wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปี 2567 ม.1

Total questions: 50

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.

ลักษณะการแต่งของวรรณคดีและวรรณกรรมแบ่งออกกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

๑ ประเภท

ร้อยกรอง 

b)

๒ ประเภท

ร้อยแก้ว ร้อยกรอง

  

c)

๓ ประเภท

เรื่องสั้น ร้อยแก้ว ร้อยกรอง

d)

ไม่มีข้อถูก

2.

“วรรณคดีมุขปาฐะ” คืออะไร

a)

บทละคร

b)

หนังสือสารคดี

c)

การเล่าปากต่อเปล่า

d)

การเขียนลงในสมุดข่อย

3.

ข้อใดไม่ใช่คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม

a)

ด้านภาษา

b)

ด้านอารมณ์ 

c)

ด้านความเข้าใจ

d)

ด้านความสติปัญญา

4.

 ข้อใดเป็นเรื่องเล่าตามจินตนาการ

a)

ไกรทอง

b)

พจนานุกรมไทย

c)

สารคดีปลาโลมา

d)

หนังสือภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

5.

พระนามเต็มของสุนทรภู่ คือข้อใด

a)

ภู่

b)

สุนทรภู่

c)

พระสุนทรโวหาร

d)

พระบรมวงเธอเจ้าสุนทรโวหาร

6.

สุนทรภู่เกิดเมื่อวันที่เท่าไร

a)

วันที่ ๑๒ มกราคม

พ.ศ. ๒๓๒๙

b)

วันที่ ๒๙ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๓๒๙ 

c)

วันที่ ๓๐ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๓๒๙  

d)

วันที่ ๒๖ มิถุนายน

พ.ศ. ๒๓๒๙

7.

ข้อใดเป็นผลงานของสุนทรภู่

   

a)

พระอภัยณี

b)

นิราศเมืองเพชร

c)

นิราศเมืองแกลง

d)

ถูกทุกข้อ

8.

เจดีย์ภูเขาทอง อยู่จังหวัดใด

  

a)

อยุธยา

b)

ลพบุรี

c)

กรุงเทพ

d)

นครปฐม  

9.

นิราศภูเขาทองแต่งคำประพันธ์ประเภทใด

a)

กลอนนิราศ

b)

โคลงสี่สุภาพ

c)

กลอนสุภาพ

d)

กาพย์ยานี ๑๑

10.

จุดหมายปลายทางของสุนทรภู่ในเรื่องนิราศภูเขาทองคือที่ใด

  

a)

วัดม่วง

b)

วัดพระแก้ว

c)

เจดีย์ภูเขาทอง

d)

พระปฐมเจดีย์ 

11.

“โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา   

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย”

น้ำนรก ในบทประพันธ์ แปลว่าอะไร

a)

น้ำชา 

b)

น้ำนม

c)

น้ำอัดลม

d)

น้ำสุรา  

12.

“มาถึงบางธรณีทวีโศก

ยามวิโยคยากใจให้สะอื้น

โอ้สุธาหนาแน่นเป็นแผ่นพื้น  

ถึงสี่หมื่นสองแสนทั้งแดนไตร

เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ 

ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย

ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ  

เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา”

จากบทประพันธ์ข้างต้น แสดงถึงอารณ์ใด

a)

สบายใจ

b)

เศร้าใจ  

c)

อึดอัดใจ

d)

มีความสุข

13.

ใครเป็นผู้ประพันธ์เรื่องหัวใจนักรบ

     

a)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

14.

บทละครเรื่องหัวใจนักรบแสดงครั้งแรกในงานอะไร

      

a)

พระราชพิธีมหาฤกษ์

b)

พระราชพิธีพืชมงคล

c)

พระราชพิธีคฤหมงคล

d)

พระราชพิธีมงคลสมรส

15.

จุดมุ่งหมายในเรื่องหัวใจนักรบ มีจุดมุ่งหมายว่าอย่างไร

     

a)

เพื่อแสดงความเฉลิมฉลองในการแต่งงาน

b)

เพื่อแสดงความจงรักภัคดีต่อในหลวง

c)

เพื่อแสดงความมีเมตตาต่อคนในประเทศ

d)

เพื่อใช้เล่นละครปลุกใจคนไทย ให้มีความเสียสละบ้านเมือง และแสดงความสำคัญของกองเสือป่า  

16.

หัวใจนักรบมีลักษณะคำประพันธ์อย่างไร

     

a)

บทละครพูด  

b)

บทละครร้อง

c)

บทละครเต้น 

d)

กลอนสุภาพ

17.

 เหตุใดพระภิรมย์ จึงไม่ชอบกองลูกเสือป่า

 

a)

เพราะว่านายภิรมย์ป่วยเป็นโรคหัวใจ

b)

เพราะว่านายภิรมย์กลัวลูกของตัวเองตาย

c)

เพราะว่านายภิรมย์คิดว่าการเป็นเสือป่าเสียเวลา

d)

เพราะว่าทำให้นายภิรมย์เสียลูกที่รักที่สุดไป

18.

หากลูกชายของพระภิรมย์ไม่ออกไปส่งข่าวให้กับกองทหารจะทำเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด

  

a)

ไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะทหารรู้อยู่แล้วว่ามีข้าศึกบุก

b)

ไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะข้าศึกแค่มาเจรจากันเท่านั้น

c)

เกิดขึ้น เพราะจะทำให้ทหารไม่ได้ช่วยสู้รบและจะทำให้ได้ได้ขึ้นยศตำแหน่ง

d)

เกิดขึ้น เพราะว่ากองกำลังลูกเสือมีจำนวนไม่มากพอที่จะสู้รบกับข้าศึกอาจจะทำให้แพ้สงครามได้

19.

นายซุ่งเบ๋งทำวิธีใดที่ทำให้นายสวิงหนีทหาร

a)

ลักพาตัว

b)

หลอกว่าแม่ป่วย

c)

หลอกว่าน้องสาวกำลังแต่งงาน

d)

หลอกว่าพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ

20.

ภรรยาน้อยของพระภิรมย์ชื่ออะไร

     

a)

สวิง

b)

แม่เน้ย

c)

แม่แย้ม 

d)

แม่อุไร

21.

หัวใจนักรบ มีโครงเรื่องเกี่ยวกับอะไร

  

a)

การสงคราม

b)

เศรษฐกิจ

c)

การเมือง   

d)

วัฒนธรรม และประเพณี

22.

วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เรื่องหัวใจนักรบเป็นยอดของวรรณคดีด้านใด  

 

a)

ด้านบทละครพูด

b)

ด้านบทละครร้อง

c)

ด้านบทละครนอก

d)

ด้านบทละครรำ

23.

ภาษาที่ใช้ในเรื่องหัวใจนักรบเป็นภาษาแบบใด

  

a)

ภาษาพูดที่เข้าใจได้ง่ายแต่มีความโบราณ     

b)

ภาษาพูดเข้าใจได้ง่ายแต่เวลาพูดจะพูดแบบทำนองเสนาะ

c)

ภาษาพูดเข้าใจได้ง่ายแต่เวลาพูดจะพูดแบบละครเวที

d)

ภาษาพูดที่เข้าใจได้ง่ายทันสมัย เหมาะกับในปัจจุบัน

24.

   สุภาษิตพระร่วงมีที่มาจากอะไร

   

a)

คำสอนของพระมหากษัตริย์

b)

รวมจากวรรณคดีโคลงโลกนิติ

c)

มาจากที่พ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้ประพันธ์

d)

ไม่มีข้อถูก

25.

สุภาษิตพระร่วงแต่งขึ้นในสมัยใด

  

a)

กรุงศรีอยุธยาสุโขทัย

b)

สุโขทัย

c)

รัตนโกสินทร์ตอนต้น

d)

รัตนโกสินทร์ตอนปลาย

26.

ลักษณะคำประพันธ์มีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

โคลง

b)

กาพย์

c)

กาพย์/โคลง

d)

ร่ายสุภาพ/โคลงสองสุภาพ

27.

ใครเป็นผู้แต่งสุภาษิตพระร่วง

a)

สุนทรภู่

b)

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

c)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

ไม่ปรากฏผู้แต่ง

28.

สุภาษิตพระร่วงจารึกอยู่ที่วัดใด

a)

วัดพระแก้ว 

b)

วัดพระศรีมหาโพธิ์

c)

วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม

d)

วัดอรุณราชวราราม

29.

ข้อใดคำความหมายของคำว่า สุนัข

a)

มลัก

b)

ระมัด

c)

สุวาน

d)

ทำใหญ่ 

30.

ข้อใดสอนให้เราเลือกคบคน

a)

พบศัตรูปากปราศัย

b)

ความในอย่าไขเขา

c)

อย่าเบียดเสียดแก่มิตร

d)

อย่าผูกมิตรคนจร

31.

ข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

a)

ตนเป็นไทอย่าคบทาส

b)

คนพาลอย่าพาลผิด อย่าผูกมิตรไมตรี

c)

ยอมิตรเมื่อลับหลัง

d)

คนขำอย่าร่วมรัก

32.

เดินทางอย่าเดินเปลี่ยว หมายถึง

a)

การเดินทางอย่าเดินไปคนเดียว

b)

อย่าเดินทางไปตามที่ร้างไม่มีผู้คน

c)

ไม่ควรเดินทางตามลำพัง

d)

ไม่ควรออกเดินทางไปยังที่ที่มีอันตราย

33.

ในสุภาษิตพระร่วงได้ห้ามการคบคน 4 ประเภท คือ

a)

ทาส คนพาล คนขำ คนจร

b)

ผู้ร้าย คนทรยศ คนไม่ซื่อ ข้าเก่า

c)

คนปากร้าย คนคดโกง คนไม่ซื่อ คนไม่มีหัวนอน

d)

คนวิกลจริต นักโทษ คนหลอกลวง คนน้อยความรู้

34.

ข้อใดถือว่าไม่มีมารยาทที่สุด

a)

อย่าขัดแข็งผู้ใหญ่

b)

ท่านสอนอย่าสอนตอบ

c)

อย่านั่งชิดผู้ใหญ่

d)

ผู้เฒ่าสั่งจงจำความ

35.

อย่ารักห่างกว่าชิด หมายถึง

a)

ให้รักคนที่อยู่ใกล้ตัว

b)

ให้รักญาติพี่น้องมากกว่าคนอื่น

c)

ให้รักเพื่อนมากกว่าคนอื่น

d)

ให้รักครอบครัวกว่ารักญาติ

36.

สุภาษิตพระร่วง มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอย่างไร

a)

ไตรภูมิกถา

b)

ไตรภูมิพระร่วง

c)

บัญญัติพระร่วง

d)

โองการพระร่วง

37.

สุภาษิตพระร่วงมีจุดมุ่งหมายในการแต่งอย่างไร

a)

เพื่อสั่งสอนสตรีที่อยู่ในราชสำนัก

b)

เพื่อสั่งสอนประชาชนทั่วไป

c)

เพื่อเล่นละครในราชสำนัก

d)

เพื่อสั่งสอนข้าราชการ

38.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของเรื่องสุภาษิตพระร่วง

   

a)

เด่นที่อลังการทางภาษา

b)

มีการใช้ภาพพจน์หลายชนิด

c)

ใช้คำน้อยแต่กินความมาก

d)

เน้นใช้คำศัพท์ยากเพื่อสร้างความหมายลึกซึ้ง

39.

โคลงโลกนิติ อ่านว่า

a)

โคลง -โลก-กะ-นิด

b)

โคลง-โล-กะ-นิด

c)

โคลง-โลก-นิ-ติ

d)

โคลง-โล-กะ-นิ-ติ

40.

ที่มาของโคลงโลกนิติมาจากที่ใด

a)

จีนโบราณ

b)

อินเดียโบราณ

c)

ไทยโบราณ

d)

อังกฤษโบราณ

41.

ลักษณะคำประพันธ์ของโคลงโลกนิติเป็นอย่างไร

a)

โคลงหกสุภาพ

b)

โคลงสามสุภาพ

c)

โคลงสองสุภาพ

d)

โคลงสี่สุภาพ

42.

จุดประสงค์ของโคลงโลกนิติคืออะไร

a)

เป็นการสรรเสริญพระมหากษัตริย์

b)

สอนและให้คติเตือนใจ

c)

บันทึกเหตุการณ์สำคัญ

d)

เป็นพุทธบูชา ถวายพระสงฆ์

43.

โคควายวายชีพได้ เขาหนัง

เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้

คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง

เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี

บทนี้สอนเรื่องอะไร

a)

สอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว

b)

สอนให้รู้จักพิจารณาคนและรู้จักคบเพื่อน

c)

สอนให้รู้จักประมาณตน

d)

สอนไม่ให้ทำตามอย่างผู้อื่น

44.

อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย

หยาบบ่มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้

ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา

สุริยะส่องดาราไร้ เพื่อร้อนแรงแสง

หมายถึงอะไร

a)

พระอาทิตย์ให้ความร้อนแก่บริวาร

b)

พระจันทร์ส่องแสงให้แก่ดาว

c)

พระอาทิตย์ส่องแสงให้แก่ดาวที่ไม่มีแสงในตนเอง

d)

พระจันทร์ส่องแสงให้แก่ดาว

45.

"ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา

ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง

คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา

ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์"

จากบทข้างต้นตรงกับสำนวนในข้อใด

a)

ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง

b)

ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง

c)

คบคนพาล พาลพาไปหาผิด

d)

คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล

46.

ข้อใดไม่ได้สอนเรื่องการคบคน

a)

มิตรพาลอย่าคบให้ สนิทนัก

พาลใช่มิตรอย่ามัก กล่าวใกล้

b)

เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์

หายากฝากผีไข้ ยากแท้จักหา

c)

คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา

ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์

d)

ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น นักเรียน

ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า

47.

ข้อใดไม่มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

a)

เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้มาบัง

b)

พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

c)

ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร

d)

กลอุทกในตระกร้า เปี่ยมล้นฤามี

48.

พฤติกรรมของใครปฏิบัติตามหัวใจนักปราชญ์

a)

น้อยเล่นเกม

b)

นิ่มตั้งใจฟังครูและซักถามเมื่อไม่เข้าใจ

c)

น้ำอ่านหนังสือการ์ตูนในห้องเรียน

d)

หนุ่มพูดคุยกับเพื่อนเสียงดังในห้องสมุด

49.

คำสอนในข้อใดไม่ควรยึดถือปฏิบัติตาม

a)

อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย

b)

รู้น้อยว่ารู้มาก เริงใจ

c)

ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า

d)

ทำแต่พอตัวไซร้ อย่าให้คนหยัน

50.

“สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน

กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ

บาปเกิดแต่ตนคน เป็นบาป

บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง”

โคลงบทนี้สรุปความได้ตรงตามข้อใด

a)

ทำดีได้ดีมีที่ไหน

b)

ทำชั่วได้ดีมีถมไป

c)

จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราเอง

d)

ชั่วดีเป็นตราบาปไปจนตาย