสเลือด

c)
  1. สร้างแอนติบอดี

d)

ถูกทุกข้อ

31.

ต่อมน้ำเหลือง (lymph node) ทำหน้าที่

a)

ทำหน้าที่กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย       

สิ่งแปลกปลอม และเซลล์เม็ดเลือดขาวที่หมดอายุ

b)

ทำหน้าที่กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย       

สิ่งแปลกปลอม และเซลล์เม็ดเลือดขาวที่หมดอายุ

c)

ทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

d)

ต่อต้านอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย

32.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

กำจัดเชื้อโรค

b)

ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว

c)

ควบคุมการไหลเวียนเลือด

d)

ลำเลียงสารอาหารพวกไขมัน

33.

อวัยวะใดไม่อยู่ในระบบน้ำเหลือง

a)

ปอด

b)

ตับ

c)

หัวใจ

d)

ไส้ติ่ง

34.

ส่วนใดที่มีขนาดใหญ่ตอนอายุน้อย และถ้าอายุมากจะเล็ก

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

ม้าม

c)

ไส้ติ่ง

d)

ต่อมไทมัส

35.

ต่อมทอมซิลอักเสบ เกิดจากอะไร

a)

การดื่มน้ำจากภาชนะเดียวกัน

b)

สัมผัสมือกับผู้เป็น

c)

มีเพศสัมพันธ์กับผู้เป็น

d)

ไม่มีข้อถูก

36.

ต่อมไทมัสมีหน้าที่ทำอะไร

a)

ต่อต้านอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย

b)

ต่อต้านอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย

c)

ถูกทุกข้อ

d)

ต่อต้านอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย

37.

โครงสร้างของระบบน้ำเหลืองมีอะไรบ้าง

a)

ถูหทุกข้อ

b)

น้ำเหลือง

c)

ท่อน้ำเหลือง

d)

อวัยวะน้ำเหลือง

38.

ส่วนใหญ่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบน้ำเหลืองคือ

a)

การผ่าตัด

b)

ต่อมน้ำเหลืองโต

c)

การให้คีโม

d)

การฉายรังสี