wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบประเมินความรู้พื้นฐาน

Total questions: 51

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์

a)

เพื่อรักษาความลับ

b)

เพื่อรักษาความครบถ้วนสมบูรณ์

c)

เพื่อรักษาสภาพพร้อมใช้งาน

d)

ข้อ ก. ข. และ ค. ถูก

e)

ไม่มีคำตอบถูก

2.

ช่องโหว่ของระบบคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นได้ที่ส่วนใด

a)

ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์

b)

ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์

c)

ข้อมูล

d)

บุคคล

e)

ถูกทุกข้อ

3.

การกำหนดนโยบายความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์อยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการจัดทำระบบบริหารจัดการความมั่นคงตามขั้นตอน PDCA

a)

Problem

b)

Plan

c)

Do

d)

Check

e)

Act

4.

การจัดการความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ทางด้านโครงสร้างความมั่นคงปลอดภัยภายในองค์กร

a)

การจัดทําเอกสารนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่เป็นลายลักษณ์อักษร

b)

การควบคุมการเข้า-ออกในสถานที่บริเวณที่สําคัญ

c)

การกําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในการดุแลและป้องกันทรัพย์สินสารสนเทศ

d)

การตรวจสอบและปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

e)

การจัดให้มีบริเวณเฉพาะสําหรับบุคคลภายนอกในการเข้าถึงหรือส่งมอบผลิตภัณฑ์

5.

การกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการนําอุปกรณ์หรือทรัพย์สินออกไปใช้งานภายนอกองค์กรจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางด้านใด

a)

นโยบายความมั่นคงปลอดภัย

b)

โครงสร้างความมั่นคงปลอดภัย

c)

ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ

d)

ความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล

e)

การบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดําเนินงาน

6.

ข้อใดจัดเป็นการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยในทรัพย์สินขององค์กร

a)

การจัดทําบัญชีทรัพย์สิน

b)

การระบุผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน

c)

การจัดหมวดหมูทรัพย์สิน

d)

การจัดทําป้ายชื่อเพื่อบ่งชี้ระดับชั้นความลับของทรัพย์

7.

จัดการความมั่นคงปลอดภัยในทรัพย์สินขององค์กร

a)

การจัดทําบัญชีทรัพย์สิน

b)

การระบุผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน

c)

การจัดหมวดหมูทรัพย์สิน

d)

การจัดทําป้ายชื่อเพื่อบ่งชี้ระดับชั้นความลับของทรัพย์สิน

e)

ถูกทุกข้อ

8.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล

a)

การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร

b)

การกำหนดเงื่อนไขในการจ้างงาน

c)

การกำหนดบทลงโทษทางวินัยกรณีที่มีผู้ละเมิดความมั่นคงปลอดภัย

d)

การระบุข้อตกลงที่จะไม่เปิดเผยความลับขององค์กรในสัญญาจ้าง

e)

ถูกทุกข้อ

9.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

a)

การตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้าถึง

b)

กำหนดให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีหลังจากได้รับรหัสผ่านชั่วคราว

c)

กำหนดให้ผู้ใช้ต้องล็อกเอ้าท์ออกจากระบบทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการใช้งาน

d)

กำหนดให้พนักงานเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย

e)

ถูกทุกข้อ

10.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านการจัดหา พัฒนาและบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ

a)

การควบคุมการเข้า-ออกในสถานที่บริเวณที่สำคัญ

b)

การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในการดูแลและป้องกันทรัพย์สินสารสนเทศ

c)

การจัดให้มีบริเวณเฉพาะสำหรับบุคคลภายนอกในการเข้าถึงหรือส่งมอบผลิตภัณฑ์

d)

การตรวจสอบข้อมูลนำเข้า ข้อมูลระหว่างการประมวลผล และข้อมูลส่งออก

e)

การตั้งสัญญาณนาฬิกาของระบบให้ตรงตามมาตรฐานเวลาสากล

11.

ข้อใดหมายถึง CIA เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์

a)

เพื่อรักษาความลับ

b)

เพื่อรักษาความครบถ้วนสมบูรณ์

c)

เพื่อรักษาสภาพพร้อมใช้งาน

d)

ข้อ ก. ข. และ ค. ถูก

e)

ไม่มีคําตอบถูก

12.

ไวรัสคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นกับช่องโหว่ใดของระบบคอมพิวเตอร์

a)

ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์

b)

ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์

c)

ข้อมูล

d)

บุคคล

e)

ข้อ ข. และ ค. ถูก

13.

ในการทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสิ่งใดร่วมด้วย

a)

โครงสร้างองค์กร

b)

วัตถุประสงค์และกระบวนการดําเนินงานขององค์กร

c)

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

d)

เหตุการณ์ภายนอก

e)

ถูกทุกข้อ

14.

การจัดทําข้อตกลงในเรื่องของการรักษาความลับ จัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางด้านใด

a)

นโยบายความมั่นคงปลอดภัย

b)

โครงสร้างความมั่นคงปลอดภัย

c)

ความมั่นคงปลอดภัยทาง

15.

การจัดทําข้อตกลงในเรื่องของการรักษาความลับ จัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางด้านใด

a)

นโยบายความมั่นคงปลอดภัย

b)

โครงสร้างความมั่นคงปลอดภัย

c)

ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ

d)

ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสิ่งแวดล้อม

e)

การบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดําเนินงาน

16.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ทางกายภาพ

a)

การจัดทําบัญชีทรัพย์สินสารสนเทศ

b)

การควบคุมการเข้า-ออกในสถานที่บริเวณที่สําคัญ

c)

การจัดทําเอกสารนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในการดุแลและป้องกันทรัพย์สินสารสนเทศ

e)

การตรวจสอบและปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

17.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ในประเด็นของการจัดหมวดหมูทรัพย์สิน

a)

การระบุผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน

b)

การกำหนดความรับผิดชอบของบุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลและป้องกันทรัพย์สิน

c)

การจัดทําข้อตกลงการรักษาความลับ

d)

การกำหนดระดับการป้องกันที่แตกต่างกันสำหรับทรัพย์สินที่มี

18.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

a)

ไม่อนุญาตให้ใช้แผ่นดิสก์ในการบูตเครื่อง

b)

ไม่อนุญาตให้นำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไปในบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

c)

จัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยหลีกเลี่ยงการมองเห็นข้อมูลที่สำคัญ

d)

บำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสมํ่าเสมอตามรอบระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดไว้

e)

ถูกทุกข้อ

19.

ข้อใดจัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าถึงระบบปฏิบัติการ

a)

การระบุและพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้งาน

b)

กำหนดให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ตามรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

c)

อนุญาตการใช้งานโปรแกรมยูทิลิตีกับผู้ใช้ที่มีหน้าที่โดยตรงเท่านั้น

d)

กำหนดให้ระบบจำกัดช่วงระยะเวลาการเชื่อมต่อเพื่อเข้าใช้งาน

e)

ถูกทุกข้อ

20.

การระบุและจัดลําดับของกระบวนการดําเนินงานที่สําคัญขององค์กร จัดเป็นมาตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางด้านใด

a)

โครงสร้างความมั่นคงปลอดภัย

b)

ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ

c)

ความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล

d)

การบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

e)

การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัย

21.

การกระทําที่ทําให้การควบคุมระบบตกอยู่ในมือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เรียกว่าสิ่งใด

a)

การฉ้อฉล

b)

การหลอกลวง

c)

การแย่งชิงระบบ

d)

การขัดขวางการทํางานของระบบ

e)

การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

22.

การบุกรุกโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพราะเหตุใด

a)

เพิ่มขึ้น เพราะดาวน์โหลดเครื่องมือจากอินเทอร์เน็ตได้ง่าย

b)

เพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบความปลอดภัยมีจุดอ่อนให้โจมตีมากขึ้น

c)

ลดลง เนื่องจากมีระบบความปลอดภัยสูงไม่สามารถบุกรุกได้

d)

ลดลง เนื่องจากรัฐมีความเข้มงวดมากขึ้น

e)

ลดลง เนื่องจากประชาชนมีคุณธรรม

23.

ซอฟต์แวร์สําหรับตรวจจับและหยุดยั้งการทํางานของไวรัสและมัลแวร์อื่นๆ และอาจทําการแก้ไขให้กลับคืนสภาพเดิมได้ด้วย เรียกว่าสิ่งใด

a)

ไฟร์วอลล์

b)

การเข้ารหัสลับข้อมูล

c)

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

d)

เครือข่ายส่วนตัวเสมือน

e)

ระบบตรวจสอบการบุกรุก

24.

ข้อใดมีความเสี่ยงว่าจะเป็นบุคคลอันตรายต่อระบบคอมพิวเตอร์

a)

พนักงานรักษาความปลอดภัย

b)

พนักงานทําความสะอาด

c)

พนักงานซ่อมบำรุง

d)

พนักงานต้อนรับ

e)

ถูกทุกข้อ

25.

ข้อใดคือวิธีที่ดีที่สุดในการต่อต้านไวรัสที่คุกคามระบบคอมพิวเตอร์

a)

ซื้อเครื่องใหม่

b)

ลงโปรแกรมใหม่

c)

ลบไฟล์ที่ติดไวรัส

d)

เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์

e)

ตรวจจับไฟล์ที่ติดไวรัส

26.

ข้อใดคือความหมายของแฮกเกอร์หมวกขาว

a)

กลุ่มผู้สำรวจระบบมือใหม่

b)

กลุ่มผู้สำรวจระบบเพื่อแก้ไขจุดอ่อน

c)

กลุ่มผู้สำรวจระบบเพื่อบุกรุกทำลาย

d)

กลุ่มผู้สำรวจระบบโดยมิได้รับอนุญาต

e)

กลุ่มผู้สำรวจระบบโดยใช้สคริปต์สำเร็จรูป

27.

ช่องทางลับสำหรับเข้าใช้งานระบบที่ผู้พัฒนาระบบอาจสร้างช่องไว้สำหรับการเข้าบำรุงรักษาโดยที่ไม่ต้องผ่านระบบรักษาความมั่นคงปกติเรียกว่าสิ่งใด

a)

แบกดอร์

b)

ลอจิกบอมบ์

c)

ม้าโทรจัน

d)

โมบายโค้ด

e)

มัลแวร์ลูกผสม

28.

ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างหนอนอินเทอร์เน็ตกับไวรัส

a)

หนอนอินเทอร์เน็ตแก้ไขได้ง่ายกว่าไวรัส

b)

หนอนอินเทอร์เน็ตป้องกัน

29.

เมื่อดาราดังนําคอมพิวเตอร์ไปซ่ อม ช่างได้ลักลอบคัดลอกภาพลับไว้ไถเงิน จัดเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งใด

a)

ฮาร์ดแวร์

b)

ซอฟต์แวร์

c)

ข้อมูล

d)

สายสัญญาณ

e)

ระบบเครือข่าย

30.

การที่บุคคลบุกรุกระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเปลี่ยนผลการเรียนให้เพิ่มขึ้น จัดเป็นภัยคุกคามต่อระบบ

4 lines
31.

จัดเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งใด

a)

ฮาร์ดแวร์

b)

ซอฟต์แวร์

c)

ข้อมูล

d)

สายสัญญาณ

e)

ระบบเครือข่าย

32.

การที่บุคคลบุกรุกระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเปลี่ยนผลการเรียนให้เพิ่มขึ้น จัดเป็นภัยคุกคามต่อระบบคอมพิวเตอร์ประเภทใด

a)

การเสแสร้ง

b)

การอนุมาน

c)

การปฎิเสธ

d)

การปลอมแปลง

e)

การขัดขวางระบบ

33.

การที่บุคคลภายในองค์กรจงใจเปิดเผยข้อมูลให้รั่วไหลสู่บุคคลภายนอกเรียกว่าว่า

a)

การฉ้อฉล

b)

การหลอกลวง

c)

การแย่งชิงระบบ

d)

การขัดขวางการทำงานของระบบ

e)

การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

34.

การบุกรุกโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ในอนาคตมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพราะเหตุใด

a)

เพิ่มขึ้น เพราะดาวน์โหลดเครื่องมือจากอินเทอร์เน็ตได้ง่าย

b)

เพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบความปลอดภัยมีจุดอ่อนให้โจมตีมากขึ้น

c)

ลดลง เนื่องจากมีระบบความปลอดภัยสูงไม่สามารถบุกรุกได้

d)

ลดลง เนื่องจากรัฐมีความเข้มงวดมากขึ้น

e)

ลดลง เนื่องจากประชาชนมีคุณธรรม

35.

ระบบสำหรับตรวจสอบว่าการสื่อสารที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ หากไม่ใช่จะกรองการสื่อสารนั้นออกไป เรียกว่าว่า

a)

ไฟร์วอลล์

b)

การเข้ารหัส

36.

ระบบสําหรับตรวจสอบว่าการสื่อสารที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ หากไม่ใช่จะกรองการสื่อสารนั้นออกไป เรียกว่าก.

a)

ไฟร์วอลล์

b)

การเข้ารหัสลับข้อมูล

c)

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

d)

เครือข่ายส่วนตัวเสมือน

e)

ระบบตรวจสอบการบุกรุก

37.

ข้อใดคือวิธีที่ดีที่สุดในการต่อต้านไวรัสที่คุกคามระบบคอมพิวเตอร์

a)

ซื้อเครื่องใหม่

b)

ลงโปรแกรมใหม่

c)

ลบไฟล์ที่ติดไวรัส

d)

เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์

e)

ตรวจจับไฟล์ที่ติดไวรัส

38.

ข้อใดคือความหมายของแฮกเกอร์หมวกดํา

a)

กลุ่มผู้สำรวจระบบมือใหม่

b)

กลุ่มผู้สำรวจระบบเพื่อแก้ไข

c)

กลุ่มผู้สำรวจระบบเพื่อบุกรุกทำลาย

d)

กลุ่มผู้สำรวจระบบโดยได้รับอนุญาต

e)

กลุ่มผู้สำรวจระบบโดยใช้สคริปต์สำเร็จรูป

39.

โค้ดร้ายที่แฝงอยู่ในโปรแกรมปกติ ซึ่งโค้ดอันตรายนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อมีตัวกระตุ้นบางอย่างคล้ายกับการระเบิดเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เรียกว่าคืออะไร

a)

แบกดอร์

b)

ลอจิกบอมบ์

c)

ม้าโทรจัน

d)

โมบายโค้ด

e)

มัลแวร์ลูกผสม

40.

ข้อใดคือมัลแวร์

a)

ลอจิกบอมบ์

b)

แบกดอร์

c)

ไวรัส

d)

หนอน

e)

ถูกทุกข้อ

41.

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

a)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

b)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงต่อผู้เป็นเจ้าของเท่านั้น

c)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากสภาพใช้งานได้ต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

d)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการแสดงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

e)

ความสามารถในการเข้าถึงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

42.

ข้อใดคือความหมายของการรักษาความครบถ้วนถูกต้อง

a)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากสภาพใช้งานได้ต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

b)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากสภาพใช้งานได้ต่อผู้เป็นเจ้าของเท่านั้น

c)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

d)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการแสดงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

e)

การป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่

43.

ข้อใดคือความหมายของการอนุญาต (Authorization)

a)

ความสามารถในสภาพใช้งานได้ต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

b)

ความสามารถในการแสดงต่อผู้เป็นเจ้าของเท่านั้น

c)

ความสามารถในการแสดงต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

44.

ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่อผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น ข้อใดคือความหมายของภาวะปฏิเสธไม่ได้

a)

ภาวะที่ระบบถูกติดตั้งระบบความมั่นคงปลอดภัยที่ทำการบันทึกการกระทำใดเกิดโดยผู้ใช้ใดๆ

b)

ภาวะที่ระบบถูกติดตั้งระบบความมั่นคงปลอดภัยที่แสดงการกระทำใดๆ ของผู้ใช้ที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้ว

c)

ภาวะที่ระบบถูกติดตั้งระบบความมั่นคงปลอดภัยที่ระบุสิทธิ์การกระทำของผู้ใช้ใดๆ

d)

ภาวะที่ระบบถูกติดตั้งระบบความมั่นคงปลอดภัยที่สามารถระบุหรือติดตามได้ว่าการกระทำใดเกิดขึ้นโดยผู้ใช้ใด

e)

ภาวะที่ระบบถูกติดตั้งระบบความมั่นคงปลอดภัยที่ไม่สามารถแสดงการกระทำใดๆ ของผู้ใช้ใดๆ

45.

ข้อใดคือความหมายของโอกาสเสี่ยงภัย

a)

ความอ่อนไหวของความเสียหายของสินทรัพย์ที่เกิดจากภัยคุกความไม่ว่าเจตนาหรือไม่

b)

ความน่าจะเป็นที่ช่องโหว่จะถูกเอาเปรียบโดยผู้บุกรุกโดยเจตนา

c)

ความน่าจะเป็นที่ช่องโหว่จะถูกเอาเปรียบโดยภัยคุกคามโดยเจตนา

d)

ความน่าจะเป็นที่ช่องโหว่จะถูกเอาเปรียบโดยผู้บุกรุกโดยไม่เจตนา

e)

ความน่าจะเป็นที่ช่องโหว่จะถูกเอาเปรียบโดยภัยคุกคามโดยไม่เจตนา

46.

ข้อใดคือความหมายของความเสี่ยง

a)

ภาวะที่ภัยคุกคามอาจจะเกิดขึ้นต่อช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินทรัพย์

b)

ภัยคุกคามอาจจะเกิดขึ้นต่อช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินทรัพย์

c)

ช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินทรัพย์

d)

ความน่าจะเป็นที่ภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นต่อช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินทรัพย์

e)

ความน่าจะเป็นที่จะเกิดช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินทรัพย์

47.

ข้อใดหมายถึงการป้องกันทรัพยากรใดๆ ขององค์กรให้จำกัดอยู่เฉพาะจากการแสดงต่อผู้ได้รับอนุญาต

a)

การรักษาความลับ (Confidentiality)

b)

การรักษาความครบถ้วนถูกต้อง (Integrity)

c)

การรักษาสภาพพร้อมใช้งาน (Availability)

d)

การอนุญาต (Authorization)

e)

ภาวะปฏิเสธไม่ได้ (non-repudiation)

48.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการใช้ลายมือชื่อดิจิทัล

a)

ใช้เป็นหลักฐาน ใช้ในการอนุมัติ และใช้เพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร

b)

ใช้เป็นหลักฐาน ใช้ในการอนุมัติ และใช้ในการสร้างระเบียบแบบแผน

c)

ใช้เป็นหลักฐาน ใช้เพื่อความครบถ้วนของเอกสาร และใช้ในการสร้างระเบียบแบบแผน

d)

ใช้เพื่อความครบถ้วนของเอกสาร ใช้ในการอนุมัติ และใช้ในการสร้างระเบียบแบบแผน

49.

ข้อใดไม่ใช่พื้นฐานในการสร้างลายมือชื่อดิจิทัล

a)

เจ้าของลายมือชื่อดิจิทัลจําเป็นต้องเป็นผู้มีความรู้เรื่องการสร้างลายมือชื่อดิจิทัล

b)

ผู้ที่กระทําการลงลายมือชื่อดิจิทัลจําเป็นต้องเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองแล้วว่าเชื่อถือได้

c)

เอกสารที่นํามาลงลายมือชื่อนี้ต้องไม่สามารถถูกปลอมแปลงได้

d)

ลายมือชื่อสามารถระบุถึงตัวตนของเจ้าของข้อความต้นฉบับได้

e)

ทุกข้อคือพื้นฐานในการสร้างลายมือชื่อดิจิทัล

50.

ข้อใดไม่ใช่หลักการทำงานพื้นฐานของลายมือชื่อดิจิทัล

a)

การสร้างกุญแจ

b)

การสร้างลายมือชื่อ

c)

การตรวจสอบใบรับรองของผู้สร้างลายมือชื่อ

d)

การตรวจสอบลายมือชื่อ

e)

ทุกข้อเป็นหลักการทำงานพื้นฐานของลายมือชื่อดิจิทัล

51.

ข้อใดต่อไปนี้คือขนาดของลายมือชื่อดิจิทัลที่ได้จากการสร้างลายมือชื่อแบบ SHA-1

a)

160 บิต

b)

128 บิต

c)

64 บิต

d)

32 บิต

e)

16 บิต