wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กฎหมายแพ่งแสนง่ายดาย

Total questions: 62

Worksheet time: 1hrs 2mins

Name
Class
Date
1.

แดงเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดแปลงหนึ่ง ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ดำราคา 10 ล้านบาท โดยชำระเงินมัดจำให้แก่แดงไปเป็นเงิน 5 แสนบาท และตกลงจะไปทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่วันที่ 10 พค 2558 เมื่อถึงกำหนดแดงไม่ไปจดทะเบียนโอนให้แก่ดำ แต่ปรากฎว่าแดงจดทะเบียนยกที่ดินให้แก่ขาวน้องสาวของแดง โดยขาวไม่ทราบว่าแดงทำสัญญาขายที่ดินให้แก่ดำแล้ว เช่นนี้ดำมีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียนระหว่างแดงและขาวได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ดำไม่มีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียน เพราะดำไม่ใช่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน

b)

ดำมีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียน เพราะดำเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนแล้ว

c)

ดำมีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียน เพราะดำเป็นเจ้าหนี้จึงชอบที่จะขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้

d)

ดำไม่มีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียน เพราะดำยังไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้

2.

ขาวมีที่ดินแปลงหนึ่งแต่กลับปล่อยให้ประชาชนทั่วไปใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นถนนสัญจรมากกว่า 40 ปี และยอมรัยสภาพถนนว่าเป็นซอย อีกทั้งขาวไม่เคยหวงกันการใช้ถนนดังกล่าวเลย ต่อมาปรากฏว่าขาวมีความประสงค์จะก่อสร้างอาคารในที่ดินแปลงดังกล่าว จึงได้เข้ามาหวงกันและแสดงความเป็นเจ้าของในภายหลัง จนได้มีการให้ชาวบ้านที่ใช้ถนนดังกล่าวทำบันทึกถ้อยคำยอมรับสิทธิของขาวเหนือที่ดินแปลงนั้น ให้วินิจฉัยว่า การย้อนกลับมาหวงกัพนอ้างสิทธิเหนือที่ดินของขาวจะมีผลให้ขาวกลับมาเป็นเจ้าของที่ดินตามเดิมหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

มีผลให้ขาวกลับมาเป็นเจ้าของที่ดินตามเดิ เพราะยังไม่ถือว่าขาวอุทิศที่ดินดังกล่าวเป็นทางสาธารณะ

b)

มีผลให้ขาวกลับมาเป็นเจ้าของที่ดินตามเดิม เพราะขาวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิย่อมมีอำนาจตาม 1336 ที่จะขัดขวางมิให้ผู้อื่นทำการรบกวนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของขาว

c)

ไม่มีผลให้ขาวกลับมาเป็นเจ้าของที่ดินเพราะถือว่าขาวอุทิศที่ดินของตนเป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

3.

ดำมีที่ดินแปลงหนึ่ง ราคา 1 ล้านบาท ต่อมาปรากฎว่าเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 ดำถึงแก่ความตายโดยไม่มีมีทายาทโดยธรรมและไม่ได้ทำพินัยกรรมเลย ขาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของดำจึงได้ปลอมพินัยกรรมของดำโดยระบุให้ขาวเป็นผู้จัดการมรดก ภายหลังขาวได้นำที่ดินของดำจดทะเบียนโอนขายให้แก่แดง โดยแดงไม่ทราบมาก่อนเลยว่าขาวได้ที่ดินมาจากการปลอมพินัยกรรม ให้วินิจฉัยว่า แดงมีสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด

a)

แดงมีสิทธิในที่ดินพิพาท เพราะการทำสัญญาซื้อขายที่ดินทำถูกต้องตามแบบของกฎหมาย กรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมโอนไปยังแดงผู้ซื้อ

b)

แดงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท เพราะที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ห้ามมิโอนให้กัน แม้แดงจะสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็ตาม

c)

แดงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท เพราะขาวได้ที่มาจากการปลอมพินัยกรรมของดำ

d)

แดงมีสิทธิในที่ดินพิพาท เพราะแดงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่พิพาทโดยทางนิติกรรม เมื่อการซื้อขนายทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แดงจึงได้รับความคุ้มครองตาม 1299 ว แรก

4.

ส้มอนุญาตให้ขาวใช้ที่ดินของส้มประกอบธุรกิจชั่วคราวโดยมิได้ขายที่ดินให้แก่ขาวต่อมาขาวได้นำดินมาถมในที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการของตนและขาวได้ปลูกต้นสนไว้ 10 ต้นบนที่ดินของส้ม โดยประสงค์จะปลูก 6-8 ปี เมื่อต้นสนโตเต็มที่ขาวจะตัดต้นสนดังกล่าวขาย ให้วินิจฉัยว่าดินที่ขาวนำมาถมและต้นสน 10 ต้นเป็นส่วนควบกับที่ดินของส้มหรือไม่

a)

ดินและต้นส้มไม่เป็นส่วนควบกับที่ดินของส้ม

b)

ดินและต้นส้มเป็นส่วนควบกับที่ดินของส้ม

c)

ดินเป็นส่วนควบ

แต่ต้นสนไม่เป็นส่วนควบ

d)

ดินไม่เป็นส่วนควบ

แต่ต้นสนเป็นส่วนควบ

5.

ขาวและเขียวเป็นเจ้าของรวมในที่ดินสองแปลง หากปรากฏว่าขาวนำที่ดินแปลงที่หนึ่งเฉพาะส่วนของตนไปจดทะเบียนขายให้แก่ดำและขาวนำที่ดินแปลงที่สองทั้งแปลงไปจดทะเบียนจำนองต่อม่วง โดยการจดทะเบียนขายและการจดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว ไม่ได้รับความยินยอมจากเขียวแต่อย่างใด ต่อมาเขียวทราบจึงโต้แย้งว่า การจดทะเบียนขายที่ดินและการจดทะเบียนจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้วินิจฉัยว่าข้อโต้แย้งของเขียวทั้งสองประการฟังขึ้นหรือ

a)

ฟังขึ้นทั้งสองประการ

b)

ฟังไม่ขึ้นทั้งสองประการ

c)

ประการแรกฟังขึ้น

ประการหลังฟังไม่ขึ้น

d)

ประการแรกไม่ฟังขึ้น

ประการหลังฟังขึ้น

6.

เอครอบครองที่ดินมีโฉนดของบีด้วยความสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของครบระยะเวลา 10 ปีแบ้ว เอจึงยื่นคำร้องขอให็สาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรกปักษ์ บียื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีดังกล่าวด้วย ต่อมาศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะเอไม่ชำระค่าขึ้นศาล ภายหลังศาลมีคำสั่งดังกล่าว บีก็ยังคงเพิกเฉยปล่อยให้เอครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวต่อไป ให้วินิจฉัยว่า การที่บียื่นคำคัดค้านจะถือว่าเอครอบครองที่ดินด้วยความสงบหรือไม่ และมีผลต่อการยับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ของเอหรือไม่

a)

เอครอบครองที่ดินด้วยความสงบ และไม่มีผลต่อการนับระยะเวลาการครอบครอง

b)

เอครอบครองที่ดินด้วยความไม่สงบ และมีผลต่อการนับระยะเวลาการครอบครอง

c)

เอครอบครองที่ดินด้วยความสงบ แต่มีผลต่อการนับระยะเวลาการครอบครอง

d)

เอครอบครองที่ดินด้วยความไม่สงบ แต่ไม่มีผลต่อการนับระยะเวลาการครอบครอง

7.

โทเป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งตกลงให้เอกมีสิทธิเหนือพื้นดินด้วยการปลูกบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินได้ตลอดชีวิตของเอก โดยการตกลงดังกล่าวโอและเอกมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาโทถึงแก่ความตาย โดยมีตรีเป็นเพียงทายาทคนเดียว ให้วินิจฉัยว่า หากตรีไม่ประสงค์จะให้เอกอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าวต่อไป ตรีจะฟ้องขับไล่เอกได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ฟ้องขับไล่เอกได้ เพราะข้อตกลงระหว่างเอกและโทไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

b)

ฟ้องขับไล่เอกได่ เพราะตรีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

c)

ฟ้องขับไล่เอกไม่ได้ เพราะสิทธิและหน้าที่ตามข้อตกลงระหว่างเอกและโทเป็นมรดกแก่ตรีซึ่งเป็นทายาท

d)

ถูกทั้ง ก. และ ข.

8.

ดำเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งที่ดินของดำติดกับที่ดินของแดง ภายหลังดำได้ตกลงให้แดงใช้ที่ดินของตกเป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ โดยข้อตกลงดักล่าวไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แดงใช้ถนนดังกล่าวเป็นระยะเวลา 4 ปี ต่อมาดำตาย ขาวซึ่งเป็นทายาทรับที่ดินมรกดกดังกล่าวและได้จดทะเบียนขายให้แก่เขียวบุคคลภายนอก โดยเขียวทราบดีว่าแดงได้ใช้ถนนบนที่ดินเป็นทางเข้าออก ให้วินิจฉัยว่า หากเขียวสร้างกำแพงปิดกั้นถนน แดงจะสามารถฟ้องเขียวโดยอ้างภาระจำยอมได้หรือไม่

a)

ฟ้องได้ เพราะข้อตกลงดังกล่าวย่อมผูกพันเขียวด้วย

b)

ฟ้องได้ เพราะเขียวทราบดีอยู่แล้วในขณะรับโอนที่ดิน ว่าแดงใช้ทางดังกล่าวเข้าออกอยู่ เขียวจึงไม่สุจริต

c)

ฟ้องไม่ได้ เพราะแม้เขียวไม่สุจริต แต่เขียวเป็นบุคคลภายนอก มิใช่คู่สัญญาแต่อย่างใด

d)

ผิดทุกข้อ

9.

ดำเป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง ดำได้ทำสัญญาเงินกู้กับขาวจำนวน 1 ล้านบาทและได้มอบโฉนดให้ขาวยึดถือไว้เป็นประกันหนี่เงินกู้ ต่อมาดำได้ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่แดง โดยแดงทราบดีอยู่แล้วว่าดำเป็นหนี้ขาวตามสัญญากู้ยืมเงิน ให้วินิจฉัยว่าระหว่างแดงกับขาวใครมีสิทธิในที่ดินดีกว่ากัน

a)

แดงมีสิทธิดีกว่าเพราะนิติกรรมการซื้อขายทำถูกต้องตามมาตรา 1299

b)

ขาวมีสิทธิดีกว่า เพราะขาวเป็นเจ้าหนี้ของดำ

c)

ขาวมีสิทธิดีกว่า เพราะขาวเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน

d)

ถูกทั้ง ก. และ ข.

10.

เอกเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งได้ตกลงให้ได่เข้ามาปล฿กบ้านและอาศัยในที่ดินดังกล่าว โดยแจ้งต่อไก่ว่าถ้ามีเงินพอที่จะชำระค่าที่ดินเมื่อใดก็จะขายที่ดินให้ได่ หากต่อมาไก่ได้ตรอบครองทีดินของเอกเป็นระยะเวลา 10 ปี และได้ยืนคำร้องขอต่อศาลให้ตนได้ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ หากท่านเป็นศาลจะวินิจฉันคำร้องของไก่อย่างไร เพราะเหตุใด

a)

ยกคำร้อง เพราะได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวแทนเอก

b)

ยกคำร้อง เพราะได้ครอบครองที่ดินด้วยความไม่สงบ

c)

ยกคำร้อง เพราะได้ครอบครองที่ดินโดยไม่เปิดเผย

d)

ถูกทุกข้อ

11.

เก่งเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินให้แก่กล้า แต่มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยในวันทำสัญญาเก่งได้ส่งมอบที่ดินแปลงดังกล่าวให้กล้าเข้าครอบครองแล้ว ให้วินิจฉัยว่า หากต่อมาเก่งเรียกร้องให้กล้าคืนที่ดินให้แก่เก่งโดยอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆะ ข้ออ้างของเก่งฟังขึ้นหรือไม่

a)

ฟังขึ้น เพราะสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ

b)

ฟังไม่ขึ้น เพราะเก่งสละการครอบครองแล้ว

c)

ฟังขึ้น เพราะเทื่อสัญญาเป็นโมฆะ กล้าจึงต้องคืนที่ดินให้เก่ง

d)

ถูกทั้ง ก. และ ค.

12.

เอกทำสัญญาซื้อขายที่ดินมีโฉนดแก่นายโท โดยเอกได้ส่งมองที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่โทในวันทำสัญญาแล้ว และโทได้ชำระราคาที่ดิรให้แก่เอกครบถ้วนแล้ว ซึ่งต่อมาโทได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นระยะเวลา 12 ปี ให้วินิจฉัยว่า โทจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวหรือไม่ และเอกจะได้ฟ้องขับไล่โทออกจากที่ดินดังกล่าวได้หรือไม่

a)

โทได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน และเอกฟ้องขับไล่โดไม่ได้

b)

โทไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน และเอกฟ้องขับไล่โทได้

c)

โทได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่เอกฟ้องขับไล่โทได้

d)

โทไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน และเอกฟ้องขับโทไม่ได้

13.

ดำปลูกข้างบ้านลงบนที่ดินของดำทั้ง 2 แปลงโดยที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวมีอาณาเขตติดต่อกัน ต่อมาดำถูกเขียวฟ้องเป็นคดีแพ่งให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน ศาลพิพากษาให้เขียวชนะคดีแต่ดำไม่ชำระหนี้เขียวจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแปลงแรกนำออกมาขายทอดตลาดโดยมีขาวเป็นผู้ซื้อที่ดินได้ ซึ่งข่าวรู้อยู่แล้วว่าที่ดินดังกล่าวมีบ้านของดำปลูกสร้างอยู่ ให้วินิจฉัยว่าขาวจะฟ้องให้ดำรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินแปลงแรกได้หรือไม่

a)

ได้เพราะขาดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

b)

ไม่ได้เพราะดำปลูกสร้างบ้านโดยสุจริต

c)

ไม่ได้เพราะข่าวรู้อยู่แล้วว่าที่ดินมีบ้านปลูกอยู่จึงไม่สุจริต

d)

ถูกทั้ง ข.และ ค.

14.

 แดงเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดได้ตกลงขายที่ดินดังกล่าวให้แก่ขาวในราคา 1 ล้านบาทปรากฏว่าก่อนที่แดงจะจดทะเบียนโอนให้ที่ดินแก่ขาวนั้นแดงทราบว่าบริเวณใกล้ๆกับที่ดินแปลงนั้นจะมีการสร้างห้างสรรพสินค้าและสร้างถนนตัดผ่านทำให้ราคาของที่ดินสูงขึ้นมากและแดงไม่ต้องการขายที่ดินให้กับข้าวอีกต่อไปแดงจึงสมคบกับดำจดทะเบียนโอนขายที่ดินโดยไม่มีการชำระราคากันจริงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ขาวได้รับโอน ให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างแดงและดำมีผลทางกฎหมายอย่างไรและขาวต้องฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาดังกล่าวภายในอายุความใด 


a)

สัญญาซื้อขายระหว่างแดงและดำมีผลสมบูรณ์และขาวต้องฟ้องเพิกถอนภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่ขาวทราบถึงการทำสัญญานั้น

b)

สัญญาซื้อขายระหว่างแดงและดำมีผลเป็นโมฆียะและขาวต้องฟ้องเพิกถอนภายในเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ทำนิติกรรมนั้น


c)

สัญญาซื้อขายระหว่างแดงและดำมีผลเป็นโมฆะและขาวจะฟ้องเพิกถอนเมื่อใดก็ได้

d)

สัญญาซื้อขายระหว่างแดนและดำมีผลเป็นโมฆะแต่ขาวต้องฟ้องเพิกผ่อนภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ทำนิติกรรมนั้น

15.

เขียวมีความจำเป็นต้องใช้เงินและต้องการจะจำนองที่ดินของตนไว้กับธนาคาร แต่หากเขียวเป็นผู้จำนองเองจะได้รับเงินน้อย เขียวจึงสมคบกับม่วงตกลงจดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับม่วงก่อนแล้วให้ม่วงนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองกับธนาคารอีกทีหนึ่ง ต่อมาปรากฏว่าราคาที่ดินแปลงดังกล่าวสูงขึ้นมากเขียวจึงต้องการที่ดินคืนแต่ม่วงไม่ยอมคืนให้ ให้วินิจฉัยว่าสัญญาขายฝากระหว่างเขียวและม่วงมีผลทางกฎหมายอย่างไรและเขียวมีสิทธิฟ้องม่วงให้คืนที่ดินให้แก่เขียวหรือไม่

a)

มีผลเป็นโมฆะและเขียวมีสิทธิฟ้องม่วงให้คืนที่ดินให้แก่เขียว

b)

มีผลสมบูรณ์และเขียวไม่มีสิทธิฟ้องม่วงให้พื้นที่ดินให้แก่เขียว

c)

มีผลเป็นโมฆียะและเขียวมีสิทธิฟ้องม่วงให้พื้นที่ดินให้แก่เขียว

d)

มีผลเป็นโมฆะแต่เขียวไม่มีสิทธิฟ้องม่วงให้พื้นที่ดินให้แก่เขียว

16.

เหลืองเป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งได้ตกลงขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับแดง โดยมีข้อตกลงว่าแดงจะโอนเงินค่าที่ดินให้แก่เหลืองผ่านทางบัญชีเงินฝากของฟ้าบุตรของเหลืองก่อนแล้วเหลืองจะดำเนินการจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่แดง ปรากฏว่าแดงได้หลอกลวงเหลืองว่าโอนเงินค่าที่ดินเข้าบัญชีฟ้าครบถ้วนแล้วทั้งๆที่แดงยังไม่ได้โอนเงินแต่อย่างใด เหลืองหลงเชื่อจึงดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่แดงให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายระหว่างเหลืองและแดงมีผลทางกฎหมายอย่างไร

a)

มีผลเป็นโมฆะเพราะเหลืองแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม

b)

มีผลสมบูรณ์เพราะคำเสนอคำสนองระหว่างเหลืองและแดงถูกต้องตรงกันแล้ว

c)

มีผลเป็นโมฆียะเพราะเหลืองถูกแดงใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของฟ้าแล้ว

d)

ผิดทุกข้อ

17.

ดำทำสัญญากู้ยืมเงินจากแดงจำนวน 500,000 บาท ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดชำระคืนตามสัญญาดำไม่มีเงินชำระให้แก่แดง แดงจึงขอให้ตำรวจไปขู่ดำให้คืนเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อชำระหนี้ให้แก่แดงไม่เช่นนั้นจะจับกุมดำ ให้วินิจฉัยว่า หากดำกลัวจึงชำระหนี้ให้แก่แดงไปจะมีผลทางกฎหมายอย่างไรเพราะเหตุใด

a)

การชำระหนี้สมบูรณ์เพราะเป็นการขุว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม

b)

การชำระหนี้เป็นโมฆะเพราะเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล

c)

การชำระหนี้มีผลโมฆะเพราะมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามจัดแจ้งโดยกฎหมาย

d)

การชำระหนี้เป็นโมฆียะเพราะเป็นการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม

18.

ขาวเป็นหนี้ค่าสินค้าของเขียวจำนวน 10,000 บาท เขียวได้ติดตามทวงถามให้ข่าวชำระเรื่อยมา วันหนึ่งเขียวได้เข้าไปในร้านค้าของขาวเพื่อทวงหนี้ โดยเอาเท้าวางบนโต๊ะ แล้วพูดกับลูกค้าในร้านว่าสินค้าไม่มีคุณภาพและบอกร้านค้าข้างเคียงว่าขาวเป็นหนี้เขียวแล้วไม่ยอมชำระ จนขาวยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้วินิจฉัยว่าพฤติการณ์ถือว่าเป็นการข่มขู่หรือไม่

a)

ถือเป็นการข่มขู่แต่เป็นการข่มขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม

b)

ไม่ถือเป็นการข่มขู่เพราะเป็นแต่เพียงการกระทำเพื่อให้เกิดความกลัวเท่านั้น

c)

ถือเป็นการข่มขู่เพราะมีภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรงถึงขนาดแล้ว

d)

ไม่ถือเป็นการข่มขู่เพราะมิได้มีภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรงถึงขนาด

19.

การคิดดอกเบี้ยข้อใดถูกต้อง

a)

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่กัน แต่ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรม ให้ใช้อัตราร้อยละ 3 ต่อปี

b)

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กัน แต่มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรม ให้ใช้อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

c)

สำหรับหนี้เงิน ถ้าในสัญญาไม่ได้ระบุดอกเบี้ยไว้ให้คิดร้อยละ 3 ต่อปี แต่เมื่อมีการผิดนัดให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี

d)

สำหรับหนี้เงิน ถ้าในสัญญาไม่ได้ระบุดอกเบี้ยไว้ให้คิดร้อยละ 5 ต่อปี แต่เมื่อมีการผิดนัดให้คิดดอกเบี้ยระหว่างปิดนัดได้ร้อยละ 5 ต่อปี

20.

สัญญาใดบ้างที่ถือว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่มีวัตถุประสงค์

เป็นการก่อให้เกิดหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่ง

a)

สัญญาเช่าซื้อ

b)

สัญญาเช่าทรัพย์

c)

สัญญาจะซื้อจะขาย

d)

ถูกทุกข้อ

21.

ดำทำสัญญากู้ยืมเงินขาวจำนวน 2 ล้านบาท โดยมีข้อกำหนดชำระเงินต้นคืนวันที่ 21 มิถุนายน 2564 

เมื่อครบกำหนดแล้วดำไม่ชำระเงินต้นให้แก่ขาว แต่ดำยังควรผ่อนชำระเงินให้แก่ขาวเรื่อยมา

ให้วินิจฉัยว่า หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินระหว่างดำและขาวเป็นหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้หรือไม่เพราะเหตุใด

a)

เป็นหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ เพราะมีการกำหนดวันชำระหนี้ไว้ในสัญญาแล้ว

b)

ไม่เป็นหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ เพราะขาวไม่ได้ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญ

c)

เป็นหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้เพราะแม้ขาวปล่อยให้ดำผ่อนชำระเงินก็ยังคงต้องถือกำหนดเวลาชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินอยู่

d)

ถูกทั้ง ก. และ ค.

22.

แดงกู้ยืมเงินจากดำจำนวน 100,000 บาทโดยการกู้เงินนั้นไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใดต่อมาปรากฏว่า

แดงตกลงทำสัญญาใหม่กับดำเป็นสัญญาขายฝาก โดยมีจำนวนหนี้เท่ากับจำนวนเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน

ให้วินิจฉัยว่า ดำมีสิทธิเรียกให้แดงชำระหนี้ตามสัญญาขายฝากฉบับใหม่ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ไม่มีสิทธิ เพราะการกู้ยืมเงินไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้

b)

ไม่มีสิทธิ เพราะการกู้ยืมเงินไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

c)

มีสิทธิ เพราะแม้การกู้ยืมเงินในตอนแรกจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ แต่คู่สัญญาก็ยังมีสิทธินำมูลหนี้ดังกล่าวมาแปลงนี้ใหม่ได้

d)

ถูกทั้ง ก. และ ข.

23.

น้ำเป็นลูกจ้างของเขียว มีหน้าที่ขับรถยนต์ไปส่งสินค้าตามคำสั่งของเขียว ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2564

ขณะที่น้ำกำลังขับรถยนต์ไปส่งสินค้าอยู่นั้น ขาวได้ขับรถโดยละเมิดชนรถของน้ำ เป็นเหตุให้น้ำได้รับอันตรายสาหัสในวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เขียวจึงได้จ่าย ให้วินิจฉัยว่า หากเขียวจะฟ้องข่าวให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่เขียวจ่ายไปทั้งหมด  เขียวจะมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากขาวนับแต่วันใด และในอัตราร้อยละเท่าใด

a)

วันที่ 10 มิถุนายน 2564  ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

b)

วันที่ 11 มิถุนายน 2564  ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

c)

วันที่ 10 มิถุนายน 2564  ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

d)

วันที่ 11 มิถุนายน 2564  ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

24.

ดำเป็นลูกจ้างของแดง โดยมีหน้าที่ขับรถบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งของแดง

โดยใช้เส้นทางที่แดงเป็นผู้กำหนดให้ วันหนึ่งหลังจากที่ดำส่งสินค้าเสร็จแล้ว

ขากลับดำไม่ใช้เส้นทางเดิมตามคำสั่งของแดง แต่กลับออกไปข้างนอกเส้นทางด้วยความเร็วสูงทั้งๆที่ขณะนั้นเป็นเวลากลางคืนและมีฝนตกหนัก จนเป็นเหตุให้รถที่ดำขับเสียหลักพุ่งเข้าชนฟ้าซึ่งอยู่ริมถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ให้วินิจฉัยว่า ใครบ้างที่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดแก่ฟ้าเพราะเหตุใด

a)

ดำและแดงต้องร่วมรับผิด

b)

ดำรับผิดคนเดียว

c)

แดงรับผิดคนเดียว

d)

ทั้งดำและแดงไม่ต้องรับผิด

25.

เอกเป็นลูกจ้างของโทมีหน้าที่ขับรถยนต์ส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าของโท วันหนึ่งเอกขับรถไปตามคำสั่งของโท

ด้วยความประมาทเพราะเอกเมาสุราและขับรถด้วยความเร็วสูงจนรถที่เอกขับมาชนตรีได้รับอันตรายสาหัส

เอกกลัวความผิดจึงนำร่างของตรีที่หมดสติไปหมกในคูน้ำริมถนน เป็นเหตุให้ตีถึงแก่ความตาย

ซึ่งหากเอกนำตีไปส่งโรงพยาบาลในขณะนั้นตรีจะรอด

ให้วินิจฉัยว่า ทายาทของปีจะฟ้องให้เอกและโทร่วมกันรับผิดในความตายของตรีได้หรือไม่

a)

ฟ้องเอกได้

ฟ้องโทไม่ได้

b)

ฟ้องเอกไม่ได้

ฟ้องโทได้

c)

ฟ้องเอกและโทได้

d)

ผิดทุกข้อ

26.

เอกว่าจ้างโทซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างฝังเสาเข็มอาคารตามแบบผังในแบบแปลนที่กรุงเทพมหานครอนุญาต

โดยเอกไม่มีหน้าที่เข้าควบคุมการตอกเสาเข็มของโท เพราะกรุงเทพมหานครอนุญาตให้ฝังด้วยวิธีการตอกตามแบบแปลนอยู่แล้ว  ปรากฏว่าขณะที่โทตอกเสาเข็มนั้น อาคารของตรีที่ติดกับบริเวณที่ตอกเสาเข็มถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนอาคารแล้วได้รับความเสียหาย ให้วินิจฉัยว่า เอกต้องรับผิดในความเสียหายต่อตรีหรือไม่

a)

ต้องรับผิด

เพราะเอกเป็นผู้ว่าจ้าง

b)

ต้องรับผิด

เพราะเอกเป็นนายจ้าง

c)

ไม่ต้องรับผิด

เพราะเอกมิได้เป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ

d)

ไม่ต้องรับ

เพราะเอกไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้าง

27.

ขาวเป็นเจ้าของช้างเชือกหนึ่ง  ได้มอบช้างเชือกดังกล่าวให้แก่เขียวบุตรของตนไปดูแลเลี้ยงรักษาและ

นำไปรับจ้างลากไม้เพื่อหารายได้ โดยชาวบ้านมิได้เกี่ยวข้องในการเลี้ยงหรือรับจ้างด้วย

ต่อมาเขียวจ้างดำเลี้ยงช้างอีกต่อหนึ่ง วันเกิดเหตุปรากฏว่าดำผูกโซ่ล่ามไว้ไม่ดีและ

ช้างเชือกดังกล่าวตกมันและไปทำอันตรายแก่เอกที่เดินผ่านมาได้รับบาดเจ็บสาหัส

ให้วินิจฉัยว่า  ขาว เขียว ดำ ต้องร่วมกันรับผิดต่อเอกหรือไม่

a)

ขาว เขียว และดำ

ไม่ต้องรับผิด

b)

ขาว เขียว และดำ

ต้องรับผิดร่วมกัน

c)

ดำรับผิดผู้เดียว

d)

ขาวไม่ต้องรับผิด

เขียวและดำ

ต้องร่วมกันรับผิด

28.

เอกเป็นเจ้าของตึกแถว 3 ชั้น ได้แบ่งให้  ดำ แดง และเขียวเช่าตึกแถวดังกล่าวแล้วทั้ง 3 ชั้น

แต่เอกยังคงใช้ตึกแถวบางส่วนเป็นที่ตั้งของสำนักงานของเอกอยู่ วันหนึ่งปรากฏว่ามีลมพัดแรงพัดผนังตึกชั้น 3 ตกลงไปทับรถยนต์ของโทที่จอดอยู่ด้านล่างข้างตึกแถวดังกล่าวได้รับความเสียหาย

ให้วินิจฉัยว่า เอก ดำ แดง และเขียว ใครจะต้องรับผิดในความเสียหายต่อโท

a)

เอก ดำ แดง และเขียวต้องรับผิดร่วมกัน

b)

เอกผู้เดียว

c)

ดำ แดง และเขียว

ต้องรับผิดร่วมกัน

d)

ทุกคนไม่ต้องรับผิด

29.

ดำเป็นเจ้าของอาคารแห่งหนึ่งได้ตกลงให้ข่าวเช่าอาคารเพื่อประกอบธุรกิจ

วันเกิดเหตุปรากฏว่าสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าเดินอยู่นั้นเกิดลัดวงจรเป็นเหตุให้อาคารที่ขาดเช่าเกิดเพลิงไหม้ และทำให้วัสดุที่เกิดเพลิงไหม้ในอาคารโดนแต่รถยนต์ของเขียวที่จอดอยู่หน้าอาคารได้รับความเสียหายทั้งคัน

ให้วินิจฉัยว่าเขียวจะเรียกร้องให้ใครรับผิดได้บ้าง

a)

ดำและขาว

b)

ดำ

c)

ขาว

d)

ผิดทุกข้อ

30.

เอกทำละเมิดต่อเขียวเป็นเหตุให้เขียวได้รับอันตรายสาหัส โดยในการรักษาพยาบาลของเขียวนั้น

เขียวได้รับส่วนลดค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากเป็นข้าราชการ   1,000,000 บาท เหลือเพียง 80,000 บาท

ให้วินิจฉัยว่าชาเขียวจะฟ้องให้เอกรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตน

จะเรียกค่ารักษาพยาบาลจากเอกเป็นจำนวนเท่าใด

a)

1,080,000 บาท

b)

20,000 บาท

c)

 80,000 บาท

d)

1,000,000 บาท

31.

เอกมาสมัครเป็นคนขับรถของโท โทจึงให้เอกทดลองขับรถของโทเพื่อทดสอบความสามารถ

โดยโทเป็นผู้นั่งควบคุมไปในรถด้วย ปรากฏว่าเอกกับรถด้วยความเร็วสูงและฝ่าสัญญาณไฟจราจร 

จนเป็นเหตุให้รถยนต์เสียหลักไปชนตรีซึ่งขับรถจักรยานบนฟุตบาทได้รับบาดเจ็บสาหัส

ให้วินิจฉัยว่าใครต้องรับผิดต่อตรีบ้าง

a)

เอกและโท

ต้องรับผิดร่วมกัน

b)

เอกต้องรับผิดผู้เดียว

c)

โทต้องรับผิดผู้เดียว

d)

ไม่มีใครต้องรับผิด

32.

ค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินตามมาตรา 446 จะเรียกให้ผู้ทำละเมิดรับผิดในกรณีใดได้บ้าง

a)

กรณีทำให้ผู้อื่นตาย

b)

กรณีทำให้ผู้อื่นเสียหายแก่ทรัพย์สิน

c)

กรณีทำให้ผู้อื่นเสียหายแก่ร่างกาย อนามัย และเสรีภาพ

d)

ถูกทุกข้อ

33.

ม่วงเป็นเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าที่มีระวังตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไปลำหนึ่งได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายเรือดังกล่าวเป็นหนังสือแก่นายขาว ในวันทำสัญญาขาวชำระค่าเรือครบถ้วนแล้วและม่วงได้ส่งมอบเรือให้แก่ขาวแล้ว

นอกจากนี้ม่วงยังได้ทำหนังสือมอบอำนาจในการจดทะเบียนเพื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของเรือให้แก่ขาวในวันดังกล่าวอีกด้วย

ให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายระหว่างม่วงและขาวมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายประเภทใด

a)

สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด

b)

สัญญาจะซื้อจะขาย

c)

สัญญาเช่าซื้อ

d)

สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข

34.

แดงเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินแปลงดังกล่าวไว้กับในเขียว

ในวันที่ 9 มิถุนายน 2560 โดยมีกำหนดเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ทำสัญญา

ปรากฏว่าในวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 แดงนำเงินค่าสินไทยทั้งหมดไปชำระให้แก่เขียวเขียวก็รับเงินดังกล่าวไว้

ให้วินิจฉัยว่าแดงมีสิทธิไทยที่ดินที่ขายฝากคืนจะเขียวหรือไม่เพราะเหตุใด

a)

ไม่มีสิทธิไถ่เพราะพ้นกำหนดระยะเวลาตามสัญญาขายฝากกันแล้ว

b)

มีสิทธิไถ่เพราะเขียวรับเงินค่าสินไถ่ไปแล้ว

c)

ไม่มีสิทธิไทยเพราะไม่มีการขยายกำหนดเวลาถ่ายโดยถูกต้องตามกฎหมาย

d)

ถูกทั้ง ก. และ ค. 

35.

ทองเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดแปลง 1 โดยปลูกสร้างบ้านไม้ลงบนที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ด้วย

ต่อมาทองตกลงขายบ้านให้แก่เงินในราคา 50,000 บาท โดยเงินจะเป็นผู้รื้อถอนบ้านไม้ออกไปเองภายใน 1 เดือนนับแต่วันทำสัญญาซึ่งการทำสัญญาดังกล่าวมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

ให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายระหว่างเงินและทองมีผลทางกฎหมายอย่างไร

และหากต่อมาเงินรื้อถอนบ้านไปแล้วแต่ไม่ชำระราคาทองจะฟ้องร้องให้เงินชำระราคาค่าบ้านได้หรือไม่

a)

โมฆะและฟ้องได้

b)

โมฆียะและฟ้องไม่ได้

c)

สมบูรณ์และฟ้องได้

d)

สมบูรณ์แต่ฟ้องไม่ได้

36.

ขาวเป็นเจ้าของบ้านไม้ที่ปลูกสร้างบนที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่ง

ดำต้องการซื้อบ้านไม้ดังกล่าวจากขาวจึงติดต่อขอซื้อบ้านไม้จากขาวในราคา 500,000 บาท

ขาวตกลงต่อมาขาวและดำได้ทำสัญญาซื้อขายบ้านไม้โดยระบุในสัญญาดำจะเป็นผู้รื้อถอนบ้านไม้ไปเอง

ซึ่งในสัญญาไม่ได้ระบุกำหนดการรื้อถอนที่แน่นอนไว้ว่าดำจะมารื้อถอนแต่ในวันใด

ให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายระหว่างข่าวและดำมีผลทางกฎหมายอย่างไร

a)

สมบูรณ์

เพราะการซื้ออย่างสังหาริมทรัพย์

b)

โมฆียะ

เพราะเป็นการแสดงเจตนาโดยถูกกลฉ้อฉล

c)

สมบูรณ์

เพราะเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย

d)

โมฆะ

เพราะไม่ได้ทำตามแบบ 

37.

ฟ้าเป็นผู้จำหน่ายเครื่องผลิตไอศกรีมโดยเอกได้ติดต่อขอซื้อเครื่องผลิตไอศครีมจากฟ้าจำนวน 1 เครื่อง

ในราคา 100,000 บาทซึ่งฟ้าตกลงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องที่โรงงานของเอกและเอกตกลงจะผ่อนชำระราคาให้ฟ้าเดือนละ 10,000 บาท

ปรากฏว่าเมื่อฟ้าได้ติดตั้งเครื่องผลิตไอศกรีมที่โรงงานของเอกเรียบร้อยแล้วได้มีการตรวจสอบการทำงานของเครื่อง

ซึ่งสามารถใช้การได้ด้วยดีภายหลังจากที่มีการติดตั้งเสร็จแล้ว 2 เดือนเครื่องไอศกรีมเกิดชำรุดบกพร่องไม่สามารถใช้การได้อีก

ให้วินิจฉัยว่าเอกจะเรียกให้ฟ้าและผลิตในความชำรุดบกพร่องได้หรือไม่และเอกจะยึดหน่วงราคาเครื่องไอศกรีมที่ยังไม่ได้ชำระได้หรือไม่

a)

เอกเรียกร้องให้ฟ้ารับผิดได้และมีสิทธิยึดหน่วงราคาเครื่องไอศกรีมได้

b)

เอกเรียกร้องให้ฟ้ารับผิดไม่ได้และไม่มีสิทธิ์ที่ยึดหน่วงราคาเครื่องไอศกรีม

c)

เอกเรียกร้องให้ฟ้ารับผิดได้แต่ไม่มีสิทธิยึดหน่วงราคาเครื่องไอศกรีม

d)

เอกเรียกร้องให้ฟังแล้วผิดไม่ได้แต่มีสิทธิยึดหน่วงราคาเครื่องไอศกรีม

38.

ขาวตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดิน 3 ไร่ของขาวให้แก่แดง

โดยมีการทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ 15 มิถุนายน 2560

ภายหลังจากที่ได้จดทะเบียนโอนแล้ว ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 แดงได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินมาทำการรังวัดที่ดิน

ที่ซื้อขายปรากฏว่าเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินได้เพียง 2 ไร่เศษเท่านั้น

ให้วินิจฉัยว่าหากแดงต้องการฟ้องให้ขาวรับผิดโดยการส่งมอบที่ดินส่วนที่ขาดให้แก่แดง

แดงจะต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความใด

a)

10 ปีนับแต่วันทำสัญญา

b)

1 ปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560

c)

5 ปีนับแต่วันทำสัญญา

d)

 1 ปีนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนซื้อขาย

39.

ดำเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินมีโฉนดได้ตกลงทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้กับตรี

ซึ่งคู่สัญญาได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

แต่ข้อตกลงในสัญญาขายฝากไม่ได้ระบุถึงบ้านที่ปลูกบนที่ดินที่ขายฝากด้วย

ให้วินิจฉัยว่าบ้านหลังดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของปีหรือไม่เพราะเหตุใด

a)

ไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตรีเพราะสัญญาไม่ได้ระบุถึงบ้านดังกล่าว

b)

ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตรีเพราะถือว่าเป็นการขายฝากบ้านอันเป็นส่วนควบด้วย

c)

ไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตรีเพราะดำยังเป็นเจ้าของบ้านอยู่

d)

ถูกทั้ง ก. และ ข.

40.

ดำเป็นเจ้าของอาคารตกลงให้เอกเช่าอาคารดังกล่าวโดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าผู้เช่าต้องรักษา

ซ่อมแซมสถานที่ที่เช่ารวมทั้งสิ่งของตกแต่ง เครื่องอุปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดเวลา

ปรากฏว่าในระหว่างที่สัญญายังไม่ครบกำหนดเวลาได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทำให้อาคารเสียหายทั้งหมด

โดยวิศวกรได้ตรวจสอบอาคารแล้วให้ความเห็นว่าต้องรื้อถอนและถูกสร้างใหม่เท่านั้น

ให้วินิจฉัยว่าหน้าที่การซ่อมแซมอาคารนั้นจะตกแก่ดำหรือเอก

a)

เอกเพราะมีข้อตกลงในสัญญาเช่า

b)

ดำเพราะเป็นการซ่อมแซมใหญ่

c)

เอกเพราะดูแลอาคารไม่ดี

d)

ทั้งเอกและดำต้องร่วมกันซ่อมแซม

41.

เขียวทำสัญญาเช่าบ้านหลังหนึ่งของเอกโดยในวันทำสัญญาเช่าเขียวและเอก

ได้ทำสัญญาเช่าบ้านหลังเดียวกันรวม 2 ฉบับฉบับละ 3 ปีจึงมีระยะเวลารวมเป็น 6 ปี

ให้วินิจฉัยว่าสัญญาเช่าระหว่างเขียวและเอกมีผลบังคับได้กี่ปี

a)

6 ปี

b)

3 ปี

c)

9 ปี

d)

1 ปี

42.

ให้วินิจฉัยว่า กรณีใดต่อไปนี้มีลักษณะเป็นการเช่าต่างตอบแทนพิเศษ

a)

กรณีที่ผู้เช่ารื้ออาคารที่เช่าบางส่วนแล้วสร้างใหม่เพื่อความสวยงามความปลอดภัยและปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

b)

กรณีที่ผู้เช่าสร้างลานจอดรถยนต์บริเวณอาคารที่เช่าและมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้เช่า

c)

กรณีที่ผู้เช่าถมที่ดินที่เช่าเพื่อปลูกสร้างห้องแถว

d)

กรณีที่ผู้เช่าเสียเงินค่าช่วยก่อสร้างอาคารให้แก่ผู้ให้เช่าโดยที่อาคารมีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาเช่า

43.

เก่งตกลงให้เอกเช่าที่ดินแปลงหนึ่งของเก่งโดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าให้เอกชำระค่าเช่าในอัตราเดือนละ 5,000 บาทและเก่งตกลงให้เอกเช่าไปแล้วเวลา 5 ปี โดยในสัญญานั้นไม่ได้กำหนดวันที่จะให้เอกชำระค่าเช่าแน่นอน

ทั้งนี้ข้อตกลงดังกล่าวเก่งและเอกมิได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

หากต่อมาในปีที่ 4 ของการเช่าเก่งไม่ประสงค์จะให้เอกเช่าที่ดินต่อไป

จึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและเอกได้รับหนังสือดังกล่าวในวันที่ 10 สิงหาคม 2558

ให้วินิจฉัยว่าหนังสือดังกล่าวของเก่งจะมีผลเป็นการเลิกสัญญาเมื่อใด

a)

 31 สิงหาคม 2558

b)

 1 กันยายน 2558

c)

 30  กันยายน 2558

d)

 1 ตุลาคม 2558

44.

เขียวทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันหนึ่งจากบริษัทรถดีจำกัดในราคา 100,000 บาท

โดยในข้อบังคับของบริษัทรถดีจำกัดกำหนดให้กรรมการ 2 คนลงลายมือชื่อและ

ประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะกระทำการแทนบริษัทได้แต่ปรากฏว่าในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว

มีลายมือชื่อของกรรมการเพียงคนเดียวส่วนคนที่ลงลายมือชื่ออีกคนหนึ่งมิใช่กรรมการแต่เป็นเพียงพนักงานขาย

ให้วินิจฉัยว่าสัญญาเช่าซื้อระหว่างเขียวและบริษัทรถดีจำกัดนั้นมีผลทางกฎหมายอย่างไร

a)

สมบูรณ์

b)

โมฆะ

c)

โมฆียะ

d)

ผิดทุกข้อ

45.

ขาวทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกคันหนึ่งจากแดงในราคา 5 ล้านบาท

โดยมีข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อระบุว่าหากขาวผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งแดงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ทันที

ให้วินิจฉัยว่าข้อตกลงดังกล่าวมีคนทางกฎหมายอย่างไร

a)

บังคับได้

b)

โมฆะ

c)

โมฆียะ

d)

ผิดทุกข้อ

46.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสัญญาเช่าต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าการเช่า

a)

ไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า

b)

ไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ให้เช่า

c)

หากทำสัญญาเช่าเกินกว่า 3 ปี แม้ไม่จดทะเบียนก็ใช้ยันบุคคลภายนอกได้

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

47.

 เขียวเป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง ได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่แดง ในราคา 2 ล้านบาท โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าแดงต้องวางเงินมัดจำในวันทำสัญญาจำนวน 500,000 บาท แต่แดงมีเงินไม่พอ จึงตกลงทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นหนังสือจำนวน 5 แสนบาทให้เขียวแทนการวางมัดจำ มีกำหนดชำระเงินตามสัญญากู้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564  หากต่อมาปรากฏว่าแดงผิดสัญญาไม่ชำระเงินตามสัญญากู้ ให้วินิจฉัยว่าเขียวจะฟ้องให้แดงรับผิดตามสัญญากู้ได้หรือไม่


a)

ไม่ได้ เพราะสัญญากู้ไม่สมบูรณ์

b)

ได้ เพราะถือว่ามีการส่งมอบเงินกู้ให้แดงแล้ว

c)

ไม่ได้เพราะสัญญากู้เป็นนิติกรรมอำพราง

d)

ถูกทั้ง ก และ ค

48.

ดำตกลงให้แดงกู้ยืมเงินจำนวน 20,500 บาท โดยแดงเขียนหนังสือขึ้นมาฉบับหนึ่งแล้วให้ดำ มีข้อความระบุว่า “แดงได้กู้ยืมเงินดำและได้รับเงินกู้จากดำแล้วจำนวน  20,500 บาท” และมีการลงชื่อแดงไว้ในหนังสือดังกล่าวด้วย ให้วินิจฉัยว่าหากต่อมาดำต้องการฟ้องเรียกให้แดงชำระเงินกู้ ดำมีสิทธิ์หรือไม่

a)

มี เพราะการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือแล้ว

b)

ไม่มี เพราะดำไม่ได้ลงชื่อในหนังสือนั้นด้วย

c)

ไม่มี เพราะสัญญากู้ไม่บริบูรณ์

d)

ถูกทั้ง ก และ ค

49.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงเป็นโมฆะ

b)

ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงเป็นโมฆะ

c)

บริษัท เอ จำกัด กู้ยืมเงินธนาคาร โดยมีบริษัท ดี จำกัด เป็นผู้ค้ำประกัน ในสัญญาค้ำประกันระบุให้ บริษัท  ดี จำกัด รับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม โดยความยินยอมของบริษัท ดี จำกัด ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

d)

บริษัท เอ จำกัด กู้ยืมเงินธนาคารโดยมีบริษัท ดี จำกัด เป็นผู้ค้ำประกัน ในสัญญาค้ำประกันระบุให้บริษัท ดี จำกัด รับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมด้วยความยินยอมของบริษัท ดี จำกัด ข้อตกลงนั้นใช้บังคับได้

50.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

การค้ำประกันจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

b)

สัญญาค้ำประกันระบุว่า หากลูกหนี้ผิดนัดให้ฟ้องเจ้าหนี้ผู้ค้ำประกันได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อตกลงดังกล่าวใช้บังคับได้

c)

สัญญาค้ำประกันระบุว่า ผู้ค้ำประกันจะยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ไม่ได้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ

d)

สัญญาค้ำประกันระบุว่า ถ้าหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไป ผู้ค้ำประกันยังไม่หลุดพ้นจากความรับผิด ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ

51.

ดำกู้ยืมเงินธนาคารกรุงไทย 900,000 บาท มีขาวเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาธนาคารตกลงกับดำยอมลดหนี้ให้เหลือ 400,000 บาท เมื่อขาวชำระหนี้ให้ธนาคารเป็นเงิน 400,000 บาท  บาท ข้อใดถูกต้อง

a)

ขาวเป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิด

b)

หากดำกับธนาคารตกลงลดหนี้เหลือ 400,000 บาท แล้วระบุด้วยว่าข้อตกลงนี้ไม่มีผลถึงขาว ข้อตกลงนี้ใช้บังคับได้

c)

หากดำกับธนาคารตกลงลดหนี้เหลือ 400,000 บาท แล้วระบุด้วยว่าข้อตกลงนี้ไม่มีผลถึงขาว ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ

d)

ถูกทั้ง ก และ ค

52.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อต่อสู้ของลูกหนี้ชั้นต้น ที่ผู้ค้ำประกันจะยกขึ้นต่อสู้ได้

a)

สัญญากู้ขาดอายุความแล้ว

b)

สัญญาค้ำประกันไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ

c)

ลูกหนี้ชำระหนี้ไปแล้ว

d)

ลูกหนี้ได้โอนที่ดินตีใช้หนี้ดังกล่าวแล้ว

53.

กรณีใดบ้างที่ต้องดำเนินการโดยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น

a)

จดทะเบียนเลิกบริษัท

b)

การลดหุ้น

c)

การออกหุ้นใหม่โดยใช้เป็นอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน

d)

ถูกทุกข้อ

54.

นายชัยซึ่งมีคู่สมรสอยู่แล้วชื่อนางสี ได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนางสาวฟ้าในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ต่อมาปรากฏว่าหลังจากนั้น นางสาวฟ้าได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนายดินแล้วจึงไปจดทะเบียนหย่ากับนายชัย เพราะนางสาวฟ้าทราบว่านายชัยมีคู่สมรสอยู่แล้ว ให้วินิจฉัยว่าการสมรสระหว่างนางสาวฟ้ากับในดินมีผลทางกฎหมายอย่างไร

a)

โมฆะ

b)

โมฆียะ

c)

สมบูรณ์

d)

ผิดทุกข้อ

55.

เอกทำพินัยกรรมฉบับหนึ่งยกที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่โท ซึ่งเอกยังมีทรัพย์สินอย่างอื่นอีกหลายรายการ โดยพินัยกรรมมีข้อความระบุว่า “บุคคลที่ข้าพเจ้าไม่ได้ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้าไม่ประสงค์ให้รับมรดกของข้าพเจ้าแต่อย่างใด” หากปรากฏว่าเมื่อเอกถึงแก่ความตายมีตรีเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้วินิจฉัยว่าตรีมีสิทธิได้รับมรดกที่เหลือของเอกหรือไม่

a)

มีสิทธิ เพราะตรีไม่ได้ถูกตัดโดยพินัยกรรม

b)

ไม่มีสิทธิ เพราะตรีถูกตัดไม่ให้รับมรดก

c)

ไม่มีสิทธิ เพราะพินัยกรรมระบบไว้

d)

ถูกทั้ง ข และ ค

56.

การสมรสในข้อใดเป็นโมฆียะ

a)

การสมรสโดยชายและหญิงมีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์

b)

การที่บุตรบุญธรรมสมรสกับผู้รับบุตรบุญธรรม

c)

การสมรสกับบุคคลวิกลจริต

d)

การสมรสโดยไม่ยินยอม

57.

แดงทำพินัยกรรมฉบับหนึ่งที่บ้านหินแดงเลขที่ 35 เมืองพัทยา โดยมีดำและขาวลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมนั้น แต่ปรากฏว่าในพินัยกรรมกลับระบุสถานที่ทำพินัยกรรมเป็นบ้านเลขที่ 38 เมืองพัทยา ให้วินิจฉัยว่าพินัยกรรมฉบับดังกล่าวจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร

a)

ตกเป็นโมฆะ

b)

โมฆียะ

c)

ไม่มีผลทางกฎหมาย

d)

สมบูรณ์

58.

อมีขาวเป็นบุตรแล้วชอบด้วยกฎหมาย และนอกจากนี้เอยังรับนางสาวบีเป็นบุตรบุญธรรมโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยนางสาวบีมีเด็กชายซีเป็นบุตร ต่อมาปรากฏว่าก่อนที่เอถึงแก่ความตาย นางสาวบีจึงได้ทำพินัยกรรมปลอมขึ้นฉบับหนึ่งโดยระบุว่าเอตกลงกศทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่นางสาวบี ให้วินิจฉัยว่า หากนางสาวบีถูกกำจัดมีให้รับมรดกเพราะทำพินัยกรรมปลอม  เด็กชายซีมีสิทธิจะเข้าสืบมรดกได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะนางสาวบีถูกกำจัดมีให้รับมรดกก่อนที่จ้างมรดกถึงแก่ความตาย

b)

ไม่ได้ เพราะนางสาวบีไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเอ

c)

ได้ เพราะการสืบมรดกมิได้กำจัดเฉพาะการสืบมรดกของบุตรที่สื่อสารโลหิตจากเจ้ามรดกเท่านั้น

d)

ผิดทุกข้อ

59.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ผู้สืบสันดานเป็นทายาทโดยธรรม

b)

พี่น้องร่วมแต่บิดาเดียวกันเป็นทายาทโดยธรรม

c)

ขาวเป็นลูกของน้าของเจ้ามรดก เจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกที่ดินให้ขาว ขาวเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรม

d)

เจ้ามรดกมีนายหนึ่งน้องร่วมบิดาเดียวกันและมีนายเขียวเป็นน้า นายเขียวมีสิทธิรับมรดก

60.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

การสละมรดกต้องทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

b)

การสละมรดกจะทำเพียงบางส่วนไม่ได้

c)

เหลืองจะสละมรดกโดยระบุให้ส่วนของตนตกแก่ฟ้าก็ได้

d)

ฟ้าจะสละมรดก ฃตามพินัยกรรมเพียงอย่างเดียวก็ได้

61.

นายแดงและนางฟ้าเป็นบุพการีของนายดำ นางม่วง นางเขียว ต่อมา 1 ตุลาคม 2555 ดำถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 นางเขียวสมรสกับนายต่อมีบุตรด้วยกันคือ เด็กชายเงิน และรับบุตรบุญธรรมคือเด็กหญิงชมพู เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 นางเขียวถึงแก่ความตาย ขณะตายมีเงินประกันชีวิตจำนวน 300,000 บาท เงินฌาปนกิจศพ 100,000 บาท เงินสด 3,000,000 บาท ที่ดินซึ่งให้นายทองเช่าทำเกษตร คอนโดซึ่งนางเขียวเช่าอยู่อาศัย

ข้อใดถูกต้อง

a)

คอนโดซึ่งนางเขียวเช่าอยู่อาศัย เป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่เป็นทรัพย์มรดก

b)

ที่ดินซึ่งให้นายทองเช่าทำเกษตร เป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่เป็นทรัพย์มรดก

c)

เงินประกันชีวิตจำนวน 300,000 บาท เป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่เป็นทรัพย์ทรัพมรดก

d)

ไม่มีข้อใดถูก

62.

นายแดงและนางฟ้าเป็นบุพการีของนายดำ นางม่วง นางเขียว ต่อมา 1 ตุลาคม 2555 ดำถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 นางเขียวสมรสกับนายต่อมีบุตรด้วยกันคือ เด็กชายเงิน และรับบุตรบุญธรรมคือเด็กหญิงชมพู เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 นางเขียวถึงแก่ความตาย ขณะตายมีเงินประกันชีวิตจำนวน 300,000 บาท เงินฌาปนกิจศพ 100,000 บาท เงินสด 3,000,000 บาท ที่ดินซึ่งให้นายทองเช่าทำเกษตร คอนโดซึ่งนางเขียวเช่าอยู่อาศัย

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

หากนายแดงหรือนางฟ้ามีชีวิตอยู่และเด็กชายเงินยังมีชีวิตอยู่นายต่อได้รับมรดกเทียบเท่าชั้นบุตร

b)

หากนายแดงและนางฟ้ามีชีวิตอยู่แต่เด็กชายเงินและเด็กหญิงชมพูไม่มีชีวิตอยู่แล้วนายต่อได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง

c)

หากเหลือเพียงแค่นายม่วงนายต่อได้รับมรดกสองส่วนในสาม

d)

หากเด็กหญิงชมพูยังมีชีวิตอยู่นายต่อได้รับมรดกเทียบเท่าชั้นบุตร