wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สุขะม.๑หน่วย๓

Total questions: 59

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายมีความสำคัญอย่างไร?

a)

ทำให้เรามีความมั่นใจในตนเอง

b)

ลดความเครียดและความกังวล

c)

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

d)

ถูกทุกข้อ

2.

วิธีไหนที่ช่วยให้เราปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายได้ง่ายขึ้น?

a)

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

b)

การทำงานหนักตลอดเวลา

c)

การหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลง

d)

การกินอาหารฟาสต์ฟู้ด

3.

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่มักเกิดขึ้นในวัยรุ่นคืออะไร?

a)

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

b)

การเจริญเติบโตของร่างกาย

c)

การเปลี่ยนแปลงของเสียงพูด

d)

ถูกทุกข้อ

4.

การมีมุมมองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายช่วยให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร?

a)

เพิ่มความมั่นใจในตนเอง

b)

ทำให้รู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับตนเอง

c)

ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี

d)

ถูกทุกข้อ

5.

การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนมีบทบาทอย่างไรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย?

a)

ช่วยให้รู้สึกว่ามีคนเข้าใจและยอมรับ

b)

ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวน

c)

ส่งเสริมให้มีการพูดคุยและแชร์ความรู้สึก

d)

ถูกทุกข้อ

6.

การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนมีบทบาทอย่างไรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย?

a)

ช่วยให้รู้สึกว่ามีคนเข้าใจและยอมรับ

b)

ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

c)

ส่งเสริมให้มีการพูดคุยและแชร์ความรู้สึก

d)

ถูกทุกข้อ

7.

การดูแลสุขภาพจิตมีผลต่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างไร?

a)

ช่วยให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

b)

ลดความเครียดและความกังวล

c)

ส่งเสริมให้มีมุมมองเชิงบวก

d)

ถูกทุกข้อ

8.

สิ่งใดที่ไม่ควรทำเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย?

a)

หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลง

b)

หันไปหากิจกรรมที่ชอบทำ

c)

ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

d)

รับการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน

9.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายสามารถช่วยให้เกิดอะไรได้?

a)

การปรับตัวที่ดีขึ้น

b)

การมีสุขภาพจิตที่ดี

c)

การมีความสุขในชีวิต

d)

ถูกทุกข้อ

10.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจมีความสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจ

b)

ช่วยให้เราพัฒนาตนเอง

c)

ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

d)

ถูกทุกข้อ

11.

ขั้นตอนแรกของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงคืออะไร?

a)

การปฏิเสธ

b)

การยอมรับ

c)

การสำรวจ

d)

การประมวลผล

12.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายสามารถช่วยให้เกิดอะไรได้?

a)

การปรับตัวที่ดีขึ้น

b)

การมีสุขภาพจิตที่ดี

c)

การมีความสุขในชีวิต

d)

ถูกทุกข้อ

13.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต้องการสิ่งใด?

a)

การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน

b)

การมีมุมมองเชิงบวก

c)

การดูแลสุขภาพกายและใจ

d)

ถูกทุกข้อ

14.

วิธีไหนที่ดีที่สุดในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย?

a)

การมีมุมมองเชิงบวกและการยอมรับตนเอง

b)

การหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลง

c)

การทำงานหนักตลอดเวลา

d)

การกินอาหารฟาสต์ฟู้ด

15.

ขั้นตอนแรกของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงคืออะไร?

a)

การปฏิเสธ

b)

การยอมรับ

c)

การสำรวจ

d)

การประมวลผล

16.

การพูดคุยกับคนอื่นเกี่ยวกับความรู้สึกของเราเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงช่วยได้อย่างไร?

a)

ช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว

b)

ช่วยให้เราได้มุมมองใหม่

c)

ช่วยให้เราได้รับการสนับสนุน

d)

ถูกทุกข้อ

17.

การทำสมาธิช่วยในการยอมรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

a)

ช่วยให้เรามีสมาธิ

b)

ช่วยให้เราเผชิญหน้ากับความรู้สึกของเรา

c)

ช่วยลดความเครียด

d)

ถูกทุกข้อ

18.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงสามารถทำให้เรามีความสุขมากขึ้นได้อย่างไร?

a)

ช่วยให้เราไม่ยึดติดกับอดีต

b)

ช่วยให้เรามองเห็นโอกาสใหม่

c)

ช่วยลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต

d)

ถูกทุกข้อ

19.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสามารถพัฒนาได้อย่างไร?

a)

ผ่านการฝึกฝน

b)

ผ่านการเรียนรู้

c)

ผ่านการทดลองสิ่งใหม่

d)

ถูกทุกข้อ

20.

การตั้งเป้าหมายในชีวิตช่วยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

a)

ช่วยให้เรามีทิศทาง

b)

ช่วยให้เรามีแ

21.

การตั้งเป้าหมายในชีวิตช่วยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

a)

ช่วยให้เรามีทิศทาง

b)

ช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจ

c)

ช่วยให้เรามีความมั่นคงทางอารมณ์

d)

ถูกทุกข้อ

22.

การออกกำลังกายมีความสำคัญต่อการยอมรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

a)

ช่วยเพิ่มพลังงาน

b)

ช่วยลดความเครียด

c)

ช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี

d)

ถูกทุกข้อ

23.

การระบายความรู้สึกผ่านการเขียนช่วยได้อย่างไร?

a)

ช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

b)

ช่วยลดความเครียด

c)

ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสถานการณ์

d)

ถูกทุกข้อ

24.

การมีการสนับสนุนทางสังคมช่วยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

a)

ช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว

b)

ช่วยให้เราได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์

c)

ช่วยให้เรามีความมั่นคงทางอารมณ์

d)

ถูกทุกข้อ

25.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หมายถึงอะไร?

a)

การปฏิเสธความรู้สึกที่ไม่ดี

b)

การรับรู้และยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น

c)

การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให

26.

การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หมายถึงอะไร?

a)

การปฏิเสธความรู้สึกที่ไม่ดี

b)

การรับรู้และยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น

c)

การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด

d)

การพยายามเปลี่ยนแปลงความรู้สึกด้วยการทำกิจกรรมอื่น

27.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีที่ดีในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์?

a)

การหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเพื่อน

b)

การฝึกสติและการหายใจลึกๆ

c)

การระบายความโกรธกับผู้อื่น

d)

การเพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเอง

28.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของการยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์?

a)

การรับรู้ความรู้สึกของตนเอง

b)

การมองหาความหมายในความรู้สึก

c)

การปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้น

d)

การหาวิธีจัดการกับความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์

29.

การแสดงออกถึงความรู้สึกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาช่วยให้เราปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้อย่างไร?

a)

ช่วยลดความเครียด

b)

ทำให้เรามีความขัดแย้งกับผู้อื่น

c)

ทำให้เรารู้สึกอึดอัด

d)

ทำให

30.

การแสดงออกถึงความรู้สึกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาช่วยให้เราปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้อย่างไร?

a)

ช่วยลดความเครียด

b)

ทำให้เรามีความขัดแย้งกับผู้อื่น

c)

ทำให้เรารู้สึกอึดอัด

d)

ทำให้เราเสียความมั่นใจ

31.

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์มีผลกระทบต่อด้านใดบ้าง?

a)

สุขภาพกาย

b)

ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

c)

การทำงานหรือการเรียน

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

32.

การพูดคุยกับใครสามารถช่วยให้เราปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ดีที่สุด?

a)

คนที่ไม่รู้จักเรา

b)

คนที่เรารู้สึกสบายใจและไว้ใจ

c)

คนที่มีปัญหาเดียวกัน

d)

คนที่ชอบวิจารณ์

33.

การฝึกจิตใจให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์สามารถทำได้โดยวิธีใด?

a)

การฝึกสมาธิและโยคะ

b)

การเล่นเกมคอมพิวเตอร์

c)

การดูทีวีตลอดทั้งวัน

d)

การนอนหลับในช่วงกลางวัน

34.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์สามารถช่วยในด้านใดบ้าง?

a)

ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

b)

การพัฒนาความสัมพันธ์

c)

การเพิ่มความมั่นใจในตนเอง

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

35.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์สามารถช่วยในด้านใดบ้าง?

a)

ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

b)

การพัฒนาความสัมพันธ์

c)

การเพิ่มความมั่นใจในตนเอง

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

36.

ข้อใดเป็นการแสดงออกถึงการปรับตัวที่ไม่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์?

a)

การพูดคุยกับเพื่อน

b)

การออกกำลังกาย

c)

การปฏิเสธความรู้สึกและไม่ยอมรับ

d)

การเขียนบันทึกความรู้สึก

37.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์สามารถพัฒนาได้โดยการทำสิ่งใด?

a)

การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา

b)

การเพิกเฉยต่อความรู้สึก

c)

การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหา

d)

การใช้สารเสพติด

38.

พัฒนาการทางเพศหมายถึงอะไร?

a)

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวข้องกับเพศ

b)

การเลือกอาชีพในอนาคต

c)

การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์

d)

การปรับตัวในสังคม

39.

พัฒนาการทางเพศหมายถึงอะไร?

a)

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวข้องกับเพศ

b)

การเลือกอาชีพในอนาคต

c)

การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์

d)

การปรับตัวในสังคม

40.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของพัฒนาการทางเพศในวัยรุ่น?

a)

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

b)

การมีความสนใจทางเพศ

c)

การเลือกคู่สมรส

d)

การเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องเพศ

41.

การยอมรับตนเองทางเพศหมายถึงอะไร?

a)

การยอมรับและรักในตัวเองไม่ว่าตนเองจะมีลักษณะทางเพศใด

b)

การปฏิเสธเพศของตนเอง

c)

การเปลี่ยนแปลงเพศตนเอง

d)

การหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องเพศ

42.

การปรับตัวต่อพัฒนาการทางเพศมีความสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้มีความสุขในชีวิต

b)

ทำให้มีเงินมากขึ้น

c)

ลดความเครียดในการสอบ

d)

เพิ่มทักษะในการทำงาน

43.

การสนับสนุนจากครอบครัวมีความสำคัญอย่างไรต่อการยอมรับและปรับตัวต่อพัฒนาการทางเพศ?

a)

ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ

b)

ทำให้มีเงินใช้จ่ายมากขึ้น

c)

เพิ่มโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัย

d)

ทำให้มีเพื่อนมากขึ้น

44.

วัยรุ่นควรทำอย่างไรหากพบว่าตนเองมีความสับสนเรื่องเพศ?

a)

พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้

b)

เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว

c)

หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องนี้

d)

ปฏิเสธความรู้สึกของตนเอง

45.

การศึกษาเรื่องเพศควรเริ่มต้นจากที่ใด?

a)

ครอบครัว

b)

เพื่อน

c)

โทรทัศน์

d)

อินเทอร์เน็ต

46.

การปรับตัวต่อพัฒนาการทางเพศสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

a)

การเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง

b)

การปฏิเสธตัวเอง

c)

การเลียนแบบพฤติกรรมเพื่อน

d)

การหนีจากสถานการณ์

47.

วัยรุ่นควรทำอย่างไรหากพบว่าตนเองมีความรู้สึกทางเพศแตกต่างจากคนอื่น?

a)

ยอมรับและหาความรู้เพิ่มเติม

b)

ปฏิเสธความรู้สึกของตนเอง

c)

หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องนี้

d)

เลียนแบบพฤติกรรมของคนอื่น

48.

การสร้างความเข้าใจในเรื่องเพศสามารถทำได้อย่างไร?

a)

การศึกษาและพูดคุยกับผู้รู้

b)

การปฏิเสธการศึกษาเรื่องนี้

c)

การเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ดี

d)

การหลีกเลี่ยงการพูดถึง

49.

การล่วงละเมิดทางเพศหมายถึงอะไร?

a)

การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเจ็บปวดทางร่างกาย

b)

การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่สบายใจทางเพศ

c)

การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเจ็บปวดทางจิตใจ

d)

การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นได้รับการยกย่องหรือได้รับเกียรติ

50.

วิธีใดต่อไปนี้คือการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน?

a)

การจัดประชุมเกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิด

b)

การตั้งกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ของที่ทำงาน

c)

การให้รางวัลพนักงานที่ทำงานดี

d)

การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ทุกเดือน

51.

การให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นเกี่ยวข้องกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร?

a)

เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน

b)

เป็นการลดโอกาสในการเกิดการล่วงละเมิด

c)

เป็นการส่งเสริมให้มีความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน

d)

ถูกทุกข้อ

52.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การล่วงละเมิดทางเพศ?

a)

การสัมผัสร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาต

b)

การแสดงความคิดเห็นทางเพศที่ไม่เหมาะสม

c)

การหยอกล้อแตะเนื้อต้องตัวกัน

53.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การล่วงละเมิดทางเพศ?

a)

การสัมผัสร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาต

b)

การแสดงความคิดเห็นทางเพศที่ไม่เหมาะสม

c)

การแนะนำวิธีการทำงานที่ดีขึ้น

d)

การส่งข้อความทางเพศที่ไม่เหมาะสม

54.

หากคุณรู้สึกว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ คุณควรทำอย่างไร?

a)

เก็บความรู้สึกไว้ในใจ

b)

แจ้งให้หัวหน้าหรือผู้ดูแลทราบ

c)

ไม่ต้องทำอะไร

d)

พยายามหลีกเลี่ยงผู้ที่ล่วงละเมิด

55.

การให้การอบรมเกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศมีประโยชน์อย่างไร?

a)

ช่วยให้พนักงานรู้จักและเข้าใจเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ

b)

ช่วยให้พนักงานรู้วิธีป้องกันและรับมือกับการล่วงละเมิด

c)

ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการทำงาน

d)

ถูกทุกข้อ

56.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทำงานเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ?

a)

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสร่างกายผู้อื่นโดยไม่จำเป็น

b)

การแสดงความคิดเห็นทางเพศอย่างเปิดเผย

c)

การส่งข้อความทางเพศเพื่อสร้างความสนุกสนาน

d)

การแสดงความรักใคร่ต่อเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน

57.

การล่วงละเมิดทางเพศสามารถเกิดขึ้นในรูปแบบใดได้บ้าง?

a)

การกระทำทางร่างกาย

b)

การกระทำทางวาจา

c)

การกระทำทางอารมณ์

d)

ถูกทุกข้อ

58.

ข้อใดคือสิ่งที่ควรทำเมื่อเห็นเหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศ?

a)

ให้การสนับสนุนผู้ที่ถูกล่วงละเมิด

b)

แจ้งเรื่องกับผู้ดูแลหรือหัวหน้างาน

c)

ให้คำแนะนำในการป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต

d)

ถูกทุกข้อ

59.

ข้อใดเป็นการกระทำที่ช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศ?

a)

การให้การศึกษาและการอบรมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ

b)

การสร้างนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ

c)

การสนับสนุนให้พนักงานรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ