NEW
Font size
WorksheetsOmada L3 Switch Internal Sales Training
Total questions: 10
Worksheet time: 5mins
1. หน้าที่หลักของ Switch L2 คืออะไร?
a) การตัดสินใจส่งข้อมูลโดยใช้ MAC Address
b) การจัดการและควบคุมการส่งข้อมูลระหว่าง VLANs
c) การสนับสนุนโปรโตคอล routing เช่น OSPF และ BGP
d) การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในเครือข่าย
2. Switch L3 สามารถทำหน้าที่ใดที่ Switch L2 ทำไม่ได้?
a) การเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายโดยตรง
b) การจัดการ ARP Table
c) การ routing ข้อมูลระหว่าง VLANs
d) การสนับสนุน STP (Spanning Tree Protocol)
3. การจัดการ VLAN บน Switch L2 กับ Switch L3 แตกต่างกันอย่างไร?
a) Switch L2 ไม่สามารถจัดการ VLAN ได้
b) Switch L3 สามารถ routing ระหว่าง VLANs ได้โดยตรง
c) Switch L2 สามารถสนับสนุนโปรโตคอล routing ทั้งหมด
d) Switch L2 สามารถ routing ระหว่าง VLANs ได้โดยตรง
4. เมื่อทำการ Stacking อุปกรณ์ Switch L3 ของ TP-Link หลายตัว สิ่งใดจะเกิดขึ้น?
a) Switch ทุกตัวจะทำงานเป็นอุปกรณ์แยกกัน
b) Switch จะทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันและมีการบริหารจัดการผ่าน IP เดียว
c) Switch จะเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลระหว่าง Switch
d) Switch จะสนับสนุนโปรโตคอลการเชื่อมต่อแบบใหม่
5. Switch L3 สามารถสนับสนุนโปรโตคอล routing ใดบ้าง?
a) RIP และ OSPF
b) SNMP และ FTP
c) DNS และ DHCP
d) HTTP และ HTTPS
6. ข้อแตกต่างหลักระหว่าง Static Route และ Dynamic Route คืออะไร?
a) Static Route ใช้การตั้งค่าด้วยตนเอง ส่วน Dynamic Route ใช้โปรโตคอลในการคำนวณเส้นทาง
b) Static Route ใช้โปรโตคอล เช่น OSPF ส่วน Dynamic Route ใช้การตั้งค่าด้วยตนเอง
c) Static Route ใช้ RIP ส่วน Dynamic Route ใช้การตั้งค่า RIP
d) Static Route สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางได้เอง ส่วน Dynamic Route ต้องการการตั้งค่าด้วยตนเอง
7. Dynamic Route มีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับ Static Route?
a) ความง่ายในการตั้งค่า
b) ความสามารถในการปรับเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดพลาด
c) ความสามารถในการป้องกันลูป (loop prevention)
d) การลดการใช้โปรโตคอลในการคำนวณ
8. ในสถานการณ์ใดที่ควรใช้ Static Route?
a) เครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบ่อยครั้ง
b) เครือข่ายที่มีการเชื่อมต่อระหว่างสาขาหลายสาขา
c) เครือข่ายขนาดเล็กที่มีโครงสร้างเครือข่ายไม่ซับซ้อน
d) เครือข่ายที่ต้องการการปรับเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ
9. Static Route มีข้อเสียใดเมื่อใช้ในเครือข่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย?
a) ความสามารถในการจัดการเส้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
b) ความซับซ้อนในการตั้งค่าและปรับเปลี่ยนเส้นทาง
c) การลดความปลอดภัยของเครือข่าย
d) การลดประสิทธิภาพในการส่งข้อมูล
10. Dynamic Route สามารถทำอะไรได้ที่ Static Route ไม่สามารถทำได้?
a) การตั้งค่าเส้นทางโดยอัตโนมัติ
b) การตั้งค่าด้วยตนเองเพื่อกำหนดเส้นทาง
c) การจัดการข้อมูลในเครือข่ายท้องถิ่น
d) การสนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรโตคอล HTTP
