wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค วรรณคดี ม.5

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

มหาเวสสันดรชาดก แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

a)

ร่ายสุภาพ

b)

ร่ายยาว

c)

ร่ายดั้น

d)

ร่ายโบราณ

2.

ขณะที่พระนางมัทรีกลับจากป่านั้น เทวดาได้ลงมาขัดขวางและจำแลงแปลงกายเป็นอะไร

a)

ราชสีห์ อาชาไนย เสือโคร่ง

b)

ราชสีห์ พญานาค คชสาร

c)

อาชาไนย โคนม เสือเหลือง

d)

เสือโคร่ง เสือเหลือง ราชสีห์

3.

เหตุใดพระเวสสันดร จึงไม่บอกพระนางมัทรีให้ทราบตั้งแต่แรกว่าได้ทานบุตรทั้งสองให้แก่ชูชกไปแล้ว

a)

กลัวพระนางทำใจไม่ได้

b)

ไม่มีความจำเป็นต้องบอก

c)

กลัวพระนางตามเอาคืน

d)

กลัวพระนางหนีไป

4.

เพราะเหตุใดเทพยดาจึงต้องจำแลงตนมาเป็นเสือเหลือง เสือโคร่ง และราชสีห์เพื่อขวางทางเสด็จของพระนางมัทรี

a)

ต้องการข่มขู่ให้พระนางมัทรีเกิดความกลัว จะได้ไม่ทอทิ้งสองกุมารไปไหน

b)

เพื่อถ่วงเวลาให้ชูชกพาสองกุมารไปได้ไกล ๆ

c)

เพื่อไม่ให้พระนางมัทรีกลับมาทันขัดขวางการบำเพ็ญบุตรทาน

5.

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เป็นผลงานของใคร

a)

พระเทพโมลี (กลิ่น)

b)

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

c)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

6.

จุดมุ่งหมายในการแต่งมหาเวสสันดรชาดก คืออะไร

a)

เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

b)

เพื่อใช้เป็นตำราให้ภิกษุสามเณรในสมัยนั้นใช้ฝึกเทศน์

c)

เพื่อใช้เป็นบทเทศน์

7.

มหาเวสสันดรชาดก พระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีใด

a)

สัจจบารี

b)

วิริยบารมี

c)

ทานบารมี

d)

ขันติบารมี

8.

"ฝนโบกขรพรรษ"มีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

มีสีแดง ใครอยากให้เปียกก็จะเปียก ใครไม่อยากให้เปียกก็ไม่เปียก

b)

มีสีน้ำเงิน ใครอยากให้เปียกก็จะเปียก ใครไม่อยากให้เปียกก็ไม่เปียก

9.

พระนางมัทรีทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าพระเวสสันดรทรงยกสองกุมารให้แก่ชูชก

a)

ทรงโกรธพระเวสสันดรมาก

b)

ทรงโกรธแค้นชูชกมาก

c)

ทรงอนุโมทนาทาน

10.

“ต่อมืดมัวสิจึงกลับเข้ามา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงเหมือนวาจาก็จะรีบกลับมาแต่ตะวันไม่ทันรอน”


ผู้กล่าวข้อความดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด

a)

ต้องการให้ผู้ฟังคลายความโศกเศร้า โดยการเปลี่ยนเรื่อง

b)

ต้องการให้ผู้ฟังสำนึกผิด และหยุดการตัดพ้อต่อว่าตน

11.

พฤติกรรมใดที่สุเทษณ์เทพบุตรไม่แสดงต่อนางมัทนา

a)

การใช้อำนาจบาตรใหญ่ในความรัก

b)

การเอาเปรียบผู้เป็นที่รัก

c)

การเสียสละเพื่อความรัก

d)

ทนทุกข์เพราะรัก

12.

เรื่องมัทนะพาธา ได้แสดงให้เห็นอะไร

a)

คุณค่าของความรัก

b)

โทษของความรัก

c)

โทษของการลุอำนาจโทสะ

d)

คุณของนักบวช

13.

บทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ฉันท์และกลอนสุภาพ

b)

ฉันท์และกาพย์

c)

ฉันท์และโคลง

d)

ฉันท์และร่าย

14.

ในเรื่องมัทนะพาธา เหตุใดที่สุเทษณ์ไม่พอใจคำตอบของมัทนาขณะที่นางถูกมายาวินร่ายมนตร์สะกด

a)

คำตอบของนางก้าวร้าว และไม่เกรงใจ

b)

นางเน้นความต้องการของตนเองมากเกินไป

c)

ทรรศนะของนางขัดแย้งกับความคิดของสุเทษณ์

d)

คำตอบของนางฟังเหมือนกับยอกย้อนและไม่มีชีวิตจิตใจ

15.

นางมัทนาเป็นคนมีนิสัยเช่นไร

a)

บูชาความรัก

b)

กล้าได้กล้าเสีย

c)

รักเดียวใจเดียว

d)

ปากกับใจตรงกัน

16.

เพราะเหตุใดผู้แต่งจึงเลือกใช้ดอกกุหลาบเป็นสื่อแทนความรัก

a)

ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์แทนความรักตามความเชื่อของชาวตะวันตก

b)

ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวย มีแมลงรุมตอมเช่นเดียวกับตัวละครเอกที่มีคนรุมกันหลงรัก

c)

ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวยงามแต่มีหนามที่เป็นอันตราย เช่นเดียวกับความรักที่มีทั้งความสมหวังและความผิดหวัง

d)

ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่คนทั่วไปรู้จักและสวยงาม เปรียบได้กับหญิงสาวบริสุทธิ์

17.

“เรื่อง มัทนะพาธานำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของความรัก ซึ่งแม้ว่าความรักจะทำให้เกิดความทุกข์คล้ายกับวรรณคดีไทยเรื่องอื่น ๆ แต่ในเรื่องนี้ได้มีการมองความรักในมุมมองใหม่” จากข้อความนี้ มีการมองความรักในมุมมองใหม่เป็นอย่างไร

a)

เป็นการบูชาความรัก

b)

ความรักมีทั้งทุกข์และสุข

c)

ความรักเป็นเพียงกิเลสและตัณหา

d)

ความรักเป็นเรื่องลึกซึ้งและเข้าใจยาก

18.

สิ่งใดที่นางมัทนาแตกต่างจากนางเอกในวรรณคดีของไทยเรื่องอื่น ๆ

a)

มีความเป็นตัวของตัวเอง

b)

เลือกที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตนรัก

c)

กล้าที่จะปฏิเสธกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าตน

d)

มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

19.

นักเรียนคิดว่าเหตุใดสุเทษณ์จึงเลือกสาปนางมัทนะพาธาเป็นดอกกุหลาบ

a)

เป็นดอกไม้ที่หายากในสมัยก่อน

b)

เป็นดอกไม้ที่นิยมมาประดับบ้าน

c)

เป็นดอกไม้ที่บอบบางน่าทะนุถนอม

d)

เป็นดอกไม้ที่สวยงาม กลิ่นหอมหนามแหลมคมไว้ปกป้อง

20.

ลักษณะเด่นของเรื่อง มัทนะพาธา คืออะไร

a)

ใช้คำศัพท์สูง

b)

ใช้คำฉันท์เป็นบทละครพูด

c)

ใช้เครื่องหมายวรรคตอนในบทร้อยกรอง

d)

ถูกทั้งข้อ ๒. และ ๓.