NEW
Font size
Worksheetsวัฏจักร
Total questions: 28
Worksheet time: 14mins
1.ปริมาณน้ำบนโลกมีกี่ 2 แหล่งได้แก่อะไรบ้าง
ก. 2 แหล่ง ได้แก่ น้ำจืด และน้ำกร่อย
ข. 2 แหล่ง ได้แก่ น้ำจืด และน้ำเค็ม
ค. 3 แหล่ง ได้แก่ น้ำบนดิน น้ำใต้ดินและน้ำผิวดิน
ถูกทุกข้อ
แหล่งน้ำจืด และน้ำเค็มมีปริมาณร้อยบะเท่าใดบนโลก
ก. น้ำจืด 0.25 , น้ำเค็ม 97.5
ข. น้ำจืด 30 , น้ำเค็ม 70
ค. น้ำจืด 2.5 , น้ำเค็ม 97.5
ง. น้ำจืด 0.25 , น้ำเค็ม 99.75
3.แหล่งน้ำใดแตกต่างจากข้ออื่น
ก. น้ำตก น้ำบาดาล
ข. น้ำทะเล, มหาสมุทร
ค. ลำคลอง แม่น้ำ
ง. ลำคลอง แม่น้ำ
1.น้ำจืดที่สามารถนำมาใช้ได้
2.นำจืดที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้
3.น้ำจืดที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันที
4.นำจืดที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที
เรียงลำดับน้ำที่มีปริมาณมากที่สุด ไปน้อยที่สุด
ก. 1,2,3,4
ข. 2,1,3,4
ค. 3,1,2,4
ง. 4,1,2,3
ข้อใด ไม่ใช่ วิธีการประหยัดน้ำ
ก. ปิดก๊อกน้ำทันทีเมื่อไม่ได้ใช้งาน
ข. รดน้ำต้นไม้ในตอนเช้าหรือตอนเย็น
ค. ใช้สายยางฉีดน้ำล้างรถทุกวัน
ง. ซ่อมแซมก๊อกน้ำที่รั่ว
การประหยัดน้ำมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
ก. ลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
ข. ทำให้น้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้น
ค. ทำให้ไม่ต้องบำบัดน้ำเสีย
ง. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม
เมฆเกิดจากกระบวนการใด
ก. น้ำในแม่น้ำไหลลงทะเล
ข. การระเหยของน้ำจากแหล่งน้ำและการควบแน่นของไอน้ำ
ค. น้ำไหลซึมลงใต้ดิน
ง. การเคลื่อนตัวของน้ำในแม่น้ำ
เมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง มีสิ่งใดที่เหมือนกัน
ก. เกิดจากกระบวนการระเหยของน้ำเท่านั้น
ข. เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำในอากาศ
ค. เกิดจากการไหลเวียนของน้ำในแม่น้ำ
ง. เกิดจากการหลอมเหลวของน้ำแข็ง
หมอกแตกต่างจากเมฆอย่างไร
ก. หมอกอยู่ใกล้พื้นดิน แต่เมฆลอยอยู่สูงในอากาศ
ข. หมอกเกิดจากไอน้ำในอากาศ แต่เมฆเกิดจากฝุ่น
ค. หมอกเกิดเฉพาะในฤดูฝน แต่เมฆเกิดได้ทุกฤดู
ง. หมอกสามารถก่อให้เกิดฝนได้ แต่เมฆไม่สามารถทำได้
น้ำค้างมักเกิดในช่วงเวลาใด
ก. ช่วงบ่ายที่อากาศร้อน
ข. ช่วงกลางคืนหรือเช้าตรู่ที่อากาศเย็น
ค. ระหว่างวันที่แดดจัด
ง. ระหว่างการเกิดพายุ
น้ำค้างแข็งแตกต่างจากน้ำค้างอย่างไร
ก. น้ำค้างแข็งเกิดในอากาศร้อน แต่น้ำค้างเกิดในอากาศเย็น
ข. น้ำค้างแข็งเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง แต่น้ำค้างเกิดที่อุณหภูมิปกติ
ค. น้ำค้างแข็งมีลักษณะเป็นของเหลว แต่น้ำค้างมีลักษณะเป็นของแข็ง
ง. น้ำค้างแข็งเกิดจากไอน้ำลอยตัวสูงขึ้น
ข้อใดอธิบายลักษณะของน้ำค้างได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นหยดน้ำที่เกาะบนพื้นผิวเย็นใกล้พื้นดิน
ข. เป็นชั้นน้ำแข็งบาง ๆ ที่ปกคลุมพื้นผิว
ค. เป็นละอองน้ำที่ลอยตัวในอากาศ
ง. เป็นเม็ดฝนที่ตกลงมาในช่วงเช้า
กระบวนการที่ทำให้ไอน้ำกลายเป็นหยดน้ำเรียกว่าอะไร
ก. การระเหย
ข. การหลอมเหลว
ค. การหลอมละลาย
ง. การควบแน่น
ลูกเห็บเกิดขึ้นในลักษณะใดของสภาพอากาศ
ก. อากาศร้อนจัดและลมแรง
ข. พายุฝนฟ้าคะนองที่มีอากาศเย็นในระดับสูง
ค. อากาศหนาวจัดตลอดทั้งวัน
ง. พื้นที่ที่มีความชื้นต่ำและแดดจัด
เมฆชนิดใดที่มีส่วนสำคัญในการเกิดลูกเห็บ
ก. เซอร์รัส (Cirrus)
ข. คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)
ค. สเตรตัส (Stratus)
ง. นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus)
ลูกเห็บมีขนาดใหญ่ขึ้นได้อย่างไร
ก. ลูกเห็บตกลงสู่พื้นเร็วขึ้น
ข. ลมแรงในพายุยกหยดน้ำขึ้นไปจับตัวเป็นน้ำแข็งซ้ำ ๆ
ค. ลูกเห็บละลายและจับตัวกับน้ำในพื้นดิน
ง. การเพิ่มความชื้นในอากาศ
วัฏจักรน้ำคืออะไร
ก. การเคลื่อนที่ของน้ำในแม่น้ำเท่านั้น
ข. การหมุนเวียนของน้ำในธรรมชาติ
ค. การสะสมตัวของน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ
ง. การตกของฝนในฤดูฝน
กระบวนการใดที่ทำให้น้ำจากแหล่งน้ำบนพื้นดินกลายเป็นไอน้ำ
ก. การควบแน่น
ข. การระเหย
ค. การหลอมละลาย
ง. การกลั่นตัว
กระบวนการใดที่ทำให้ไอน้ำในอากาศเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ
ก. การระเหย
ข. การควบแน่น
ค. การตกผลึก
ง. การละลาย
ดาวฤกษ์แตกต่างจากดาวเคราะห์อย่างไร
ก. ดาวฤกษ์ส่องแสงได้เอง ส่วนดาวเคราะห์สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์
ข. ดาวฤกษ์เคลื่อนที่รอบดาวเคราะห์ ส่วนดาวเคราะห์อยู่นิ่ง
ค. ดาวฤกษ์มีดวงจันทร์บริวาร ส่วนดาวเคราะห์ไม่มีบริวาร
ง. ดาวฤกษ์ไม่มีแรงดึงดูด ส่วนดาวเคราะห์มีแรงดึงดูด
ดวงอาทิตย์เป็นวัตถุท้องฟ้าประเภทใด
ก. ดาวเคราะห์
ข. ดาวฤกษ์
ค. ดาวหาง
ง. ดาวเคราะห์น้อย
ทำไมเราจึงสามารถมองเห็นดวงดาวในเวลากลางคืน?
ก. เพราะดวงดาวมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
ข. เพราะดวงดาวสะท้อนแสงจากดวงจันทร์
ค. เพราะดวงดาวส่องแสงได้เอง
ง. เพราะดวงดาวอยู่ใกล้โลกมาก
การเคลื่อนที่ของดวงดาวในท้องฟ้าในแต่ละคืนเกิดจากอะไร
ก. การหมุนของโลก
ข. การหมุนของดวงดาว
ค. การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์
ง. การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์
เครื่องมือที่ช่วยในการสังเกตตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้าคืออะไร
ก. แผนที่โลก
ข. แผนที่ดาว
ค. แผนที่จักรวาล
ง. แผนที่ดวงจันทร์
มุมทิศคืออะไร
ก. มุมที่ใช้วัดความสูงจากพื้นดิน
ข. มุมที่ใช้วัดทิศทางของวัตถุจากทิศเหนือ
ค. มุมที่ใช้วัดความยาวของวัตถุ
ง. มุมที่ใช้วัดการเคลื่อนที่ของวัตถุ
การวัดมุมเงยใช้เพื่อวัดอะไร
ก. มุมระหว่างทิศเหนือและทิศใต้
ข. มุมระหว่างพื้นดินกับทิศที่วัตถุเคลื่อนที่
ค. มุมระหว่างทิศตะวันตกและทิศตะวันออก
ง. มุมที่เกิดจากแสงตกกระทบกับพื้นผิว
มุมเงยมีความสำคัญในการวัดอะไร
ก. การคำนวณระยะทาง
ข. การคำนวณความสูงของสิ่งต่างๆ
ค. การคำนวณการเคลื่อนที่ของวัตถุ
ง. การคำนวณมุมในรูปทรงต่างๆ
เด็กหญิงเอลินสังเกตดู ดาวดวงหนึ่ง พบว่า สามารถวัดมุมเงยของดาวดวงนี้ได้โดยการกำมือ 4 กำมือเพื่อวัด มีค่ากี่องศา
ก. 22 องศา
ข. 40 องศา
ค. 80 องศา
ง. 48 องศา
