NEW
Font size
Worksheetsการผลิตเห็ด
Total questions: 40
Worksheet time: 17mins
1.เห็ด เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มฟังใจ (Fungi) และเป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มจุลินทรีย์ที่
เรียกว่า รา ตรงกับภาษาอังกฤษในข้อใด
Mashroom
Msuhroom
Mushroom
Mushroome
2.เห็ดชนิดใดที่นิยมปลูกในประเทศไทยมากที่สุด?
เห็ดหอม
เห็ดนางรม
เห็ดเข็มทอง
เห็ดฟาง
3.ส่วนประกอบใดของเห็ดที่เป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญที่สุด?
ดอกเห็ด
รากเห็ด
สปอร์
เส้นใยเห็ด
4.เห็ดมีการเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมใด?
สภาพแวดล้อมแห้งและร้อน
สภาพแวดล้อมชื้นและร่มรื่น
สภาพแวดล้อมที่มีแสงแดดจ้า
สภาพแวดล้อมเย็นและแห้ง
5.ส่วนประกอบใดของเห็ดที่ใช้ในการแพร่พันธุ์?
เส้นใยเห็ด
รากเห็ด
ดอกเห็ด
สปอร์
6.คุณค่าทางอาหารของเห็ด
โปรตีน (Protein) และกรดอะมิโน (Amino acids)
วิตามิน (Vitamins) และธาตุอาหาร (Minerals)
ไขมัน (Fat) และคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate)
ถูกทุกข้อ
7.ปัจจุบันการเพาะเห็ดในประเทศไทยมี 3 รูปแบบ ตรงกับข้อใด
การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก (Bag culture)
การเพาะเห็ดกลางแจ้ง (Open field culture)
การเพาะเห็ดในโรงเรือน (Protected culture)
ถูกทุกข้อ
8.ตามภาพ หมายเลข 1 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
ครีบ
เกล็ด
แผ่นวงแหวน
9.ตามภาพ หมายเลข 2 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
ครีบ
เกล็ด
แผ่นวงแหวน
10.ตามภาพ หมายเลข 3 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
ครีบ
เกล็ด
แผ่นวงแหวน
11.ตามภาพ หมายเลข 4 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
ครีบ
เกล็ด
แผ่นวงแหวน
12.ตามภาพ หมายเลข 5 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
กิ่ง
ก้าน
ลำต้น
13.ตามภาพ หมายเลข 6 ตรงกับข้อใด
หมวกเห็ด
กิ่ง
ก้าน
เยื่อหุ้มดอกเห็ด
14.เห็ดส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด?
พืช
สัตว์
รา
แบคทีเรีย
15.วิตามินชนิดใดที่พบได้มากในเห็ด?
วิตามิน A
วิตามิน B
วิตามิน C
วิตามิน D
16.ส่วนใดของเห็ดที่เราใช้เป็นอาหารมากที่สุด?
รากเห็ด
ดอกเห็ด
สปอร์
เส้นใยเห็ด
17.เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์แสงได้หรือไม่?
ได้
ไม่ได้
ได้ในบางชนิด
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
18.ในกระบวนการผลิตเห็ด การใช้สารเคมีใดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด?
ปุ๋ยเคมี
ยาฆ่าเชื้อรา
ยาฆ่าแมลง
สารควบคุมการเจริญเติบโต
19.เห็ดมีส่วนประกอบหลักอะไรบ้าง?
ราก, ลำต้น, ใบ
ราก, ลำต้น, ดอก
ไมซีเลียม, หมวกเห็ด, ก้านเห็ด
ใบ, ลำต้น, ดอก
20.อะไรคือส่วนของเห็ดที่ใช้ในการสืบพันธุ์?
ไมซีเลียม
สปอร์
หมวกเห็ด
ก้านเห็ด
21.ไมซีเลียม (Mycelium) ของเห็ดมีหน้าที่อะไร?
การสร้างสปอร์
การดูดซึมสารอาหาร
การสร้างหมวกเห็ด
การผลิตเมล็ด
22.หมวกเห็ด (Cap) มีหน้าที่อะไร?
สร้างสปอร์
ดูดซึมสารอาหาร
รักษาความชื้น
ขยายตัวในดิน
23.การผลิตเห็ดในระบบปิดมีข้อดีอย่างไร?
ลดการใช้ปุ๋ย
ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ง่าย
เพิ่มปริมาณแสงแดด
ลดการใช้แรงงาน
24.ในการผลิตเห็ดแบบอินทรีย์ วัสดุที่ไม่ควรใช้คืออะไร?
ปุ๋ยคอก
ฟางข้าว
ปุ๋ยเคมี
กากถั่วเหลือง
25.สภาวะแวดล้อมที่สำคัญในการเพาะเห็ดคืออะไร?
ความชื้น
แสงแดด
อากาศ
อุณหภูมิ
26.ตามภาพ รูปร่างของหมวกเห็ด แบบถ้วย ตรงกับข้อใด
F
G
H
I
27.ตามภาพ รูปร่างของหมวกเห็ด แบบชามคว่ำ ตรงกับข้อใด
A
B
C
D
28.ตามภาพ รูปร่างของหมวกเห็ด แบบรูปพัด ตรงกับข้อใด
L
M
N
O
29.การฆ่าเชื้อเห็ดในรูปแบบการใช้ความร้อนชื้นจากไอน้ำ โดยอาศัยหลักความดันของอากาศ ทำให้เกิดความร้อนสูงกว่าอุณภูมิจุดเดือด ลักษณะการฆ่าเชื้อแบบนี้ตรงกับข้อใด
การต้มความร้อนสูง
หม้อนึ่งความดัน
การอบโอโซน
การรมแก๊ส
30.ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ด้านความเป็นกรดเป็นด่าง ซึ่งการเกิดดอกเห็ดจะเกิดได้ดีที่ PH ที่เท่าไหร่?
6
7
8
9
31.จากตาราง เห็ดนางฟ้า มีปัจจัยการเจริญเติบโตด้านอุณภูมิ ในระยะเส้นใย และระยะออกดอก กี่องศาเซลเซียส (Co)
24-28/32-25
24-26/25-32
24-28/25-32
28-32/25-32
32.สาเหตุที่ทำให้เห็ดฟางไม่ออกดอก ข้อใดกล่าวถุูกต้องที่สุด
กองเพาะแฉะเกินไป กองเพาะแน่นเกินไป
อุณหภูมิในกองเพาะหรือใน
โรงเรือนสูงหรือต่ำเกินไป
หัวเชื้ออ่อน หรือแก่เกินไปหรือหัวเชื้อหมดอายุ
ถูกทุกข้อ
33. ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มแมลงศัตรูเห็ด
หนอนแมงวัน, หนอนผีเสื้อ, ผึ้ง
มอดยาสูบ, ,มอดข้าวสาร, แมลงจิ้งหรีด
ด้วงเจาะเห็ด, แมลงหางดีด, หนอนผีเสื้อ
แมงหวี่, แมลงวัน, แมลงทับ
34.ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มโรคของเห็ดถุงที่สำคัญ
เชื้อราดำ ราเขียว ราส้ม
โรคเน่าสีน้ำตาล โรคเน่าเหลือง
โรคราเม็ดผักกาด โรคราเขียว ราเห็ดหมึก
ถูกทุกข้อ
35.การนึ่งก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า ด้วยวิธีการนึ่งแบบลูกทุ่งการนึ่งหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง เป็นวิธีการนึ่งก้อนเชื้อโดยใช้น้ำร้อนธรรมดา อาจใช้ลังถึงหรือถังน้ำมันขนาด 200 สิตร มีฝาปิดและเข็มขัดรัดโดยรอบตรงกลางฝาให้ใช้ตะปู 3 นิ้ว ชนิดผอมเจาะรูไว้ 1 รู เพื่อเป็นทางให้ไอน้ำพ่นออกมาขณะที่นึ่ง ภายในถังนึ่งให้ทำตะแกรงซึ่งอาจทำด้วไม้หรือเหล็ก โดยทำให้สูงกว่าระดับกันถังประมาณ 6 นิ้ว หรืออาจมีหม้อนึ่งสวมอีกใบเพื่อป้องกันไม่ให้ถุงก้อนเชื้อติดด้านข้างหม้อนึ่ง เพราะอาจทำให้ก้อนเชื้อไหม้เสียหาย ข้อดีของการนี่งก้อนเชื้อด้วยหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง คือ ประหยัดค่าเชื้อเพลิง ต้นทุนต่ำ และโอกาสก้อนเชื้อเสียเนื่องจากเชื้ออื่นปนน้อย สำหรับวิธีการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง เริ่มจากการเติมน้ำให้ปริ่มตะแกรงที่วางรองก้อนเชื้อไว้ จากนั้นก้อนเชื้อที่ต้องการนึ่งเข้าไปในถังโดยวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ วางให้ถุงก้อนเชื้อตั้งตรง โดยให้มีช่องเพื่อให้ไอน้ำเข้าไปได้ทั่วถึง หากวางซ้อนทับกันไม่เป็นระเบียบจะทำให้ไอน้ำเข้าไปไม่ทั่วถึง ซึ่งทำให้ไม่สามารถฆ่าเชื้อในก้อนเชื้อเห็ดได้ ใช้ผ้าคลุมก้อนเชื้อด้านบนแล้วปิดฝา รัดเข็มขัดรอบถังด้วยการขันนอตให้แน่น นึ่งให้น้ำเดือดจนกระทั่งเห็นไอน้ำพ่นออกมาจากช่องระบายไอน้ำต่อเนื่องสม่ำเสมอ แล้วจึงจับเวลาในการนึ่ง ซึ่งในระหว่างการนี่งคอยเติมเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอหรือสังเกตดูจากไอน้ำที่พุ่งออกมาจากช่องระบายไอน้ำให้ได้ระดับเดียวกันตลอดเวลา หากไฟดับหรือไม่มีไอน้ำออกมาต้องเริ่มนับเวลาใหม่
จากบทความข้างต้น ข้อดีของการนึ่งด้วยวิธีนี้ ตรงกับข้อใด
ประหยัดค่าเชื้อเพลิง ต้นทุนต่ำ และโอกาสก้อนเชื้อเสียเนื่องจากเชื้ออื่นปนน้อย
ง่าย และสะดวกต่อการนึ่งในปริมาณที่น้อย
ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ไม่มีข้อถูก
36.การเขี่ยหัวเชื้อเห็ดอาจทำเพียงคนเดียวหรือถ้าทำ 2 คน อีกคนจะทำหน้าที่ในการสำเลียงซึ่งทำให้การทำงานได้เร็วขึ้น เพราะการเขี่ยเชื้อจะต้องทำอย่างรวดเร็ว สำหรับวิธีการเขี่ยหัวเชื้อเห็ดนางฟ้าลงในถุงก้อนเชื้อมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้
1. เตรียมถุงก้อนเชื้อไว้ให้พร้อมครั้งละ 40-50 ก้อนขึ้นไป หรือไม่น้อยกว่าที่จะใช้หัวเชื้อให้หมด 1 ขวด เพราะหัวเชื้อ 1 ขวดสามารถเขี่ยใส่ถุงก้อนเชื้อได้ประมาณ 50 ก้อน และวางก้อนเชื้อเรียงกันให้สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรวดเร็ว
2. ก่อนการปฏิบัติงานผู้เขี่ยเชื้อต้องเช็ดมือด้วยเอทธิลแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เข้าไปปฏิบัติงานให้ใช้ผ้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ที่ออกมาจากลมหายใจและปากส่วนศีรษะให้ใช้หมวกหรือผ้าคลุมผมให้มิดชิดและพยายามพูดคุยให้น้อยที่สุด
3. เปิดเอาฝาครอบพลาสติกหรือกระดาษที่หุ้มสำลีออก แต่ยังไม่ต้องดึงจุกสำลีออก และระวังไม่ให้ก้อนสำลีหลุดออกจากคอขวด
4. ใช้ขวดหัวเชื้อกระแทกเบา ๆ เพื่อให้เมล็ดข้าวางขยับตัว แล้วเขย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างที่จับตัวเป็นก้อนด้วยเส้นใยของเชื้อเห็ด ให้กระจายออกจากกันจนร่วน เพื่อสะดวกในการเทหัวเชื้อ
5. นำขวดหัวเชื้อที่เขย่าร่วนดีแล้วมาเปิดจุกสำลีออก และลนไฟฆ่าเชื้อที่ปากขวด ส่วนอีกมือหนึ่งดึงสำลีออกจากปากถุงก้อนเชื้อ แล้วเทเมล็ดข้าวางที่มีเชื้อเห็ดลงไปประมาณ 10-15 เมล็ดด้วยความรวดเร็ว แล้วรีบปิดจุกสำลีที่ถุงก้อนเชื้อตามเดิมทันที
6. ในขณะเขี่ยเชื้อควรตั้งขวดขึ้นเพราะจะเป็นการดูดเอาอากาศที่สกปรกจากภายนอกเข้าไปและควรลนไฟที่ปากขวดหัวเชื้ออยู่บ่อย ๆ เทหัวเชื้อในขวดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดโดยไม่ต้องปิด-เปิดขวดอีก
7. หลังจากนั้นให้เขย่าที่คอถุงก้อนเชื้อเล็กน้อยเพื่อให้เมล็ดข้าววางกระจายไปตามไหล่ถุง ซึ่งจะช่วยให้เส้นใยเดินเต็มถุงเร็วขึ้น
8. หัวเชื้อที่เปิดขวดแล้วควรใช้ให้หมด ถ้าหากมีเหลือไม่ควรนำกลับมาใช้อีก เพราะอาจมีเชื้ออื่นปะปนหรือเชื้ออาจเสียไปแล้ว
จากบทความดังกล่าว ข้อใดกล่าวถูกต้อง
เตรียมถุงก้อนเชื้อไว้ให้พร้อมครั้งละ 40-50 ก้อนขึ้นไป หรือไม่น้อยกว่าที่จะใช้หัวเชื้อให้หมด 1 ขวด
ก่อนการปฏิบัติงานผู้เขี่ยเชื้อต้องเช็ดมือด้วยเอทธิลแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เข้าไปปฏิบัติงานให้ใช้ผ้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ที่ออกมาจากลมหายใจและปากส่วนศีรษะให้ใช้หมวกหรือผ้าคลุมผมให้มิดชิดและพยายามพูดคุยให้น้อยที่สุด
หลังจากนั้นให้เขย่าที่คอถุงก้อนเชื้อเล็กน้อยเพื่อให้เมล็ดข้าววางกระจายไปตามไหล่ถุง ซึ่งจะช่วยให้เส้นใยเดินเต็มถุงเร็วขึ้น
ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
37.การรดน้ำที่เหมาะสมช่วยให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศภายในโรงเรือนเหมาะต่อการเกิดดอกเห็ด แต่น้ำที่ใช้รดให้กับเห็ดควรเป็นน้ำจืดสนิทที่สะอาดและปราศจากสารเคมี หรือสิ่งสกปรกปนเปื้อน ไม่มีกลิ่นหรือสารที่เป็นอันตรายต่อเห็ด หากเป็นน้ำฝนจะดีที่สุด โดยวิธีการรดน้ำเห็ดในโรงเรือนให้ใช้ระบบพ่นฝอยละเอียด ส่วนจำนวนครั้งในการรดขึ้นอยู่กับความชื้นในอากาศ 80-85 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการพิจารณาว่าควรมีกรรดน้ำเมื่อใดนั้น อาจสังเกตจากผิวของก้อนเชื้อคือ เมื่อสังเกตเห็นว่าผิวหน้าก้อนเชื้อแห้งค่อนข้างหมาดจึงรดน้ำ ซึ่งวิธีการค่อนข้างแน่นอนและได้ผลดี แต่โดยทั่วไปให้ถือหลักว่า รดน้ำให้น้อยแต่บ่อยครั้ง จะดีกว่ารดน้ำมากแต่น้อยครั้ง
จากบทความ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
การรดน้ำที่เหมาะสมช่วยให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศภายในโรงเรือนเหมาะต่อการเกิดดอกเห็ด
การพิจารณาว่าควรมีกรรดน้ำเมื่อใดนั้น อาจสังเกตจากผิวของก้อนเชื้อคือ เมื่อสังเกตเห็นว่าผิวหน้าก้อนเชื้อแห้งค่อนข้างหมาดจึงรดน้ำ
รดน้ำให้น้อยแต่บ่อยครั้ง จะดีกว่ารดน้ำมากแต่น้อยครั้ง
ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
38.หลักการเก็บดอกเห็ด หากเห็ดได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธีและเหมาะสม ประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็จะเกิดดอกเห็ดเล็ก ๆ ออกมา หลังจากนั้นดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยดอกเห็ดโตเต็มที่ภายใน 4-5 วัน แต่ส่วนมากจะสามารถเก็บดอกเห็ดได้ในวันที่ 4 ลักษณะดอกเห็ดที่อยู่ในระยะเก็บเกี่ยวได้ สังเกตจากก้านดอกเห็ดหยุดการเจริญเติบโตทางด้านความยาว หมวกดอกเริ่มคลี่ออกมาประมาณครึ่งหนึ่ง หมวกดอกจะหนาและรวมตัวเข้าหากัน ซึ่งดอกเห็ดในกลุ่มเดียวกันอาจมีขนาดและอายุไม่เท่ากัน โดยบางดอกมีการโตเต็มที่แล้ว แต่บางดอกยังมีขนาดเล็ก ในการเก็บต้องเก็บทั้งกลุ่ม ถ้าเก็บเฉพาะดอกใหญ่ออกมาดอกเล็กที่เหลือจะเสียหายการเก็บดอกเห็ดควรเก็บในตอนเช้ามืด วิธีการเก็บดอกเห็ดให้มือจับที่โคนดอกแล้วบิดไปมาและดึงออกมาเบา ๆ หลังจากเก็บดอกเห็ดแล้วให้รดน้ำเพื่อปรับสภาพความชื้น ไม่ควรใช้กรรไกรหรือมีดตัด เพราะเศษเห็ดที่เหลือติดอยู่กับก้อนเชื้อจะเน่าและเกิดเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคเมื่อเก็บดอกเห็ดมาแล้วไม่ควรล้างเห็ดหรือทำให้เห็ดเปียกน้ำ ให้ใช้มีดหรือกรรไกรตัดเอาส่วนโคนที่มีเศษขี้เลื่อยติดออกมา และเรียงผึ่งเห็ดไว้ พร้อมที่จะแพ็คใส่ถุงเตรียมส่งขาย ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าขนาดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะให้ผลผลิตครั้งละ 50-60 กรัม แต่ละก้อนจะให้ผลผลิตประมาณ 3-4 ขีด/ก้อน เห็ดรุ่นที่ 2-3 ขึ้นไปดอกเห็ดที่ได้จะสมบูรณ์และปริมาณผลผลิตจะสูงกว่ารุ่นแรกและรุ่นหลัง ๆ เก็บดอกเห็ดไปจนกว่าจะหมดอาหารในก้อนเชื้อ
จากบทความ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
เก็บดอกเห็ดควรใช้กรรไกรหรือมีดตัด แล้วให้รดน้ำเพื่อปรับสภาพความชื้น
หากเห็ดได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธีและเหมาะสม ประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเกิดดอกเห็ดเล็ก ๆ ออกมา
วิธีการเก็บดอกเห็ดให้มือจับที่โคนดอกแล้วบิดไปมาและดึงออกมาเบา ๆ
ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าขนาดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะให้ผลผลิตครั้งละ 20-40 กรัม
39.จากตารางปัจจัยหลักที่ทำให้เห็ดเจริญเติบโต ข้อใดกล่าวถูกต้อง
เห็ดนางรม ออกดอกที่อุณหภูมิ 22-23 Co ความชื้น(%) 70-80
เห็ดภูฏาน การบ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 28-38 Co ความชื้น(%) 70-90
เห็ดหูหนู ออกดอกที่อุณหภูมิ 25-35 Co ความชื้น(%) 85
เห็ดหอม บ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 22-25 Co ความชื้น(%) 60-80
40.โรงเรือนเพาะเห็ดถือว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเพาะเห็ดเพราะสามารถช่วยรักษาความชื้นซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และยัป้องกันลม แสง โดยโรงเรือนสามารถแบ่งออกเป็นประเภท คือ โรงเรือนแบบถาวร และโรงเรือนแบบชั่วคราว ในการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดจะต้องคำนึงถึงกลุ่มเห็ดแต่ละแหล่งอุณหภูมิ ในการตั้งโรงเรือนเพาะเห็ดต้องพิจารณาในเรื่องของสภาพภูมิอากาศ ที่ดิน ทิศทางลม การคมนาคม พื้นที่ และความห่างไกลระหว่างที่พักกับโรงเรือนเพาะเห็ดซึ่งคุณสมบัติของโรงเรือนที่ดีนั้นต้องสามารถบังแดด และเก็บความชื้นได้ดี ระบายอากาศได้บ้าง โดยโรงเรือนสำหรับการเพาะเห็ดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรงเรือนบ่มเชื้อเห็ด ซึ่งเป็นโรงเรือนที่ใช้สำหรับพักก้อนเชื้อเห็ดก่อนการเปิดดอก และโรงเรือนเปิดเห็ดใช้สำหรับให้เห็ดออกดอกโดยเฉพาะส่วนประกอบของโรงเรือนซึ่งประกอบด้วย ฝ่าผนัง เสา ชั้นวางก้อนเชื้อเห็ด มี 3 รูปแบบคือแบบตัว H แบบตัว A และแบบแขวน พื้นโรงเรือน และประตูโรงเรือน ในการให้ความชื้นภายในโรงเรือนควรมีระบบพ่นฝอยเพื่อให้ความชื้น การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูเห็ดภายในโรงเรือนมี 4 ช่วงได้แก่ ในระยะเตรียมโรงเรือน ในระยะโรยเชื้อเห็ด ในระยะเก็บเกี่ยวรุ่นแรก และในระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นที่ 2 และ 3 ส่วนต้นทุนในการสร้างโรงเรือนเห็ดในแต่ละภาคมีความแตกต่างกันเนื่องจากมูลค่าของวัสดุ และขนาดของโรงเรือน
จากบทความ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
โรงเรือนเพาะเห็ดสร้างให้ดีที่สุด แม้งบประมาณทุนสร้างจากสูงก็ตาม
โรงเรือนเพาะเห็ดต้องสร้างด้วยอิฐ บล๊อคเท่านั้น
โรงเรือนเพาะเห็ดไม่ต้องพิจารณาในเรื่องของสภาพภูมิอากาศ ที่ดิน ทิศทางลม การคมนาคม พื้นที่ และความห่างไกลระหว่างที่พักกับโรงเรือน
โรงเรือนสำหรับการเพาะเห็ดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรงเรือนบ่มเชื้อเห็ด และโรงเรือนเปิดเห็ด
