Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบนิเวศM3

Total questions: 20

Worksheet time: 39mins

Name
Class
Date
1.

ระบบนิเวศ (ecosystem) หมายถึง (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๑)

a)

ระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในแหล่งที่อยู่เดียวกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งความ สัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่นั้นด้วย มีการถ่ายทอดพลังงาน และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ

b)

ระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งไม่มีชีวิต มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งความ สัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่นั้นด้วย มีการถ่ายทอดพลังงาน และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ

2.

ชนิดของระบบนิเวศ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ? ได้แก่ระบบอะไรบ้าง?

a)

2ประเภท

ได้แก่ ระบบนิเวศทะเล

ระบบนิเวศป่าไม้

b)

3 ประเภท

ได้แก่ระบบนิเวศทะเล ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

ระบบนิเวศป่าชายเลน

c)

4ประเภท

ได้แก่ ระบบนเวศทะเล ระบบนิเวศป่าไม้ ระบบนิเวศป่าชายเลน ระบบนิเวศป่าไม้

d)

5 ประเภท

ได้แก่ระบบนิเวศทะเล ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

ระบบนิเวศป่าชายเลน

ระบบนิเวศป่าไม้

ระบบนิเวศชุมชนเมือง

3.

สิ่งรอบตัวเรามีทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตรวมเรียกว่า (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

ระบบนิเวศ (ecosystem)

b)

ระบบนิเวศบนบก (Terrestrial Ecosystem)

c)

ระบบนิเวศในน้ำ (Aquatic Ecosystem)

d)

สิ่งแวดล้อม (environment)

4.

ไลเคน (รากับสาหร่าย) มีความสัมพันธ์กันในรูปแบบใด (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

ภาวะการล่าเหยื่อ (predation)

(+,-)

b)

ภาวะปรสิต (parasitism)

(+,-)

c)

ภาวะพึ่งพากัน (mutualism)

(+,+)

d)

ภาวะอิงอาศัย หรือภาวะเกื้อกูล (commensalism)

(+,+)

5.

ความสัมพันธ์ระหว่างเหาฉลามกับปลาฉลาม (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์

b)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายที่เป็นผู้ล่า (predator) ได้รับ ประโยชน์ ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นเหยื่อ (prey) จะเสียประโยชน์ เพราะ เป็นอาหารของผู้ล่า

c)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายปรสิต (parasite) ได้รับ ประโยชน์อาจอยู่ภายนอกหรืออยู่ ภายในอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถูกอาศัย (host) จะเสียประโยชน

d)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์ (ผู้อาศัย) อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับและไม่เสีย ประโยชน์(ผู้ให้อาศัย)

6.

กาฝากกับต้นไม้ใหญ่(มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายปรสิต (parasite) ได้รับ ประโยชน์อาจอยู่ภายนอกหรืออยู่ ภายในอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถูกอาศัย (host) จะเสียประโยชน

b)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายที่เป็นผู้ล่า (predator) ได้รับ ประโยชน์ ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นเหยื่อ (prey) จะเสียประโยชน์ เพราะ เป็นอาหารของผู้ล่า

c)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์ (ผู้อาศัย) อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับและไม่เสีย ประโยชน์(ผู้ให้อาศัย)

d)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ขาดจากกัน ไม่ได้

7.

ความสัมพันธ์ของกล้วยไม้กับต้นไม้ (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

(+,-)

b)

(+,0)

c)

(-,-)

d)

(+,+)

8.

ข้อใดความสัมพันธ์แบบภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

a)

ตั๊กแตนตำข้าวกับแมลงปอ

b)

ปูเสฉวนกับซีแอนนีโมนี

c)

วัวกับนกเอี้ยง

d)

เหยี่ยวกับนก

9.

ความสัมพันธ์มีทั้งหมด 4 แบบ มีภาวะใดบ้าง?(มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๒)

ให้นักเรียนพิมพ์คำตอบลงในช่องว่างเพื่อตอบคำถาม

(a)  

10.

โซ่อาหาร (food chain) คือ (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๓)

a)

การถ่ายทอดพลังงานมวลสารของสิ่งมีชีวิต

b)

การกินกันของพืชต่อกันเป็นทอดๆ ประกอบไปด้วยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย

c)

การถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตเป็นทอด ๆประกอบไปด้วยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย

d)

การหยุดการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิต

11.

สายใยอาหาร (food web) คือ (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๓)

a)

เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพลังงานที่ซับซ้อน มีโซ่อาหารที่มีความสัมพันธ์กันหลาย ๆ โซ่อาหารในระบบนิเวศ

b)

เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพลังงาน

c)

มีโซ่อาหาร ในระบบนิเวศ

d)

มีการกินต่อกันเป็นทอด ๆ ในระบบนิเวศ เพียงห่วงโซ่เดียว

12.

ให้นักเรียนเรียงลำดับสิ่งมีชีวิตตามบทบาทของผู้ผลิต

ผู้บริโภคลำดับ 1 ผู้บริโภคลำดับ 2 และผู้บริโภคลำดับ 3 ของ มะม่วง เพลี้ยกระโดด นก เหยี่ยว

a)

เหยี่ยว->นก->เพลี้ยกระโดด->มะม่วง

b)

เหยี่ยว->เพลี้ยกระโดด

->นก->มะม่วง

c)

มะม่วง->เพลี้ยกระโดด

->นก->เหยี่ยว

d)

มะม่วง->นก->เหยี่ยว

13.

จากภาพเป็นพีระมิดที่แสดง ปริมาณมวลรวมชีวภาพหรือเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต ในแต่ละลำดับขั้นของการบริโภค ในรูปของน้ำหนักแห้ง (Dry Weight) ต่อ หนึ่งหน่วยพื้นที่ มีชื่อว่าพีระมิดอะไร (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๓)

a)

พีระมิดจำนวน

ของสิ่งมีชีวิต

b)

พีระมิดพลังงาน

ของสิ่งมีชีวิต

c)

พีระมิดมวลของสิ่งมีชีวิต

14.

ผู้ย่อยสลายอินทรียสาร (decomposer) (หมายถึง มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๔)

a)

สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้เป็นสาร อนินทรีย์ ได้แก่ เห็ด รา และแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วไปทั้งในน้ำ อากาศ และดิน

b)

สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ต้องกินสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ เป็นอาหาร

c)

สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารได้เองตามธรรมชาติ ได้แก่ พืชสีเขียว

15.

การสะสมสารพิษในโซ่อาหาร คือ (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๕)

a)

สิ่งมีชีวิตไม่ได้รับทั้งพลังงานและสารพิษต่าง ๆที่มนุษย์ ใช้และทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม สารพิษเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปตามโซ่อาหารไปสู่ผู้บริโภคได้

b)

สิ่งมีชีวิตได้รับทั้งพลังงานและสารพิษต่าง ๆที่มนุษย์ ใช้และทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม สารพิษเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปตามโซ่อาหารไปสู่ผู้บริโภคได้

16.

สาเหตุที่ทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุลคืออะไร (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๖)

a)

การเพิ่มของประชากรอย่างรวดเร็ว

b)

การขยายตัวของเขตเมือง

c)

การใช้สารเคมีและการเกิดโรคระบาด และภัยพิบัติทางธรรมชาต

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

17.

การเปลี่ยนแปลงสภาพการดำรงอยู่ของน้ำตามสภาพแวดล้อมที่ แปรเปลี่ยน ทั้งในสิ่งมีชีวิต อากาศ ดิน และหิน จากระบบหนึ่ง ไปสู่ระบบหนึ่งหมุนเวียนเป็นวัฏจักร คือวัฏจักรอะไร (มฐ. ว๑.๑ ม.๓/๖)

a)

วัฏจักรฟอสฟอรัส (phosphorus cycle)

b)

วัฏจักรไนโตรเจน (nitrogen cycle)

c)

วัฏจักรคาร์บอน (carbon cycle)

d)

วัฏจักรน้ำ (water cycle)

18.

การเปลี่ยนแปลงรูปของธาตุคาร์บอนในสถานะต่างๆที่หมุนเวียนเป็น องค์ประกอบในอากาศ แร่ธาตุ น้ำ สัตว์ และพืช ด้วยกระบวนการ ทางเคมี และการย่อยสลายของจุลินทรีย์จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบ หนึ่ง หมุนเวียนเป็นวัฏจักร เรียกว่าวัฏจักรอะไร

a)

วัฏจักรไนโตรเจน (nitrogen cycle)

b)

วัฏจักรคาร์บอน (carbon cycle)

c)

วัฏจักรฟอสฟอรัส (phosphorus cycle)

d)

วัฏจักรน้ำ (water cycle)

19.

การเปลี่ยนแปลงสภาพของธาตุไนโตรเจน และสารประกอบไนโตรเจน ตามสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนด้วยกระบวนการทางเคมี และการ ย่อยสลายของจุลินทรีย์ ทั้งในสิ่งมีชีวิต อากาศ ดิน หิน และน้ำ จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง หมุนเวียนเป็นวัฏจักร ได้แก่วัฏจักรใด

a)

วัฏจักรฟอสฟอรัส (phosphorus cycle)

b)

วัฏจักรไนโตรเจน (nitrogen cycle)

c)

วัฏจักรคาร์บอน (carbon cycle)

d)

วัฏจักรน้ำ (water cycle)

20.

วัวกินหญ้าเป็นอาหาร แล้วมนุษย์กินวัวต่อตามลำดับ หากหญ้ามีพลังงานสะสมอยู่ 4,400 กิโลแคลอรี

มนุษย์จะได้รับพลังงานจากการกินวัวเท่าใด

a)

880

b)

440

c)

88

d)

44