wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

test

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้แบบสอบถาม ในการควบคุมภายใน

a)

หากได้รับคำตอบว่าไม่เกี่ยวข้องแสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามไม่ให้ความร่วมมือ

b)

ในกิจการขนาดเล็กอาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้มีความรู้ได้

c)

ข้อดีของการใช้แบบสอบถามคือใช้ในองค์การที่ผู้ปฏิบัติงานไม่นิยมแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย

d)

ผู้ที่ทำการประะเมินไม่ควรเป็นผู้ปฏิบัติงาน

2.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินประสิทธิผลของระบบการควบคุมตามแนว Coso 2013

a)

ต้องประเมินว่าหลักการควบคุมภายในทุกหลัการต้องมีอยู่จริงและทำหน้าที่ได้จริงหรือไม่

b)

ต้องประเมินว่าจุดสำคัญทุกจุดต้องมีอยู่จริงและทำหน้าที่ได้จริงหรือไหม่

c)

ต้องประเมินว่าองค์ประกอบทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันหรือไม่

d)

ต้องประะเมินว่าองค์ประกอบทุกองค์ประกอบมีอยู่และทำหน้าที่ได้จริงหรือไม่

3.

ข้อใดถูกต้องในการพิจารณาการควบคุมที่ชดเชยข้อบกพร่องที่พบ

a)

ต้องมาจากองค์ประกอบเดียวกัน

b)

ต้องมาจากหลักการเดียวกัน

c)

ต้องมาจากองค์ประกอบต่างกัน

d)

ต้องมาจากหลักการต่างกัน

4.

เรื่องใดเกี่ยวข้องในการประเมินการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบ

a)

เพื่อลดความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้

b)

เพื่อดิจารณาระดับความเสี่ยงก่อนและหลังการจัดการ

c)

เพื่อพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

d)

เพื่อพิจารณาเหตุการภายนอกที่เกี่ยวข้อง

5.

ถ้าในระหว่างประเมิน ผู้ตรวจสอบภายในพบว่ามีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงอย่างมีสาระสำคัญหรือเป็นตัวชี้วัดที่มีโอกาสเกิดการทุจริตสูง ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ควรแจ้งฝ่ายกฎหมายทันทีเพราะไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบภายใน

b)

ควรแจ้งผู้บริหารที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

c)

ควรตรวจสอบให้จบงานแล้วจึงแจ้งผู้บริหารระดับสูง

d)

ควรแจ้งผู้บริหารระดับสูงโดยเร็ว ไม่ต้องรอให้จบงาน

6.

หากต้องปฏิบัติตามกฏหมาย Sarbanes Oxley Act 2002 ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการรายงานและการเปิดเปิยในรายงานประจำปีเกี่ยวกับการประเมินผลการควบคุมด้านการจัดทำงบการเงิน

a)

คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบและลงนามเสนอคณะกรรมการบริษัทโดยตรง

b)

ผู้ตรวจสอบภายในเป็นผู้รับผิดชอบและลงนามเสนอคณะกรรมการบริษัทโดยตรง

c)

ผู้สอบบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบและลงนามเสนอคณะกรรมการตรวจสอบโดยตรง

d)

ซีอีโอและซีเอฟโอต้องเป็นผู้รับผิดชอบและต้องลงนามในรายงาน

7.

ข้อใดไม่ถูกต้องในการประเมินประสิทธิผลของกระบวนการควบคุมภายใน

a)

เป็นการประเมินให้ทราบประสิทธิผลในจุดใดจุดหนึ่งของเวลา

b)

ไม่สามารถประเมินให้ทราบประสิทธิผลที่ครอบคลุมช่วงเวลา

c)

ต้องมีระดับความสามารถในการควบคุมสุงสุด

d)

ต้องมีองค์ประกอบครบทุกด้าน

8.

ข้อใดอธิบายวัตถุประสงค์ในการประเมินกระบวนการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมของผู้ตรวจสอบภายใน ได้ดีที่สุด

a)

เพื่อประเมินลักษณะ วิธีการ และระยะเวลาที่ควรใช้ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การตรวจสอบภายใน

b)

เพื่อให้มั่นใจมีการแก้ไขจุดอ่อนในกระบวนการต่างๆ

c)

เพื่อให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่ากระบวนต่างๆ นั้น จะช่วยให้องค์การบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

d)

เพื่อประเมินว่ากระบวนต่างๆ นั้นจะช่วยให้รายงานทางการเงินขององคืการถูกต้องเชื่อถือได้ตามควร

9.

ข้อใดไม่ถูกต้องในการประเมินข้อบกพร่องของการควบคุมที่มีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์

a)

ควรพิจารณาเฉพาะข้อบกพร่องที่ร้ายแรง

b)

ควรพิจารณาเฉพาะข้อบกพพร่องที่พบ

c)

ควรพิจารณาความเสี่ยงที่ซ้อนเร้นหรือยังไม่พบด้วย

d)

ควรพิจารณาผลสะสมของความเสี่ยงด้วย

10.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักการควบุคม 17 หลักการ

a)

กิจการขนาดใหญ่ต้องมีครบทั้ 17 หลกัการ

b)

กิจการประเภทบริษัทมหาชนต้องมีครบทั้ง 17 หลักการ

c)

กิจการขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องมีครบ ทั้ง 17 หลักการ

d)

กิจการไม่สามารถเลือกใช้เฉพาะบางหลักการ

11.

ข้อต่อไปนี้เป็นเทคนิคการประเมินความเสี่ยงที่ดีที่สุด

a)

ประเมินระดับความเสี่ยงของเหตุการณ์ในอนาคตจากความไม่แน่นอนของเหตุการณ์และผลกระทบที่มีต่อวัตถุประสงค์ระยะยาวขององค์การ

b)

ประเมินความเสี่ยงสืบเนื่องและความเสี่ยงจากการควบคุม และผลกระทบที่มีต่องบการเงิน

c)

ประเมินระดับความเสี่ยงของเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบที่มีต่อวัตถุประสงค์ขององค์การและสาเหตุที่เกี่ยวข้อง

d)

ประเมินระดับความเสี่ยงของเหตุการปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบที่มีต่อภาระกจและโอกาสที่จะกำจัดปัจจัยเสี่ยงที่มีหรือที่เป็นไปได้

12.

ข้อใดเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดที่ผู้ตรวจสอบควรพิจารณาแผนกลยุทธ์ในการวางแผนตรวจสอบประจำปี

a)

เพื่อความมั่นใจว่าแผนงานตรวจสอบครอบคลุมงานสำคัญทั้งหมดของกิจการ

b)

เพื่อความมั่นใจว่าแผนงานตรวจสอบจากผู้บริหารระดับสูง

c)

เพื่อสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงแผนกลยุทธ์

d)

เพื่อเพิ่มความสำคัญในงานตรวจสอบ

13.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์พื้นฐานในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวกับกิจการรมตรวจของผู้ตรวจสอบ

a)

เพื่อทราบว่าความเสี่ยงนั้นจะได้รับการบริหารจัดการอย่างไร

b)

เพื่อปรับกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงคงเหลือ

c)

เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงของหน่วยงาน

d)

เพื่อออกแบบระบบการควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์การยอมรับได้

14.

การปรับปรุงระบบสารสนเทศสำคัญขององค์การ จ่าจะแสดงถึงข้อใดมากที่สุด

a)

ปัจจัยความเสี่ยงภายนอก

b)

ปัจจัยความเสี่ยงอื่น

c)

ปัจจัยความเสี่ยงภายใน

d)

ความน่าจะเกิดปัญหาของระบบในอนาคต

15.

ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกระบวนการทางธุรกิจที่องค์การให้บุคคลภายนอกดำเนินการ

a)

การให้บุคคลภายนอกดำเนินการกระบวนการทางธุรกิจหลักจะลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานขององค์การในภาพรวม

b)

กระบวนการทงธุรกิจที่องค์การให้บุคคลภายนอกดำเนินการไม่ควรรวมในกิจกรรมที่ผู้ตรวจสอบภายในควรตรวจสอบ

c)

ผู้ตรวจสอบภายนอกควรตรวจสอบกระบวนการทางธุรกิจที่องค์การให้บุคคลภายนอกดำเนินการ

d)

ผู้ตรวจสอบภายในควรตรวจสอบการควบคุมของผู้บริหารเกี่ยวกับผลงานของบุคคลภายนอกนั้นว่าตรงตามเงื่อนไขตามสัญญา

16.

ในการประเมินความเสี่ยงเพื่อวางแผนการตรวจ ข้อใดควรได้รับความสนใจเป็นลำดับแรก

a)

ฝ่ายบริหารให้ตรวจสอบโอกาสที่จะเกิดการหมุนเงินของฝ่ายลูกหนี้

b)

ประด็นที่ผู้สอบบัญชีขอความช่วยเหลือในการตรวจงบประจำปีที่จะมาถึง

c)

ระบบงานสำคัญที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบจากฝ่ายไอที

d)

ระบบบัญชีเจ้าหนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบมาสองปีแล้ว

17.

ผู้ตรวจสอบวางแผนจะตรวจสอบการควบคุมการจ่ายเงินเดือน ซึ่งบริษัทได้เปลี่ยนให้หน่วยบริการภายนอกเป็นผู้ประมวลผลการจ่ายเงินเดือนให้ ผู้ตรวจสอบควรจะ

a)

สอบทานการควบคุมเฉพาะการควบคุมเอกสารที่บริษัทส่งไปและรายงานที่ได้คับจากหน่วยงานภายนอก

b)

สอบทานการควบคุมเฉพาะการประมวลผลจากหน่วยงานภายนอก

c)

ยกเลิกงานตรวจสอบ เพราะการประมวลผลกระทำโดยหน่วยงานภายนอก

d)

สอบทานการควบคุมการจ่ายเงินเดือนทั้งส่วนที่เป็นของบริษัทและหน่วยงานภายนอก

18.

ในการประเมินความเสี่ยง มักจะประเมินจาก...

a)

ความน่าจะเกิดและผลกระทบ

b)

ความน่าจะเกิดและโอกาสเกิด

c)

นัยสำคัญและความรุนแรง

d)

นัยสำคัญและประสิทธิผลของการควบคุม

19.

กิจกรรมในข้อใดที่เป็นกระบวนการทางธุรกิจ

1.การวางแผนกลยุทธ์ 2.การสอบทานและตัดบัญชีลูกหนี้ค้างนาน 3.การป้องกันรักษาสินทรัพย์ 4.การจ่ายภาษีเงินเดือนที่สำนักงานกรมสรรพากร

a)

1+3

b)

2+4

c)

1+2+4

d)

1+3+4

20.

จากตาราง ควรจัดลำดับงานตรวจสอบตามความเสี่ยงในข้อใดจึงเหมาะสมที่สุด

a)

D B A C

b)

D B C A

c)

B D C A

d)

B D A C

21.

ข้อใดไม่ใช่สัญญาณเตืนภัยการทุจริต

a)

มีรายการค้าจากกิจการที่เกี่ยวข้องที่ผิดปกติ

b)

รายการบัญชีไม่เคลื่อนไหว ไม่ทราบที่มาที่ไปของรายการ

c)

ได้รับคำตำหนิหรือคำรองเรียนทั้งจากลูกค้าและพนักงานมากขึ้น

d)

บุคลากรไม่เพียงพอในการทำงาน

22.

ข้อใดเป็นตัวชี้วัดการทุจริตที่ดีที่สุด

a)

การเปลี่ยนคณะผู้บริหารหลังการควบซื้อกิจการ

b)

อัตราการลาออกของผู้บริหารทางการเงินสูง

c)

อัตราการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดสูง

d)

การเข้าตรวจสอบภาษีของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

23.

ข้อใดกล่าวถึงความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการทุจริตได้ดีที่สุด

a)

จำกัดเฉพาะด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบติตามกฎหมายกฎระเบียบ แต่ไม่รวมถึงด้านงบการเงินเพราะเป็นความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี

b)

มีความรู้เกี่ยวกับตัวชี้วัดการทุจริตรวมทั้งการทุจริตในการตกแต่งงบการเงินแต่ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเท่ากับผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบการทุจริตการวางแผนให้ตรวจพบ

c)

ติดตามข้อร้องเรียนที่ได้รับแต่ไม่จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

d)

การกำหนดการควบคุมในการป้องกันการทุจริต

24.

ผู้บริหารสายผลิตสินค้าคนหนึ่ง มีอำนาจที่จะสั่งและระบอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามระยะเวลา ผู้ตรวจสอบได้รับข้อมูลว่า ผู้บริหารคนนั้นได้ส่งอะไหล่เกินจำนวนมาก จากบริษัทของญาติที่อยู่ในวงการธุรกิจนั้น โดยไม่มีการส่งอะไหล่จริง แต่ผู้บริหารจะทำใบรับและบันทึกเข้าบัญชีค่าซ่อมบำรุง เมื่อบริษัทของญาติได้รับเงินจะนำมาแบ่งกัน

การควบคุมข้อใดดีที่สุดในการป้องกันการเกิดทุจริตนี้

a)

กำหนดระดับวงเงินการอนุมัติ

b)

แบ่งแยกหน้าที่การสั่งออกจากการรับสินค้า

c)

เปรียบเที่ยบใบส่งสินค้ากับในสั่งซื้อ

d)

ใช้ระบบบริหารสินค้าคงเหลือเปรียบเทียบจับคู่จำนวนที่ต้องการกับจำนวนที่ได้รับ

25.

ผู้บริหารสายผลิตสินค้าคนหนึ่ง มีอำนาจที่จะสั่งและระบอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามระยะเวลา ผู้ตรวจสอบได้รับข้อมูลว่า ผู้บริหารคนนั้นได้ส่งอะไหล่เกินจำนวนมาก จากบริษัทของญาติที่อยู่ในวงการธุรกิจนั้น โดยไม่มีการส่งอะไหล่จริง แต่ผู้บริหารจะทำใบรับและบันทึกเข้าบัญชีค่าซ่อมบำรุง เมื่อบริษัทของญาติได้รับเงินจะนำมาแบ่งกัน

วิธีการตรวจสอบได้ที่ที่สุดที่จะช่วยตรวจสอบและตัดสินใจว่ควรสืบสวนเรื่่องนี้ต่อดีหรือไม่

a)

การเปรียบเทียบค่าซ่อมบำรุงงวดนี้กับประมาณการ

b)

การสังเกตการณ์ตรวจนับอะไหล่ว่ามีจริงและการตีราคาเหมาะสม

c)

วิเคราะห์เปรียบเทียบรายงานการซ่อมบำรุงและจำนวนรายการอะไหล่ที่มีการเบิกเปลี่ยนทดแทน

d)

สุ่มตัวอย่างทดสอบใบสำคัญจ่ายและใบรับสินค้าว่าได้รับอนุมัติและไม่ใช่เอกสารเท็จ

26.

ผู้บริหารสายผลิตสินค้าคนหนึ่ง มีอำนาจที่จะสั่งและระบอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามระยะเวลา ผู้ตรวจสอบได้รับข้อมูลว่า ผู้บริหารคนนั้นได้ส่งอะไหล่เกินจำนวนมาก จากบริษัทของญาติที่อยู่ในวงการธุรกิจนั้น โดยไม่มีการส่งอะไหล่จริง แต่ผู้บริหารจะทำใบรับและบันทึกเข้าบัญชีค่าซ่อมบำรุง เมื่อบริษัทของญาติได้รับเงินจะนำมาแบ่งกัน

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่พนักงานทุกคนควรทำ

a)

เข้าใจบทบาทของตนเกี่ยวกับการควบคุมภายใน

b)

สืบสวนในเรื่องที่สงสัยว่าจะเกิดการทุจริต

c)

เข้าใจเกี่ยวกับการทุจริตและสัญญาณเตือนภัยการทุจริต

d)

รายงานเมื่อพบเหตุสงสัยว่าจะเกิดการทุจริต

27.

ข้อใดคือสิ่งที่องค์การควรทำหากได้รับบัตรสนเท่ห์ (จดหมายร้องเรียน) ว่าผู้ควบคุมงานได้แก้ไขบัตรเวลาทำงาน

a)

ส่งเรื่องให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการเพราะเรื่องบัตรสนเท่ห์เป็นเรื่องเกี่ยวกับฝ่ายบุคคล

b)

มอบให้ฝ่ายตรวจสอบภายในตรวจสอบบัตรเวลาทำงานที่อยู่ในพื้นที่ของผู้ควบคุมงานเป็นเวลา 6 เดือน

c)

บันทึกข้อกล่าวหาแต่ไม่ควรดำเนินการใดๆ เพราะข้อมูลจากบัตรสนเท่ห์มัดเชื่อถือไม่ได้

d)

ประเมินข้อมูลที่ได้จากบัตรสนเท่ห์และพิจารณาว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควรสืบสวรต่อหรือไม่

28.

บริษัทผลิตและขายเครื่องคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง ต้องการเพิ่มยอดขายตั้งแต่เดือนนี้จนถึงสิ้นปีผู้บริหารจึงกำหนดนโยบายส่งเสริมการขาย โดยจะให้โบนัสผู้แทนขายตามจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ขายสามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ก่อนวันสิ้นปี ทั้งนี้รองผู้อำนวยการฝ่ายขายของบริษัท จะเป็นผู้กำหนดราคาขายเครื่องคอมพิวเตอร์และห้ามผู้แทนขายเปลี่ยนแปลงราคาขาย

ข้อใดต่อไปนี้จะเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้แทนขายกระทำการทุจริตตามนโยบายส่งเสริมการขายนี้

a)

ผู้แทนขายได้มาร์จินต่ำในการขายเครื่องคอมพิวเตอร์

b)

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้แทนขายส่งมอบไม่มีคุณภาพ

c)

ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะคืนเครื่องคอมพิวเตอร์ภายใน 90 วัน หลังจากการซื้อ

d)

ลูกค้าไม่ชำระเงินตามกำหนด

29.

ความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการทุจริต จำกัดอยู่ที่

a)

ด้านการปฏิบัตืงานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น เพราะที่เกี่ยวกับการบัญชีเป็นความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี

b)

การตระหนักรู้เกี่ยวกับสัญญาณการทุจริตรวมทั้งการทุจริตด้านการบัญชีแต่ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบการทุจริต

c)

การติดตามเกี่ยวกับข้อมูล
ที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ แต่ไม่จำเป็นต้องติดตามเกี่ยวกับการสืบสวน

d)

สร้างความมั่นใจว่าพนักงานได้รับการอบรมและตระหนักรู้เกี่ยวกับการอบรมด้านการทุจริตอย่างพอเพียง

30.

พนักงานแผนกเงินเดือนเพิ่มอัตราค่าแรงต่อชั่วโมงให้เพื่อน และแบ่งเงินที่ได้เพิ่มนั้นกับเพื่อนการควบคุมจะป้องกันการทุจริตนี้ได้ดีที่สุด

a)

กำหนดให้ทุกการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนต้องบันทึกในแบบฟอร์มเอกสารที่เป็นมาตรฐาน

b)

กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล

c)

การสอบทานอัตราค่าแรงของแต่ละบุคคลกับอัตราที่อนุมัติในระบบตามระยะเวลา

d)

การติดตามจำนวนค่าแรงโดยผู้บังคับบัญชาในแผนกเงินเดือนทุกเดือน

31.

ลำดับงานที่ควรทำในการวางแผนงานตรวจสอบที่ถูกต้อง คือข้อใด

1.อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดผลเช่นนี้ 2.จะปรับปรุงเรื่องนี้อย่างไร 3.อะไรที่สิ่งที่ผู้บริหารต้องการในเรื่่องนี้

a)

1+2+3

b)

3+1+2

c)

1+3+3

d)

2+3+1

32.

ในการวางแผนการตรวจสอบ ผุ้ตรวจสอบควรมีความรู้เรื่องใดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานตรวจสอบในข้อใดเป็นเรื่องแรก

a)

ความช่างสงสัยทางวิชาชีพเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริหารรับรองในงบการเงิน

b)

ข้อเสนอแนะที่ดีในการปรับปรุงการควบคุมภายในของผู้บริหาร

c)

เรื่งอที่ควรสื่อสารให้ผู้บริหารและคณะกรรมการตรวจสอบทราบ

d)

ความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ความเสี่ยง และการควบคุมงานที่ตรวจ

33.

หากการประเมินผลและพบว่าการควบคุมภายในไม่เพียบพอ ผู้ตรวจสอบควรจะ

a)

จัดทำผังภาพการควบคุมภายใน

b)

ขยายผลการทดสอบการควบคุมก่อนการทำรายงาน

c)

ควรรายงานผลการตรวจนั้นว่าเกิดความเสียหายอย่างไร

d)

เสอนแนะให้เพิ่มการควบคุมที่เหมาะสม

34.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดวัตถุประสงค์การตรวจ

a)

ควรเริ่มจากการพิจารณาวัตถุประสงค์ก่อนวัตถุประสงค์ของานที่จะตรวจ

b)

ควรเริ่มจากการพิจารณาวัตถุประสงค์ของงานที่จะตรวจก่อนวัตถุประสงค์การตรวจ

c)

ผู้ตรวจสอบควรประเมินความเสี่ยงขั้นต้นก่อนการกำหนดวัตถุประสงค์การตรวจ

d)

ผู้ตรวจสอบควรพิจารณาโอกาสที่จะปรับปรุงการควบคุมภายในให้ดีขึ้น

35.

ข้อใดเกี่ยวข้องกับการประชุมเปิดงานตรวจน้อยที่สุด

a)

แจ้งวัตถุประสงค์และขอบเขตการตรวจ

b)

แจ้งให้ทราบถึงหลักฐานหรือเอกสารที่ต้องการใช้ในการตรวจ

c)

แจ้งโปรแกรมการตรวจสอบเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน

d)

กำหนดวันหรือตารางเวลาการตรวจสอบ

36.

ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงในการวางแผนการตรวจสอบมี 4 ขั้นตอน

1.การประเมินความเสี่ยง2.กำหนดกิจกรรมและวัตถประสงคืของานที่จะตรวจสอบ

3.กำหนดแผนการตรวจตามผลการประเมินความเสี่ยง4.ระบุเหตุการเสี่ยงของกิจกรรมที่จะตรวจสอบ

จงเรียงลำดับขั้นตอนในการประเมินความเสี่ยงในการวางแผนการตรวจสอบได้ถู้กต้อง

a)

1-3-4-2

b)

2-4-1-3

c)

3-1-2-4

d)

4-3-2-1

37.

ข้อใดไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์การตรวจสอบ

a)

ประเมินการออกแบบการควบคุมระบบบัญชีเงินเดือนว่าเพียงพอหรือไม่

b)

ประกันความถูกต้องของยอดคงเหลือในบัญชีสินค้าคงเหลือ

c)

ประเมินการปฏิบัติตามคำสั่งด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย

d)

ประเมินประสิทธิผลของการควบคุมสินทรัพย์ถาวร

38.

มาตรฐานกหนดให้พิจารณาเรื่องใดก่อนในการเริ่มวางแผนปฏิบัติงานตรวจสอบ

a)

วัตถุประสงค์ของงานที่ผู้บริหารกำหนด

b)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ

c)

ความเสี่ยงในการตรวจสอบ

d)

ขอบเขตในการตรวจสอบ

39.

ในการสำรวจข้อมูลขั้นต้นผู้ตรวจสอบพบว่ามีการปรับปรุงใบสำคัญจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ซ้ำๆ สิ่งนี้แสดงถึง

a)

จุดอ่อนในการควบคุมการตรวจรับสินค้า

b)

ความจำเป็นที่ต้องตรวจการควบคุมที่เกี่ยวข้องและผลเสียหายที่อาจเกิด

c)

องค์การมีระบบการตรวจสอบและการปรับปรุงที่ดีแล้ว และไม่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม

d)

โอกาสที่มีหนี้สินไม่ได้บันทึก เนื่องจากมีการจ่ายเกินในบางคน

40.

ข้อความใดเป็นวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบสินค้า

a)

การประเมินความเพียงพอของการควบคุมสต๊อคสินค้า

b)

การเวิคราะห์เปรียบเทียบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือแต่ละประเภท

c)

การรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับสินค้าที่ขาดสต๊อค

d)

การสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงเหลือของกิจการ

41.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการตรวจสอบ

a)

การระบุสารสนเทศและหลักฐาน

b)

การสำรวจข้อมูล

c)

การบันทึกข้อมูลและการจัดทำกระดาษทำการ

d)

การวิเคราะห์ประเมินผล

42.

ข้อใดจับคู่ระหว่างวิธีการตรวจสอบและคุณลักษณะของหลักฐานที่ได้ไม่ถูกต้อง

a)

การตรวจนับ-ความมีอยู่จริง

b)

การสอบถาม-ความเพียงพอของข้อมูล

c)

การคำนวณ-ความแม่นยำ

d)

การสุ่มตัวอย่าง-การสรุปลักษณะประชากร

43.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารสนเทศที่มีประโยชน์

a)

ต้องเป็นสารสนเทศที่เสร็จทันเวลา

b)

ต้องเป็นสารสนเทศที่มีสาระสำคัญต่อการสรุปผลและการตัดสินใจ

c)

ต้องเป็นสรสนเทศที่ครบถ้วน ถูกต้องและปราศจากข้อผิดพลาด

d)

ต้องเป็นสารสนเทศที่สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้หลายๆเรื่อง

44.

ข้อใดไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ตรวจสอบควรใช้การสุ่มตัวอย่างทางสถิติแทนการสุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ทางสถิติ

a)

ใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างเล็กกว่า

b)

ลดปัญหาในการสรุปผลเกี่ยวกับคุณภาพของหลักฐานได้ดีกว่า

c)

ได้ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรดีกว่า

d)

สามารถวัดผลและทำให้ควบคุมความเสี่ยงที่จะสรุป

45.

ข้อใดต่อไปนี้ เหมาะที่จะใช้วิธี Attribute sampling

a)

การประเมินว่ายอดสินค้าคงเหลือมีจำนนสูงเกินจริงหรือไม่

b)

การตรวจสอบว่ามีการอนุมัติการบันทึกค่าแรงหรือไม่

c)

การเลือกรายการสินค้าที่จะตรวจนับ

d)

การเลือกรายการสินท่รัพย์ที่เพิ่มขึ้น

46.

ในการตรวจสอบการจ่ายเงิน นโยบายในการควบคุมกำหนดว่าเช็คจ่ายทุกฉบับต้องมีเอกสารประอบครบถ้วนคือ ใบขอซื้อ ใบตรวจรับสินค้า และใบอินวอยซ์จากผู้ขาย เพื่อประเมินว่านโยบายนี้มีการปฏิบัติตามหรือไม่ ประชากรที่ใช้ในการตรวจสอบ คือข้อใด

a)

เช็คจ่าย

b)

ใบขอซื้อ

c)

ใบตรวจรับสินค้า

d)

ใบอินวอยซ์จากผู้ขาย

47.

ผู้ตรวจสอบต้องพิจารณาเชิงคุณภาพเมื่อพบความเบี่ยงเบนในตัวอย่างที่สุ่มตรวจ ข้อใดเป็นสถานการณ์ที่ผู้ตรวจสอบต้องสนใจมากที่สุด

a)

พบความเบี่ยงเบนน้อยกว่าที่คาดการณ์

b)

พบความเบี่ยงเบนที่มีลักษณะเหมือนที่พบปีก่อน

c)

พบว่าเกิดจากพนักงานเข้าใจวิะีการปฏิบัติงานผิด

d)

พบว่าเกิดจากความจงใจปฏิบัติผิด

48.

ผู้ตรวจสอบจะใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบว่ายอดบัญชีลูกหนี้สูงกว่าความเป็นจริง หรือไม่ ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญน้อยที่สุด ที่ผุ้ัตรวจสอบจะใช้วิธี PPS sampling มากกว่า Classical variable sampling

a)

PPS sampling คำนวณและใช้ง่ายกว่า Classical variable sampling

b)

PPS sampling สามารถจัดชั้นลูกหนี้ให้ได้เลย

c)

PPS sampling ไม่ต้องใช้การพิจารณาเชิงคุณภาพในการกำหนดและประเมินผลการสุ่มตัวอย่าง

d)

ผู้ตรวจสอบคาดว่าจะไม่พบข้อผิดพลาด การใช้ PPS sampling จะใช้ตัวอย่างขนาดเล็กกว่า Classical variable sampling

49.

หากผู้ตรวจสอบทราบว่าโครงการล่าช้า มีผู้ชี้แจงเหตุผล่าเพราะมีอุปกรณืไม่พอในการปฏิบัติงาน รายงานหรือเอกสารใดที่อาจเกี่ยวข้องกับการงานตรวจสอบนี้น้อยที่สุด

a)

ยอดคงเหลือตามบัญชีอุปกรณ์

b)

รายงานการสั่งการแก้ไข

c)

รายงานการตรวจนับอุปกรณ์

d)

จำนวนค่าปรับที่อาจเกิดจากงานล่าช้า

50.

การติดตามร่องรอย (Walkthrough)ในกระบวนการให้สินเชื่อ ใช้ตรวจเพื่อวัตถุประสงค์ใดมากที่สุด

a)

การทดสอบการปฏบัติตามขั้นตอนการควบคุมการให้สินเชื่อ

b)

ความสม่ำเสมอของกระบวนการให้สินเชื่อ

c)

ความมีอยู่จริงของลูกหนี้

d)

ความสามารถในการชำระหนี้

51.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของข้อตรวจพบ

a)

Criteria

b)

Condition

c)

Cause

d)

Confirmation

52.

ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับคำว่า "ความเห็นของผู้ตรวจสอบ"

a)

เป็นความเห็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องมีข้อมูลหลักฐานประกอบ

b)

เป็นความเห็นที่ได้จากการไปสังเกตการณืและการปฏิบัติงานตรวจสอบจริง

c)

เป็นความเห็นที่เที่ยงธรรมแต่คำนึงถึงความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการ

d)

เป็นความเห็นที่เที่ยงธรรมแต่คำนึงถึงความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น

53.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสรุปข้อตรวจพบ

a)

ควรรายงานข้อตรวจพบทั้งด้านบวกและด้านลบ

b)

ข้อตรวจพบทางด้านลบควรมีองค์ประกอบข้อตรวจพบครบถ้วน

c)

ข้อตรวจพบทางด้านบวกควรมีองค์ประอบข้อตรวจพบครบถ้วน

d)

ไม่ว่าข้อตรวจพบทางด้ายลบหรือด้านบวกควรมีองค์ประกอบข้อตรวจพบครบถ้วน

54.

ข้อใดจำเป็นต้องมีในรายงานการตรวจขั้นสุดท้าย

1.ภูมิหลังเรื่องที่ตรวจ 2.วัตถุประสงค์การตรวจ 3.ขอบเขตการตรวจ 4.ข้อตรวจพบ 5.ความเห็นของผู้ตรวจสอบ

a)

2+3+4

b)

1+2+3+4

c)

2+3+4+5

d)

2+4+5

55.

หากตรวจสอบบริาัทเงินทุนและสินเชื่อแห่งหนึ่ง แล้วพบว่ามีลูกหนี้รายใหญ่ที่เรียกเก็บเงินไม่ได้หลายรายที่มีผลกระทบสำคัญ ผลจากการประชุมปิดการตรวจถือว่าเป็นข้อตรวจพบสำคัญ กรณีนี้ผู้ตรวจสอบควรรายงานอย่างไร

a)

ไม่บันทึกในรายงานการตรวจ แต่บันทึกรายละเอียดในรายงานประชุมปิดการตรวจ

b)

เป็นข้อตรวจพบสำคัญที่ควรรายงานขั้นสุดท้ายแบบเป็นทางการ

c)

เป็นข้อตรวจพบสำคัญที่ควรจัดทำเป็นจดหมายถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง

d)

เป็นข้อตรวจพบสำคัญที่ควรรายงานไปยังสถาบันผู้กำกับดูแล

56.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์สำคัญในการประชุมปิดการตรวจ

a)

เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับข้อขัดแย้ง

b)

เพื่อแจ้งกิจกรรมการตรวจครั้งต่อไป

c)

เพื่อประชุมเกี่ยวกับข้อตรวจพบ

d)

เพื่อหาวิธีการจัดการเกี่ยวกับข้อตรวจพบ

57.

ข้อความใดถูกต้องในการกำหนดเกณฑ์การตรวจ

a)

ควรใช้เกณฑ์ที่ฝ่ายบริหารกำหนด

b)

ควรใช้มาตรฐานวิชาชีพเป็นเกณฑ์

c)

ควรใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดีของอุตสาหกรรมเป็นเกณฑ์

d)

ควรใช้มาตรฐานหรือกฎเกณฑ์ที่ราชการกำหนดเป็นเกณฑ์

58.

ข้อใดเป็นวิธีการที่ดีที่สุดหากพบข้อตรวจพบซ้ำเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงนโยบายใช้วิธีประกวดราคา

a)

พิจารณาว่าควรรายงานต่อสถาบันกำกับดูแลภายนอกหรือไม่

b)

พิจารณาว่าเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในระดับองค์การ ซึ่งควรรายงานต่อฝ่ายบริหารระดับสูงและคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่

c)

รายงานในการตรวจสอบขั้นสุดท้ายว่าพบสถานการณ์ซ้ำเช่นเดียวกับปีก่อน ซึ่งควรแก้ไขโดยด่วน

d)

แจ้งในการประชุมปิดการตรวจว่ายังไม่มีการแก้ไข

59.

ในการตรวจสอบการบริหารการจัดซื้อ ผู้ตรวจสอบพบว่าวิธีการที่ใช้ไม่เป็นไปตามระเบีบวิธีที่กำหนด วิธีการดังกล่าวทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการประมวลผล ผู้ตรวจสอบควรจะดำเนินการอย่างไร

a)

จัดทำผังภาพตามกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มในรายงาน

b)

รายงานว่าไม่ปฏิบัติตามตามระเบียบวิธีที่กำหนด

c)

รายงานการเปลี่ยนแปลงและเสนอแนะว่าควรเปลี่ยนแปลงวิธีการให้เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

เลื่อนเวลาการจัดทำรายงานอย่างเป็นทางการจนกว่าวิธีการที่ีใช้เป็นที่ยอมรับ

60.

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการอนุมัติการสื่อสารผลการตรวจขั้นสุดท้าย

a)

ซีเออี

b)

ซีอีโอ

c)

คณะกรรมการ

d)

คณะกรรมการตรวจสอบ