wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบก่อนเรียนมิวเทชัน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของคู่เบส

Total questions: 10

Worksheet time: 5mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดมีความหมายเดียวกันกับคำว่า ''การกลาย''

a)

mutation

b)

translation

c)

transcription

d)

protein synthesis

2.

ข้อใดกล่าวผิดต้องเกี่ยวกับการกลาย

a)

มีโอกาสเกิดได้กับสิ่งมีชีวิต

b)

เมื่อสังเคราะห์กรดอะมิโนผิดจากการเกิดมิวเทชั่น อาจส่งผลให้เกิดหรือไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม

c)

เมื่อเกิดมิวเทชั่นแล้ว ทำให้พบรหัส UAA จะทำให้สายพอลิเพปไทก์สั้นลง

d)

การเกิดมิวเทชั่นแบบการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของคู่เบส มีโอกาสเกิดมิวเทชันร้อยละ 100

3.

การเกิดมิวเทชันแบบการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของคู่เบส จัดเป็นการเกิดมิวเทชันในระดับใด

a)

ระดับเนื้อเยื่อ

b)

ระดับเซลล์

c)

ระดับยีน

d)

ระดับโครโมโซม

4.

สาย mRNA สายหนึ่งพบโคดอนตัวสุดท้ายคือ UAA เมื่อเกิดมิวเทชัน ทำให้เปลี่ยนเป็น UAU ซึ่งจะได้กรดอะมิโนไทโรซีน จากข้อความดังกล่าวข้อใดถูกต้อง

a)

ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสายพอลินิวคลีโอไทด์มีความยาวเท่าเดิม

b)

ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากได้กรดอะมิโนตัวเดิม

c)

เกิดมิวเทชันทำให้สายพอลินิวคลีโอไทด์สั้นลง

d)

เกิดมิวเทชันทำให้สายพอลินิวคลีโอไทด์ยาวขึ้น

5.

โรคชนิดใดที่เกิดจากมิวเทชันของการแทนที่ของคู่เบส

a)

โรคโลหิตจางชนิดซิกเคิลเซลล์

b)

ดาวน์ซินโดรม

(Down's syndrome)

c)

โรคตาบอดสี

d)

cat cry syndrome

6.

สาย mRNA สายหนึ่ง เมื่อแปลรหัสเสร็จจะได้จำนวนกรดอะมิโน 8 ชนิด เมื่อเกิดมิวเทชันการแทนที่ของคู่เบส ทำให้ได้จำนวนกรดอะมิโนเท่าเดิม และไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของกรดอะมิโนที่เกิดขึ้น ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ส่งผลต่อการแสดงออกทางพันธุกรรมเนื่องจากเกิดมิวเทชัน

b)

ไม่ส่งผลต่อการแสดงออกทางพันธุกรรมเนื่องจากกรดอะมิโนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงชนิด

c)

ส่งผลต่อการแสดงออกทางพันธุกรรมเล็กน้อย เนื่องจากกรดอะมิโนยังเหมือนเดิม

d)

ไม่ส่งผลต่อการแสดงออกทางพันธุกรรม เนื่องจากความยาวสายพอลิเพปไทด์มีความยาวเท่าเดิม

7.

สาย mRNA สายหนึ่งมีลำดับเบสดังนี้ AUG GUU UCU เมื่อเกิดมิวเทชัน พบว่าเบส A เปลี่ยนเป็นเบส C ในกรณีนี้จะส่งผลต่อการแสดงออกทางพันธุกรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ไม่ส่งผล เนื่องจากสายพอลิเพปไทด์ยาวเท่าเดิมและกรดอะมิโนเปลี่ยนไปเพียงแค่ชนิดเดียว

b)

ไม่ส่งผล เนื่องจากยังได้กรดอะมิโนตัวเดิม

c)

ส่งผล เนื่องจากทำให้สายพอลิเพปไทด์มีขนาดที่ยาวขึ้น

d)

ส่งผล เนื่องจากกรดอะมิโนตัวแรกควรเป็น start codon แต่เปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนชนิดอื่น ทำให้ไม่เกิดการสังเคราะห์โปรตีนขึ้น

8.

ข้อใดคือความผิดปกติของผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจางชนิดซิกเคิลเซลล์

a)

เม็ดเลือดขาวน้อยกว่าปกติ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงส่วนหนึ่งทำหน้าที่แทนเซลล์เม็ดเลือดขาว

b)

เม็ดเลือดขาวมากเกินปกติ ทำให้เกิดภาวะตัวซีด

c)

เม็ดเลือดแดงไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เม็ดเลือดมีอายุสั้นและแตกสลายได้ง่าย

d)

เม็ดเลือดแดงไม่สมบูรณ์ เมื่อป่วยจะทำให้เลือดไหลหยุดช้า

9.

ข้อใดคือมิวเทชันที่เกิดกับโรคโลหิตจางชนิดซิกเคิลเซลล์

a)

คนปกติสังเคราะห์ได้กรดอะมิโนกลูตามิก ผู้ป่วยสังเคราะห์ได้เป็นกรดอะมิโนวาลีน

b)

คนปกติสังเคราะห์ได้กรดอะมิโนกลูตามิก ผู้ป่วยสังเคราะห์ได้เป็นกรดอะมิโนไทโรซีน

c)

คนปกติสังเคราะห์ได้กรดอะมิโนวาลีน ผู้ป่วยสังเคราะห์ได้เป็นกรดอะมิโนกลูตามิก

d)

คนปกติสังเคราะห์ได้กรดอะมิโนวาลีน ผู้ป่วยสังเคราะห์ได้เป็นกรดอะมิโนไทโรซีน

10.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับมิวเทชันระดับยีนแบบการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของคู่เบส

a)

เมื่อเกิดแล้วจะส่งผลต่อการแสดงออกต่อลักษณะทางพันธุกรรมร้อยละ 100

b)

เมื่อเกิดแล้ว จะส่งผลต่อการแสดงออกต่อลักษณะพันธุกรรมก็ต่อเมื่อกรดอะมิโนเปลี่ยนแปลงชนิด

c)

เมื่อมีการเปลี่ยนกรดอะมิโนเพียง 1 ชนิด จะไม่ส่งผลต่อการแสดงออกทางลักษณะทางพันธุกรรม

d)

ถูกทุกข้อ