NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsองค์การและการบริหารงานคุณภาพ ปลายภาค
Total questions: 60
Worksheet time: 3600secs
Name
Class
Date
1.
ทฤษฎีความขัดแย้งของคาร์ล มาร์กซ์ มีความเชื่อว่าความขัดแย้งเริ่มที่ประเด็นใด
a)
ความกลมเกลียว
b)
สังคม
c)
ความปรองดองกันมากเกินไป
d)
เศรษฐกิจ
2.
ข้อใดเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล (Interpersonal Conflict)
a)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากบุคคลต้องเลือกทำสิ่งใดระหว่างตัวเลือกที่มีมากกว่า 1 ตัว และทุกตัวเลือก เป็นสิ่งที่จะให้ผลทางบวก ซึ่งให้ผลประโยชน์และน่าสนใจเท่ากัน
b)
ความขัดแย้งระหว่างบุคคลเกิดขึ้นมีผลมาจากความแตกต่างของบุคคลในด้านการรับรู้ พื้นฐาน การศึกษาและครอบครัว
c)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งซึ่งได้ผลไม่น่าพอใจ
d)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องเลือกทำในสิ่งที่เป็นทั้งผลบวกและผลลบ
3.
ข้อใดเป็นความขัดแย้งภายในองค์การ
a)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง
b)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลเนื่องจากความไม่เห็นด้วย
c)
ความขัดแย้งของสมาชิกภายในกลุ่มที่เกิดจากความไม่เห็นด้วย
d)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่ม
4.
เมื่อมีสถานการณ์ขัดแย้งที่เป็นปัญหาเล็กน้อย ควรแก้ปัญหาตามวิธีใด
a)
การปรองดอง
b)
การร่วมมือซึ่งกันและกัน
c)
การแข่งขัน
d)
การหลีกเลี่ยง
5.
เมื่อหัวหน้างานมีอำนาจเท่ากัน แต่ยึดมั่นในเป้าหมายแตกต่างกัน ควรใช้วิธีใดจัดการข้อขัดแย้ง
a)
การร่วมมือซึ่งกันและกัน
b)
การประนีประนอม
c)
การปรองดอง
d)
การหลีกเลี่ยง
6.
ถ้าใช้วิธีจัดการความขัดแย้งในองค์การแบบบังคับ (Force) จะมีผลอย่างไร
a)
ลักษณะของการแพ้ – แพ้ (Lose – Lose)
b)
ลักษณะของการชนะ – ชนะ (Win – Win)
c)
ลักษณะของการชนะ – แพ้ (Win – Lose)
d)
ลักษณะของการแพ้ – ชนะ (Lose – Win)
7.
กลยุทธ์กรอบความคิดในการต่อรองโดยมุ่งงาน (Task) นั้น ผู้เจรจาจะเน้นถึงเรื่องใด
a)
ความสัมพันธ์กับคู่เจรจา
b)
ปัจจัยเชิงวัตถุที่เป็นข้อขัดแย้ง
c)
เน้นต้องชนะและได้ประโยชน์สูงสุด
d)
ได้ประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย
8.
กลยุทธ์กรอบความคิดในการต่อรองที่มุ่งความร่วมมือ ผู้เจรจาจะเน้นเรื่องใด
a)
ได้ประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย
b)
ใช้ความรู้สึกด้านอารมณ์ต่อกรณี
c)
เน้นที่ความสัมพันธ์กับคู่เจรจา
d)
ปัจจัยเชิงวัตถุที่เป็นข้อขัดแย้ง
9.
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากความไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือเกิดความสับสนในสถานการณ์นั้นๆ จนไม่สามารถตัดสินใจได้ เป็นความขัดเย้งประเภทใด
a)
ความขัดแย้งระหว่างบุคคล
b)
ความขัดแย้งภายในกลุ่ม
c)
ความขัดแย้งภายในตัวบุคคล
d)
ความขัดแย้งในองค์การ
10.
ข้อใดเป็นแนวทางการจัดการความขัดแย้งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
a)
การหลีกเลี่ยง
b)
การปรองดอง
c)
การประนีประนอม
d)
การร่วมมือซึ่งกันและกัน
11.
บุคคลตามข้อใดที่ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้การเจรจาได้ข้อยุติ โดยใช้เหตุผลโน้มน้าวใจและเสนอทางเลือกต่างๆ ให้คู่เจรจา
a)
อนุญาโตตุลาการ
b)
ผู้ปรองดอง
c)
ผู้ไกล่เกลี่ย
d)
ที่ปรึกษา
12.
ความขัดแย้ง (conflict) หมายความว่าอย่างไร
a)
พฤติกรรมของบุคคล หรือกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างกัน
b)
พฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่ม มีความคิดเห็น การรับรู้ ความคาดหวัง ความเชื่อ และค่านิยมที่แตกต่างกัน
c)
กลุ่มคนระหว่างองค์การที่มีความเชื่อที่แตกต่างกัน
d)
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีความคิดที่แตกต่าง
13.
กลยุทธ์องค์การ หมายถึงข้อใด
a)
ความสัมพันธ์ของสภาพแวดล้อมกับกลุ่มต่าง ๆ ขององค์การ
b)
กลยุทธ์ในฐานะเป็นเครื่องมือในการบริหารองค์การ
c)
การจัดชุดทรัพยากรที่มีความเหมาะสมกับองค์การ
d)
การที่องค์การใช้เทคนิควิธีเพื่อปรับตัวเองตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
14.
กลยุทธ์การบริหารที่ทรงประสิทธิภาพ หมายถึงข้อใด
a)
การใช้วิธีจูงใจเพื่อเพิ่มผลผลิต
b)
การเพิ่มประสิทธิภาพโดยการเรียนรู้เอาชนะคู่แข่งขัน
c)
การบริหารที่สร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้เกิดขึ้นทุกแง่มุมทั่วทั้งองค์การ
d)
การบริหารแบบวางแผนสมบูรณ์
15.
ข้อใดหมายถึงบรรยากาศในองค์การ
a)
การรับฟังความคิดเห็นจากเบื้องล่างสู่เบื้องบน
b)
การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การโดยส่วนรวม
c)
การอาศัยระบบควบคุมโดยสร้างสรรค์
d)
การสร้างแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาองค์การ
16.
กลยุทธ์การบริหารที่ทรงประสิทธิภาพ อันได้แก่ การบริหารเชิงรวม ซึ่งเป็นความหมายตามข้อใด
a)
การเรียนรู้เทคโนโลยีและทรัพยากร
b)
การจัดระบบการวางแผนที่สมบูรณ์
c)
ความเปิดเผยในการสื่อสารในองค์การ
d)
การให้การสนับสนุนและสร้างบรรยากาศในองค์การ
17.
ข้อใดหมายถึงการสร้างบรรยากาศในองค์การกับความก้าวหน้าของบุคลากร
a)
จัดโครงสร้างองค์การให้เหมาะสมทันสมัยเสมอ
b)
องค์การควรจะกำหนดโครงการฝึกอบรมตามความต้องการของบุคลากร เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากรในการทำงาน
c)
การอาศัยกระบวนการร่วมวางแผนและตั้งเป้าหมายร่วมกัน
d)
การอาศัยแผนกลยุทธ์ในการเสริมสร้างประสิทธิภาพ
18.
การจัดระบบการวางแผนที่สมบูรณ์เพื่อให้องค์การมีความเข้มแข็ง มีระบบการวางแผนระยะยาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันทั้งสองฝ่าย หมายถึงข้อใด
a)
ฝ่ายบริหารและฝ่ายบุคคล
b)
ฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติ
c)
ฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายบุคคล
d)
ฝ่ายบริหารและฝ่ายวางแผน
19.
การบริหารองค์การให้มีประสิทธิภาพต้องพิจารณาถึงเรื่องใดเป็นสำคัญ
a)
ผู้บริหารต้องเข้าใจว่าองค์การสัมพันธ์กับชุมชนอย่างไร
b)
ผู้บริหารต้องเข้าใจถึงลักษณะสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
c)
ผู้บริหารต้องเข้าใจถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
d)
ผู้บริหารต้องปรับตนเองให้เข้ากับเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงเสมอ
20.
กลยุทธ์ในข้อใดที่ถูกกำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง
a)
กลยุทธ์ระดับองค์การ (Corporate-Level Strategy)
b)
กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional- Level Strategy)
c)
การบริหารแบบมุ่งหมาย (Goal-Oriented Management)
d)
กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business-Level Strategy)
21.
“เราให้บริการความสะดวก กับทุกชุมชน” คือวิสัยทัศน์ของใคร
a)
Tesco Lotus
b)
Makro
c)
7-Eleven
d)
Big C
22.
ข้อใด ไม่ใช่ กลยุทธ์ในการจ่ายค่าตอบแทน
a)
การจ่ายค่าตอบแทนต้องสูงกว่าภายนอก
b)
การจ่ายค่าตอบแทนต้องให้เกิดความเป็นธรรมภายในองค์การ
c)
การจ่ายค่าตอบแทนต้องเป็นธรรมกับพนักงาน
d)
การจ่ายค่าตอบแทนต้องให้สอดคล้องกับศักยภาพขององค์การ
23.
ข้อใด ไม่ใช่ รางวัลตอบแทนด้านอาชีพ
a)
การให้การยกย่องชมเชย
b)
ความสนุกสนานในการทำงาน
c)
การมีเพื่อนร่วมงานที่ดี
d)
การให้สัญลักษณ์แสดงสถานภาพ
24.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ แผนงานตามลักษณะการใช้งาน
a)
แผนงานหลัก
b)
แผนการทำงานประจำวัน
c)
แผนการปฏิบัติการ
d)
แผนกลยุทธ์
25.
ข้อใดเป็นแผนการปฏิบัติงานเฉพาะของหน่วยงาน
a)
แผนงานประจำปี
b)
แผนงานหลัก
c)
แผนปฏิบัติงาน
d)
แผนงานประจำไตรมาส
26.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติงานตามแผนประสบความสำเร็จ
a)
มีแผนที่ดีสามารถปฏิบัติได้จริง
b)
มีผู้รับผิดชอบการบริหารแผนงาน
c)
มีทักษะความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
d)
มีทรัพยากรที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
27.
การวางแผนมีบทบาทในการบริหารขององค์การอย่างไร
a)
ประสานความพยายามของกลุ่มต่าง ๆ ภายในองค์การ
b)
สามารถวัดผลความสำเร็จของผลงานแต่ละบุคคลของกลุ่มในองค์การ
c)
กำหนดทิศทางและเป้าหมายร่วมขององค์การ
d)
แก้ไขข้อผิดพลาด และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
28.
หลักสำคัญที่สุดของการวางแผนอยู่ที่ข้อใด
a)
กำหนดวัตถุประสงค์
b)
การกำหนดแนวทางปฏิบัติ
c)
การจัดทำแผนปฏิบัติตามวัตถุประสงค์
d)
การวัดและประเมินผล
29.
ข้อใดคือวิธีการตัดสินใจล่วงหน้าเพื่ออนาคตขององค์การ
a)
Plan
b)
Planning
c)
Project
d)
Objective
30.
ข้อใดถือว่าเป็นจุดแข็ง (Strengths) ขององค์การ
a)
ชุมชนอยู่ใกล้กับโรงงาน
b)
ลูกค้ามีทัศนคติที่ดีต่อโรงงาน
c)
องค์การมีฐานะทางการเงินดี
d)
รัฐบาลสนับสนุนการเงินให้แก่องค์การ
31.
ข้อใดถือว่าเป็นโอกาส (Opportunities) ขององค์การ
a)
ผลิตภัณฑ์ดี มีคุณภาพ และราคาถูก
b)
เป็นโรงงานผลิตที่มีเงินทุนหมุนเวียนดี
c)
สร้างงานให้กับชุมชน และชุมชนให้การสนับสนุน
d)
รัฐบาลเปิดตลาดการค้าเสรีในอาเซียน
32.
อุปสรรคขององค์การคือข้อใด
a)
ตรายี่ห้อของสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า
b)
การแข่งขันในตลาดสินค้าเดียวกันมีมาก
c)
ทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากวัตถุดิบ
d)
รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนแหล่งเงินทุน
33.
เทคนิคการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาแบบใด ที่เป็นการขยายความคิดออกไปอย่างไม่จำกัดขอบเขต และใช้ความคิดอย่างอิสระ
a)
แผนภูมิก้างปลา (Ishikawa Diagram)
b)
แผนภูมิทางความคิด (Mind Mapping)
c)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT Analysis )
d)
วงจร PDCA (Demming Cycle)
34.
ข้อใด ไม่ใช่ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ (External Analysis)
a)
ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
b)
ปัจจัยทางสังคม
c)
ปัจจัยทางการเมืองและกฎหมาย
d)
ปัจจัยทางการเงิน การตลาด
35.
แนวทางการแก้ปัญหาวิธีใด ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว มองเห็นสภาพการณ์ได้โดยไม่ต้องสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม
a)
ใช้การทดสอบ
b)
การวิเคราะห์ให้คะแนน
c)
การใช้ประสบการณ์
d)
การวิเคราะห์ด้วยเหตุผล
36.
การจัดทำป้ายเพื่อบอกถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นกิจกรรมใดในการทำกิจกรรม 5 ส.
a)
สะดวก
b)
สะสาง
c)
สะอาด
d)
สุขลักษณะและสร้างนิสัย
37.
ข้อใดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากสุขลักษณะ
a)
มีพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น
b)
มีความสุขในการทำงาน
c)
มีความปลอดภัยในการทำงาน
d)
สามารถหาสิ่งของได้อย่างรวดเร็ว
38.
วงจร PDCA เป็นวงจรที่สามารถพัฒนาองค์การในด้านใด
a)
พัฒนาคน
b)
พัฒนากิจกรรมการทำงาน
c)
พัฒนางาน
d)
พัฒนาผู้ร่วมกันทำงาน
39.
ข้อใดหมายถึงกิจกรรม QCC
a)
การทำงานด้วยความร่วมมือร่วมใจ
b)
การทำงานด้วยความมีระเบียบวินัย
c)
การทำงานด้วยความสามัคคีกัน
d)
การทำงานด้วยความตั้งใจ
40.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นการพัฒนาทีมงาน
a)
ให้การยอมรับ และเคารพความเป็นสมาชิกในองค์การ
b)
มีความสมัครใจ และร่วมใจทำงานอย่างต่อเนื่อง
c)
ให้โอกาสทุกคนได้แสดงความคิดเห็น
d)
ใช้การระดมสมองให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
41.
การฝึกอบรมมีความสำคัญต่อการจัดการงานอย่างไร
a)
สามารถสร้างความตระหนักในการทำงาน
b)
สามารถช่วยในการประเมินผลการทำงาน
c)
สามารถช่วยปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
d)
ช่วยให้สามารถรับค่าจ้างการทำงานที่เหมาะสม
42.
การปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องเกิดจากข้อใดมากที่สุด
a)
ความต้องการของลูกค้า
b)
ความต้องการของพนักงาน
c)
ความต้องการของฝ่ายประเมินผล
d)
นโยบายขององค์การ
43.
ข้อใดหมายถึงการสร้างนิสัย
a)
Seiri
b)
Seiton
c)
Shitsuke
d)
Seiketsu
44.
ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายของการบำรุงรักษาแบบมีส่วนร่วม
a)
ความคงทนถาวร
b)
มีความพร้อมใช้งาน
c)
ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
d)
ลดเวลาการทำงานของพนักงานซ่อมบำรุง
45.
กิจกรรม QCC พัฒนามาจากอะไร
a)
SQC เป็น TQC เป็น QCC
b)
SQC เป็น QCC เป็น TQC
c)
TQC เป็น SQC เป็น QCC
d)
TQC เป็น QCC เป็น SQC
46.
แนวทางการแก้ปัญหาวิธีใดถือเป็นการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด
a)
ใช้การทดสอบ
b)
ใช้ประสบการณ์
c)
วิเคราะห์ด้วยการให้คะแนน
d)
วิเคราะห์ด้วยเหตุผล
47.
การทำลาย อยู่ในกิจกรรม 5 ส. ใด
a)
สะดวก
b)
สะอาด
c)
สุขลักษณะ
d)
สะสาง
48.
การพัฒนาคน - พัฒนางาน – พัฒนาทีมงาน คือหลักการพัฒนากิจกรรม QCC ด้านใด
a)
หลักการพัฒนาคุณภาพ
b)
หลักการจัดกิจกรรม QCC
c)
การจัดตั้งกลุ่มกิจกรรม QCC
d)
ค้นหาปัญหา
49.
ข้อใด ไม่ใช่ หลักการประชาธิปไตย ของกิจกรรมข้อเสนอแนะปรับปรุงงาน
a)
การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
b)
คิดพิจารณาตัดสินสิ่งใด ๆ ด้วยระบบเหตุผล
c)
หากมีการขัดแย้งในกลุ่มให้ถือเอาแนวคิดของตัวเองเป็นหลัก
d)
คิดพิจารณาตัดสินสิ่งใดๆ ด้วยระบบเหตุผล
50.
เป้าหมายหลักของกิจกรรมข้อเสนอแนะปรับปรุงงาน คือข้อใด
a)
ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ
b)
ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพ สร้างความพึงพอใจกับลูกค้า
c)
ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
d)
ลดความผิดพลาดในการผลิต
51.
ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายและความสำคัญของมาตรฐาน ISO
a)
เป็นนมาตรฐานที่ช่วยให้มีการผลิตที่เป็นเสมอกันทั่วโลก
b)
ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
c)
ช่วยให้องค์กรลดมลพิษและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
d)
ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาทีมงาน และร่วมใจกันทำงานอย่างต่อเนื่อง
52.
วัตถุประสงค์หลักของมาตรฐาน ISO คืออะไร
a)
เพื่อสร้างภาษากลางสำหรับการค้าและการพาณิชย์ระหว่างประเทศ
b)
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม
c)
เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย
d)
เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
53.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ การนำประโยชน์ของมาตรฐาน ISO ไปใช้
a)
เพิ่มความพึงพอใจและความมั่นใจของลูกค้า
b)
ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการลดต้นทุน
c)
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเรียกคืนผลิตภัณฑ์และปัญหาความรับผิด
d)
เพิ่มชื่อเสียงของแบรนด์และความสามารถในการแข่งขันในตลาด
54.
ขั้นตอนหลักในกระบวนการรับรอง ISO คือขอใด
a)
การเลือกมาตรฐาน ISO ที่เหมาะสมสำหรับองค์กร
b)
จัดทำเอกสารองค์กร
c)
การยื่นคำขอรับการรับรอง
d)
ดำเนินการทบทวนนโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กร
55.
การเลือกหน่วยรับรองมาตรฐาน (Certification Body: CB) ที่เหมาะสมกับองค์กรมีความสำคัญอย่างไรในกระบวนการขอรับรองมาตรฐาน ISO
a)
ช้วยให้กระบวนการขอรับรองมาตรฐาน ISO เป็นไปอย่างรวดเร็ว
b)
ช่วยให้มั่นใจว่าการตรวจสอบและประเมินเป็นไปตามมาตรฐานสากล
c)
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขอรับรองมาตรฐาน ISO
d)
ช่วยให้องค์กรได้รับการยอมรับในระดับสากล
56.
คู่มือการประยุกต์ใช้ (Guidance Documents) สำหรับการขอรับรองมาตรฐาน ISO มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
a)
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในมาตรฐาน ISO
b)
อธิบายคำศัพท์และคำศัพท์ที่ใช้ในมาตรฐาน
c)
แสดงตัวอย่างและการเข้าใจอธิบายด้วยภาพ
d)
ระบุขั้นตอนการดำเนินการและแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐาน
57.
ต่อไปนี้ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ ISO
a)
เอกสารคำแนะนำ
b)
เอกสารการตรวจสอบ
c)
เอกสารการตรวจสอบและตรวจสอบ
d)
เอกสารการจัดการ
58.
วัตถุประสงค์ของแผนการตรวจสอบ คืออะไร
a)
เพื่อระบุขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ ISO
b)
เพื่อร่างขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบ ISO
c)
เพื่อรวบรวมหลักฐานการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO
d)
เพื่อบันทึกผลการตรวจสอบ ISO
59.
เอกสารประเภทใดที่ใช้ในการบันทึกผลการตรวจสอบ ISO
a)
รายการตรวจสอบ
b)
รายงานการตรวจสอบ
c)
เอกสารหลักฐาน
d)
แผนการตรวจสอบ
60.
วัตถุประสงค์ของนโยบายการจัดการความรู้ คืออะไร
a)
เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติในการรวบรวมและแบ่งปันความรู้ภายในองคกร
b)
เพื่อกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบสำหรับกิจกรรมการจัดการความรู้
c)
เพื่อระบุวิธีการจัดเก็บและการเข้าถึงทรัพยากรความรู้
d)
เพื่อประเมินประสิทธิผลของการปฏิบัติการจัดการความรู้
Reset
