wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาควิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นรอบสอง

Total questions: 50

Worksheet time: 2hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

1. ใครคือบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์

a)

โทมัส อกิแนนส์

b)

เดวิด ริคาร์โด

c)

อดัม สมิธ

d)

คาร์ล มาร์กซ์

2.

2.เศรษฐศาสตร์จุลภาคศึกษาอะไร

a)

การจ้างงานและรายได้ประชาชาติ

b)

การกระจายรายได้

c)

พฤติกรรมของบุคคลและหน่วยผลิต

d)

การบริหารการเงินของประเทศ

3.

3.คำว่า “เศรษฐศาสตร์” มาจากรากศัพท์ใดในภาษากรีก

a)

Oikosnemein

b)

Nemeinpolis

c)

Economopolis

d)

Oikospolis

4.

4.นักเศรษฐศาสตร์ท่านใดกล่าวถึงทฤษฎีประชากร

a)

จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์

b)

อดัม สมิธ

c)

เดวิด ริคาร์โด

d)

โรเบิร์ต มัลธัส

5.

5.นักเศรษฐศาสตร์ท่านใดกล่าวว่าเศรษฐศาสตร์คือวิชาที่ว่าด้วยการกระทำของมนุษย์ในการดำรงชีวิตธรรมดา

a)

อดัม สมิธ

b)

ลีออนแนล รอบบิน

c)

พอล แซมมวลสัน

d)

อัลเฟรด มาร์แซล

6.

6.ใครเป็นผู้เริ่มการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย

a)

พระยาสุริยานุวัตร

b)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

c)

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

d)

พระสารสาสน์พลขันธ์

7.

7.ข้อใดคือนิยามของเศรษฐศาสตร์ตาม ลีออนแนล รอบบิน

a)

ศาสตร์ที่ศึกษาวิธีการกระจายรายได้

b)

ศาสตร์ที่ศึกษาวิธีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

c)

ศาสตร์ที่ศึกษาวิธีการจัดการทรัพยากรอย่างจำกัด

d)

ศาสตร์ที่ศึกษาวิธีการผลิตสินค้า

8.

8.ข้อใดคือบทบาทสำคัญของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจเสรี

a)

การควบคุมการผลิต

b)

การส่งเสริมการค้า

c)

การเก็บภาษีสูงสุด

d)

การจำกัดบทบาทในระบบเศรษฐกิจ

9.

9.ทฤษฎีใดเน้นถึงการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค

b)

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค

c)

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ตามที่ควรจะเป็น

d)

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ตามที่เป็นจริง

10.

10.แนวคิดของอริสโตเติลเกี่ยวกับ "ความมั่งคั่งที่แท้จริง" คืออะไร

a)

สินค้าและบริการที่มนุษย์สร้างขึ้น

b)

ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เองตามธรรมชาติ

c)

ระบบการเงินและธนาคาร

d)

การแลกเปลี่ยนสินค้า

11.

11.แนวคิดของโทมัส อกิแนนส์เกี่ยวกับราคายุติธรรมคืออะไร

a)

ราคาควรสะท้อนต้นทุนการผลิต

b)

ราคาควรสะท้อนความต้องการของผู้บริโภค

c)

ราคาควรสะท้อนการทำงานหนักของผู้ผลิต

d)

ราคาควรสะท้อนความมั่งคั่งของประเทศ

12.

12.สำนักเศรษฐศาสตร์ใดที่เน้นเรื่องการกระจายรายได้ให้เป็นธรรม

a)

สำนักคลาสสิก

b)

สำนักนีโอคลาสสิก

c)

สำนักสังคมนิยม

d)

สำนักธรรมชาตินิยม

13.

13.ทรัพยากรใดที่ถือว่าเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริงตามอริสโตเติล

a)

สินค้าและบริการ

b)

แร่ธาตุและที่ดิน

c)

เครื่องจักรอุตสาหกรรม

d)

เงินทุน

14.

14.อดัม สมิธ ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์จากหนังสือเล่มใด

a)

An Essay on the Nature and Significance of Economic Science

b)

The Wealth of Nations

c)

The Principles of Economics

d)

The General Theory of Employment, Interest and Money

15.

15.เศรษฐศาสตร์การเมือง (Political Economy) เกี่ยวข้องกับอะไร

a)

การจัดการทรัพยากรโดยรัฐ

b)

การผลิตและการกระจายสินค้า

c)

ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจ

d)

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

16.

16.แนวคิดการแบ่งงานกันทำ (Division of Labor) ของเพลโตมีความสำคัญอย่างไร

a)

เพิ่มการกระจายรายได้

b)

เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

c)

ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

d)

ลดปัญหาการว่างงาน

17.

17.ปัจจัยใดที่ไม่ใช่ปัจจัยกำหนดอุปสงค์

a)

ราคาของสินค้านั้น

b)

รายได้ของผู้บริโภค

c)

รสนิยมของผู้บริโภค

d)

ราคาสินค้าที่ใช้ในการผลิต

18.

18.ข้อใดกล่าวถึงกฎของอุปสงค์ได้ถูกต้อง

a)

เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณการซื้อจะเพิ่มขึ้น

b)

เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณการซื้อจะลดลง

c)

เมื่อรายได้ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ปริมาณการซื้อจะลดลง

d)

เมื่อรายได้ของผู้ผลิตลดลง ปริมาณการขายจะลดลง

19.

19.เศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคต่างกันอย่างไร

a)

จุลภาคเน้นการศึกษาเฉพาะส่วนเล็กๆ มหภาคเน้นระบบเศรษฐกิจโดยรวม

b)

จุลภาคเน้นการวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจระดับชาติ มหภาคเน้นปัญหารายบุคคล

c)

จุลภาคเน้นการผลิตสินค้า มหภาคเน้นการกระจายสินค้า

d)

จุลภาคเน้นการศึกษาอุปสงค์ มหภาคเน้นการศึกษาอุปทาน

20.

20.ข้อใดกล่าวถึงกฎของอุปทาน (Law of Supply) ได้ถูกต้อง

a)

ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขายเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสินค้าลดลง

b)

ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขายเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

c)

ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

d)

ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสินค้าลดลง

21.

21.ดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium) เกิดขึ้นเมื่อใด

a)

เมื่ออุปสงค์มากกว่าอุปทาน

b)

เมื่ออุปทานมากกว่าอุปสงค์

c)

เมื่ออุปสงค์เท่ากับอุปทาน

d)

เมื่ออุปทานลดลงและอุปสงค์เพิ่มขึ้น

22.

22.ราคาดุลยภาพคืออะไร

a)

ราคาที่ทำให้อุปสงค์มากกว่าอุปทาน

b)

ราคาที่ทำให้อุปสงค์เท่ากับอุปทาน

c)

ราคาที่ทำให้อุปทานมากกว่าอุปสงค์

d)

ราคาที่ทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด

23.

23.อะไรคือภาวะสินค้าล้นตลาด (Excess Supply)

a)

เมื่ออุปสงค์มากกว่าอุปทาน

b)

เมื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาดุลยภาพ

c)

เมื่อราคาสินค้าสูงกว่าราคาดุลยภาพ

d)

เมื่ออุปสงค์เท่ากับอุปทาน

24.

24.ภาวะสินค้าล้นตลาด (Excess Supply) เกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

เมื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาดุลยภาพ

b)

เมื่อราคาสินค้าสูงกว่าราคาดุลยภาพ

c)

เมื่ออุปสงค์สูงกว่าอุปทาน

d)

เมื่อรัฐบาลควบคุมราคาขั้นสูง

25.

25.ราคาสมดุล (Equilibrium Price) หมายถึงอะไร

a)

ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันได้

b)

ราคาที่อุปสงค์เท่ากับอุปทาน

c)

ราคาที่รัฐบาลกำหนด

d)

ราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

26.

26.ราคาสินค้าและบริการถูกกำหนดโดยอะไร

a)

ต้นทุนการผลิต

b)

อุปสงค์และอุปทานของตลาด

c)

จำนวนสินค้าที่ผลิต

d)

นโยบายของรัฐบาล

27.

27.มูลค่า (Value) หมายถึงอะไร

a)

การแลกเปลี่ยนสิ่งของกับเงิน

b)

การแลกเปลี่ยนสิ่งของกับสิ่งของ

c)

ราคาต่อหน่วยของสินค้า

d)

ต้นทุนในการผลิตสินค้า

28.

28.ราคาหมายถึงอะไร

a)

การแลกเปลี่ยนสิ่งของกับสิ่งของ

b)

จำนวนสินค้าที่มีอยู่ในตลาด

c)

การแลกเปลี่ยนสิ่งของกับตัวเงิน

d)

ราคาที่กำหนดโดยรัฐบาล

29.

29.ดัชนีราคาสินค้าคืออะไร

a)

ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ

b)

ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการผลิตสินค้า

c)

ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิต

d)

ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้บริโภค

30.

30. การที่รัฐบาลใช้เงินอุดหนุนให้กับผู้ผลิตมีผลอย่างไร

a)

ลดการผลิตสินค้า

b)

เพิ่มอุปทานในตลาด

c)

ลดความต้องการซื้อ

d)

ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น

31.

31.ภาษีอากรมีผลอย่างไรต่อราคาสินค้า

a)

ทำให้ราคาสินค้าลดลง

b)

ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

c)

ไม่มีผลต่อราคาสินค้า

d)

ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า

32.

32.กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มแสดงถึงอะไร

a)

ความพอใจจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

b)

ความพอใจจะลดลงเมื่อบริโภคเพิ่ม

c)

ความพอใจจะคงที่

d)

ความพอใจจะไม่เปลี่ยนแปลง

33.

33.เมื่อผู้บริโภคได้รับความพอใจสูงสุดจากการใช้จ่าย จะเกิดภาวะใด

a)

ดุลยภาพของผู้ผลิต

b)

ดุลยภาพของผู้บริโภค

c)

ดุลยภาพของตลาด

d)

ดุลยภาพของต้นทุน

34.

34.การที่ผู้บริโภคจะใช้สินค้า X ทดแทนสินค้า Y จะขึ้นอยู่กับอะไร

a)

รายได้

b)

ราคาสินค้า

c)

อรรถประโยชน์ที่ได้รับ

d)

ค่าใช้จ่าย

35.

35.ตลาดผู้ขายน้อยรายมีลักษณะอย่างไร

a)

ผู้ขายจำนวนมาก

b)

ผู้ขายมีการตั้งราคาที่ใกล้เคียงกัน

c)

มีผู้ขายรายเดียว

d)

สินค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

36.

36.การโฆษณามีผลอย่างไรต่อตลาด

a)

ทำให้ราคาสินค้าลดลง

b)

เพิ่มจำนวนผู้ขาย

c)

เพิ่มการรับรู้สินค้าของผู้บริโภค

d)

ลดความต้องการสินค้า

37.

37.ตลาดแบบใดที่มีความยืดหยุ่นในการตั้งราคา

a)

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

b)

ตลาดผูกขาด

c)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

d)

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด

38.

38.วิวัฒนาการของเงินเริ่มต้นจากอะไร

a)

การใช้ทองคำ

b)

การใช้โลหะมีค่า

c)

การใช้สิ่งของที่ถูกสมมติเป็นเงิน

d)

การใช้ธนบัตร

39.

39.อัตราดอกเบี้ยมาตรฐานคืออะไร

a)

อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ใช้กับลูกค้าทั่วไป

b)

อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางใช้กับสถาบันการเงิน

c)

อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการให้สินเชื่อส่วนบุคคล

d)

อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการกู้ยืมเงินระหว่างประเทศ

40.

40.การแข่งขันในตลาดผูกขาดจะเกิดขึ้นในกรณีใด

a)

มีผู้ขายหลายราย

b)

มีผู้ซื้อจำนวนมาก

c)

มีสินค้าทดแทนที่แตกต่าง

d)

สินค้าราคาถูก

41.

41.ข้อใดต่อไปนี้คือตลาดที่มีผู้ขายเพียงรายเดียว

a)

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

b)

ตลาดผูกขาด

c)

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด

d)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

42.

42.ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์มีข้อแตกต่างจากตลาดแข่งขันสมบูรณ์อย่างไร

a)

สินค้าราคาแพงกว่า

b)

ผู้ขายมีอำนาจกำหนดราคา

c)

ผู้ซื้อกำหนดปริมาณสินค้า

d)

มีสินค้าน้อยกว่า

43.

43.เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference Curve) แสดงถึงอะไร

a)

ความพอใจที่เท่ากันจากการบริโภคสินค้า

b)

ความพอใจที่ต่างกันของผู้บริโภค

c)

ราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลง

d)

รายได้ที่เพิ่มขึ้น

44.

44.สินค้าที่มีประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเรียกว่าอะไร

a)

สินค้าเสรี

b)

สินค้าเศรษฐกิจ

c)

สินค้าหายาก

d)

สินค้าสังคม

45.

45.ปัจจัยใดที่ทำให้สินค้ามีราคาสูง

a)

สินค้ามีมากเกินไป

b)

สินค้าขาดแคลน

c)

การผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น

d)

การลดต้นทุนการผลิต

46.

46.ดุลยภาพในตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อใด

a)

เมื่ออุปสงค์และอุปทานเปลี่ยนแปลง

b)

เมื่อราคาคงที่

c)

เมื่อปริมาณการซื้อคงที่

d)

เมื่อรัฐบาลไม่เข้าแทรกแซง

47.

47.การเปลี่ยนแปลงอุปสงค์ (Change in Demand) เกิดจากอะไร

a)

ราคาสินค้าชนิดนั้นเปลี่ยนแปลง

b)

ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์เปลี่ยนแปลง เช่น รายได้หรือรสนิยม

c)

ราคาของสินค้าทดแทนคงที่

d)

ราคาสินค้าทดแทนลดลง

48.

48.ปัจจัยใดไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์

a)

รายได้ของผู้บริโภค

b)

ราคาสินค้าทดแทน

c)

ราคาต้นทุนการผลิต

d)

การคาดการณ์ในอนาคต

49.

49.การควบคุมราคาขั้นต่ำ (Minimum Price Control) มีผลอย่างไร

a)

ทำให้เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน

b)

ทำให้สินค้าขาดตลาด

c)

ทำให้เกิดอุปทานส่วนเกิน

d)

ทำให้ราคาสินค้าลดลง

50.

50.ปัจจัยใดที่ไม่ใช่ปัจจัยกำหนดอุปทาน

a)

ราคาของสินค้านั้น

b)

ต้นทุนการผลิต

c)

สภาพดินฟ้าอากาศ

d)

ความนิยมของผู้บริโภค