wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

PISA Center OBEC-Literacy test ชุดที่ 1

Total questions: 14

Worksheet time: 46mins

Name
Class
Date
1.

จากเรื่อง "เครื่องเล่นที่ชำรุด"   ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการผลิตในแต่ละวันของบริษัท อิเล็กทริกส์  ที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

"หนึ่งในสามของเครื่องเล่นที่ผลิตแต่ละวันเป็นเครื่องเล่นวิดีโอ" 
ข้อความต่อไปนี้ จริง (True) หรือ เท็จ(False)

a)

จริง

b)

เท็จ

2.

จากเรื่อง "เครื่องเล่นที่ชำรุด"   ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการผลิตในแต่ละวันของบริษัท อิเล็กทริกส์  ที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

​"ในแต่ละกลุ่มของเครื่องเล่นวิดีโอที่ผลิตทุก⁠ๆ 100 เครื่อง จะมีเครื่องที่ชำรุด 5 เครื่องพอดี" 
ข้อความต่อไปนี้ จริง (True) หรือ เท็จ(False)

a)

จริง

b)

เท็จ

3.

จากเรื่อง "เครื่องเล่นที่ชำรุด"   ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการผลิตในแต่ละวันของบริษัท อิเล็กทริกส์  ที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

"ถ้าสุ่มเลือกเครื่องเล่นเพลงที่ผลิตในแต่ละวันไปทดสอบ ความน่าจะเป็นที่เครื่องเล่นเพลงที่สุ่มได้จะต้องนำไปซ่อมเป็น 0.03" 
ข้อความต่อไปนี้ จริง (True) หรือ เท็จ(False)

a)

จริง

b)

เท็จ

4.

จากเรื่อง "เครื่องเล่นที่ชำรุด"   ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการผลิตในแต่ละวันของบริษัท อิเล็กทริกส์  ที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

"ผู้ทดสอบคนหนึ่งได้กล่าวอ้างดังต่อไปนี้ “โดยเฉลี่ย จำนวนเครื่องเล่นวิดีโอที่ส่งซ่อมต่อวันมีมากกว่าจำนวนเครื่องเล่นเพลงที่ส่งซ่อมต่อวัน” ให้นักเรียนตัดสินว่า คำกล่าวอ้างของผู้ทดสอบถูกต้องหรือไม่

ข้อความต่อไปนี้ ถูกต้อง (correct) หรือ ไม่ถูกต้อง (incorrect)

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง

5.

จากเรื่อง "เครื่องเล่นที่ชำรุด"   ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับการผลิตเครื่องเล่นวิดีโอและเครื่องเล่นเพลงระหว่างบริษัทอิเล็กทริกส์ กับ บริษัทโทรนิกส์

บริษัท โท⁠รนิกส์ ผลิตเครื่องเล่นวิดีโอและเครื่องเล่นเพลงด้วยเช่นกัน ในขั้นตอนสุดท้ายของ การผลิตในแต่ละวัน เครื่องเล่นจะถูกทดสอบและหากเครื่องเล่นเหล่านั้นชำรุดจะถูกคัดออกแล้วส่งไปซ่อม ตารางข้างล่างเปรียบเทียบจำนวนเครื่องเล่นแต่ละชนิดที่ผลิตโดยเฉลี่ยต่อวัน และร้อยละของเครื่องเล่นที่ชำรุดโดยเฉลี่ยต่อวันของสองบริษัท 

​มีรายละเอียดแสดงดังรูปภาพที่กำหนด

บริษัทใดในสองบริษัท บริษัท อิเล็กทริกส์ หรือ บริษัท โท⁠รนิกส์ ที่มีร้อยละของเครื่องเล่น ที่ชำรุดทั้งหมดน้อยกว่า 

a)

บริษัท อิเล็กทริกส์

b)

บริษัท โท⁠รนิกส์

6.

"แกรนด์แคนยอนตั้งอยู่ในที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนาสหรัฐอเมริกา เป็นหุบเขาที่กว้างใหญ่และลึกมาก ประกอบด้วยชั้นหินหลายชั้นในอดีตกาลการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกได้ยกชั้นหินเหล่านี้ขึ้นมาเหนือผิวดินปัจจุบันแกรนด์แคนยอนหลายส่วนมีความลึกเฉลี่ย 1.6 กิโลเมตร มีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านด้านล่างสุดของหุบเขา ในทุก ๆ ปีมีคนประมาณห้าล้านคนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนทางอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจึงมีมาตรการจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวด"

​จากความกังวลในเรื่องดังกล่าว คำถามต่อไปนี้สามารถตรวจสอบได้โดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

​"การกร่อนที่เกิดขึ้นจากการใช้เส้นทางเดิน มีมากน้อยเพียงใด" 

ใช่ หรือ ไม่ใช่ ?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

7.

"แกรนด์แคนยอนตั้งอยู่ในที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนาสหรัฐอเมริกา เป็นหุบเขาที่กว้างใหญ่และลึกมาก ประกอบด้วยชั้นหินหลายชั้นในอดีตกาลการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกได้ยกชั้นหินเหล่านี้ขึ้นมาเหนือผิวดินปัจจุบันแกรนด์แคนยอนหลายส่วนมีความลึกเฉลี่ย 1.6 กิโลเมตร มีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านด้านล่างสุดของหุบเขา ในทุก ๆ ปีมีคนประมาณห้าล้านคนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนทางอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจึงมีมาตรการจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวด"

จากความกังวลในเรื่องดังกล่าว คำถามต่อไปนี้สามารถตรวจสอบได้โดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

​"พื้นที่ของอุทยานมีภูมิลักษณ์เหมือนเมื่อ 100 ปีก่อนหรือไม่" 

ใช่ หรือ ไม่ใช่ ?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

8.

อุณหภูมิในแกรนด์แคนยอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส จนถึงสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส แม้ว่าจะเป็นบริเวณทะเลทราย บางครั้งรอยแตกของหินก็กักเก็บหยดน้ำไว้ นักเรียนคิดว่าอุณหภูมิและน้ำในรอยแตกของหินจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของแกรนด์แคนยอนได้อย่างไร?

ตัวเลือกคำตอบที่อธิบายได้ดีที่สุด

a)

น้ำที่อยู่ในรอยแตกจะระเหยหมดเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้หินคงรูปลักษณ์เดิมไว้ได้

b)

น้ำในรอยแตกจะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในหินเมื่ออุณหภูมิลดลง ทำให้หินค่อยๆ ยุบตัวและเปลี่ยนรูปร่าง

c)

เมื่ออุณหภูมิลดลง น้ำในรอยแตกจะแข็งตัวและขยายตัว ส่งผลให้หินเกิดการแตกร้าว และอาจพังทลายได้เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

d)

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทำให้หินมีการขยายตัวและหดตัวซ้ำๆ น้ำที่แข็งตัวในรอยแตกจะทำให้หินแตกร้าวมากขึ้น ส่งผลให้แกรนด์แคนยอนเปลี่ยนรูปลักษณ์อย่างชัดเจน

9.

"แกรนด์แคนยอนพบฟอสซิ⁠ลของซากสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น หอยกาบ ปลา และปะการัง อยู่ในชั้นหินปูน A ของแกรนด์แคนยอน มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน"

​​

จงอธิบายว่าทำไมฟอสซิ⁠ลเหล่านี้จึงถูกพบที่นั่น

a)

ในสมัยก่อนบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่มีมหาสมุทรปกคลุม และได้เหือดแห้งไปในตอนหลัง

b)

ครั้งหนึ่งมหาสมุทรมีคลื่นรุนแรงมากและคลื่นยักษ์พัดพาสิ่งมีชีวิตในทะเลขึ้นมาบนบก

c)

ในสมัยก่อนบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่มีมหาสมุทรปกคลุม และได้เหือดแห้งไปในตอนหลัง

d)

สัตว์ทะเลบางชนิดครั้งหนึ่งมีชีวิตอยู่บนบกก่อนที่จะอพยพลงสู่ทะเล

10.

"ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส"

​...และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลําจากปาตาโกเนีย ชิลีและปารากวัย ได้เดินทางกลับมาจากทางใต้ ตะวันตก และเหนือ สู่บัวโนส ไอเรส ซึ่งที่นั่นกําลังรอคอยสินค้าจาก เครื่องบินเหล่านั้น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้


​นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมืด และจดจ่ออยู่กับเที่ยวบินของเขาที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งจะต้องลดความสูงลงอย่างช้าๆ เพื่อออกจากท้องฟ้าที่มีพายุหรือ
เงียบสงบ ราวกับคนประหลาดกําลังลงมาจากภูเขา


​รีวิแอร์ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลําจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้สึกเหมือนมีลางร้าย เวลาผ่าน ไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งมีโทรเลขมาถึง
รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่ง ค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขา
ให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง


​ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ :

​ไปรษณียภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้ว


​เยี่ยมมาก!!! 


ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมืดได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่งทะเลที่มีคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ และสิ่งลี้ลับต้องยอมคืนสมบัติที่มันโยนเล่นไปมาเป็นเวลานานให้กับ ชายหาด ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคน
ที่เหลือกลับมา

​ในวันนี้การทํางานก็จบสิ้นลง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมี เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่น
มาทําหน้าที่แทน มีเพียงแต่รีวิแอร์เท่านั้นที่ไม่ได้พัก

จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณียภัณฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป

****************************

 

​หมายเหตุ: “ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส” เป็นส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายที่เขียนในปี 1931 นวนิยายนี้ใช้ประสบการณ์การเป็นนักบินขนส่งสินค้าในทวีปอเมริกาใต้ของผู้แต่งเป็นพื้นฐาน

 

a)

​ช่วงเช้า

b)

ช่วงบ่าย

c)

ช่วงเย็น

d)

ช่วงกลางคืน

11.

"ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส"

​...และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลําจากปาตาโกเนีย ชิลีและปารากวัย ได้เดินทางกลับมาจากทางใต้ ตะวันตก และเหนือ สู่บัวโนส ไอเรส ซึ่งที่นั่นกําลังรอคอยสินค้าจาก เครื่องบินเหล่านั้น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้


​นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมืด และจดจ่ออยู่กับเที่ยวบินของเขาที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งจะต้องลดความสูงลงอย่างช้าๆ เพื่อออกจากท้องฟ้าที่มีพายุหรือ
เงียบสงบ ราวกับคนประหลาดกําลังลงมาจากภูเขา


​รีวิแอร์ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลําจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้สึกเหมือนมีลางร้าย เวลาผ่าน ไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งมีโทรเลขมาถึง
รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่ง ค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขา
ให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง


​ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ :

​ไปรษณียภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้ว


​เยี่ยมมาก!!! 


ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมืดได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่งทะเลที่มีคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ และสิ่งลี้ลับต้องยอมคืนสมบัติที่มันโยนเล่นไปมาเป็นเวลานานให้กับ ชายหาด ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคน
ที่เหลือกลับมา

​ในวันนี้การทํางานก็จบสิ้นลง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมี เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่น
มาทําหน้าที่แทน มีเพียงแต่รีวิแอร์เท่านั้นที่ไม่ได้พัก

จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณียภัณฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป

****************************

 

​หมายเหตุ: “ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส” เป็นส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายที่เขียนในปี 1931 นวนิยายนี้ใช้ประสบการณ์การเป็นนักบินขนส่งสินค้าในทวีปอเมริกาใต้ของผู้แต่งเป็นพื้นฐาน

รีวิแอร์รู้สึกอย่างไรกับงานของเขา?

a)

กังวลและรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง

b)

ผ่อนคลายและมั่นใจในหน้าที่ของเขา

c)

ตื่นเต้นกับการทำงานของเขา

d)

โกรธและไม่พอใจกับสถานการณ์

12.

"ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส"

​...และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลําจากปาตาโกเนีย ชิลีและปารากวัย ได้เดินทางกลับมาจากทางใต้ ตะวันตก และเหนือ สู่บัวโนส ไอเรส ซึ่งที่นั่นกําลังรอคอยสินค้าจาก เครื่องบินเหล่านั้น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้


​นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมืด และจดจ่ออยู่กับเที่ยวบินของเขาที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งจะต้องลดความสูงลงอย่างช้าๆ เพื่อออกจากท้องฟ้าที่มีพายุหรือ
เงียบสงบ ราวกับคนประหลาดกําลังลงมาจากภูเขา


​รีวิแอร์ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลําจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้สึกเหมือนมีลางร้าย เวลาผ่าน ไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งมีโทรเลขมาถึง
รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่ง ค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขา
ให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง


​ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ :

​ไปรษณียภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้ว


​เยี่ยมมาก!!! 


ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมืดได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่งทะเลที่มีคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ และสิ่งลี้ลับต้องยอมคืนสมบัติที่มันโยนเล่นไปมาเป็นเวลานานให้กับ ชายหาด ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคน
ที่เหลือกลับมา

​ในวันนี้การทํางานก็จบสิ้นลง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมี เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่น
มาทําหน้าที่แทน มีเพียงแต่รีวิแอร์เท่านั้นที่ไม่ได้พัก

จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณียภัณฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป

****************************

 

​หมายเหตุ: “ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส” เป็นส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายที่เขียนในปี 1931 นวนิยายนี้ใช้ประสบการณ์การเป็นนักบินขนส่งสินค้าในทวีปอเมริกาใต้ของผู้แต่งเป็นพื้นฐาน

หากพิจารณาย่อหน้าที่สองจากท้าย (“ไม่นานนัก ...”) ความมืดและทะเลมีความเหมือนกันตามข้อใด

a)

ทั้งสองซ่อนสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวเอง

b)

ทั้งสองมีเสียงดัง

c)

ทั้งสองถูกสยบด้วยมนุษย์

d)

ทั้งสองเป็นอันตรายต่อมนุษย์

13.

"ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส"

​...และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลําจากปาตาโกเนีย ชิลีและปารากวัย ได้เดินทางกลับมาจากทางใต้ ตะวันตก และเหนือ สู่บัวโนส ไอเรส ซึ่งที่นั่นกําลังรอคอยสินค้าจาก เครื่องบินเหล่านั้น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้


​นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมืด และจดจ่ออยู่กับเที่ยวบินของเขาที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งจะต้องลดความสูงลงอย่างช้าๆ เพื่อออกจากท้องฟ้าที่มีพายุหรือ
เงียบสงบ ราวกับคนประหลาดกําลังลงมาจากภูเขา


​รีวิแอร์ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลําจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้สึกเหมือนมีลางร้าย เวลาผ่าน ไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งมีโทรเลขมาถึง
รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่ง ค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขา
ให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง


​ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ :

​ไปรษณียภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้ว


​เยี่ยมมาก!!! 


ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมืดได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่งทะเลที่มีคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ และสิ่งลี้ลับต้องยอมคืนสมบัติที่มันโยนเล่นไปมาเป็นเวลานานให้กับ ชายหาด ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคน
ที่เหลือกลับมา

​ในวันนี้การทํางานก็จบสิ้นลง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมี เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่น
มาทําหน้าที่แทน มีเพียงแต่รีวิแอร์เท่านั้นที่ไม่ได้พัก

จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณียภัณฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป

****************************

 

​หมายเหตุ: “ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส” เป็นส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายที่เขียนในปี 1931 นวนิยายนี้ใช้ประสบการณ์การเป็นนักบินขนส่งสินค้าในทวีปอเมริกาใต้ของผู้แต่งเป็นพื้นฐาน

คําคู่ใดต่อไปนี้อธิบายถึงภาวะจิตใจของรีวิแอร์ในเรื่องได้ดีที่สุด?

a)

ตื่นตระหนกและกระวนกระวาย

b)

ตื่นเต้นและกระสับกระส่าย

c)

กังวลและหนักใจ

d)

โกรธและหงุดหงิด

14.

"ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส"

​...และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลําจากปาตาโกเนีย ชิลีและปารากวัย ได้เดินทางกลับมาจากทางใต้ ตะวันตก และเหนือ สู่บัวโนส ไอเรส ซึ่งที่นั่นกําลังรอคอยสินค้าจาก เครื่องบินเหล่านั้น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้


​นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมืด และจดจ่ออยู่กับเที่ยวบินของเขาที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งจะต้องลดความสูงลงอย่างช้าๆ เพื่อออกจากท้องฟ้าที่มีพายุหรือ
เงียบสงบ ราวกับคนประหลาดกําลังลงมาจากภูเขา


​รีวิแอร์ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลําจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้สึกเหมือนมีลางร้าย เวลาผ่าน ไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งมีโทรเลขมาถึง
รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่ง ค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขา
ให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง


​ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ :

​ไปรษณียภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้ว


​เยี่ยมมาก!!! 


ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมืดได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่งทะเลที่มีคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ และสิ่งลี้ลับต้องยอมคืนสมบัติที่มันโยนเล่นไปมาเป็นเวลานานให้กับ ชายหาด ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคน
ที่เหลือกลับมา

​ในวันนี้การทํางานก็จบสิ้นลง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมี เจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่น
มาทําหน้าที่แทน มีเพียงแต่รีวิแอร์เท่านั้นที่ไม่ได้พัก

จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณียภัณฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป

****************************

 

​หมายเหตุ: “ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส” เป็นส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายที่เขียนในปี 1931 นวนิยายนี้ใช้ประสบการณ์การเป็นนักบินขนส่งสินค้าในทวีปอเมริกาใต้ของผู้แต่งเป็นพื้นฐาน

ข้อความ "และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป" ในบริบทนี้สื่อถึงอะไร?

a)

การที่เครื่องบินจะต้องเดินทางกลับมาที่บัวโนส ไอเรสทุกครั้ง

b)

การทำงานของรีวิแอร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดและต้องเผชิญกับความกังวลใจอยู่เสมอ

c)

ความรู้สึกปลอดภัยที่รีวิแอร์จะได้รับจากการทำงานของเขา

d)

ความพอใจของรีวิแอร์ในการทำงานในช่วงเวลากลางคืน