wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม 5 โครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดหมายถึงเนื้อเยื่อเจริญทั้งหมด

a)

เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด คอลเลงคิมา

b)

พาเรงคิมา แคมเบียม

c)

คอร์ก เอพิเดอร์มิส

d)

แคมเบียม โพรโทเดิร์ม

2.

ข้อใดสามารถเปลียนแปลงเป็นเนื้อเยื่อเจริญได้

ก. คอร์เทกซ์ ข. เพริไซเคิล ค. เอนโดเดอร์มิส

ง. เอพิเดอร์มิส

a)

ก และ ข

b)

ก และ ค

c)

ค และ ง

d)

ข และ ค

3.

\rightarrow   \rightarrow  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาของเนื้อเยื่อ

a)

เพอริเดิร์ม \rightarrow  เอพิเดอร์มิส

b)

เนื้อเยื่อพื้น  \rightarrow   พิธ

c)

โพรโทเดิร์ม  \rightarrow   เอนโดเดอร์มิส

d)

คอร์กแคมเบียม   \rightarrow  เพอริเดิร์ม

4.

ข้อใดเจริญมาจากเซลล์เอพิเดอร์มิสของพืช

ก. ราก ข. เซลล์คุม ค.ขนปกคลุมลำต้น ง. มือเกาะ

a)

ก และ ข

b)

ก ข และ ค

c)

ก ข และ ง

d)

ข ค และ ง

5.

บริเวณใดของปลายรากที่พบการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส

a)

หมวกราก

b)

เอพิเดอร์มิส

c)

ขนราก

d)

บริเวณเซลล์กำลังแบ่งตัว

6.

รากแขนงเป็นระบบรากทุติยภูมิของพืชใบเลี้ยงคู่ที่กำเนิดมาจากรากในชั้นใด

a)

คอร์เทกซ์

b)

เพริไซเคิล

c)

เอพิเดอร์มิส

d)

พิธ

7.

ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นรากทั้งหมด

a)

ขิง แครอท แห้ว

b)

มันฝรั่ง มันเทศ เผือก

c)

หน่อกล้วย กระชาย มันสำปะหลัง

d)

หัวไชเท้า มันแกว มันเทศ

8.

เพราะเหตุใด เราจึงไม่สามารถขยายพันธุ์พืชใบเลี้ยงเดี่ยวด้วยวิธีการตอนได้

a)

ลำต้นมีท่อลำเลียงน้ำและอาหารกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

b)

ลำต้นอ่อนแอเกินไป จึงไม่เหมาะสม

c)

ลำต้นมีการแตกกิ่งก้านน้อยมาก

d)

ไม่มีเนื้อเยื่อเจริญ

9.

วงปีของต้นไม้จะมีสีเข้มและสีอ่อนแตกต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าอยู่ในสภาพพื้นที่แบบใด

a)

มีศัตรูพืชแตกต่างกันมากในฤดูฝนและฤดูแล้ง

b)

มีอุณหภูมิแตกต่างกันมากในฤดูฝนและฤดูแล้ง

c)

ได้รับธาตุอาหารแตกต่างกันมากในฤดูฝนและฤดูแล้ง

d)

ได้รับปริมาณน้ำแตกต่างกันมากในฤดูฝนและฤดูแล้ง

10.

ลักษณะการเรียงตัวของเนื้อเยื่อชนิดใดของใบที่มีผลต่อการได้มาซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด

a)

เอพิเดอร์มิส และแพลิเซดเซลล์

b)

สปันจีเซลล์และบันเดิลชีท

c)

เซลล์คุมและสปันจีเซลล์

d)

เอพิเดอร์มิสและสโตมา

11.

เมื่อนำลำต้นและรากพืชทั้ง 4 ชนิด มาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่า

ก. ลำต้นพืชชนิดที่ 1 มีไซเล็มและโฟลเอ็มเรียงตัวอยู่ทั่วลำต้น

ข. ลำต้นพืชชนิดที่ 2 มีไซเล็มและโฟลเอ็มเรียงตัวเป็นวงรอบลำต้น

ค. รากพืชชนิดที่ 3 มีไซเล็มเรียงตัวอยู่รอบพืช มีโฟลเอ็มแทรกอยู่ระหว่างไซเล็ม

ง. รากพืชชนิดที่ 4 มีไซเล็มเรียงตัวเป็นแฉกจากตรงกึ่งกลางราก มีโฟลเอ็มแทรกอยู่ระหว่างแฉก

พืชชนิดใดเป็นพืชประเภทเดียวกัน

a)

พืชชนิดที่ 1 และ 3

b)

พืชชนิดที่ 1 และ 4

c)

พืชชนิดที่ 2 และ 3

d)

พืชชนิดที่ 4 และ 3

12.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการได้รับน้ำและการสูญเสียน้ำของพืช

ก. ได้รับและสูญเสียน้ำโดยวิธีการออสโมซิสมากที่สุด

ข.ขนรากดูดน้ำโดยวิธีการลำเลียงแบบใช้พลังงาน

ค.ออสโมซิสเกิดได้เฉพาะในรากเท่านั้น

ง. พืชที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำจะได้รับและสูญเสียน้ำทางปากใบเท่านั้น

a)

ก ข และ ค

b)

ข ค และ ง

c)

ก ข และ ง

d)

ก ค และ ง

13.

"กระบวนการล้อมไม้" เป็นการตัดใบและกิ่งของต้นไม้ เพื่อเตรียมย้ายต้นไม้ไปปลูกที่เตรียมไว้ เพราะเหตุใด จึงนิยมที่จะตัดใบหรือกิ่งออก

a)

ลดการคายน้ำของพืช

b)

เพื่อความสวยงาม

c)

สะดวกในการขนย้าย

d)

ลดพื้นที่ที่ใช้ในการปลูก

14.

พืช A และ พืช B เป็นพืชอวบน้ำ ส่วนพืช C และ D ไม่ใช้พืชอวบน้ำ พืชทั้ง 4 ชนิดนี้ มีขนาดเท่ากันและได้รับน้ำในตอนเช้าเท่ากัน แต่พอตอนบ่ายปรากฎว่าพืช B มีอาการใบเหี่ยว พืชชนิดใดมีจำนวนปากใบมากที่สุดและกว้างที่สุด

a)

พืช A

b)

พืช B

c)

พืช C

d)

พืช D

15.

เพราะเหตุใด เมื่อนักเรียนเดินเที่ยวในป่าหรือในสวนสาธารณะที่มีต้นไม้จำนวนมาก จึงรู้สึกเย็นสบายกว่าเดินตามท้องถนนในเมือง

a)

สีเขียวของต้นไม้ช่วยให้สดชื่นสบายตา

b)

ต้นไม้ช่วยดูดน้ำเก็บไว้ในลำต้น

c)

ต้นไม้ช่วยดูดความร้อน

d)

ต้นไม้มีการคายน้ำ

16.

สมศรีเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงใบไม้กำลังเปลี่ยนสี สมศรีเป็นคนช่างสังเกต พบว่า ช่วงก่อนฤดูหนาวต้นไม้จะมีการผลัดใบ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุใด

a)

ในฤดูหนาวมีช่วงเวลากลางวันสั้นเกินไปสำหรับการเจริญเติบโตของพืช

b)

พืชต้องการระยะพักตัว เพื่อสะสมพลังงาน

c)

พืชสะสมพลังงานไว้จำศีลในฤดูหนาว

d)

พืชต้องการลดการสูญเสียน้ำ

17.

ข้อใดคือกระบวนการที่สำคัญที่สุดในการช่วยให้พืชสามารถลำเลียงน้ำจากรากไปสู่ส่วนต่างๆของพืชที่อยู่สูง

a)

ปรากฎการณ์กัตเตชัน

b)

แรงโคฮีชัน

c)

แรงดึงจากการคายน้ำ

d)

แรงดันราก

18.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการปรับตัวของพืชให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตในบริเวณพื้นที่ที่ร้อนและแห้งแล้ง

ก. ใบกว้างและแบนบาง

ข.ใบมีชั้นคิวทิเคิลที่หนา

ค. รากหยั่งลงไปในดินได้ลึกมาก

ง. ปากใบเปิดกว้างตลอดเวลา

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ค และ ง

d)

ก ข และ ค

19.

การลำเลียงแร่ธาตุนั้นต้องอาศัยเนื้อเยื่อกลุ่มใด

a)

ไซเล็ม

b)

โฟลเอ็ม

c)

คอร์เท็กซ์

d)

พาเรงคิมา

20.

ใบพืชชนิดใดเป็นใบเดี่ยว

a)

1. มะขาม

b)

2. อัญชัน

c)

3. กุหลาบ

d)

4. พู่ระหง

21.

ข้อใดไม่ได้เจริญมาจากเซลล์เอพิเดอร์มิสของพืช

a)

ขนราก

b)

เซลล์คุม

c)

ขนปกคุมลำต้น

d)

มือเกาะ

22.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่ทำหน้าที่ในการสะสมอาหารให้กับหัวเผือก หัวมัน แห้ว คือส่วนใด

a)

พาเรงคิมา

b)

คอลเลงคิมา

c)

สเกลอเรงคิมา

d)

เอพิเดอร์มิส

23.

โฟลเอ็มและไซเล็ม มีความแตกต่างกันอย่างไร

a)

โฟลเอ็มมีเนื้อเยื่อไฟเบอร์ แต่ไซเล็มไม่มี

b)

โฟลเอ็มจัดเรียงตัวอยู่ด้านนอกของมัดท่อลำเลียงส่วนไซเล็มจัดเรียงตัวด้านในของมัดท่อ         ลำเลียง

c)

โฟลเอ็มทำหน้าที่ลำเลียงน้ำ ไซเล็มลำเลียงอาหาร

d)

โฟลเอ็มทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร  ไซเล็มลำเลียงน้ำ

24.

เมื่อดูชิ้นส่วนที่ตัดตามขวางของพืชด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่าใจกลางชิ้นส่วนนั้นเป็นเนื้อเยื่อไซเล็มแสดงว่าชิ้นส่วนนั้นเป็นส่วนของ

a)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

รากของพืชไปเลี้ยงคู่

d)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

25.

ภาพตัดขวางของรากในรูปนี้ ไม่สามารถพบได้ในพืชข้อใดต่อไปนี้

a)

ถั่วเหลือง          

b)

มะขาม

c)

อ้อย                 

d)

ชบา

26.

หมายเลข 3 หมายถึงอะไร

a)

เอพิเดอร์มิส                  

b)

คอร์เทกซ์

c)

ไซเล็ม  

d)

โฟลเอ็ม

27.

เอนโดเดอร์มิสอยู่ระหว่างหมายเลขใด

a)

1 และ 2           

b)

2 และ 3

c)

3 และ 4           

d)

ไม่พบเอนโดเดอร์มิส

28.

พิจารณาภาพแล้วตอบคำถาม ถ้าพิจารราเนื้อไม้ดังภาพ ควรมีอายุประมาณกี่ปี

a)

1-2 ปี

b)

3-4 ปี

c)

5-6 ปี

d)

7-8 ปี

29.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. แก่นไม้ (heartwood) อยู่ด้านในสุดของไม้ยืนต้นทำหน้าที่ในการให้ความแข็งแรงกับพืช

b. กระพี้ไม้ (sapwood) เป็นส่วนของไซเล็มที่ยังมีชีวิตอยู่และทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ

c. เนื้อไม้ (wood) ของพืชเป็นส่วนของไซเล็มระยะที่สอง (secondary xylem) ทั้งหมด

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

30.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้ภาพที่เห็นนี้มาจากส่วนใดและของพืชชนิดใด

a)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

31.

ธาตุอาหารหลักของพืช คือข้อใด

a)

N P K

b)

Ca Mg S

c)

C H O

d)

Fe Zn Cu Mo Mn B Cl

32.

เพราะเหตุใดเมื่อเราควั่นเปลือกรอบลำต้นของพืชแล้วปล่อยให้เจริญเติบโตต่อไประยะหนึ่ง ปรากฎว่าตรงส่วนบริเวณเปลือกลำต้นเหนือรอยควั่นนั้นมีการพองออก

a)

เพราะมีการลำน้ำและแร่ธาตุลงมาจากข้างบนสู่ปลายรากแต่ถูกตัดท่อลำเลียงออกเลยทำให้น้ำและแร่ธาตุไม่สามารถส่งต่อได้

b)

เพราะมีการลำเลียงสารอาหารผ่านท่อไซเลมจากด้านบนสู่ด้านล่างแต่มีการตัดท่อไซเล็มจึงทำให้สารอาหารไม่สามาราถส่งต่อได้

c)

เพราะมีการลำเลียงอาหารผ่านท่อโฟลเอ็มจากด้านบนสู่ปลายรากแต่มีการตัดท่อโฟลเอ็มออกจึงไม่สามารถส่งต่อได้

d)

เพราะมีการลำเลียงสารอารหารและแร่ธาตุผ่านทางบันเดิ้ลชีทเมื่แถูกควั่นออกจึงไม่สามารถส่งต่อไปได้

33.

ท่อลำเลียงอาหารแตกต่างจากท่อลำเลียงน้ำอย่างไร

a)

ท่อลำเลียงอาหารเป็นเซลล์มีชีวิตท่อลำเลียงน้ำเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว

b)

ท่อลำเลียงทั้งสองมีนิวเคลียส

c)

ท่อลำเลียงอาหารเป็นเซลล์ที่ตายแล้วส่วนท่อลำเลียงน้ำเป็นเซลล์ที่มีชีวิต

d)

ท่อลำเลียงทั้งสองเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว

34.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการลำเลียงในพืช

a)

อาหารที่ถูกสร้างขึ้นในใบสามารถลำเลียงลงไปสะสมไว้ในราก

b)

ในเนื้อเยื่อท่อลำเลียงอาหารไม่จำเป็นต้องมีนํ้า เพราะเป็นการลำเลียงนํ้าตาล

c)

การลำเลียงอาหารเกิดขึ้นในเซลล์ที่มีชีวิต

d)

อาหารสะสมในรากสามารถลำเลียงขึ้นไปสู่ปลายยอดพืชได้

35.

การที่ปากใบเปิดกว้างในเวลากลางวันเป็นเพราะอะไร

a)

น้ำระเหยออกมา

b)

เกิดแรงดันออสโมซิสมากในเซลล์คุม

c)

คาร์บอนไดออกไซด์ผ่านเข้าเซลล์มาก

d)

ออกซิเจนผ่านออกมาจากเซลล์มาก

36.

รอยแตกเล็กๆ ตามผิวของลำต้น ทำหน้าที่เป็นรูหายใจและคายน้ำของพืช เรียกว่า

a)

bud

b)

scar

c)

lenticel

d)

cork

37.

ปัจจัยในข้อใดมีความสัมพันธ์กับการคายน้ำของพืชน้อยที่สุด

a)

การเปิด – ปิดของปากใบ

b)

แรงดันราก

c)

การดูดซึมน้ำ

d)

การลำเลียงน้ำและเกลื่อแร่

38.

รูปภาพใดคือรูปภาพปากใบปิด A หรือ B

a)

B

b)

A

c)

A,B

d)

ไม่มีรูปใดเป็นรูปปากใบปิด

39.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

รูปากใบเปิดเมื่อเซลล์คุมเต่ง และปิดเมื่อเซลล์คุมสูญเสียความเต่ง

b)

รูปากใบปิดเมื่อเซลล์คุมเต่ง และเปิดเมื่อเซลล์คุมสูญเสียความเต่ง

c)

รูปากใบเปิดเมื่อเซลล์คุมเต่ง และเปิดเมื่อเซลล์คุมสูญเสียความเต่ง

d)

รูปากใบปิดเมื่อเซลล์คุมเต่ง และปิดเมื่อเซลล์คุมสูญเสียความเต่ง

40.

การเต่งและการสูญเสียความเต่งของเซลล์คุมเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของสารละลายใด

a)

แคลเซียมไฮดรอกไซด์

b)

โซเดียมคาร์บอเนต

c)

โพแทสเซียมไอออน

d)

โพแทสเซียมอะลูมิเนียมซัลเฟต