wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาควิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

Total questions: 50

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

1. ข้อใดคือความหมายของเศรษฐศาสตร์ตามคำอธิบายภาษาไทย

a)

ก) การจัดการครัวเรือน

b)

ข) ความรู้เกี่ยวกับการผลิต การจำหน่าย และการบริโภค

c)

ค) การจัดการครอบครัว

d)

ง) การจัดสรรทรัพยากร

2.

2. ศัพท์เศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษ "Economics" มีรากศัพท์จากภาษาใด

a)

ก) กรีก

b)

ข) ละติน

c)

ค) เยอรมัน

d)

ง) ฝรั่งเศส

3.
  1. 3.เศรษฐศาสตร์เกี่ยวข้องกับอะไร

a)

ก) การเลือกผลิตภัณฑ์

b)

ข) การผลิตและการจำหน่าย

c)

ค) การกระจายรายได้

d)

ง) ทั้งหมดที่กล่าวมา

4.

4.เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Micro Economics) มุ่งศึกษาถึงอะไร

a)

ก) พฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจหน่วยย่อย

b)

ข) ระบบเศรษฐกิจโดยรวม

c)

ค) การจัดการระดับประเทศ

d)

ง) การศึกษาแนวทางการผลิตระดับมหภาค

5.
  1. 5.เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro Economics) มุ่งศึกษาถึงอะไร

a)

ก) พฤติกรรมของบุคคล

b)

ข) มวลรวมเศรษฐกิจของประเทศ

c)

ค) พฤติกรรมของผู้ผลิตรายย่อย

d)

ง) การจำหน่ายสินค้าเฉพาะกลุ่ม

6.

6.อุปสงค์ (Demand) หมายถึงอะไร

a)

ก) การเสนอขายสินค้า

b)

ข) ความต้องการและอำนาจซื้อของผู้บริโภค

c)

ค) การจัดหาสินค้าในตลาด

d)

ง) ความสามารถในการผลิตสินค้า

7.

7. กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) ระบุว่าอย่างไร

a)

ก) ปริมาณสินค้าที่ต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น

b)

ข) ปริมาณสินค้าที่ต้องการซื้อลดลงเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น

c)

ค) ราคาสินค้าไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณที่ต้องการซื้อ

d)

ง) ปริมาณสินค้าที่ต้องการซื้อลดลงตามรายได้

8.

8. ปัจจัยใดที่กำหนดอุปสงค์

a)

ก) รายได้ของผู้บริโภค

b)

ข) ราคาของสินค้าทดแทน

c)

ค) รสนิยมของผู้บริโภค

d)

ง) ทั้งหมดที่กล่าวมา

9.

9.อุปทาน (Supply) หมายถึงอะไร

a)

ก) ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตเต็มใจขายในราคาต่าง ๆ

b)

ข) ความต้องการของผู้บริโภค

c)

ค) ปริมาณสินค้าที่จำหน่ายในช่วงเวลาหนึ่ง

d)

ง) การจัดส่งสินค้าให้ผู้บริโภค

10.
  1. 10.กฎของอุปทาน (Law of Supply) ระบุว่าอย่างไร

a)

ก) เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณเสนอขายลดลง

b)

ข) เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณเสนอขายเพิ่มขึ้น

c)

ค) ราคาสินค้าไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณเสนอขาย

d)

ง) ปริมาณเสนอขายขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า

11.

11.ราคาของสินค้าและบริการถูกกำหนดโดยปัจจัยใด

a)

ก) ปริมาณการผลิตเท่านั้น

b)

ข) อุปสงค์และอุปทานในตลาด

c)

ค) การแข่งขันของตลาดโลก

d)

ง) ต้นทุนการขนส่ง

12.

12.ดัชนีราคาสินค้า (Price Index) หมายถึงอะไร

a)

ก) ตัวเลขที่แสดงการแกว่งตัวของราคาสินค้า

b)

ข) ราคาของสินค้าเฉพาะหมวดหมู่

c)

ค) ราคาเฉลี่ยของสินค้าในตลาด

d)

ง) ราคาสูงสุดของสินค้า

13.

13.อะไรทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในบางครั้ง

a)

ก) ผู้ผลิตผลิตสินค้าเกินความต้องการ

b)

ข) ความต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น

c)

ค) การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

d)

ง) ราคาวัตถุดิบลดลง

14.

14.รัฐบาลสามารถรักษาระดับราคาได้อย่างไร

a)

ก) การควบคุมจำนวนการผลิตสินค้า

b)

ข) การเพิ่มการเก็บภาษี

c)

ค) การส่งเสริมการใช้จ่ายของผู้บริโภค

d)

ง) การกำหนดราคาสินค้าสูงสุดและต่ำสุด

15.

15.การกำหนดราคาสินค้าโดยวิธีต้นทุนบวกกำไรหมายถึงอะไร

a)

ก) การคำนวณต้นทุนแล้วบวกกำไรที่ต้องการ

b)

ข) การกำหนดราคาจากคู่แข่ง

c)

ค) การกำหนดราคาตามความต้องการ

d)

ง) การกำหนดราคาตามตลาดโลก

16.

16.ทฤษฎีใดที่อธิบายพฤติกรรมการจัดสรรรายได้ของผู้บริโภคให้ได้รับอรรถประโยชน์สูงสุด

a)

ก. ทฤษฎีอุปสงค์

b)

ข. ทฤษฎีอุปทาน

c)

ค. ทฤษฎีอรรถประโยชน์

d)

ง. ทฤษฎีการผลิต

17.

17.ทฤษฎีอรรถประโยชน์ชนิดใดที่สามารถวัดความพอใจเป็นตัวเลขได้

a)

ก) Cardinal Utility Theory

b)

ข) Ordinal Utility Theory

c)

ค) เส้นความพอใจเท่ากัน

d)

ง) ทฤษฎีการผลิต

18.

18.หน่วยวัดความพอใจของผู้บริโภคเรียกว่าอะไร

a)

ก) ยูนิต

b)

ข) ยูทิล

c)

ค) อรรถประโยชน์

d)

ง) ดัชนีความพอใจ

19.

19.อรรถประโยชน์รวม (Total Utility) หมายถึงอะไร

a)

ก) ความพอใจจากการบริโภคสินค้าทั้งหมด

b)

ข) ความพอใจจากการบริโภคสินค้าหนึ่งหน่วย

c)

ค) ความพอใจที่ลดลงจากการบริโภค

d)

ง) จำนวนเงินที่ใช้ซื้อสินค้า

20.

20.ผลทางการทดแทนเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

ก) รายได้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

b)

ข) ราคาสินค้าหนึ่งลดลงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่น

c)

ค) ความพอใจของผู้บริโภคลดลง

d)

ง) ผู้บริโภคเลือกใช้สินค้าเดียวกัน

21.

21.ตลาดคืออะไรในความหมายทางเศรษฐศาสตร์

a)

ก) สถานที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อกันได้

b)

ข) สถานที่สำหรับการผลิตสินค้า

c)

ค) ที่สำหรับการบริโภค

d)

ง) สถานที่เฉพาะสำหรับการจำหน่ายสินค้า

22.

22.หน้าที่หลักของตลาดคืออะไร

a)

ก) ช่วยในการผลิตสินค้า

b)

ข) ช่วยให้สินค้าเปลี่ยนมือจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ

c)

ค) ช่วยในการบริโภคสินค้า

d)

ง) ช่วยในการโฆษณาสินค้า

23.

23.ตลาดที่มีผู้ซื้อสินค้าน้อยราย แต่มีผู้ขายจำนวนมากคือข้อใด

a)

ก) ตลาดผูกขาด

b)

ข) ตลาดผู้ซื้อผู้ขายน้อยราย

c)

ค) ตลาดผู้ซื้อน้อยราย

d)

ง) ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

24.

24.ตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์มีลักษณะอย่างไร

a)

ก) มีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก

b)

ข) มีผู้ขายเพียงรายเดียว

c)

ค) มีผู้ซื้อเพียงรายเดียว

d)

ง.)ไม่มีผู้ขาย

25.

25.หน้าที่ของร้านค้าปลีกในตลาดคืออะไร

a)

ก) จัดเก็บสินค้าและจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภค

b)

ข) ขนส่งสินค้าไปยังโรงงาน

c)

ค) ผลิตสินค้าสำหรับขาย

d)

ง) กำหนดราคาสินค้า

26.

26.ใครเป็นผู้เขียนทฤษฎีว่าด้วยการจ้างงาน

a)

ก) อัลเฟรด มาร์แซล

b)

ข) จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์

c)

ค) พอล แซมมวลสัน

d)

ง) ลีออนแนล รอบบิน

27.

27.เศรษฐศาสตร์เริ่มเป็นที่นิยมในยุคใด

a)

ก) ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

b)

ค) ยุคเกษตรกรรม

c)

ค) ยุคกลาง

d)

ง) ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

28.

28.ปัจจัยใดบ้างที่กำหนดอุปทาน

a)

ก) ต้นทุนการผลิต

b)

ข) ราคาสินค้าทดแทน

c)

ค) เทคโนโลยี

d)

ง) ทั้งหมดที่กล่าวมา

29.

29.ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price) คืออะไร

a)

ก) ราคาที่ทำให้เกิดอุปทานสูงสุด

b)

ข) ราคาที่อุปสงค์เท่ากับอุปทาน

c)

ค) ราคาที่กำหนดโดยรัฐบาล

d)

ง) ราคาที่ต่ำกว่าตลาด

30.

30.อุปสงค์ส่วนบุคคล (Individual Demand) คืออะไร

a)

ก) ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคทั้งหมดต้องการ

b)

ข) ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคคนหนึ่งต้องการ

c)

ค) ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตเสนอขาย

d)

ง) ปริมาณสินค้าที่มีในตลาด

31.

31.การเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน (Excess Demand) เกิดขึ้นเมื่อใด

a)

ก) ราคาสินค้าสูงเกินไป

b)

ข) ราคาสินค้าต่ำกว่าราคาดุลยภาพ

c)

ค) ผู้ผลิตผลิตมากเกินไป

d)

ง) ผู้บริโภคไม่ต้องการซื้อสินค้า

32.

32.ประโยชน์ของราคาสินค้าที่สำคัญคืออะไร

a)

ก) กำหนดการปันส่วนสินค้า

b)

ข) กำหนดต้นทุนการผลิต

c)

ค) กำหนดการจ่ายภาษี

d)

ง) กำหนดจำนวนผู้ผลิต

33.

33.การแข่งขันในตลาดส่งผลอย่างไรต่อราคาสินค้า

a)

ก) ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นเสมอ

b)

ข) ทำให้ราคาสินค้าต่ำลงเสมอ

c)

ค) สามารถทำให้ทั้งราคาสูงขึ้นหรือต่ำลงได้

d)

ง) ไม่มีผลต่อราคาสินค้า

34.

34.ปัจจัยใดที่ไม่ส่งผลต่อราคาสินค้าในตลาด

a)

ก) ต้นทุนการผลิต

b)

ข) ราคาสินค้าทดแทน

c)

ค) รสนิยมของผู้บริโภค

d)

ง) สีของสินค้า

35.

35.เมื่อรัฐบาลกำหนดราคาสูงสุด มีผลกระทบอย่างไร

a)

ก) สินค้าล้นตลาด

b)

ข) สินค้าขาดตลาด

c)

ค) ความต้องการซื้อสินค้าลดลง

d)

ง) ผู้ขายได้กำไรมากขึ้น

36.

36.เมื่อรายได้ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดอะไร

a)

ก) การลดการบริโภค

b)

ข) การเพิ่มการบริโภค

c)

ค) การคงการบริโภค

d)

ง) การลดราคาสินค้า

37.

37.เส้นอุปสงค์มีลักษณะอย่างไรเมื่อราคาลดลง

a)

ก) ลาดลง

b)

ข) เพิ่มขึ้น

c)

ค) คงที่

d)

ง) ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

38.

38.คนกลางมีหน้าที่อะไรในตลาด

a)

ก) ผลิตสินค้า

b)

ข) จัดจำหน่ายและขายสินค้า

c)

ค) สร้างสินค้าใหม่

d)

ง) เป็นผู้ซื้อสินค้า

39.

39.ร้านค้าปลีกทำหน้าที่ใด

a)

ก) ผลิตสินค้าใหม่

b)

ข) จัดเก็บและจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภค

c)

ค) ให้สินเชื่อระยะยาว

d)

ง) โฆษณาสินค้า

40.

40.ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดมีลักษณะอย่างไร

a)

ก) มีการแข่งขันในบางส่วนและการผูกขาดในบางส่วน

b)

ข) ผู้ขายไม่มีอำนาจกำหนดราคา

c)

ค) มีผู้ซื้อจำนวนมากและผู้ขายน้อยราย

d)

ง) สินค้าทุกชนิดมีราคาตามกลไกตลาด

41.

41.หน้าที่ใดที่ไม่ใช่หน้าที่ของตลาด

a)

ก) อำนวยความสะดวกในการซื้อขาย

b)

ข) ส่งเสริมการผลิตสินค้า

c)

ค) แปรรูปสินค้า

d)

ง) เก็บภาษีสินค้า

42.

42.การผูกขาดในตลาดเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

ก) ผู้ขายมีอำนาจในการควบคุมตลาดทั้งหมด

b)

ข) ผู้ซื้อมีอำนาจในการกำหนดราคา

c)

ค) ตลาดมีผู้ซื้อจำนวนมาก

d)

ง) ผู้ผลิตไม่มีคู่แข่ง

43.

43.หน้าที่หลักของธนาคารกลางในการพัฒนาเศรษฐกิจคืออะไร

a)

ก) ให้สินเชื่อแก่ธนาคารพาณิชย์

b)

ข) รักษาความมั่นคงของตลาดเงิน

c)

ค) สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

d)

ง) ป้องกันภาวะเงินเฟ้อ

44.

44.อัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมในตลาดซื้อคืนพันธบัตรคืออะไร

a)

ก) อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการกู้ยืมเพื่อตลาดทุน

b)

ข) อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการกู้ยืมเพื่อตลาดการเงิน

c)

ค) อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการซื้อขายพันธบัตรที่มีสัญญาซื้อคืน/ขายคืน

d)

ง) อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการกู้ยืมระหว่างประเทศ

45.

45.ใครคือ "บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์

a)

ก) จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์

b)

ข) เดวิด ริคาร์โด

c)

ค) อดัม สมิธ

d)

ง) คาร์ล มาร์กซ์

46.

46.ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์มีลักษณะอย่างไร

a)

ก) ไม่จำกัด

b)

ข) จำกัด

c)

ค) ใช้ซ้ำได้เสมอ

d)

ง) หลากหลายและเพียงพอ

47.

47.นักเศรษฐศาสตร์ในยุคคลาสสิกเชื่อว่ารัฐควรทำอย่างไร

a)

ก) เข้าควบคุมตลาดทั้งหมด

b)

ข) ปล่อยให้เอกชนทำงานได้อย่างอิสระ

c)

ค) ให้เงินสนับสนุนการผลิต

d)

ง) ควบคุมราคาสินค้า

48.

48.อุปทานส่วนบุคคล (Individual Supply) หมายถึงอะไร

a)

ก) ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ

b)

ข) ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตแต่ละคนเสนอขาย

c)

ค) ปริมาณสินค้าที่มีในตลาด

d)

ง) ราคาที่ผู้บริโภคต้องการจ่าย

49.

49.ปัจจัยใดส่งผลต่ออุปสงค์สินค้าเกษตรมากที่สุด

a)

ก) เทคโนโลยี

b)

ข) สภาพดินฟ้าอากาศ

c)

ค) การควบคุมราคา

d)

ง) ต้นทุนการผลิต

50.

50.การที่ราคาสินค้าสูงขึ้นส่งผลอย่างไรต่ออุปสงค์

a)

ก) อุปสงค์เพิ่มขึ้น

b)

ข) อุปสงค์ลดลง

c)

ค) อุปสงค์ไม่เปลี่ยนแปลง

d)

ง) อุปทานลดลง