wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบระบบฐานข้อมูลชั้นสูง (B-Tech)

Total questions: 65

Worksheet time: 33mins

Name
Class
Date
1.

การออกแบบฐานข้อมูลควรพิจารณาอะไรบ้างเพื่อให้มีประสิทธิภาพ?

a)

การวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบโครงสร้าง การทดสอบประสิทธิภาพ

b)

การวางแผน การออกแบบ การพัฒนา การบำรุงรักษา

c)

การออกแบบเชิงสัมพันธ์ การจัดการข้อมูล การรักษาความปลอดภัย

d)

การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบ การพัฒนา การใช้งาน

e)

การออกแบบฐานข้อมูล การทดสอบ การปรับปรุง

2.

ข้อใดเป็นข้อดีของการออกแบบฐานข้อมูลที่มีความซับซ้อน?

a)

ช่วยให้การจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

b)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลช้าลง

c)

สามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้ดีขึ้น

d)

ลดความสามารถในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูล

e)

ทำให้การสำรองข้อมูลง่ายขึ้น

3.

ข้อดีของระบบฐานข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายสถานที่คืออะไร?

a)

สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากหลายจุด

b)

เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

c)

ลดความเสี่ยงจากการสูญหายของข้อมูล

d)

ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างทีมง่ายขึ้น

e)

สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการ

4.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (SQL)?

a)

มีโครงสร้างข้อมูลที่ชัดเจน

b)

ไม่สามารถจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างได้

c)

เหมาะสำหรับข้อมูลขนาดเล็ก

d)

รักษาความสอดคล้องของข้อมูลได้ดี

e)

ไม่สามารถขยายแนวนอนได้ง่าย

5.

ในการบริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด?

a)

การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว

b)

การปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

c)

ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

d)

ขนาดของข้อมูลที่สามารถจัดเก็บได้

e)

ความสามารถในการสร้างรายงานจากข้อมูล

6.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของระบบฐานข้อมูลเชิงไม่สัมพันธ์ (NoSQL)?

a)

รองรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน

b)

มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

c)

เหมาะสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่

d)

รักษาความสอดคล้องของข้อมูลอย่างเคร่งครัด

e)

สามารถขยายแนวนอนได้ง่าย

7.

ในการเลือกฐานข้อมูล ควรพิจารณาอะไรเป็นอันดับแรก?

a)

ความสามารถในการขยายตัว

b)

ความเข้ากันได้กับระบบอื่น

c)

ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

d)

ความเร็วในการประมวลผลข้อมูล

e)

ความปลอดภัยของข้อมูล

8.

วิธีการใดที่ไม่ถือว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูล?

a)

การใช้ Cache เพื่อเก็บข้อมูลที่เรียกบ่อย

b)

การปรับแต่ง Query ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

c)

การใช้ Stored Procedure แทนการ Query แบบธรรมดา

d)

การเพิ่มขนาดของฐานข้อมูลโดยไม่จำกัด

e)

การทำ Normalization ของข้อมูลในฐานข้อมูล

9.

ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันข้อมูลที่มีประสิทธิภาพที่สุด?

a)

การใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อน

b)

การสำรองข้อมูลในที่ปลอดภัย

c)

การเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญ

d)

การตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล

e)

การเก็บข้อมูลในหลายๆ แหล่ง

10.

การสํารองข้อมูลแบบใดที่สามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วที่สุดในกรณีที่เกิดความเสียหาย?

a)

Full Backup

b)

Incremental Backup

c)

Differential Backup

d)

Mirror Backup

e)

Continuous Data Protection (CDP)

11.

ข้อใดเป็นข้อเสียของการจัดการข้อมูลแบบ In-Memory?

a)

ใช้หน่วยความจำมากขึ้น

b)

ไม่สามารถจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้

c)

มีความเสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูล

d)

ต้องการการบำรุงรักษาที่สูง

e)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลช้าลง

12.

ในฐานข้อมูล การทำงานของ ACID มีความสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้การจัดการข้อมูลมีความถูกต้อง

b)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น

c)

เพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล

d)

ลดความซับซ้อนในการเขียนโปรแกรม

e)

ลดความซับซ้อนในการ Query

13.

ACID ในการจัดการทรานแซกชันย่อมาจากอะไร?

a)

Atomicity, Consistency, Isolation, Durability

b)

Accuracy, Completeness, Integrity, Dependency

c)

Availability, Consistency, Isolation, Distribution

d)

Atomicity, Concurrency, Integrity, Durability

e)

Accuracy, Consistency, Isolation, Duplication

14.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการควบคุมภาวะพร้อมกัน (Concurrency Control)?

a)

Locking

b)

Timestamp ordering

c)

Optimistic concurrency control

d)

Multi-version concurrency control

e)

Sequential processing

15.

ในวิชาชีพด้านฐานข้อมูล การจัดการข้อมูลควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรก?

a)

การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

b)

การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

c)

การทำงานร่วมกับทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

d)

การลดความซับซ้อนของข้อมูล

e)

การสร้างระบบสำรองข้อมูลที่เชื่อถือได้

16.

ในการออกแบบฐานข้อมูลสำหรับการจัดการข้อมูลที่มีความซับซ้อน สิ่งใดที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก?

a)

การเลือกโครงสร้างข้อมูลที่เหมาะสม

b)

การวางแผนการสำรองข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

c)

การใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในการจัดเก็บข้อมูล

d)

การออกแบบให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

e)

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของผู้ใช้

17.

ข้อใดเป็นข้อดีของการใช้ View ในฐานข้อมูล?

a)

ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น

b)

สามารถจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้น

c)

ลดความซับซ้อนในการเขียนคำสั่ง SQL

d)

เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล

e)

สามารถใช้ร่วมกับ Stored Procedure ได้

18.

การออกแบบ Data Warehouse ควรคำนึงถึงปัจจัยใดเป็นหลัก?

a)

ความสามารถในการขยายตัวของระบบ

b)

ความซับซ้อนในการจัดการข้อมูล

c)

ความเร็วในการประมวลผลข้อมูล

d)

ความปลอดภัยของข้อมูลที่จัดเก็บ

e)

การสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล

19.

ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของข้อมูลขนาดใหญ่?

a)

ความหลากหลาย

b)

ความเร็ว

c)

ความถูกต้อง

d)

ปริมาณ

e)

ความชัดเจน

20.

การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) แตกต่างจากการทำ Data Mining อย่างไร?

a)

การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เทคนิคที่ซับซ้อนน้อยกว่า

b)

การวิเคราะห์ข้อมูลมักใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง

c)

การวิเคราะห์ข้อมูลมุ่งเน้นการสรุปข้อมูลที่มีอยู่

d)

การวิเคราะห์ข้อมูลไม่ต้องการการทำความสะอาดข้อมูล

e)

การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐาน

21.

ข้อใดเป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทํา Database Sharding?

a)

เพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

b)

ทำให้การจัดการข้อมูลซับซ้อนขึ้น

c)

ลดความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูล

d)

ช่วยให้การสำรองข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น

e)

เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการโหลด

22.

การทำ Data Normalization ช่วยให้การจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร?

a)

ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น

b)

ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

c)

เพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล

d)

ช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

e)

ทำให้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลง่ายขึ้น

23.

การใช้ Index ในฐานข้อมูลช่วยให้เกิดข้อดีอย่างไร?

a)

เพิ่มความเร็วในการค้นหาข้อมูล

b)

ลดการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

c)

เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

d)

ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

e)

เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

24.

ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของ ACID properties ในระบบฐานข้อมูล?

a)

Atomicity

b)

Consistency

c)

Isolation

d)

Durability

e)

Scalability

25.

ข้อใดเป็นลักษณะของ NoSQL Database?

a)

สามารถจัดเก็บข้อมูลแบบไม่เป็นระเบียบ

b)

ใช้ SQL ในการเข้าถึงข้อมูล

c)

รองรับการขยายตัวได้ง่าย

d)

มีความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่ชัดเจน

e)

สามารถจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้

26.

การทำ Database Replication มีข้อดีอย่างไร?

a)

ช่วยให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกันมากขึ้น

b)

สามารถกู้คืนข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

c)

ลดความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูล

d)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลจากหลายที่เป็นไปได้

e)

ถูกทุกข้อ

27.

ข้อใดเป็นข้อดีของการทํา Data Partitioning?

a)

ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลเร็วขึ้น

b)

ทำให้การสำรองข้อมูลง่ายขึ้น

c)

ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูล

d)

เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

e)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

28.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของ OLAP (Online Analytical Processing)?

a)

เน้นการประมวลผลธุรกรรมแบบ Real-time

b)

ใช้สําหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

c)

มีการ Update ข้อมูลบ่อยครั้ง

d)

เหมาะสําหรับระบบที่มีผู้ใช้งานจํานวนมาก

e)

เน้นการทํางานกับข้อมูลปัจจุบันเท่านั้น

29.

การทํา Database Mirroring แตกต่างจาก Replication อย่างไร?

a)

Mirroring เป็นการทําสําเนาแบบ Real-time

b)

Mirroring สามารถทําได้ระหว่างต่าง DBMS

c)

Mirroring ไม่ต้องการ Network Bandwidth สูง

d)

Mirroring รองรับการ Read/Write ทั้งสองฝั่ง

e)

Mirroring ไม่ต้องการการตั้งค่าพิเศษ

30.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้ Stored Procedure?

a)

ลดการส่งข้อมูลระหว่าง Client และ Server

b)

เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

c)

สามารถนํากลับมาใช้ซ้ำได้

d)

เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล

e)

ลดความซับซ้อนในการออกแบบฐานข้อมูล

31.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Graph Database?

a)

ใช้ Node แทนเอนทิตี

b)

ใช้ Edge แทนความสัมพันธ์

c)

เหมาะสําหรับข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อน

d)

มีประสิทธิภาพสูงในการค้นหาความสัมพันธ์

e)

ใช้ตารางในการจัดเก็บข้อมูล

32.

การทํา Data Cleansing มีจุดประสงค์หลักเพื่ออะไร?

a)

ลดขนาดของฐานข้อมูล

b)

เพิ่มความเร็วในการ Query

c)

ปรับปรุงคุณภาพของข้อมูล

d)

เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

e)

ลดความซับซ้อนของโครงสร้างฐานข้อมูล

33.

ข้อใดเป็นข้อดีของการทํา Database Sharding?

a)

ช่วยให้การจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

b)

ทำให้การสำรองข้อมูลง่ายขึ้น

c)

ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูล

d)

เพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูล

e)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีความปลอดภัยมากขึ้น

34.

ข้อใดเป็นหลักการสำคัญของ CAP Theorem?

a)

Consistency

b)

Availability

c)

Partition Tolerance

d)

Scalability

e)

Latency

35.

การทํา Database DeNormalization อาจส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง?

a)

ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

b)

เพิ่มความซับซ้อนในการจัดการข้อมูล

c)

ลดความสามารถในการทำ Query ข้อมูล

d)

ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องของข้อมูล

e)

ถูกทุกข้อ

36.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของ Database Index?

a)

B-Tree Index

b)

Hash Index

c)

Bitmap Index

d)

Full-Text Index

e)

Relational Index

37.

การทํา Data Warehousing แตกต่างจากฐานข้อมูลปกติอย่างไร?

a)

Data Warehousing เน้นการ Update ข้อมูลแบบ Real-time

b)

Data Warehousing มักใช้โครงสร้างแบบ Normalized

c)

Data Warehousing เก็บข้อมูลในช่วงเวลายาวนาน

d)

Data Warehousing เหมาะสําหรับการทําธุรกรรมประจําวัน

e)

Data Warehousing มีขนาดฐานข้อมูลเล็กกว่า

38.

ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง?

a)

การใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อน

b)

การสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

c)

การใช้ระบบตรวจสอบสิทธิ์สองชั้น

d)

การลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น

e)

การเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญ

39.

การทํา Database Normalization ถึงระดับ 3NF ช่วยแก้ปัญหาใด?

a)

Insertion Anomaly

b)

Deletion Anomaly

c)

Update Anomaly

d)

ถูกทุกข้อ

e)

ไม่มีข้อถูก

40.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Distributed Database?

a)

ข้อมูลถูกเก็บในหลายสถานที่

b)

มีการ Replicate ข้อมูลบางส่วน

c)

รองรับการทํางานแบบ Parallel Processing

d)

ต้องใช้ DBMS เดียวกันทั้งระบบ

e)

สามารถเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

41.

การทํา Data Mining แตกต่างจาก Machine Learning อย่างไร?

a)

Data Mining เน้นการค้นหารูปแบบในข้อมูล

b)

Machine Learning เน้นการสร้างโมเดลทํานาย

c)

Data Mining ไม่ต้องการการเตรียมข้อมูล

d)

Machine Learning ใช้ได้เฉพาะกับข้อมูลขนาดเล็ก

e)

ไม่มีความแตกต่าง ทั8งสองอย่างคือสิNงเดียวกัน

42.

ข้อใดเป็นข้อดีของการใช้ Database Partitioning?

a)

ช่วยให้การ Query ทำได้เร็วขึ้น

b)

ทำให้การบำรุงรักษาง่ายขึ้น

c)

สามารถจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น

d)

เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล

e)

ทำให้การออกแบบ Schema ง่ายขึ้น

43.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ ACID ในระบบฐานข้อมูล?

a)

Atomicity

b)

Consistency

c)

Isolation

d)

Durability

e)

Availability

44.

การทํา Data Replication มีข้อดีอย่างไร?

a)

ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น

b)

เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

c)

ช่วยในการกู้คืนข้อมูลได้ง่ายขึ้น

d)

ลดความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูล

e)

ถูกทุกข้อ

45.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของ NoSQL Database?

a)

Document Store

b)

Key-Value Store

c)

Column Family Store

d)

Graph Database

e)

Relational Database

46.

การทำ Database Mirroring มีข้อดีอย่างไรในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล?

a)

ช่วยป้องกันการสูญหายของข้อมูล

b)

เพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

c)

ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการข้อมูล

d)

ทำให้ระบบมีความเสถียรมากขึ้น

e)

ช่วยให้การสำรองข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น

47.

ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะของ In-Memory Database?

a)

สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที

b)

ข้อมูลถูกเก็บในฮาร์ดดิสก์

c)

เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

d)

มีความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลสูง

e)

ใช้พลังงานน้อยกว่า Database ประเภทอื่น

48.

การทํา Database Replication แตกต่างจาก Partitioning อย่างไร?

a)

Replication สร้างสำเนาข้อมูลได้เพียง Server เดียว

b)

Partitioning แบ่งข้อมูลภายใน Server เดียว

c)

Replication ทําได้เฉพาะกับ SQL

d)

ถูกทั้งข้อ a และ b

e)

ไม่มีความแตกต่าง ทั้งสองอย่างคือสิNงเดียวกัน

49.

การทํา Database Backup แบบ Incremental มีลักษณะอย่างไร?

a)

สํารองข้อมูลทั้งหมดทุกครั้ง

b)

สํารองเฉพาะข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่การ Backup ครั้งล่าสุด

c)

สํารองข้อมูลแบบ Real-time

d)

สํารองเฉพาะข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากการ Full Backup ครั้งล่าสุด

e)

สํารองเฉพาะ Transaction Log

50.

การทํา Database Clustering แตกต่างจาก Replication อย่างไร?

a)

Clustering เน้นการกระจายโหลด, Replication เน้นความพร้อมใช้งาน

b)

Clustering ทําได้เฉพาะกับ SQL, Replication ทําได้ทั8ง SQL และ NoSQL

c)

Clustering ต้องใช้ Hardware เหมือนกัน, Replication ไม่จําเป็น

d)

Clustering รองรับการ Write ได้ทุก Node, Replication มักจํากัดการ Write ทีN Master

e)

ไม่มีความแตกต่าง ทั8งสองอย่างคือสิNงเดียวกัน

51.

ข้อใดเป็นข้อดีของการใช้ Data Virtualization?

a)

ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น

b)

ลดความซำ้ซ้อนของข้อมูล

c)

ทำให้การจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

d)

เพิ่มความยืดหยุ่นในการวิเคราะห์ข้อมูล

e)

ทำให้การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งทำได้ง่ายขึ้น

52.

การทํา Database Tuning มักเกี่ยวข้องกับสิ่งใดน้อยที่สุด?

a)

การปรับแต่ง Query

b)

การสร้าง Index

c)

การปรับแต่งค่า Configuration ของ DBMS

d)

การออกแบบ Schema ใหม่

e)

การเพิNม Hardware Resources

53.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Time Series Database?

a)

เหมาะสําหรับข้อมูลทีNมีการบันทึกตามเวลา

b)

มีประสิทธิภาพสูงในการ Query ข้อมูลตามช่วงเวลา

c)

รองรับการทํา Aggregation แบบ Time-based

d)

เหมาะสําหรับการทํา OLTP

e)

มักใช้ในระบบ Monitoring และ IoT

54.

การทํา Data Lake แตกต่างจาก Data Warehouse อย่างไร?

a)

Data Lake เก็บข้อมูลแบบ Raw, Data Warehouse เก็บข้อมูลทีNผ่านการประมวลผล

b)

Data Lake มีโครงสร้างทีNยืดหยุ่นกว่า

c)

Data Lake เหมาะสําหรับ Big Data มากกว่า

d)

Data Lake มักใช้เทคโนโลยี NoSQL หรือ Hadoop

e)

ถูกทุกข้อ

55.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการจัดการ Concurrency ในฐานข้อมูล?

a)

Pessimistic Locking

b)

Optimistic Locking

c)

MVCC (Multi-Vers

56.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการจัดการ Concurrency ในฐานข้อมูล?

a)

Pessimistic Locking

b)

Optimistic Locking

c)

MVCC (Multi-Version Concurrency Control)

d)

Two-Phase Locking

e)

Single-Thread Processing

57.

การทํา Database Normalization ถึงระดับ BCNF (Boyce-Codd Normal Form) ช่วยแก้ปัญหาใด?

a)

Partial Dependency

b)

Transitive Dependency

c)

Multi-valued Dependency

d)

Join Dependency

e)

Functional Dependency ทีNไม่ขึ8นกับ Candidate Key

58.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้ ORM (Object-Relational Mapping)?

a)

ลดความซับซ้อนในการเขียน SQL

b)

เพิNมความเร็วในการ Query ข้อมูล

c)

ง่ายต่อการบํารุงรักษาโค้ด

d)

รองรับการทํางานกับหลาย DBMS

e)

ลดโอกาสการเกิด SQL Injection

59.

การทํา Database Compression มีข้อเสียอย่างไร?

a)

อาจลดประสิทธิภาพในการ Query บางกรณี

b)

เพิNมภาระการประมวลผลของ CPU

c)

อาจทําให้การ Backup และ Restore ใช้เวลานานขึ8น

d)

ทําให้การดูข้อมูลโดยตรงทําได้ยากขึ8น

e)

ถูกทุกข้อ

60.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Blockchain Database?

a)

ข้อมูลไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากบันทึก

b)

มีการกระจายข้อมูลไปยังหลาย Node

c)

ใช้กลไก Consensus ในการยืนยันข้อมูล

d)

เหมาะสําหรับการทํา OLAP

e)

มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

61.

การทํา Database Audit Trail มีจุดประสงค์หลักเพื่ออะไร?

a)

เพิ่มประสิทธิภาพในการ Query

b)

ลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

c)

ติดตามการเปลี่ยนแปลงและการเข้าถึงข้อมูล

d)

ป้องกันการ SQL Injection

e)

เพิ่มความเร็วในการ Backup

62.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Columnar Database?

a)

เก็บข้อมูลแบบ Column-oriented

b)

มีประสิทธิภาพสูงในการทํา Aggregation

c)

เหมาะสําหรับระบบ OLAP

d)

ใช้พื 8นทีNจัดเก็บน้อยกว่า Row-oriented Database

e)

เหมาะสําหรับการ Update ข้อมูลบ่อยๆ

63.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ NoSQL Database?

a)

รองรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง

b)

สามารถขยายตัวได้ง่าย

c)

ใช้ SQL ในการเข้าถึงข้อมูล

d)

มีความสามารถในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่

e)

รองรับการทำงานแบบกระจาย

64.

การใช้ View ในฐานข้อมูลมีข้อดีอย่างไร?

a)

ช่วยลดความซับซ้อนในการ Query

b)

เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

c)

สามารถใช้ในการจัดการข้อมูลแบบ Real-time

d)

ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล

e)

ทำให้การ Update ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น

65.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการใช้ Database Cluster?

a)

เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล

b)

รองรับการทำงานแบบ High Availability

c)

ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการข้อมูล

d)

เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล

e)

สามารถกระจายโหลดการทำงานได้