wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลายภาค ชีววิทยา 1/2567

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเรียงลำดับการเคลื่อนที่ของอากาศจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายได้ถูกต้อง

a)

รูจมูก ท่อลม ถุงลม ปอด โพรงจมูก

b)

รูจมูก โพรงจมูก ปอด ท่อลม ถุงลม

c)

ถุงลม ปอด ท่อลม โพรงจมูก รูจมูก

d)

รูจมูก โพรงจมูก ท่อลม ปอด ถุงลม

2.

อวัยวะใดเป็นตัวควบคุมการหายใจเข้าและออก

a)

ถุงลม

b)

กระดูกซี่โครงและกระบังลม

c)

จมูก

d)

ปอด

3.

ข้อใดทำให้เกิดการหายใจออก

a)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนต่ำลง

b)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนสูงขึ้น

c)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนต่ำลง

d)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนสูงขึ้น

4.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในระบบหายใจเกิดขึ้นที่ใด

a)
b)
c)
d)
5.

สิ่งใดที่จับกับแก๊สออกซิเจนแล้วลำเลียงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

เฮโมโกลบิน

d)

เกล็ดเลือด

6.

สิ่งใดที่แพร่จากเซลล์เข้าสู่หลอดเลือดฝอย เพื่อนำไปยังถุงลมปอดต่อไป

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สไนโตรเจน

c)

แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

d)

แก๊สไฮโดรเจน

7.

ข้อใดไม่ส่งผลต่อความจุอากาศของปอด

a)

อายุ

b)

ความสุง

c)

เพศ

d)

น้ำหนัก

8.

เหตุใดผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพองจึงมีการหายใจเข้าออกลำบาก เหนื่อย หอบ

a)

ถุงลมในปอดไม่ยืดหยุ่นทำให้หายใจลำบาก

b)

หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปที่ปอด

c)

ปอดต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้แก๊สมากพอ

d)

พื้นที่ปอดสำหรับแลกเปลี่ยนแก๊สลดน้อยลง เนื่องจากถุงลมถูกทำลาย

9.

เมื่อปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อย ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

10.

ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีผลต่ออัตราการหายใจหรือไม่ อย่างไร

a)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจช้าลง

b)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจเร็วขึ้น

c)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สออกซิเจน

d)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

11.

ลิ้นหัวใจใดกั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและล่างซ้าย

a)

ลิ้นไบคัสปิด

b)

ลิ้นไตรคัสปิด

c)

ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์

d)

ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์

12.

หัวใจห้องใดที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

a)

ห้องบนซ้าย

b)

ห้องบนขวา

c)

ห้องล่างขวา

d)

ห้องล่างซ้าย

13.

เลือดที่ออกจากหัวใจไปยังปอดและไปยังไตมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

a)

เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณ O2 ต่ำ

b)

เหมือนกัน ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณ O2 สูง

c)

ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมีปริมาณ O2 สูง แต่เลือดที่ไปยังไตมีปริมาณ O2 ต่ำ

d)

ต่างกัน ซึ่งเลือดที่ไปยังปอดมีปริมาณ O2 ต่ำ แต่เลือดที่ไปยังไตมีปริมาณ O2 สูง

14.

หลอดเลือดใดต่อไปนี้มีลิ้นกั้นเป็นระยะ ๆ

a)

หลอดเลือดอาร์เทอรี

b)

หลอดเลือดเวน

c)

หลอดเลือดอาร์เทอริโอล

d)

หลอดเลือดโคโรนารี

15.

ระบบหมุนเวียนเลือดมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

a)

ทำให้สารที่มีอนุภาคใหญ่ มีขนาดเล็กลง

b)

ลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ไปทั่วร่างกาย

c)

ควบคุมการหมุนเวียนสารต่าง ๆ ในร่างกาย

d)

ลำเลียงสารที่เซลล์ต้องการ และลำเลียงสารที่เซลล์ไม่ต้องการไปกำจัดออก

16.

หลอดเลือดใดที่นำเลือดไปฟอกที่ปอด

a)

พัลโมนารีเวน

b)

พัลโมนารีอาเทอรี

c)

เอออร์ตา

d)

ซูพิเรียเวนาคาวา

17.

หัวใจห้องใดมีผนังหนาที่สุด เพราะเหตุใด

a)

ห้องบนซ้าย : รับเลือดที่มีปริมาณ O2 สูง

b)

ห้องล่างซ้าย : ต้องสูบฉีดเลือดที่มีปริมาณ O2สูง ไปส่วนต่างๆของร่างกาย

c)

ห้องล่างขวา : ต้องสูบฉีดเลือดที่มีปริมาณ CO2 สูง ไปฟอกที่ปอด

d)

ห้องบนขวา : รับเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

18.

เส้นเลือดที่นำเลือดมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเรียกว่าอะไร

a)

เอออร์ตา

b)

โคโรนารี่อาร์เทอรี่

c)

พัลโมนารีอาร์เทอรี่

d)

 พัลโมนารีเวน

19.

ส่วนของเส้นเลือดที่ภายในมีแรงดันเลือดสูงสุด คือ

a)

เส้นเลือดฝอย

b)

aorta

c)

vein

d)

pulmonary artery

20.

สิ่งมีชีวิตในข้อใดต่อไปนี้มีระบบหมุนเวียนโลหิต แตกต่างจากข้ออื่น

a)

หมึก

b)

ดอกไม้ทะเล

c)

ปะการัง

d)

แมงกระพรุน

21.

ขณะนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรน่า ร่างกายเรามีโครงสร้างในข้อใดต่อไปนี้มีหน้าที่ในการต่อต้านไวรัสโคโรน่าไม่ให้มีผลในการทำร้ายร่างกายของเรา

a)

น้ำเลือด

b)

เม็ดเลือดแดง

c)

เม็ดเลือดขาว

d)

เกล็ดเลือด

22.

ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดพบได้ในสัตว์กลุ่มใด ?

a)

แมลง, ไส้เดือน

b)

หอย, แมลง

c)

หมึก , หอย

d)

ปลา, ปู

23.

เลือดมีส่วนที่เป็นของเหลวกี่ %

a)

35 %

b)

45 %

c)

55 %

d)

65 %

24.

เม็ดเลือดแดงที่แก่และหมดอายุแล้ว จะถูกทำลายที่ใด?

a)

ตับและตับอ่อน

b)

หัวใจ

c)

ตับและม้าม

d)

ตับและไต

25.

ส่วนประกอบของเลือดในข้อใดที่มีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเลือดไหลออกสู่ภายนอกร่างกาย

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดขาว

d)

พลาสมา

26.

การอักเสบ ฟาโกไซต์และเชื้อโรคที่ตายแล้วจะรวมตัวกันเป็นอะไร

a)

หนอง

b)

สะเก็ตแผล

c)

เลือด

d)

ไขมัน

27.

เซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถกินสิ่งแปลกปลอมคือ

a)

เบโซฟิล

b)

แมโครฟาจ

c)

ลิมโฟไซต์

d)

อีโอซิโนฟิล

28.

เซลล์ข้อใดคือ CD4+

a)

Cytotoxic T-Cell

b)

Helper T-Cell

c)

Macrophage

d)

Memory T-Cell

29.

ต่อมใดไม่มีบทบาทเกี่ยวกับการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

a)

ต่อมน้ำลาย

b)

ต่อมไทรอยด์

c)

ต่อมไขมัน

d)

ต่อมเหงื่อ

30.

ข้อใดคือสมบัติของ B-Cell

ก. มีตัวรับจำเพาะต่อชนิดของแอนติเจน

ข. สร้างภูมิด้วยการผลิตแอนติบอดี้

ค.พัฒนาเป็นเซลล์เจริญเต็มที่ในนต่อมไทมัส

ง. ทำหน้าที่ทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ค และ ง

d)

ข และ ง

31.

เซลล์ชนิดใดที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายด้วยวิธี Phagocytosis

a)

Macrophage

b)

Mast Cell

c)

Plasma Cell

d)

Cytotoxic T-Cell

32.

กลไกต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะเป็นการทำงานของอะไร

a)

เซลล์เม็ดเลือดขาว กลุ่มฟาโกไซต์

b)

เซลล์เม็ดเลือดขาว มอโนไซต์

c)

เซลล์เม็ดเลือดขาว กลุ่มลิมโฟไซต์

d)

แมคโครฟาจ

33.

โครงสร้างใดในระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่พบ B-lymphocyte

a)

ม้าม

b)

ไทมัส

c)

ไส้ติ่ง

d)

ต่อมน้ำเหลือง

34.

 T cell สร้าง จากส่วนใดของร่างกาย  

a)

ไทมัส (Thymus)

b)

ม้าม (Spleen)

c)

ตับ (Liver)

d)

ไขกระดูก (Bone marrow)

35.

ข้อใดเป็นการตอบสนองภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ

a)

การสร้างแอนติบอดี

b)

การอักเสบจากบาดแผล

c)

การหลั่งไลโซไซม์ โดยเม็ดเลือดขาว

d)

การหลั่งสารจากต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

36.

ปัจจัยใดบ้างที่จะส่งผลกระทบให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

a)

การติดเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli

b)

การดื่มน้ำน้อย

c)

การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ

d)

ถูกทุกข้อ

37.

สาร A หมายถึงสารใด

a)

แอมโมเนีย

b)

ยูเรีย

c)

กรดยูริก

d)

กลูโคส

38.

จากตารางของเหลว ข สามารถพบได้ที่โครงสร้างใดของหน่วยไต

a)

Bowman's capsule

b)

Glomerulus

c)

ท่อรวม

d)

ท่อขดส่วนต้น

39.

จากตารางสารใดพบการดูดกลับของสารทั้งหมด

a)

โปรตีน

b)

ยูเรีย

c)

โปรตีน เเละสาร A

d)

ยูเรีย เเละสาร A

40.

จากตาราง สารใดพบการหลั่งเพิ่มของสารในท่อหน่วยไต

a)

แอมโมเนีย

b)

ยูเรีย

c)

ยูเรีย เเละสาร A

d)

โปรตีน สาร A เเละยูเรีย

41.

พาริสเดินทางไปท่องเที่ยวกลางทะเลทรายในเวลากลางวัน ข้อใดเป็นสภาวะร่างกายที่จะเกิดขึ้นกับพาริส

a)

สมองส่วนไฮโปทาลามัส มีการกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนไดยูเรติก

b)

สมองส่วนไฮโปทาลามัส มีการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการกระหายน้ำ

c)

ต่อมหมวกไต หลั่งสารแอลโดสเตอโรนเพื่อดูดกลับน้ำมากๆที่ท่อหน่วยไต

d)

ปัสสาวะของพาริสเจือจางมาก

42.

คนไข้รายหนึ่งมีอาการเจ็บปวดตามข้อ จากการสอบถามพบว่าคนไข้รายนี้ดื่มน้ำน้อยมากในแต่ละวัน แพทย์จึงสันนิษฐานว่าร่างกายของคนไข้มีการเปลี่ยนของเสียที่มีไนเตรเจนจากเดิม ชนิด ก เป็นชนิด ข และเกิดการสะสมไว้ในข้อของคนไข้ ข้อใดเป็นของเสียที่มีไนเตรเจน ชนิด ก และชนิด ข ตามลำดับ

a)

ยูเรีย

กรดยูริก

b)

กรดยูริก

ยูเรีย

c)

แอมโมเนีย

กรดยูริก

d)

กรดยูริก

แอมโมเนีย

43.

เมื่อนักเรียนรับประทานอาหารที่มีเกลือมาก Na+ จะถูกขนส่งผ่านโครงสร้างของหน่วยไตด้วยวิธีการต่าง ๆ ยกเว้นข้อใด

a)

ขับออกจากท่อรวม เข้าสู่กรวยไต

b)

หลั่งออกจากกระแสเลือด เข้าสู่ท่อขดส่วนต้น

c)

ดูดกลับจากท่อขดส่วนปลาย เข้าสู่กระแสเลือด

d)

กรองผ่านหลอดเลือดฝอย glomerulus ไปยัง bowman's capsule

44.

ข้อใดถูก เกี่ยวกับการทำงานของหน่วยไตในคน

ก. ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ADH เพื่อลดการดูดน้ำกลับที่ท่อรวม

ข. ท่อหน่วยไตของคนเป็นเบาหวาน จะดูดกลับน้ำตาลได้น้อยกว่าคนปกติ จึงทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ

ค. ปริมาณกลูโคส ยูเรีย และน้ำ ที่กรองผ่าน glomerulus จะใกล้เคียงกับปริมาณในพลาสมา

ง. การดูดกลับสารต่าง ๆ รวมทั้งน้ำเพื่อเข้าสู่เลือด เกิดที่บริเวณท่อขดส่วนต้นของหน่วยไต

a)

b)

c)

d)

45.

โครงสร้างของไตในสัตว์เลี้ยงลุกด้วยนมที่อาศัยในทะเลทรายมีลักษณะอย่างไร เมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น

a)

proximal tubule สั้นกว่า

b)

loop of Henle ยาวกว่า

c)

ผนังของ collecting duct บางกว่า

d)

จำนวน glomerulus มากกว่า

46.

ข้อใดจัดเป็นของเสียที่ร่างกายจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

ยูเรีย

c)

เกลือแร่ส่วนเกิน

d)

ถูกต้องทุกข้อ

47.

ข้อใดไม่จัดเป็นอวัยวะกำจัดของเสีย

a)

ไต

b)

กระเพาะปัสสาวะ

c)

ปอด

d)

ผิวหนัง

48.

ปัสสาวะประกอบด้วยสารใดเป็นหลัก

a)

น้ำกับเกลือแร่

b)

น้ำกับยูเรีย

c)

น้ำกับแอมโมเนีย

d)

น้ำกับโซเดียม

49.

เมื่อไตมีอาการผิดปกติจะมีสารตามข้อใดปนออกมากับปัสสาวะบ้าง

a)

เม็ดเลือดแดง กรดอะมิโน และโซเดียม

b)

เม็ดเลือดแดง ยูเรีย และกรดแลกติก

c)

เม็ดเลือดแดง กรดอะมิโน และกลูโคส

d)

คลอรีน เม็ดเลือดแดง และโซเดียม

50.

การกรองเกิดขึ้นที่ส่วนใด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

51.

กระบวนการดูดซึมกลับเกิดขึ้นที่ส่วนใด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

A และ B

52.

ส่วนใดที่ทำหน้าที่รวมน้ำปัสสาวะไปสู่กรวยไต

a)

C

b)

D

c)

B

d)

E

53.

นักเรียนคนใดกล่าวกับผิวหนังได้ไม่ถูกต้อง

a)

ธิดากล่าวว่าผิวหนังทำหน้าที่ระบายความร้อน

b)

สมชายกล่าวว่าผิวหนังทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค

c)

อาภรณ์กล่าวว่าผิวหนังทำหน้าที่กำจัดของเสียในรูปของเหงื่อ

d)

วิชัยกล่าวว่าผิวหนังทำหน้าที่แลกเปลี่ยนสารเข้า-ออก

54.

เหตุใดเหงื่อที่ถูกขับออกจากร่างกายจึงมีกลิ่น

a)

เพราะสารมีการสัมผัสอากาศก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้น

b)

เพราะเหงื่อมีส่วนประกอบของสารยูเรียและแอมโมเนียที่เป็นสารมีกลิ่น

c)

เพราะผิวหนังมีแบคทีเรียที่คอยทำปฏิกิริยากับเหงือ

d)

เพราะเหงื่อมีสารจำพวกโซเดียมคลอไรด์ทำให้เหงื่อมีกลิ่น

55.

นอกจากน้ำและยูเรียแล้ว สารที่มีจำนวนมากในปัสสาวะ คือสารใด

a)

กรดยูริก

b)

โซเดีมคลอไรด์

c)

ซัลเฟต

d)

ฟอสเฟต

56.

นายพีทดื่มน้ำวันละ 5 ลิตร ทำให้มีปัสสาวะจาง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ก. ปริมาณน้ำในเลือดเพิ่มขึ้น

ข. อัตราการกรองเลือดผ่านโกลเมอรูลัสสูงขึ้น

ค. การสร้าง ADH จากต่อมใต่สมองส่วนหลังลดลง ทำให้ดูดน้ำกลับลดลง

ง. การดูดน้ำกลับผ่านการทำงานของ loops of Henle ลดง

a)

ข้อ ก

b)

ข้อ ก และ ค

c)

ข้อ ก ข และ ค

d)

ข้อ ก ข ค และ ง

57.

ถ้าร่างกายมีไข้ อุณหภูมิสูงผิดปกติ เนื่องมาจากการทำงานของสมองส่วนใด

a)

ซีรีเบลลัม

b)

ไฮโพทาลามัส

c)

ซีรีบรัม

d)

ทาลามัส

58.

เกิดอะไรขึ้น เมื่อบุคคลหนึ่งดื่มน้ำมาก

a)

ADH หลั่งออกมาน้อยลง ดูดกลับน้ำที่ท่อไตน้อยลง ปัสสาวะมากขึ้น

b)

ADH หลั่งออกมาน้อยลง ดูดกลับน้ำที่ท่อไตมากขึ้น ปัสสาวะน้อยลง

c)

ADH หลั่งออกมามากขึ้น ดูดกลับน้ำที่ท่อไตน้อยลง ปัสสาวะมากขึ้น

d)

ADH หลั่งออกมามากขึ้น ดูดกลับน้ำที่ท่อไตมากขึ้น ปัสสาวะน้อยลง

59.

ปัสสาวะของคนที่ป่วยจากโรคเบาหวาน น่าจะมีปริมาณของสารใดที่ผิดปกติ

a)

กรดอะมิโน

b)

กรดไขมัน

c)

กลูโคส

d)

ยูเรีย

60.

ท่อมัลพิเกียนในแมลง เทียบได้กับอวัยวะใดของปลา

a)

เหงือก

b)

ไต

c)

ลำไส้เล็ก

d)

ท่อน้ำดี