Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบ5

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

การเคลื่อนที่ของน้ำในพืชเกิดมาจากสิ่งใด

a)

ชลศักย์

b)

พลังงาน

c)

การดึง

d)

การสังเคราะห์

2.

ค่าชลศักย์นิยมใช้หน่วยเป็นอะไร

a)

MPa

b)

MPII

c)

MVP

d)

MMD

3.

การลำเลียงน้ำแบบใด เป็นการลำเลียงน้ำโดยผ่านทางพลาสโมเดสมาตา

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบอซิมทรานส์เมมเบรน

4.

การลำเลียงน้ำแบบใด เป็นการลำเลียงน้ำโดยผ่านทางเยื่อหุ้มเซลล์

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบอซิมทรานส์เมมเบรน

5.

การลำเลียงน้ำแบบใด เป็นการลำเลียงน้ำตามทางผนังเซลล์และช่องว่างระหว่างเซลล์จนถึงเอนโดเดอร์มิส

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบอซิมทรานส์เมมเบรน

6.

น้ำอาศัยกลไกใดถึงสามารถดึงน้ำจากรากขึ้นสู่ด้านบนของลำต้นได้

a)

การซึมตามรูเล็ก

b)

แรงดึงจากการคายน้ำ

c)

ความดันราก

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ปรากฏการณ์ที่พืชสูญเสียน้ำในรูปของหยดน้ำผ่านทางรูหยาดน้ำ มีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

กัตเตชัน

b)

ลานีญา

c)

ดอกไม้น้ำค้าง

d)

โควิด-19

8.

โดยทั่วไปพืชจะมีการเปิดปากใบในช่วงเวลาใด

a)

กลางวัน   

b)

กลางคืน

c)

พลบค่ำ

d)

รุ่งสาง

9.

พืชต้องการสิ่งใดเพื่อนำมาใช้ในการสังเคราะห์แสง และเมื่อสังเคราะห์เสร็จแล้วจะได้สิ่งใดออกมา

a)

พืชจะรับนำเอาแก๊ส CO2 เข้าไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และจะได้เป็นแก๊ส O2 ออกมา

b)

พืชจะรับนำเอาแก๊ส CO2 เข้าไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และจะได้เป็นแก๊ส CO2 ออกมา

c)

พืชจะรับนำเอาแก๊ส O2 เข้าไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และจะได้เป็นแก๊ส O2 ออกมา

d)

พืชจะรับนำเอาแก๊ส O2 เข้าไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และจะได้เป็นแก๊ส CO2 ออกมา

10.

การเปิดปิดปากใบขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

ความเต่ง

b)

แรงดัน

c)

แรงตรึง

d)

ตรึงผิว

11.

ในการที่เซลล์จะเต่งได้นั้นจะต้องมีสารใดเข้ามาเกี่ยวข้อง

a)

โพแทคเซียมไอออน

b)

ซูโครส

c)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.

d)

ผิดทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.

12.

ในช่วงเวลาใดที่จะเกิดการสะสมเพิ่มขึ้นของซูโคส

a)

เที่ยงคืน

b)

เช้า

c)

เที่ยง

d)

เย็น

13.

ในช่วงเวลาใดที่ปริมาณซูโคสในเซลล์จะลดลง

a)

เที่ยงคืน

b)

เช้า

c)

เที่ยง

d)

เย็น

14.

ในกระบวนการใดที่พืชจะมีการใช้ CO2 และเกิด O2 ขึ้น

a)

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

กระบวนการหายใจระดับเซลล์

c)

กระบวนการเพิ่มแรงดันน้ำ

d)

กระบวนการคายน้ำของพืช

15.

ในกระบวนการใดที่พืชจะมีการใช้ O2 และเกิด CO2 ขึ้น

a)

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

กระบวนการหายใจระดับเซลล์

c)

กระบวนการเพิ่มแรงดันน้ำ

d)

กระบวนการคายน้ำของพืช

16.

อิทธิพลจากปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการเกิดการคายน้ำของพืช

a)

ความชื้นสัมพัทธ์

b)

ลม

c)

อุณหภูมิ

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ข้อใดต่อไปนี้ถูก

a)

บริเวณใบพืชเป็นส่วนที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชเกิดขึ้นมาก เนื่องจากในชั้นเอพิเดอร์มิสและมีโซฟิลล์ของใบมีเซลล์ที่มีคลอโรพลาสต์จำนวนมาก

b)

บริเวณลำต้นอาจพบเซลล์สเกลอเรงคิมาซึ่งมีคลอโรพลาสต์ จึงทำให้เกิดกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้

c)

เมื่อน้ำเข้าสู่รากพืชจะมีการลำเลียงน้ำผ่านไซเล็มเพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ รวมทั้งกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และลำเลียงธาตุอาหารผ่านทางโฟลเอ็ม

d)

หากพืชขาดน้ำจะทำให้การสังเคราะห์แสงลดลง

18.

ข้อใดต่อไปนี้ผิด

a)

หากพืชขาดน้ำจะทำให้การสังเคราะห์แสงลดลง

b)

บริเวณลำต้นอาจพบเซลล์สเกลอเรงคิมาซึ่งมีคลอโรพลาสต์ จึงทำให้เกิดกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้

c)

CO2 ส่วนใหญ่ที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้รับจากอากาศโดยผ่านทางรูปากใบ และบางส่วนได้จากการหายใจระดับเซลล์

d)

การเปิดและปิดของรูปากใบขึ้นอยู่กับความเต่งของเซลล์

19.

ในปฏิกิริยาแสงมีการสร้างสารใดเกิดขึ้นบ้าง

a)

NADPH

b)

ATP

c)

น้ำตาล

d)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข. 

20.

ในปฏิกิริยาแสงพบได้ที่บริเวณใด

a)

คลอโรฟิลล์

b)

ไทลาคอยด์

c)

สโตมา

d)

เยื่อหุ้มชั้นใน

21.

ในการเกิดวัฏจักรคัลวินพบได้ในบริเวณใด

a)

คลอโรฟิลล์

b)

ไทลาคอยด์

c)

สโตมา

d)

เยื่อหุ้มชั้นใน

22.

ในการเกิดวัฏจักรคัลวินจะมีการสร้างสารใดเกิดขึ้น

a)

NADPH

b)

ATP

c)

น้ำตาล

d)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข. 

23.

ในการเกิดวัฏจักรคัลวินจะมีการใช้สารชนิดใด

a)

NADPH

b)

ATP

c)

น้ำตาล

d)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข. 

24.

ระยะช่วงคลื่นแสงใดที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้

a)

200-500

b)

500-1000

c)

100- 230

d)

400-700

25.

แสงใช้ช่วงระยะแสงสีใดไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำเงินและแดง

b)

น้ำเงินและเขียว

c)

น้ำเงินและส้ม    

d)

น้ำเงินและม่วง

26.

คลอโรฟิลล์ให้สารสีอะไร

a)

สีขาว

b)

สีเขียว

c)

สีดำ

d)

สีเเดง

27.

แคโรทีนอยด์ให้สารสีอะไร

a)

สีขาว

b)

สีเขียว

c)

สีดำ

d)

สีเเดง

28.

แคโรทีนอยด์ถูกจำแนกออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง

a)

1 ประเภท คือ แคโรทีน

b)

1 ประเภท คือ แซนโทฟิลล์

c)

2 ประเภท คือ แคโรทีนและแซนโทฟิลล์

d)

2 ประเภท คือ แคโรทีนและคลอโรฟิลล์

29.

เครื่องมือใดที่ถูกนำมาใช้ในการวัดการดูดกลืนแสง

a)

เครื่องเขย่าแยกสาร   

b)

เครื่องวัดความหนาสี

c)

เครื่องปั่นเหวี่ยง

d)

สเปกโทรโฟโตมิเตอร์

30.

สิ่งใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย

a)

NADP+

b)

NADPH

c)

ADP

d)

ATP

31.

ศูนย์กลางปฏิกิริยาชนิดใดทำหน้าที่ในการรับอิเล็กตรอน และสามารถส่งอิเล็กตรอนไปยังระบบแสง  อื่น ๆ ได้

a)

คลอโรฟิลล์ เอ

b)

คลอโรฟิลล์ บี

c)

แคโรทีน

d)

แซนโทฟิลล์

32.

โครงสร้างของโปรตีนและกลุ่มของสารสีที่ทำหน้าที่รับส่งพลังงานนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

ระบบแสง I

b)

ระบบแสง II

c)

แอนเทนนา

d)

เฟอริดอกซิน

33.

ระบบแสง I จะมีการถ่ายทอดอิเล็กตรอนเมื่อได้รับความยาวคลื่นแสงที่ไม่เกินกี่นาโนเมตร

a)

600 นาโนเมตร

b)

680 นาโนเมตร

c)

700 นาโนเมตร

d)

780 นาโนเมตร

34.

ระบบแสง II จะมีการถ่ายทอดอิเล็กตรอนเมื่อได้รับความยาวคลื่นแสงที่ไม่เกินกี่นาโนเมตร

a)

600 นาโนเมตร

b)

680 นาโนเมตร

c)

700 นาโนเมตร

d)

780 นาโนเมตร

35.

ระบบแสงมีหน้าที่อะไร

a)

ช่วยกันรับแสง

b)

ถ่ายเทแสง

c)

สร้างสารอาหารและน้ำรวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ 

d)

ดูดกลืนแสง

36.

วัฏจักรคัลวินมีกี่ขั้นตอน

a)

1 ขั้นตอน

b)

2 ขั้นตอน

c)

3 ขั้นตอน

d)

4 ขั้นตอน

37.

ในขั้นตอนคาร์บอกซิเลชัน จะเป็นขั้นตอนที่ CO2 เข้าสู่วัฏจักรและทำปฎิกิริยากับ RuBP โดยมีเอมไซม์ใดเข้ามาช่วยในการเร่งปฏิกิริยา

a)

เอมโซม์คาร์บอกซิเลส

b)

เอมไซม์รูบิสโก

c)

เอมไซม์อะไมเลส

d)

เอมไซม์ไลเพส

38.

ขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง O-NET ปี 2550-2553

a)

  เมื่อเเก็สออกซิเจนมารวมกันกับน้ำเเละเเสงที่ส่องลงมายังคลอโรฟิลล์จะได้น้ำตาล

b)

เมื่อเเก็สคาร์บอนไดออกไซด์มารวมกันกับเเสงที่ส่องลงมายังคลอโรฟิลล์จะได้เเก็สออกซิเจน

c)

  เมื่อเเก็สออกซิเจนมารวมกันกับเเก็สคาร์บอนไดออกไซด์เเละเเสงที่ส่องลงมายังคลอโรฟิลล์จะได้น้ำตาล

d)

  เมื่อเเก็สออกซิเจนมารวมกันกับน้ำเเละเเสงที่ส่องลงมายังคลอโรฟิลล์จะได้น้ำตาลเเละออกซิเจน

39.

ขั้นตอนของการสกัดแยกคลอโรฟิลล์ออกจากใบพืช ในการตรวจหาสารอาหารที่พืชสร้างขึ้นนั้น ทำเพื่อจุดประสงค์ใด O-NET ปี 2550-2553

a)

เพื่อทำลายโครงสร้างของใบให้เสียหาย

b)

เพื่อให้ปริมาณสารอาหารในใบพืชมีมากขึ้น

c)

เพื่อให้ใบพืชสามารถปลดปล่อยสารอาหารออกมาได้

d)

เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไอโอดีนได้ชัดเจน

40.

ข้อใดไม่จัดเป็นพืช C3

a)

ข้าว

b)

ข้าวสาลี

c)

ถั่วเหลือง

d)

อ้อย