wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ไฟฟ้าในชีวิตประจําวัน

Total questions: 35

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

หลอดไฟให้แสงสว่างได้อย่างไร

a)

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดทําให้เกิดความร้อนและความสว่าง

b)

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดขนาดใหญ่ทําให้เกิดความร้อนและความสว่าง

c)

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานต่ําทําให้เกิดความร้อนและความสว่าง

d)

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานสูงทําให้เกิดความร้อนและความสว่าง

2.

ข้อใดแสดงทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ํา

b)

กระแสไฟฟ้าไหลจากขั้วลบไปยังขั้วบวก

c)

กระแสไฟฟ้าไหลจากแรงดันต่ําไปยังแรงดันสูง

d)

กระแสไฟฟ้าไหลจากบริเวณศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังบริเวณศักย์ไฟฟ้าต่ํา

3.

ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ใช้วัดความต่างศักย์ในวงจรไฟฟ้า

a)

แอมมิเตอร์

b)

โวลต์มิเตอร์

c)

โอห์มมิเตอร์

d)

บารอมิเตอร์

4.

ข้อใดกล่าวถึงกฎของโอห์มได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าจะแปรผกผันกับความต่างศักย์

b)

กระแสไฟฟ้าจะแปรผกผันกับความต้านทาน

c)

กระแสไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับความต่างศักย์

d)

กระแสไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับความต้านทาน

5.

ลวดตัวนําชนิดเดียวกันที่มีความยาวเท่ากัน ลวดตัวนําในข้อใดมีความต้านทานมากที่สุด

a)

ลวดที่มีพื้นที่หน้าตัด 3 เซนติเมตร

b)

ลวดที่มีพื้นที่หน้าตัด 6 เซนติเมตร

c)

ลวดที่มีพื้นที่หน้าตัด 9 เซนติเมตร

d)

ลวดที่มีพื้นที่หน้าตัด 12 เซนติเมตร

6.

เจเจทดลองหาค่าความต้านทาน โดยนําตัวต้านทานต่อเข้าไปในวงจรไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ แอมิเตอร์ และโวลต์มิเตอร์ในวงจร จากนั้นเจเจอ่านค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานจากแอมมิเตอร์ได้ 1.5 แอมแปร์ และอ่านค่าความต่างศักย์ที่ตกคร่อมตัวต้านทานจากโวลต์มิเตอร์ได้ 12.0 โวลต์ ค่าความต้านทานของตัวต้านทานจะเป็นเท่าใด

a)

2.0 โอห์ม

b)

4.0 โอห์ม

c)

8.0 โอห์ม

d)

12.0 โอห์ม

7.

การต่อตัวต้านทานเข้าไปในวงจรไฟฟ้าจะทําให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าเป็นอย่างไร

a)

ปริมาณลดลง

b)

ปริมาณเพิ่มขึ้น

c)

ปริมาณเท่าเดิม

d)

ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวต้านทาน

8.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ที่นํามาใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้า

a)

สวิตช์หรี่ไฟ

b)

ปุ่มปรับหาคลื่นวิทยุ

c)

สวิตช์ตั้งเวลาในเตาไมโครเวฟ

d)

ปุ่มปรับเสียงวิทยุให้มีความดัง - เบา

9.

ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการเกิดไฟกระชาก

a)

รีโอสตัต

b)

วาริสเตอร์

c)

โฟโตรีซีสเตอร์

d)

โพแทนชิออมิเตอร์

10.

ถ้าเพิ่มจํานวนหลอดไฟในวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมอีก 2 ดวง ความต้านทานและกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านแต่ละดวงมีค่าเป็นอย่างไร ตามลําดับ

a)

ความต้านทานรวมลดลง กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเท่ากัน

b)

ความต้านทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเท่ากัน

c)

ความต้านทานรวมลดลง กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่เท่ากัน

d)

ความต้านทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่เท่ากัน

11.

การต่อวงจรไฟฟ้าแบบใดทําให้ความต้านทานรวมมีค่าลดลง

a)

ต่อแบบขนาน

b)

ต่อแบบอนุกรม

c)

ต่อแบบวงจรปิด

d)

ต่อแบบวงจรเปิด

12.

เอนําหลอดไฟ 3 ดวง มาต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน เพราะเหตุใดกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหลอดไฟฟ้าทั้ง 3 ดวง จึงมีค่าเท่ากัน

a)

หลอดไฟฟ้า 3 ดวง มีความต้านทานเท่ากัน

b)

หลอดไฟฟ้า 3 ดวง มีค่ากระแสไฟฟ้าเท่ากัน

c)

ไส้ของหลอดไฟฟ้าทั้ง 3 ดวงทํามาจากโลหะชนิดเดียวกัน

d)

ขนาดของสายไฟฟ้าที่ต่อเข้ากับหลอดไฟทั้ง 3 ดวง มีขนาดความยาวเท่ากัน

13.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

a)

อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า

b)

อุปกรณ์ที่ควบคุมการไหลของประจุ

c)

อุปกรณ์ที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหล

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

a)

อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า

b)

อุปกรณ์ที่ควบคุมการไหลของประจุ

c)

อุปกรณ์ที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของอิเล็กตรอน

d)

อุปกรณ์ที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

ซิลิคอนชิปส่วนใหญ่ที่สั่งงานอย่างเดียวเท่านั้น

b)

ซิลิคอนชิปเป็นวงจรที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์เท่านั้น

c)

ทรายซิสเตอร์ทํามาจากธาตุคาร์บอนผสมกับอะลูมิเนียม

d)

ทรานซิสเตอร์ทําหน้าที่เป็นสวิตช์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้า และขยายสัญญาณ

16.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

ซิลิคอนชิปส่วนใหญ่ทําหน้าที่สั่งงานอย่างเดียวเท่านั้น

b)

ซิลิคอนชิปเป็นวงจรที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์เท่านั้น

c)

ทรานซิสเตอร์ทํามาจากธาตุคาร์บอนผสมกับอะลูมิเนียม

d)

ทรานซิสเตอร์ทําหน้าที่เป็นสวิตซ์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้า และขยายสัญญาณ

17.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของตัวเก็บประจุ

a)

ทุกชนิดมีขั้ว

b)

เก็บและคายประจุไฟฟ้า

c)

สามารถปรับค่าความจุได้

d)

สามารถปรับแต่งสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

18.

เครื่องกระตุ้นหัวใจเทียมอาศัยการทํางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดใด

a)

ไอโอด

b)

ซิลิคอนชิป

c)

ทรานซิสเตอร์

d)

ตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าตามอุณหภูมิ

19.

เซลล์สุริยะเปลี่ยนพลังงานจากรูปใดเป็นรูปใด

a)

พลังงานเคมีเป็นพลังงานแสง

b)

พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเคมี

c)

พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานจลน์

d)

พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า

20.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกําลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า

a)

พลังงานไฟฟ้าที่เปลี่ยนเป็นพลังงานแสง

b)

พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปในเวลา 1 วินาที

c)

พลังงานไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองไปในการทํางาน

d)

พลังงานที่สูญเปล่าในการใช้พลังงานไฟฟ้า

21.

หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบหนึ่งมีตัวเลขเขียนกํากับไว้ด้านข้างว่า 1,200 วัตต์ 220 โวลต์ ถ้านําหม้อหุงข้าวไฟฟ้าไปเสียบกับเต้ารับจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านกี่แอมแปร์

a)

3.45 แอมแปร์

b)

5.45 แอมแปร์

c)

7.54 แอมแปร์

d)

9.54 แอมแปร์

22.

ถ้านําเครื่องซักผ้าขนาด 2,000 วัตต์ 220 โวลต์ มาต่อกับไฟ 110 โวลต์ จะได้กําลังไฟฟ้าเท่าใด

a)

250 วัตต์

b)

500 วัตต์

c)

750 วัตต์

d)

900 วัตต์

23.

การวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามครัวเรือน นิยมใช้หน่วยยูนิต (unit) ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของยูนิต

a)

จูลต่อวินาที (J/s)

b)

วัตต์ต่อวินาที (W/s)

c)

กิโลวัตต์ ชั่วโมง (kW h)

d)

เมกะวัตต์ ชั่วโมง (MW h)

24.

บ้านหลังหนึ่งมีเครื่องปรับอากาศ 1,200 วัตต์ 2 เครื่อง และหลอดไฟ 60 วัตต์ 10 ดวง ถ้าเปิดใช้งานวันละ 3 ชั่วโมง พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดใน 1 วันเท่ากับเท่าใด

a)

4 หน่วย

b)

9 หน่วย

c)

13 หน่วย

d)

15 หน่วย

25.

พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดใน 1 วันเท่ากับเท่าใด

a)

4 หน่วย

b)

9 หน่วย

c)

13 หน่วย

d)

15 หน่วย

26.

หลอดไฟ 80 วัตต์ 220 โวลต์ ถ้าเปิดใช้งานนาน 15 ชั่วโมง จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ากี่หน่วย

a)

0.6 หน่วย

b)

1.2 หน่วย

c)

2.4 หน่วย

d)

3.2 หน่วย

27.

บ้านของทิวได้รับใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า ซึ่งระบุว่า บ้านหลังนี้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 245 หน่วย มีค่าไฟฟ้าผันแปร -11.60 สตางค์ ต่อหน่วย และมีค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท อยากทราบว่า ในเดือนธันวาคมทิวจะต้องชําระค่าไฟฟ้าทั้งหมดเท่าใด

a)

38.22

b)

888.33

c)

926.55

d)

961.00

28.

ห้องเช่าแห่งหนึ่งมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า กําลังไฟฟ้า (วัตต์) เวลาการใช้งานต่อวัน (ชั่วโมง) หลอดไฟ 3 ดวง 60 8 ตู้เย็น 180 24 เครื่องปรับอากาศ 2,000 7 หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 600 1 ถ้าค่าไฟฟ้าหน่วยละ 6 บาท ในเดือนธันวาคมห้องเช่านี้จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเท่าใด

a)

20.36

b)

631.16

c)

732.96

d)

3,786.96

29.

ข้อความในข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ฟิวส์เป็นส่วนประกอบที่สําคัญในการเดินสายไฟฟ้า

b)

ควรเลือกใช้ฟิวส์ที่มีขนาดเล็กกว่ากําหนดเพื่อความปลอดภัย

c)

ถ้าฟิวส์ขาดบ่อย ๆ ควรเปลี่ยนใช้ลวดทองแดงเส้นเล็ก ๆ แทน

d)

ถ้าต้องการใช้ไฟฟ้าวันละ 5 แอมแปร์ ควรใช้ฟิวส์ 5 แอมแปร์ด้วย

30.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า

a)

สายไฟฟ้า

b)

อุปกรณ์ไฟฟ้า

c)

เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า

d)

แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า

31.

บุคคลในข้อใดที่ไม่มีความปลอดภัยในการใช้เครื่องไฟฟ้า

a)

นุ่นถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน

b)

ทิวดึงเต้าเสียบไฟฟ้าออกจากเต้ารับโดยจับที่สายไฟฟ้า

c)

กิ๊กชาร์จโทรศัพท์มือถือจากปลั๊กพ่วงที่ไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ เสียบอยู่

d)

เอิงยกสะพานไฟก่อนที่จะไปปิดสวิตช์ไฟฟ้าของหลอดไฟแอลอีดีขณะที่เกิดการลัดวงจร

32.

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านต่อกับแหล่งจ่ายไฟแบบขนาน ถ้านําหลอดไฟที่ใช้ตามบ้านขนาด 18 วัตต์ 220 โวลต์ และ 36 วัตต์ 220 โวลต์ มาต่อกันแบบอนุกรมแล้วต่อกับแหล่งจ่ายไฟ 220 โวลต์ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

หลอดไฟ 18 วัตต์ สว่างกว่าหลอดไฟ 36 วัตต์

b)

หลอดไฟ 36 วัตต์ สว่างกว่าหลอดไฟ 18 วัตต์

c)

ทั้ง 2 หลอดจะสว่างน้อยกว่าปกติ โดยที่หลอดไฟ 36 วัตต์ สว่างกว่าหลอดไฟ 18 วัตต์

d)

ทั้ง 2 หลอดจะสว่างมากกว่าปกติ โดยที่หลอดไฟ 36 วัตต์ สว่างน้อยกว่าหลอดไฟ 18 วัตต์

33.

การต่อวงจรไฟฟ้า ประกอบด้วยแบตเตอรี่ แอมมิเตอร์ และหลอดไฟ ดังภาพ เมื่อใช้แบตเตอรี่ที่มีความต่างศักย์ 6 โวลต์ พบว่า วัดกระแสไฟฟ้าที่ผ่านวงจรได้ 3 แอมแปร์ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านวงจร จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร

a)

ลดลง 0.5 แอมแปร์

b)

ลดลง 1.5 แอมแปร์

c)

เพิ่มขึ้น 2.5 แอมแปร์

d)

เพิ่มขึ้น 4.0 แอมแปร์

34.

บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟฟ้าความต่างศักย์ 220 โวลต์ ซึ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนี้ ตู้เย็นขนาด 200 วัตต์ หม้อหุงข้าวไฟฟ้าขนาด 600 วัตต์ หลอดไฟแอลอีดีขนาด 120 วัตต์ จํานวน 4 ดวง และเครื่องซักผ้าขนาด 2,000 วัตต์ บ้านหลังนี้ควรใช้ฟิวส์รวมเท่าใด

a)

10 แอมแปร์

b)

13 แอมแปร์

c)

15 แอมแปร์

d)

20 แอมแปร์

35.

ลวดทําด้วยโลหะชนิดเดียวกัน 3 เส้น มีขนาดและความยาว ดังภาพ เมื่อเปรียบเทียบความต้านทานของลวดทั้ง 3 เส้น ข้อใดถูกต้อง

a)

ลวดเส้นที่ 1 มีความต้านทานน้อยกว่าลวดเส้นที่ 2

b)

ลวดเส้นที่ 1 มีความต้านทานมากกว่าลวดเส้นที่ 3

c)

ลวดเส้นที่ 2 มีความต้านทานน้อยกว่าลวดเส้นที่ 3

d)

ลวดเส้นที่ 2 มีความต้านทานมากกว่าลวดเส้นที่ 3