wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Biology

Total questions: 50

Worksheet time: 3hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นผลจากการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก

a)
รูม่านตาหรี่
b)
ถุงน้ำดีคลายตัว
c)
หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น
d)
หลอดเลือดฝอยในปอดขยายตัว
2.

ระบบประสาทอัตโนวัติ (ANS) มีศูนย์ประสาทอยู่ที่ใด

a)
ภายนอกสมองและไขสันหลัง
b)
ภายในสมองและไขสันหลัง
c)
ปมประสาทของ ANS
d)
บริเวณเดียวกับศูนย์ประสาท CNS
3.

ปริมาณแสงที่ผ่านเข้าลูกนัยน์ตาถูกควบคุมด้วย

a)
เลนส์ตา
b)
กระจกตา
c)
ม่านตา
d)
ซิลิอารี บอดี
4.

ถ้าเซลล์รูปกรวย (cone) ของนัยน์ตาถูกทำลายจะมีผลอย่างไร

a)
รับภาพไม่ได้
b)
ปรับภาพไม่ได้
c)
ส่งกระแสประสาทไม่ได้
d)
บอกความแตกต่างของสีไม่ได้
5.

สภากาชาดไทยรับบริจาคดวงตาเพื่อนำมาเปลี่ยนให้กับคนตาพิการ การเปลี่ยนดวงตานี้ที่จริงเป็นการเปลี่ยนอะไร

a)
กระจกตา (cornea)
b)
เลนส์ (lens)
c)
เรตินา (retina)
d)
ดวงตาทั้งดวง (eye)
6.

การเปลี่ยนแปลงในข้อใดเกิดขึ้นขณะมองภาพในระยะไกล

a)
กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาโค้งนูนน้อยลง
b)
กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาโค้งนูนมากขึ้น
c)
กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาคลายตัว เลนส์ตาโค้งนูนมากขึ้น
d)
กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาคลายตัว เลนส์ตาโค้งนูนน้อยลง
7.

เส้นประสาทตาออกจากจอตาที่บริเวณใด

a)
Fovea
b)
Sclera
c)
Retina
d)
Blind spot
8.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการมองเห็นของคน

a)
Rod cell สาสมารถแยกความแตกต่างของสีได้
b)
Cone cell มีความไวต่อแสงน้อยกว่า rod cell
c)
Fovea มี rod cell มากกว่าบริเวณอื่น ๆ
d)
เมื่อดูวัตถุที่อยู่ใกล้เลนส์ตาจะโค้งนูนน้อย
9.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเที่ยวกับการได้ยิน

a)
Hair cell ใน ampulla เป็น chemoreceptor
b)
การทรงตัวอาศัย semicircular canal ของหูส่วนใน
c)
การได้ยินอาศัยหูส่วนนอก หูส่วนกลาง และ cochlea ของหูส่วนใน
d)
Auditory nerve คือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ที่ส่งกระแสประสาทไปยัง cerebrum
10.

ในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ มักมีอาการปวด อักเสบในรูหูร่วมอยู่ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากมีการกระจายของเชื้อผ่านจากฟาริวช์ไปยังหูได้ โดยทางใด

a)
ช่องรูหู
b)
ช่องยูสเตเชียน
c)
ช่องคอหอย
d)
ช่องคลอเลีย
11.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการรับรสของลิ้น

a)
ตุ่มรับรสหวานอยู่ปลายลิ้น
b)
ตุ่มรับรสขมอยู่ด้านข้างลิ้น
c)
ตุ่มรับรสเค็มอยู่โคนลิ้น
d)
ตุ่มรับรสทุกรสจะกระจายอยู่ทั่วลิ้น
12.

การเคลื่อนที่แบบ amoeboid movement นอกจากพบในอะมีบาแล้วยังพบได้ในเซลล์พวกใด

a)
เซลล์เม็ดเลือดแดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
พารามีเซียม
d)
ยูกลีนา
13.

flagella นอกจากจะพบในพวกยูกลีนาแล้วยังพบได้ในเซลล์ชนิดใด

a)
เซลล์แบคทีเรีย
b)
เซลล์สืบพันธุ์พืชชั้นต่ำ
c)
เซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์
d)
ถูกทุกข้อ
14.

โครงสร้างใดมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับ amoeboid movement และการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อ

a)
Myofibril
b)
Microtubule
c)
Microfilament
d)
Microfiber
15.

ไมโครทูบูลซึ่งพบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในเซลล์นั้น ทำหน้าที่อะไร

a)
กำหนดและควบคุมรูปร่างของเซลล์
b)
ควบคุมการเคลื่อนไหวของไซโทพลาสซึม
c)
เป็นท่อลำเลียงสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง
d)
กำหนดและควบคุมรูปร่างของเซลล์ และเป็นท่อลำเลียงสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง
16.

tube feet พบได้ในสัตว์พวกใด

a)
ดาวทะเล
b)
ดอกไม้ทะเล
c)
ปากกาทะเล
d)
ลิ่นทะเล
17.

การจัดเรียงตัวของ microtubules ใน cilia และ flagella เป็นแบบใด

a)
9+0 = 20
b)
9+0 = 27
c)
9+2 = 20
d)
9+2 = 27
18.

สัตว์ที่มีไซฟอน (siphon) สำหรับการเคลื่อนที่ คือ

a)
แมงกะพรุน
b)
หมึก
c)
หอยเชลล์
d)
ดาวทะเล
19.

ในขณะที่ไส้เดือนดินเคลื่อนที่บริเวณส่วนของลำตัวที่ยืดยาวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)
กล้ามเนื้อตามยาวหดตัว กล้ามเนื้อวงคลายตัว
b)
กล้ามเนื้อตามยาวหดตัว กล้ามเนื้อวงหดตัว
c)
กล้ามเนื้อตามยาวคลายตัว กล้ามเนื้อวงหดตัว
d)
กล้ามเนื้อตามยาวคลายตัว กล้ามเนื้อวงคลายตัว
20.

การที่ปลาเคลื่อนที่ได้นั้นเพราะปลามีลักษณะอย่างไร

a)
รูปร่างเพรียวแบน
b)
มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
c)
มีกระดูกที่อัดตัวกันแน่น
d)
มีกล้ามเนื้อที่ยึดติดกับกระดูกครีบ
21.

ลักษณะข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของนก

a)
มีกระดูกใหญ่อัดตัวกันแน่น แข็งแรง และหนัก
b)
มีถุงลมติดกับปอดช่วยในการหายใจ
c)
มีกล้ามเนื้อใหญ่แข็งแรง
d)
มีกระดูกกลวงเบา อยู่ชิดกันท่าให้รูปร่างเล็กและเพรียว
22.

setae (เดือย) ของไส้เดือนดินมีประโยชน์อย่างไร

a)
ใช้ในการจับอาหาร
b)
ใช้ในการปิดดินทำให้ล่าตัวติดดิน
c)
ใช้ในการจิกดินทำให้เกิดการเคลื่อนที่
d)
ใช้ในการรับความรู้สึกภายนอก
23.

สัตว์ในข้อใดสามารถเคลื่อนที่โดยไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อ 2 มัด ทำงานตรงข้ามกัน

a)
หมึก
b)
นก
c)
ไส้เดือน
d)
เสือ
24.

โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการหดตัวของกล้ามเนื้อคือข้อใด

a)
actin และ myoglobin
b)
myosin และ myoglobin
c)
actin และ myosin
d)
myosin และ globulin
25.

ข้อต่อระหว่างกระดูกสะบักกับกระดูกต้นแขน เป็นข้อต่อแบบใด

a)
ข้อต่อแบบบานพับ
b)
ข้อต่อแบบเบ้า
c)
ข้อต่อแบบสไลด์
d)
ข้อต่อแบบอานม้า
26.

ข้อต่อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ เป็นข้อต่อแบบใด

a)
ข้อต่อแบบบานพับ
b)
ข้อต่อแบบเบ้า
c)
ข้อต่อแบบสไลด์
d)
ข้อต่อแบบอานม้า
27.

กระดูกอะไรไม่ใช่กระดูกแกน

a)
กะโหลกศีรษะ
b)
กระดูกซี่โครง
c)
กระดูกเชิงกราน
d)
กระดูกหาง
28.

ขณะที่ยกจานข้าวขึ้นจากโต๊ะอาหารกล้ามเนื้อไบเซพและไตรเซพทำงานอย่างไร

a)
ไบเซพหดตัว ไตรเซพคลายตัว
b)
ไบเซพคลายตัว ไตรเซพหดตัว
c)
หดตัวทั้งคู่
d)
คลายตัวทั้งคู่
29.

ส่วนของสมองที่มีขนาดเล็กลงตามลำดับวิวัฒนาการของปลา กบ หนู คือ สมองส่วนใด

a)
ส่วนหน้า
b)
ส่วนกลาง
c)
ส่วนหลัง
d)
ส่วนหน้าและส่วนหลัง
30.

สมองส่วน Cerebrum ส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น

a)
Frontal
b)
Parietal
c)
Occipital
d)
Temporal
31.

สมองส่วน Cerebrum ส่วนใดที่ควบคุมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความจำ การแก้ไขปัญหา

a)
Frontal
b)
Parietal
c)
Occipital
d)
Temporal
32.

สมองส่วน Cerebrum ส่วนใดที่เป็นศูนย์รับความรู้สึก เช่น ความเจ็บ สัมผัส รับรส และอุณหภูมิ

a)
Frontal
b)
Parietal
c)
Occipital
d)
Temporal
33.

สมองส่วน Cerebrum ส่วนใดที่เป็นศูนย์กลางการได้ยิน

a)
Frontal
b)
Parietal
c)
Occipital
d)
Temporal
34.

จากภาพ หากพบความผิดปกติของสมอง (บริเวณที่ลูกศรชี้) โดยเกิดการเสื่อมสภาพและฝ่อลีบลง จะส่งผลกระทบต่อเรื่องใดมากที่สุด

a)
การทรงตัว
b)
การเต้นของหัวใจ
c)
การเคลื่อนไหวแขนขา
d)
การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
35.

ข้อความใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสมอง

a)
ส่วนของสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น คือ olfactory bulb
b)
Hypothalamus เป็นสถานีถ่ายทอดความรู้สึกและควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
c)
Medulla oblongata มีหน้าที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ
d)
เส้นประสาทสมอง (cranial nerve) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมี 12 คู่
36.

เส้นประสาทสมองของมนุษย์คู่ใดบ้างที่ทำหน้าที่ sensory nerve เท่านั้น

a)
1 , 2 , 5
b)
1 , 2 ,8
c)
2 , 7 , 8
d)
2 , 8 , 10
37.

เส้นประสาทสมองของมนุษย์ มีทั้งหมดกี่คู่

a)
12 คู่
b)
24 คู่
c)
31 คู่
d)
42 คู่
38.

เส้นประสาทสมองของมนุษย์คู่ใดบ้างที่ทำหน้าที่นำคำสั่งเท่านั้น

a)
5 , 7 , 9
b)
3 , 4 , 5
c)
3 , 4 , 6
d)
7 , 8 , 11
39.

สมองส่วนใดของมนุษย์ที่ควบคุมการกลั้นหายใจขณะดำน้ำ

a)
Cerebrum
b)
Olfactory bulb
c)
Hypothalamus
d)
Thalamus
e)
Optic lobe
40.

จากรูป หมายเลข 3 คือ สมองส่วนใด

a)
Thalamus
b)
Olfactory bulb
c)
Cerebrum
d)
Hypothalamus
e)
Optic lobe
41.

จากรูป หมายเลข 4 คือ สมองส่วนใด

a)
Olfactory bulb
b)
Cerebrum
c)
Hypothalamus
d)
Thalamus
e)
Optic lobe
42.

จากรูป หมายเลข 7 คือ สมองส่วนใด

a)
Pons
b)
Olfactory bulb
c)
Cerebrum
d)
Hypothalamus
e)
Thalamus
43.

ตำรวจตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในบริเวณใกล้เคียงสถานบันเทิง และขอให้ผู้ขับรถยนต์ลงจากรถเพื่้อทดสอบว่าเดินได้เป็นปกติหรือไม่ แอลกอฮอล์ในสุรามีผลต่อสมองส่วนใด จึงทำให้ผู้ดื่มไม่สามารถควบคุมการเดินให้เป็นปกติ

a)
Cerebellum
b)
Olfactory bulb
c)
Cerebrum
d)
Hypothalamus
e)
Thalamus
44.

โครงสร้างที่เป็นศูนย์รวมกระแสประสาทที่ผ่านเข้าออก และแยกกระแสประสาทไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง

a)
Hypothalamus
b)
Olfactory bulb
c)
Cerebrum
d)
Thalamus
e)
Optic lobe
45.

โครงสร้างที่เป็นศูนย์กลางการทำงานของ Autonomic center และ Respiratory center

a)
Medulla oblongata
b)
Olfactory bulb
c)
Cerebrum
d)
Hypothalamus
e)
Thalamus
46.

ข้อใดเป็นกระดูกแกนทั้งหมด

a)

กระดูกซี่โครง

กระดูกสะบัก

b)

กระดูกศีรษะ

กระดูกเชิงกราน

c)

กระดูกอก

กระดูกสันหลัง

d)

กระดูกสะบัก

กระดูกเชิงกราน

47.

ข้อต่อของกระดูกที่ใดที่เคลื่อนไหวไม่ได้

a)

ซี่โครง

b)

กะโหลกศีรษะ

c)

กระดูกสันหลัง

d)

กระดูกปลายแขนต่อกับมือ

48.

แรงยกตัวของอากาศที่เกิดขึ้นที่ปีกขณะนกบินร่อนในอากาศ เกิดจากสาเหตุใด

a)

ด้านบนและด้านล่างของปีกมีมวลอากาศเป็นศูนย์

b)

ความเร็วของอากาศที่ผ่านด้านบนของปีกน้อยกว่าด้านล่าง

c)

ความเร็วของอากาศที่ผ่านด้านบนของปีกมากกว่าด้านล่าง

d)

ความเร็วของอากาศที่ผ่านด้านบนและด้านล่างของปีกเท่ากัน

49.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมแบบโอเรียนเตชัน (Orientation)

a)

การชักใยของแมงมุม

b)

การร้องเตือนภัยของกระรอกดิน

c)

สุนัขเดินเข้าหาจานอาหารที่ผู้เลี้ยงวางไว้

d)

ปลาว่ายน้ำโดยที่ลำตัวตั้งฉากกับแสงอาทิตย์

50.

การที่ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำมาวางไข่ในสถานที่เกิด เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

แท็กซิส

b)

ฝังใจ

c)

ไคเนซิส

d)

มีเงื่อนไข