wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ รายวิชากฏหมาย (ปลายภาค)

Total questions: 55

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

สิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ในกรณีทุพพลภาพเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ใด?

a)

1 มกราคม 2553

b)

1 มกราคม 2554

c)

1 มกราคม 2555

d)

1 มกราคม 2556

2.

ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพสามารถเลือกสถานพยาบาลได้บ่อยแค่ไหน?

a)

ทุกสัปดาห์ 

b)

ทุกสองสัปดาห์

c)

ทุกเดือน

d)

ทุกสามเดือน

3.

หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพมาไม่ครบ 12 เดือน ผู้ประกันตนจะได้รับเงินในส่วนใดบ้าง?

a)

ส่วนของนายจ้างเท่านั้น

b)

ส่วนของนายจ้างและผู้

c)

ส่วนของผู้ประกันตนเท่านั้น

d)

ไม่มีส่วนใดเลย

4.

หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพมาแล้ว 150 เดือน ผู้ประกันตนจะได้รับเงินในส่วนใดบ้าง?

a)

ส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้างเท่านั้น

b)

ส่วนของผู้ประกันตน นายจ้าง และผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี

c)

ส่วนของผู้ประกันตนและผลประโยชน์ตอบแทนประจำปีเท่านั้น

d)

ไม่มีส่วนใดเลย

5.

กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ประกันตนสามารถขอรับค่าบริการทางการแพทย์คืนได้ ประเภทผู้ป่วยนอก

a)

1 ปี

b)

2 ปี

c)

3 ปี

d)

4 ปี

6.

กฎหมายประกันสังคม กำหนดให้ลูกจ้างมีอายุระหว่างเท่าไรต้องเป็นผู้ประกันตน

a)

ตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ และ ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์

b)

 ไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และ ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์

c)

ไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และ ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์

d)

ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และ ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์

7.

กฎหมายว่าด้วยโรงงานเป็นกฎหมายที่สร้างกลไกในการควบคุมการดำเนินกิจการโรงงานตั้งแต่...?

a)

การเริ่มขออนุญาตประกอบกิจการ

b)

การเริ่มประกอบการ

c)


การเริ่มกิจการจนถึงการเลิกกิจการ

d)


การเดินเครื่องจักร

8.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 1

a)


เป็นโรงงานที่ใช้เครื่องจักรกำลังรวมกว่า 5 แรงม้า

b)

เป็นโรงงานที่ไม่มีมลภาวะ

c)

เป็นโรงงานที่ผู้ประกอบการอาจเปิดดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

d)


เป็นโรงงานที่มีคนงานตํ่ากว่า 5 คน

9.

ข้อใดคือกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมกิจการโรงงาน

a)

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

b)

พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

c)

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2563

d)

ถูกทั้งข้อ ก และ ข

10.

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้คำจำกัดความของโรงงานไว้ว่าอย่างไร

a)

อาคาร สถานที่ ที่ประกอบด้วยพนักงาน 20 คน ขึ้นไป

b)

อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป

c)

อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 10 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 10 แรงม้าขึ้นไป

d)

ไม่มีข้อถูก

11.

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2553 กำหนดให้มีการควบคุมกิจการโรงงานกี่ข้อ

a)


5 ข้อ

b)

6 ข้อ

c)

7 ข้อ

d)

8 ข้อ

12.

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดห้ามตั้งโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 ในระยะกี่เมตรจากเขตติดต่อสาธารณสถาน เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล

a)

50 เมตร

b)

60 เมตร

c)

70 เมตร

d)

90 เมตร

13.

ในกรณีที่โรงงานต้องหยุดดำเนินงานเกินกว่า 7 วัน เนื่องจากเพลิงไหม้ต้องทำหนังสือแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในกี่วัน นับจากวันเกิดเหตุ

a)


10 วัน

b)

20 วัน

c)

30 วัน

d)

40 วัน

14.

กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คือกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔

b)

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๓

c)

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓

d)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

15.

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มีกี่ฉบับ

a)

2 ฉบับ

b)

3 ฉบับ

c)

4 ฉบับ

d)

5 ฉบับ

16.

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีผลบังคับใช้เมื่อใด

a)

18 สิงหาคม 2541

b)

19 สิงหาคม 2541

c)

20 สิงหาคม 2541

d)

21 สิงหาคม 2541

17.

ผู้ประกอบการที่มีกิจการจ้างเหมาค่าแรง ซึ่งถือว่าเป็นทั้งนายจ้างของลูกจ้างตนเองและนายจ้างของลูกจ้างซึ่งมารับเหมาค่าแรงในกิจการของตนด้วย คือนายจ้างประเภทใด

a)

นายจ้างตัวจริง

b)

นายจ้างรับมอบ

c)

นายจ้างรับถือ

d)

นายจ้างตัวแทน

18.

ใครมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อมีอำนาจฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

b)

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

c)

นายกรัฐมนตรี

d)

ปลัดกระทรวงแรงงาน

19.

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ได้กำหนดให้ งานทุกประเภทมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินกี่ชั่วโมง

a)

7 ชั่วโมง

b)

8 ชั่วโมง

c)

9 ชั่วโมง

d)

10 ชั่วโมง

20.

ในภาพรวมของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของลูกจ้าง

b)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของนายจ้าง

c)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานตามสภาพที่เป็นจริง

d)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของนายจ้างและลูกจ้าง

21.

เมื่อมีการจ้างแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์มีส่วนเข้ามาบังคับใช้กับการจ้างแรงงานในข้อใด

a)

การจ้างแรงงานในการประกอบกิจการทั่วไป

b)

การจ้างแรงงานในราชการส่วนกลาง

c)

การจ้างแรงงานในราชการ่สวนภูมิภาค

d)

การจ้างแรงงานในราชการส่วนท้องถิ่น

22.

สภาพการจ้าง คือ เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน โดยจะกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ไว้คือข้อใด

a)

วันเวลาในการทำงาน

b)


ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง

c)

ประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง อันเกี่ยวกับการจ้าง

d)

ถูกทุกข้อ

23.

กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบกิจการทั่วไปจะต้องจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้

เมื่อมีลูกจ้างจำนวนกี่คน

a)

มีจำนวนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

b)

มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

c)


มีจำนวนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

d)

มีจำนวนตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

24.

การรวมตัวของบุคคลหรือองค์กรใดๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

กำหนดหลักเสรีภาพข้อใบไม่ถูกต้อง

a)

ลูกจ้างและนายจ้างมีเสรีภาพในการก่อตัวและดำเนินการภายในองค์การของตน

b)

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นสมาคม สหภาพหรือสหพัรธ์

c)

เสรีภาพในการรวมตัวเป็นองค์การเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์การเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

d)

ลูกจ้างในการรวมตัวเป็นองค์การเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเองและขององค์การเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

25.

ผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน กฎหมายวางหลักเกณฑ์ไว้ในข้อใด

a)

ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน

b)

ต้องเป็นลูกจ้างทำงานประเภทเดียวกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน

c)

ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน

d)

ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

26.

ลูกจ้างไม่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน คือข้อใด

a)

ลูกจ้างทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัท

b)

ลูกจ้างทำงานเป็นแม่บ้านของบ้านพัก

c)

ลูกจ้างทำงานในโรงงานอิฐ

d)

ลูกจ้างทำงานในร้านขายหนังสือ

27.

กองทุนประกันสังคมตั้งอยู่ ณ ที่ใด

a)


ที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงมหาดไทย

b)


ที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

c)

ที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

d)

ที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงการคลัง

28.

ประเภทหรือกลุ่มประโยชน์ทดแทน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มี 3 กลุ่ม เป็นผลให้อัตราเงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมแตกต่างกัน คือข้อใดเป็นข้อที่ถูกต้อง

a)

กลุ่มที่ 1 คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตายและคลอดบุตร

กลุ่มที่ 2 คือสงเคราะห์บุตร ชราภาพ

กลุ่มที่ 3 คือ กรณีว่างงาน

b)

กลุ่มที่ 1 คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย

กลุ่มที่ 2 คือสงเคราะห์บุตร ชราภาพ

กลุ่มที่ 3 คือ กรณีว่างงาน

c)

กลุ่มที่ 1 คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย

กลุ่มที่ 2 คือ คลอดบุตร

กลุ่มที่ 3 คือ กรณีสงเคราะห์บุตร และว่างงาน

d)

กลุ่มที่ 1 คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย

กลุ่มที่ 2 คือ คลอดบุตร

กลุ่มที่ 3 คือ กรณีสงเคราะห์บุตร ชราภาพ

29.

มูลนิธิเพื่อถิ่นไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาความเจริญให้แก่ท้องถิ่นมีกองทุนหมุนเวียนของตนเอง และมีรายได้จากการบริจาคทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธา มูลนิธินี้มีลูกจ้างจำนวน 25 คน มูลนิธิในฐานะนายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนตามข้อใด

a)

จ่ายเงินสมทบเป็นรายปีเข้ากองทุนเงินทดทแนตามที่กฎหมายกำหนด

b)

จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนเข้ากองทุนเงินทดแทนตามที่กฎหมายกำหนด

c)


ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน เพราะวัตถุประสงค์ของมูลนิธิมิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ

d)

ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน เพราะมีรายได้น้อยจากการบริจาคเท่านั้น

30.

กฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 สถานประกอบกิจการมีลูกจ้างกี่คนขึ้นไปจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรฐานนี้

a)

ตั้งแต่สิบคนขึ้นไป

b)

ตั้งแต่ยี่สิบคนขึ้นไป

c)

ตั้งแต่สิบห้าคนขึ้นไป

d)


ตั้งแต่สามสิบคนขึ้นไป

31.

นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ เมื่อไม่ได้กำหนดระยะเวลาการจ้างงานไว้ ในกรณีใด

a)

ก่อนเงินเดือนออก 2 วัน

b)

ก่อนเงินเดือนออก 1 อาทิตย์

c)

ก่อนเงินเดือนออก 15 วัน

d)

เดือนก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง

32.

การระงับแห่งสัญญาจ้างแรงงาน ข้อใดถูกต้อง

a)

ระยะเวลา อัตราค่าจ้าง คู่สัญญา

b)

ระยะเวลา การบอกเลิกสัญญา สิทธิลูกจ้าง

c)

ระยะเวลา ตัวคู่สัญญา การบอกเลิกสัญญา

d)


ระยะเวลา ตัวคู่สัญญา ผลประโชน์ต่างตอบแทน

33.

กฎหมายว่าด้วยการละเมิดมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

a)

ป้องกันการละเมิด

b)

ลงโทษผู้กระทำผิด

c)

ชดเชยความเสียหาย

d)

รักษาความสงบเรียบร้อย

34.

การทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงด้วยการกล่าวเท็จหรือบิดเบือนความจริงถือเป็นการละเมิดตามมาตราใด?

a)

มาตรา 420

b)

มาตรา 421

c)

มาตรา 422

d)

 มาตรา 423

35.

กฎหมายว่าด้วยการละเมิดอยู่ในส่วนใดของกฎหมายไทย?

a)

กฎหมายอาญา

b)

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

c)

 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

d)

กฎหมายแรงงาน

36.

การกระทำใดที่ถือว่าเป็นการละเมิดตามมาตรา 421?

a)

การไม่ปฏิบัติตามสัญญา

b)

การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

c)

การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ

d)

การก่ออาชญากรรม

37.

ข้อใดกล่าวถึงการกระทำละเมิดที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้กระทำการ?

a)

มาตรา 420

b)

มาตรา 421

c)

มาตรา 424

d)

มาตรา 429

38.

มาตรา 438 กำหนดเกี่ยวกับอะไร?

a)

องค์ประกอบของการละเมิด

b)

การกระทำโดยเจตนา

c)

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

d)

อายุความของการละเมิด

39.

การละเมิดที่เกิดจากการขัดขวางการประกอบอาชีพหรือธุรกิจหมายถึงข้อใด?

a)

การทำร้ายร่างกาย

b)

การหมิ่นประมาท

c)

การทำลายทรัพย์สิน

d)

การแทรกแซงกิจการของผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

40.

พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?

a)

คุ้มครองสิทธิของนายจ้าง

b)

ส่งเสริมการลงทุน

c)

คุ้มครองความปลอดภัยของลูกจ้างและผู้ที่ทำงาน

d)

กำหนดภาษีในการทำงาน

41.

การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยจะถูกลงโทษอย่างไร?

a)

ปรับหรือจำคุก

b)

แจ้งเตือน

c)

ให้หยุดงาน

d)

เพิ่มค่าแรง

42.

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเพื่อการจัดสถานประกอบการให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย เป็นความรับผิดชอบของใคร

a)

นายจ้าง

b)

ลูกจ้าง

c)

พนักงานตรวจความปลอดภัย

d)

ถูกทุกข้อ

43.

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ กี่หมวด

a)

6

b)

7

c)

8

d)

9

44.

หมวดหน่วยงานรับรองลายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีมาตรากี่มาตรา

a)

1-2 มาตรา

b)

4-9 มาตรา

c)

9-17 มาตรา

d)

10-19 มาตรา

45.

ใครเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติ?

a)

กรมธุรกิจการค้า

b)

กระทรวงการค้า

c)

สำนักงานคณะกรรมการการกำกับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

d)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการเงิน

46.

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ มุ่งเน้นในเรื่องใด?

a)

การสร้างกฎเกณฑ์ใหม่

b)

การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์

c)

การป้องกันการฉ้อโกง

d)

การควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

47.

การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ถือเป็นความผิดตามมาตราใด?

a)

10

b)

11

c)

12

d)

13

48.

การเผยแพร่ข้อมูลที่หมิ่นประมาทผู้อื่นเป็นความผิดตามมาตราใด?

a)

12

b)

13

c)

14

d)

15

49.

การแก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นในเรื่องใดมากที่สุด

a)

การเพิ่มบทลงโทษ

b)

การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

c)

การปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อให้ทันสมัยกับเทคโนโลยี

d)

การขยายขอบเขตการควบคุมสื่อออนไลน์

50.

การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นมีโทษปรับไม่เกินกี่บาท?

a)

30,000 บาท

b)

60,000 บาท

c)

 90,000 บาท

d)

100,000 บาท

51.

การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์โดยปกปิดแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลเป็นความผิดใด?

a)

การทำลายข้อมูล

b)

การดักรับข้อมูล

c)

การทำสแปม (Spamming)

d)

การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

52.

พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฉบับปี 2550 มีกี่มาตรา?

a)

25 มาตรา

b)

30 มาตรา

c)

35 มาตรา

d)

40 มาตรา

53.

การกระทำใดเข้าข่ายเป็นการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ

a)

การใช้คอมพิวเตอร์ที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น

b)

การดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต

c)

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมออนไลน์

d)

การใช้อีเมลส่วนตัว

54.

ข้อใดเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการปลอมแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์

a)

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

b)

การลบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

c)

การเผยแพร่ข้อมูลเท็จในเว็บไซต์สาธารณะ

55.

ข้อใดเป็นบทลงโทษสำหรับการปลอมแปลงเอกสารทางคอมพิวเตอร์

a)

จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ