NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบท้ายบทเรื่องความทุกข์ของชาวนาในบทกวี
Total questions: 30
Worksheet time: 36mins
พระราชนิพนธ์เรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวีถือเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องใด
บทความ
สารคดี
เรียงความ
การเขียนบรรยายความ
บทกวีที่ผู้พระราชนิพนธ์ยกมากล่าวเป็นผลงานของใคร
จิตร ภูมิศักดิ์
วานิช จรุงกิจอนันต์
อังคาร กัลยาณพงศ์
เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์
เนื้อความในเรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวีแสดงให้เห็นถึงพระราชอัธยาศัยของผู้นิพนธ์อย่างไร
ชอบเป็นกวี
เข้าใจปัญหาของชาวนาจีน
แสดงบทกวีทัศน์ของชาวนา
เข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของชาวนา
ผู้นิพนธ์แสดงทัศนะต่อชาวนาอย่างไร
เป็นอาชีพที่ทำงานหนัก
เป็นกระดูกสันหลังของชาติ
ชาวนาลำเลิกผู้ผลิตบริโภคข้าว
สังคมช่วยเหลือชาวนาในด้านรายได้น้อยมาก
เรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวีแสดงแนวพระราชดำริเกี่ยวกับบทกวีไทยและบทกวีจีนส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างไร
กล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ยากของชาวนา
ทรงชี้ให้เห็นกลวิธีนำเสนอของกวีทั้งสองที่แตกต่างกัน
สะท้อนให้เห็นพระเมตตาทำอันเปี่ยมล้นของพระองค์ที่มีต่อชาวนา
แสดงถึงความเข้าพระทัยปัญหาต่าง ๆ ของชาวนา
สิ่งที่นักเรียนควรศึกษาและพิจารณาในการอ่านเรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวี
กลวิธีนำเสนอ
แนวคิดที่แจ่มแจ้งชัดเจน
การใช้ถ้อยคำและการผูกประโยค
ลำดับความให้ผู้อ่านเข้าใจได้สะดวก
สรรพนามในบทกวี ผลงานของจิต ภูมิศักดิ์ที่ใช้คำว่า กู แสดงว่าผู้ที่พูดคือใคร
ผู้เขียน
ชาวนา
ผู้อ่าน
ไม่เฉพาะเจาะจง
“รอบข้างไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย” จากข้อความนี้เป็นบทกวีของใคร
วานิช จรุงกิจอนันต์
อังคาร กัลยาณพงศ์
หลี่เชิน
เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์
คุณค่าของ “ไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย” คือข้อใด
ความประหลาดใจ
ความสะเทือนใจ
ข้อคิด
คติธรรม
เทคนิคในการนำเสนอเนื้อหาบทกวีจีน คือวิธีใด
บรรยายให้เห็นความเป็นอยู่ของชาวนาในยุคนั้น
เสมือนกับนำชาวนามาบรรยาย เรื่องของตนให้ผู้อ่านฟัง
บรรยายความรู้สึกอันเกิดจากความสะเทือนใจ ออกมาเป็นบทกวี
บรรยายภาพที่เห็นเหมือนจิตรกรวาดภาพให้คนชมสะเทือนใจออกมาเป็นบทกวี
ตามความเห็นของผู้แต่งเห็นว่าเหตุใด ชาวนายังคงเป็นชาวนาอยู่อย่างนั้น
เขามีอุดมคติ
เขารักความเป็นชาวนา
เขาเป็นชาวนาด้วยความเคยชิน
เขาไม่รู้หนทางที่จะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้
“เมื่อครั้งเป็นนิสิต ข้าพเจ้าได้เคยอ่านผลงานของ จิต ภูมิศักดิ์ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียดหรือวิเคราะห์อะไร...”
เป็นช่วงใดของบทพระราชนิพนธ์เรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวี
ช่วงความนำ
ช่วงเนื้อเรื่อง
ช่วงความลงท้าย
ช่วงสรุป
สารสำคัญของบทกวีทั้งสองมีส่วนเหมือนกันคือข้อใด
วิธีการนำเสนอ
สะท้อนให้เห็นเมตตาธรรมที่มีต่อชาวนา
แสดงถึงความเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ของชาวนา
กล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ยากของชาวนา
ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือข้อใด
คุณของแผ่นดิน
คุณค่าของข้าว
คุณค่าของชาวนา
ทั้งคุณค่าของข้าวและชาวนา
ข้อใดมีลักษณะการสัมผัสอักษรได้ไพเราะทำให้เห็นภาพมากที่สุด
เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูงจำเป็นอาจิณ
ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่ซดกำซาบฟัน
พระองค์ทรงสรุปความเรียงเรื่องนี้ว่าอย่างไร
ชาวนาต้องเป็นชาวนาต่อไป
ต่อไปคนจะกินอาหารเม็ด
ความทุกข์ของชาวนานี้สะเทือนใจยิ่งนัก
กวีและชาวนาเป็นทุกข์พอ ๆ กันเสมอมา
ข้อใดมีความหมายตรงกับ “เหงื่อหยดบนดิน ภายใต้ต้นข้าว”
เหงื่อกูที่สูกิน
จึงก่อเกิดมาเป็นคน
เหงื่อหยดสักกี่หยาด
ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
น้ำเหงื่อที่เรือแดง
และน้ำและน้ำแรงอันหลั่งริน
จากแรงมาเป็นรวง
ระยะทางนั้นเหยียดยาว
“ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส” ตรงกับข้อใด
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขืนจนเขียวคาว
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็น
บทกวีวรรคใดที่บอกถึงความเหนื่อยยากชัดเจนที่สุด
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรือแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน
ข้อใด ไม่ เกี่ยวข้องกับการผลักดันให้ชาวนามาสู่โรงงานอุตสาหกรรมหรืองานบริการ
การได้เงินเร็วกว่า
ค่าตอบแทนที่สม่ำเสมอ
เป็นงานที่มีเกียรติกว่า
ได้รับสวัสดิการที่ชัดเจน
“เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรือแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน”
บทประพันธ์นี้แสดงเจตนาตามข้อใด
ให้เห็นใจชาวนา
ให้คิดช่วยเหลือชาวนา
ให้สำนึกบุญคุณของชาวนา
ให้เห็นความเหน็ดเหนื่อยของชาวนา
ที่ผู้นิพนธ์กล่าวว่า “สมัยที่ข้าพเจ้าได้เห็นเอง ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันนัก” หมายความว่าอย่างไร
ภาพชีวิตของชาวนาไทยกับจีนไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย
แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ชาวนาก็ไม่เคยพัฒนาตัวเอง
ไม่ว่าใครก็ตามต่างเห็นเหมือนกันว่าชีวิตชาวนาไม่มีคุณค่าอะไร
ไม่ว่าสมัยใดชาวนาก็ยังประสบปัญหาและมีชีวิตทุกข์ยากมาตลอด
ข้อใดแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง
ตอนอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนายังพรวนดิน
เหงื่อหยดบนดินภายใต้ต้นข้าว
รอบข้างไม่มีที่นาที่ไหนว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย
ใครจะรู้บ้างว่าในจานใบนั้น ข้าวแต่ละเม็ดคือความยากแค้นแสนสาหัส
ข้อใดเป็นการเขียนเชิงบรรยาย
ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหมื่นเมล็ด
เหงื่อหยดบนดิน ภายใต้ต้นข้าว
ตอนพระอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนาก็ยังพวนดิน
ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส
ข้อใดเป็นการโน้มน้าวใจ
ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหมื่นเมล็ด
เหงื่อหยดบนดิน ภายใต้ต้นข้าว
ตอนพระอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนาก็ยังพวนดิน
ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส
ข้อใดเป็นโวหารอุปลักษณ์
ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหมื่นเมล็ด
เหงื่อหยดบนดิน ภายใต้ต้นข้าว
ตอนพระอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนาก็ยังพวนดิน
ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส
ข้อใดอ่านแล้วสะเทือนใจ
ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหมื่นเมล็ด
เหงื่อหยดบนดิน ภายใต้ต้นข้าว
ตอนพระอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนาก็ยังพวนดิน
ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส
“รอบข้างไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย” ข้อความนี้เป็นโวหารใด
อุปมา
อุปลักษณ์
อติพจน์
ปฏิพากย์
“ไม่มีนาที่ไหนว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย”
กวีนำเสนอข้อความที่มีลักษณะเป็นอย่างไร
สอดรับกันดี
เป็นเหตุเป็นผลดี
เป็นความตรงกันข้าม
เป็นไปไม่ได้
“ไม่มีนาที่ไหนว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย” ข้อใด ไม่น่าจะ เป็นแนวคิดแทรกที่เกิดจากการอ่านข้อความนี้
ชาวนาถูกเอาเปรียบ
ชาวนาเป็นทาสของที่ดิน
การทำนาที่ไร้ผล
ชาวนาเอาเงินไปทำอย่างอื่น
