wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร

Total questions: 40

Worksheet time: 48mins

Name
Class
Date
1.

สารอาหารที่มีการย่อยเกิดขึ้นภายในกระเพาะอาหารเป็นครั้งแรกคือข้อใด

a)

เนื้อวัว

b)

น้ำตาลอ้อย

c)

น้ำมันหมู

d)

ข้าวเหนียว

2.

สัตว์ในข้อใดต่อไปนี้ที่สามารถใช้ส่วนของลำไส้ใหญ่ตอนต้น (caecum) และไส้ติ่ง (appendix) ช่วยในการย่อยสลายเซลลูโลสได้ เนื่องจากมีแบคทีเรียอาศัยอยู่

a)

กบ

b)

เสือ

c)

กระต่าย

d)

จระเข้

3.

การย่อยอาหารที่ปากของมนุษย์เป็นการย่อยแบบใด

a)

เชิงเคมี เพราะมีการสร้างเอนไซม์จากต่อมน้ำลาย

b)

เชิงกล เพราะมีการบดเคี้ยวให้อาหารมีโมเลกุลเล็กลง

c)

เชิงกล และเชิงเคมี เพราะมีทั้งการบดเคี้ยวและการย่อยโดยใช้เอนไซม์

d)

เชิงกล และเชิงเคมี เพราะมีการคลุกเคล้าอาหารจากลิ้นและการย่อยโดยใช้เอนไซม์จากต่อมน้ำลาย

4.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับน้ำดีของคน

a)

สร้างจากถุงน้ำดี

b)

ทำให้ไขมันแตกตัว

c)

เป็นเอนไซม์ย่อยกรดไขมัน

d)

ถูกทุกข้อ

5.

การย่อยอาหารของอะมีบา จัดว่าเป็นการย่อยอาหารในแบบใด

a)

Intracellular digestion

b)

Extracellular digestion

c)

Intercellular digestion

d)

Endocellular digestion

6.

เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารแตกต่างกันคือเอนไซม์ชนิดใด

a)

ทริปซิน , เพปทิเดส

b)

มอลเทส , อะไมเลส

c)

อะไมเลส , ไลเปส

d)

เพปซิน , ทริปซิน

7.

ทางเดินอาหารที่มีการดูดซึมสารอาหารมากที่สุดคือข้อใด

a)

กระเพาะอาหาร

b)

ดูโอดีนัม

c)

เจจูนัม

d)

ไอเลียม

8.

ในลำไส้ใหญ่จะมีแบคทีเรียที่สามารถสร้างวิตามินได้ คือวิตามินชนิดใด

a)

วิตามิน บี 5

b)

วิตามิน บี 6

c)

วิตามิน บี 12

d)

วิตามิน ดี

9.

ลำไส้ใหญ่ส่วนที่ดูดซึมน้ำและวิตามินที่แบคทีเรียสร้างขึ้น คือส่วนใด

a)

ซีกัม

b)

โคลอน

c)

เรกตัม

d)

ไส้ตรง

10.

การกินอาหารของอะมีบาและพารามีเซียมแตกต่างกันอย่างไร

a)

อะมีบามีขาเทียม พารามีเซียมมีซีเลีย

b)

อะมีบามี phagocytosis พารามีเซียมมีซีเลีย

c)

อะมีบามี oral groove พารามีเซียมมี phagocytosis

d)

อะมีบามี phagocytosis พารามีเซียมมี oral groove

11.

ตับอ่อนสามารถผลิตเอนไซม์ใดบ้าง

a)

ไลเปสและทริปซิน

b)

ไลเปสและอะไมเลส

c)

ไลเปสและคาร์บอกซีเพปทิเดส

d)

ไลเปส อะไมเลส และคาร์บอกซีเพปทิเดส

12.

เมื่อเคี้ยวข้าวนานๆ จะรู้สึกว่ามีรสหวานเกิดขึ้น เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

a)

ข้าวมีรสหวานอยู่แล้ว

b)

เอนไซม์ในน้ำลายย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล

c)

การเคี้ยวข้าวให้มีขนาดเล็กลงจะทำให้เกิดความหวาน

d)

มีน้ำตาลปนอยู่ในข้าว เมื่อข้าวสัมผัสกับตุ่มรับรสจึงรู้สึกหวาน

13.

จากสมการต่อไปนี้ สาร ก คือ สารในข้อใด

a)

เพปซิน

b)

ไลเปส

c)

อะไมเลส

d)

ทริปซิน

14.

ผลจากการย่อยน้ำตาลซูโครส จะทำให้ได้สิ่งใด

a)

กลูโคส 2 โมเลกุล

b)

ฟรุกโทสและกาแลกโทส

c)

กลูโคสและกาแลกโทส

d)

กลูโคสและฟรุกโทส

15.

เอนไซม์ในข้อใดที่สามารถทำงานได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด

a)

Lipase

b)

Trypsin

c)

Pepsin

d)

Ptyalin

16.

เอนไซม์ไลเปสเป็นเอนไซม์ที่สร้างขึ้นภายในกระเพาะอาหารแต่ยังไม่ทำงานได้ เป็นเพราะสาเหตุใด

a)

กระเพาะอาหารมีสารอาหารอื่นๆ มากจึงทำให้ไลเปสทำงานได้ไม่ดี

b)

กระเพาะอาหารมีสภาพเป็นเบสสูง แต่ไลเปสชอบกรดจึงทำงานได้ไม่ดี

c)

ไลเปสทำงานได้ไม่ดีเพราะภายในกระเพาะอาหารมีน้ำย่อยเพปซิน

d)

กระเพาะอาหารมีสภาพเป็นกรดสูง แต่ไลเปสชอบเบสจึงทำงานได้ไม่ดี

17.

ข้อใดที่เป็นสาเหตุของอาการท้องผูก

a)

ลำไส้ใหญ่ถูกทำลายโดยแบคทีเรียบางชนิด

b)

เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ถูกทำลาย จึงย่อยกากอาหารไม่ได้

c)

ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับมากเกินไปทำให้อุจจาระแข็ง

d)

เกิดจากการกินอาหารผิดปกติและย่อยยาก

18.

เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารประเภทเดียวกันคือเอนไซม์ชนิดใด

a)

มอลเทส , เพปซิน

b)

เพปซิน , ไลเปส

c)

ไลเปส , ซูเครส

d)

ซูเครส , มอลเทส

19.

อาหารชนิดใด ไม่ได้ ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก

a)

น้ำตาลเพนโตส

b)

กรดไขมัน

c)

กรดแอมิโน

d)

คาเฟอีน

20.

น้ำย่อยที่ย่อยพอลิเพปไทด์ทางปลายด้านหมู่แอมิโน คือ น้ำย่อยชนิดใด

a)

aminopeptidase

b)

dipeptidase

c)

Carboxypeptidase

d)

Peptidase

21.

การหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบเป็นลูกคลื่นที่พบในหลอดอาหารเรียกว่า

a)

peristalsis

b)

hydrolysis

c)

absorption

d)

digestion

22.

ฮอร์โมนแกสตริน(gastrin) หลั่งจากอวัยวะใด

a)

ตับ

b)

กระเพาะอาหาร

c)

ลําไส้เล็ก

d)

ตับอ่อน

23.

สารชนิดใดไม่พบในในเลือดหลังจากอดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

a)

ไคโลไมครอน

b)

LDL

c)

HDL

d)

กลูโคส

24.

ข้อใดแสดงทิศทางการดูดซึมสารอาหารพวก amino acid และ monosaccharide ได้ถูกต้อง

a)

ไมโครวิลลัส>กอลจิคอมเพลกซ์>เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม>หลอดน้ำเหลืองฝอย>หลอดน้ำเหลือง

b)

ไมโครวิลลัส>เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม>กอลจิคอมเพลกซ์>หลอดน้ำเหลืองฝอย>หลอดน้ำเหลือง

c)

ไมโครวิลลัส>หลอดเลือดฝอย>เฮพาทิกพอทัลเวน>ตับ>เฮพาทิกเวน>หัวใจ

d)

ไมโครวิลลัส>หลอดเลือดฝอย>เฮพาทิกเวน>ตับ>เฮพาทิกพอทัลเวน>หัวใจ

25.

ข้อใดแสดงทิศทางการดูดซึมสารอาหารพวก fatty acid และ glycerol ได้ถูกต้อง

a)

ไมโครวิลลัส>กอลจิคอมเพลกซ์>เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม>หลอดน้ำเหลืองฝอย>หลอดน้ำเหลือง

b)

ไมโครวิลลัส>เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม>กอลจิคอมเพลกซ์>หลอดน้ำเหลืองฝอย>หลอดน้ำเหลือง

c)

ไมโครวิลลัส>หลอดเลือดฝอย>เฮพาทิกพอทัลเวน>ตับ>เฮพาทิกเวน>หัวใจ

d)

ไมโครวิลลัส>หลอดเลือดฝอย>เฮพาทิกเวน>ตับ>เฮพาทิกพอทัลเวน>หัวใจ

26.

อวัยวะใดที่เมื่อพบการฉีกขาดของผิว ทำให้เกิดอันตรายมากที่สุด

a)

หลอดอาหาร

b)

กระเพาะ

c)

ลำไส้เล็ก

d)

ลำไส้ใหญ่

27.

สัตว์ในข้อใดไม่สามารถพบรูทวาร

a)

ปลาดาว

b)

พารามีเซียม

c)

หอยแครง

d)

ไส้เดือน

28.

ไส้เดือนกับนกมีอวัยวะใดที่แตกต่าง

a)

ลำไส้

b)

หลอดอาหาร

c)

กึ๋น

d)

กระเพาะอาหาร

29.

ข้อใดถูกต้องเมื่อรับประทานวัวนมรสจืดที่ไม่ได้ปรุงแต่ง

a)

คาร์โบไฮเดรตในนมถูกย่อยที่ลำไส้เล็ก

b)

การย่อยเชิงเคมีเกิดครั้งแรกที่ช่องปาก

c)

ไขมันถูกดูดซึมเข้าหลอดเลือดบริเวณลำไส้เล็ก

d)

กาแล็กโทสดูดซึมที่ลำไส้ใหญ่

30.

อวัยวะใดในระบบทางเดินอาหารที่ไม่มีการย่อยเชิงเคมี

a)

ปาก

b)

หลอดอาหาร

c)

กระเพาะอาหาร

d)

ลำไส้เล็ก

31.

ในน้ำลายคนจะมีเอนไซม์ใด และทำหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด

a)

ไลเปส-ไขมัน

b)

เปปซิน-โปรตีน

c)

มอลเทส-มอลโทส

d)

อะไมเลส-คาร์โบไฮเดรต

32.

ข้อใดคือหน้าที่ของน้ำดี

a)

ช่วยย่อยไขมัน

b)

ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร

c)

ช่วยให้ไขมันแตกตัวมีขนาดเล็กลง

d)

ช่วยย่อยโปรตีน

33.

อาหารจำพวกโปรตีนถูกย่อยเชิงเคมีครั้งแรกที่อวัยวะใด

a)

ปาก

b)

กระเพาะอาหาร

c)

ลำไส้เล็ก

d)

ลำไส้ใหญ่

34.

เห็ด รา มีการย่อยสลายอาหารแบบใด?

a)

การย่อยภายนอกเซลล์

b)

การย่อยภายในเซลล์

c)

การใช้เข็มพิษ

d)

การย่อยด้วยวิธีฟาโกไซโทซิส

35.

อะมีบานำอาหารเข้าสู่เซลล์ด้วยวิธิการใด

a)

ฟาโกไซโทซิส

b)

เอกโซไซโทวิส

c)

ใช้แฟลเจลลา

d)

ใช้ซิเลีย

36.

สิ่งมีชีวิตในข้อใด สามารถใช้กระบวนการย่อยอาหารได้ทั้งภายในและภายนอกเซลล์ได้

a)

ยูกลีนา

b)

พารามีเซียม

c)

ไฮดรา

d)

พลานาเรีย

37.

การที่พลานาเรียมีประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและดูดซึมได้ดีกว่าไฮดรา เพราะข้อใด

a)

มีทางเดินอาหารที่แตกแขนงมากกว่า

b)

กินอาหารได้ในปริมาณที่มากกว่า

c)

มีคอหอยที่แข็งแรงมากกว่า

d)

มีเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยดีกว่า

38.

เพราะเหตุใด สัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ จึงต้องมีการย่อยอาหารทั้งภายในและภายนอกเซลล์

a)

มีอวัยวะในทางเดินอาหารน้อย

b)

มีระยะทางของทางเดินอาหารยาว

c)

มีแบคทีเรียคอยช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร

d)

มีปากกว้าง สามารถนำอาหารเข้าสู่ทางเดินอาหารได้มาก

39.

สิ่งมีชีวิตในข้อใดมีปากเป็นทางให้อาหารเข้าและออก แต่ไม่มีทวารหนักสำหรับขับถ่ายของเสีย

a)

ฟองน้ำและไฮดรา

b)

ไฮดราและพลานาเรีย

c)

พลานาเรียและไส้เดือนดิน

d)

ไส้เดือนดินและกุ้ง

40.

การกินอาหารของสัตว์ปีกหลายชนิด เมื่อกินแล้วจะไม่ส่งอาหารไปย่อยในทันที เนื่องจากสัตว์เหล่านั้นต้องการเก็บอาหารไว้สำรองในการย่อยครั้งต่อไป อวัยวะย่อยดังกล่าวเรียกว่า

a)

กระเพาะพักอาหาร

b)

โพรเวนตริคิวลัส

c)

กระเพาะอาหาร

d)

ต่อมน้ำลาย